เสวนาเชิงวิชาการ > สนทนาศาสนธรรม

พระเจ้ากล่าวว่า "กุรอ่านนั้นครบถ้วนสมบูรณ์" ทำไมเราจะต้องศึกษา หะดิษ?

<< < (35/39) > >>

Carrothz:
อยากเห็นเหรอได้เลย อายะห์ที่อัลลอฮฺบอกว่า นบีสอนสิ่งอื่น

"ดังที่เราได้ส่งร่อ ซูลผู้หนึ่ง  จากพวกเจ้าเองมาในหมู่พวกเจ้า ซึ่งเขาจะอ่านบรรดาโองการของเราให้พวกเจ้าฟัง และจะทำให้พวกเจ้าสะอาดบริสุทธิ์ และจะสอนคัมภีร์ และความรู้เกี่ยวกับข้อปฏิบัติให้แก่พวกเจ้า และจะสอนพวกเจ้าในสิ่งที่พวกเจ้าไม่เคยรู้มาก่อน" (กุรอาน 2:151)

"โดยที่พระองค์ได้ทรง ส่งร่อซูลคนหนึ่งจากพวกเขาเองมาในหมู่พวกเขาโดยที่เขาจะได้อ่านบรรดาโองการ ของพระองค์ให้พวกเขาฟัง และจะทำให้พวกเขาสะอาดและจะสอนคัมภีร์ และความรู้เกี่ยวกับข้อปฏิบัติในบัญญัติศาสนาแก่พวกเขาด้วย และแท้จริงเมื่อก่อนนั้นพวกเขาเคยอยู่ในความหลงผิดอันชัดแจ้ง" (กุรอาน 3:164)

คำว่า คัมภีร์ ในภาษาใช้คำว่า กิตาบ  แน่นอน มันก็คือ กุรอาน
ส่วนคำว่า ข้อปฏิบัติในบัญญัติศาสนา ในภาษาอาหรับของโองการนี้ ใช้คำว่า "ฮิกมะตา" หรือ ฮิกมะห์  ซึ่งหมายถึง วิทยปัญญา หรือ กฎ ระเบียบ
โองการนี้ จึงชัดเจนว่า  รอซู้ลนั้น ไม่ได้เป็นแค่ "คนส่งสาร" เท่านั้น  แต่เป็นแบบอย่าง และ แหล่งที่มาของความรู้ทางศาสนาด้วย   หรือ อีกโองการ

"โดยแน่นอน ในร่อซูลของอัลลอฮฺมีแบบฉบับอันดีงามสำหรับพวกเจ้าแล้ว.."(กุรอาน 33:21)
จึงเห็นได้ว่า   รอซู้ลนั้นไม่ใช่แค่คนบอกข่าว  แต่เป็น  ผู้นำสาส์น , เป็นผู้ตักเตือน , เป็นแหล่งความรู้  และ เป็น แบบฉบับ  ในการปฏิบัติตนของบรรดามุสลิมทั้งหลาย

Carrothz:
ตอบคุณ Mumad ด้วยครับ คุณละหมาดอย่างไร ละหมาดไป ออกกำลังกายไป ละหมาดอย่างไร

ตลกดี พอจี้มากๆ ถึงกับบอกว่า ละหมาดตลอดเวลา ละหมาดไปออกกำลังกายไปก็ได้

Carrothz:
ผมว่า admin พิจารณา ผู้ใช้นามว่า wisdom ได้แล้วล่ะครับ เพราะตอนนี้ได้เปิดเผยความ ไม่รู้ และการบ่อนทำลายอิสลามมาโดยตรงแล้ว

ละหมาดไปออกกำลังกายไปก็ได้

ละหมาดตลอดเวลา

ละหมาดไม่ได้มี 5 เวลา

แถมยังบอกอะไรที่ขัดกับกุรอ่านอีก

เรียกได้ว่า ผิดพลาด และโกหก ใส่อิสลามเต็มๆ แล้วครับ จะทำอย่างไร? เพราะเท่าที่ไล่ต้อนมา ก็ไม่มีเหตุผลอะไรมาโต้แย้ง ได้แต่เลี่ยงไป หลบมาเท่านั้นเอง



ไม่เอาฮะดีษ แล้วตัวเองละหมาดยังไงก็ไม่บอก อันนี้ปิดบังอำพราง มีวาระซ่อนเร้นแหงๆ

wisdom:

--- อ้างจาก: Carrothz ที่ เม.ย. 22, 2012, 08:53 AM ---อัลฮัมดุลิลลาฮฺ อัลลอฮฺ ทรงให้คนโกหก มันจบสิ้นเพราะคำโกหก ของมันเองครับ


--- อ้างถึง ---เราต้องซอลาตตลอดเวลาครับ ออกกำลังกายไป ซอลาตไปก็ได้ครับ
กุรอ่านยังมีบอกว่า ให้ซอลาตขณะเดิน หรือ ซอลาตขณะขี่ม้าเลยครับ [2:239]
--- End quote ---

นี่ล่ะครับ เมื่อคุณไม่มีคุณสมบัติจะ ศึกษากุรอ่าน แต่ทำสู่รู้ ผลมันก็เป็นแบบนี้ครับ กุรอ่านบทนี้บอกไว้อย่างไร?

ถ้าพวกเจ้ากลัว ก็จงละหมาดพลางเดินหรือขี่(*1*) ครั้นเมื่อพวกเจ้าปลอดภัยแล้ว ก็จงกล่าวรำลึกถึงอัลลอฮ์(*2*) ดังที่พระองค์ได้ทรงสอนพวกเจ้าซึ่งสิ่งที่พวกเจ้ามิเคยรู้มาก่อน

คุณ แปลเองหรือครับว่า ละหมาดได้ตลอดเวลา? ถ้าผมจะบอกว่า อันนี้ ให้เฉพาะเมื่อเกิดความจำเป็นล่ะครับ จะว่าอย่างไร

ละหมาดตลอดเวลาหรือครับ?



อ่อแล้วมีอีก โองการก่อนหน้า เราจะละหมาดอย่างไร เวลา ไหน

พวกเจ้าจงรักษาบรรดาละหมาดไว้ และละหมาดที่อยู่กึ่งกลาง(*1*) และจงยืนละหมาดเพื่ออัลลอฮ์โดยนอบน้อม

ละหมาดที่อยู่กึ่งกลาง คือเวลาอะไร บอกได้ไหม แต่ดูเหมือนจะไม่ได้เป็นการละหมาด ตลอดเวลาอย่างที่คุณอ้างนะครับ

นี่แหละครับความมั่วของ พวกที่ไม่เอาฮะดีษ คือ อย่างจะแปล มั่ว ตีความมั่วอย่างไรก็ทำไปเรื่อย

--- End quote ---

ผมก็ยังยีนยันเรื่องการละหมาดตลอดเวลาอยู่ดีครับ และที่ผมยก [2:238] ก็เป็นหนึ่งอายะห์ที่จะบอกคุณว่า ขนาดเดิน หรือขี่ม้า ยังละหมาดได้เลย
ส่วนที่คุณยก
[2:238] เรื่องละหมาดกึ่งกลาง ผมเข้าใจ กึ่งกลาง ว่า Balance ก็คือ การรักษาให้สมดุล ซอลาตอยู่สมำ่เสมอให้ดีสม่ำเสมอ อย่าให้เสียสมดุล(Balance)
(อายะห์ต่อไป ติดกันเลย)
[2:239]ถึงแม้สูเจ้าจะอยู่ในอันตราย สูเจ้าก็จะต้องนมาซ ไม่ว่าขณะเดิน หรือหรือขี่ม้า ... อายะห์นี้ขึ้นต้นด้วย ถึงแม้ คือ ถึงเกิดอยู่ในอันตราย (จิตใจอาจไม่ค่อยดี จิตใจอาจรักษาซอลาตที่ balance ไว้ไม่ได้) อัลลอฮฺก็ยังบอกให้ซอลาต แม้กระทั้งกำลังขี่ม้า
ซึ่งแสดงว่า การซอลาตไม่สามารถจะลงเอย สักการะด้วยท่าทางไปได้

wisdom:

--- อ้างจาก: Carrothz ที่ เม.ย. 22, 2012, 08:55 AM ---อยากเห็นเหรอได้เลย อายะห์ที่อัลลอฮฺบอกว่า นบีสอนสิ่งอื่น

"ดังที่เราได้ส่งร่อ ซูลผู้หนึ่ง  จากพวกเจ้าเองมาในหมู่พวกเจ้า ซึ่งเขาจะอ่านบรรดาโองการของเราให้พวกเจ้าฟัง และจะทำให้พวกเจ้าสะอาดบริสุทธิ์ และจะสอนคัมภีร์ และความรู้เกี่ยวกับข้อปฏิบัติให้แก่พวกเจ้า และจะสอนพวกเจ้าในสิ่งที่พวกเจ้าไม่เคยรู้มาก่อน" (กุรอาน 2:151)

"โดยที่พระองค์ได้ทรง ส่งร่อซูลคนหนึ่งจากพวกเขาเองมาในหมู่พวกเขาโดยที่เขาจะได้อ่านบรรดาโองการ ของพระองค์ให้พวกเขาฟัง และจะทำให้พวกเขาสะอาดและจะสอนคัมภีร์ และความรู้เกี่ยวกับข้อปฏิบัติในบัญญัติศาสนาแก่พวกเขาด้วย และแท้จริงเมื่อก่อนนั้นพวกเขาเคยอยู่ในความหลงผิดอันชัดแจ้ง" (กุรอาน 3:164)

คำว่า คัมภีร์ ในภาษาใช้คำว่า กิตาบ  แน่นอน มันก็คือ กุรอาน
ส่วนคำว่า ข้อปฏิบัติในบัญญัติศาสนา ในภาษาอาหรับของโองการนี้ ใช้คำว่า "ฮิกมะตา" หรือ ฮิกมะห์  ซึ่งหมายถึง วิทยปัญญา หรือ กฎ ระเบียบ
โองการนี้ จึงชัดเจนว่า  รอซู้ลนั้น ไม่ได้เป็นแค่ "คนส่งสาร" เท่านั้น  แต่เป็นแบบอย่าง และ แหล่งที่มาของความรู้ทางศาสนาด้วย   หรือ อีกโองการ

"โดยแน่นอน ในร่อซูลของอัลลอฮฺมีแบบฉบับอันดีงามสำหรับพวกเจ้าแล้ว.."(กุรอาน 33:21)
จึงเห็นได้ว่า   รอซู้ลนั้นไม่ใช่แค่คนบอกข่าว  แต่เป็น  ผู้นำสาส์น , เป็นผู้ตักเตือน , เป็นแหล่งความรู้  และ เป็น แบบฉบับ  ในการปฏิบัติตนของบรรดามุสลิมทั้งหลาย

--- End quote ---

อายะห์ที่คุณยกมา ก็ตอบได้ด้วยอายะห์ที่คุณยกมาครับ [2:151] ดูตอนต้นๆอาายะห์เลยครับว่า รอซูลสอนด้วยอะไร "ซึ่งเขาจะอ่านบรรดาโองการของเราให้พวกเจ้าฟัง" ทั้งหมดของอายะห์นี้ก็คือสอนกุรอ่านครับ ความรู้เกี่ยวกับข้อปฏิบัติ[/color ]ก็จากกุรอ่านครับ สิ่งที่พวกเจ้าไม่เคยรู้มาก่อน ก็จากกุรอ่านครับ ไม่สามารถเข้าใจว่าสอนหะดิษนบีไปได้เลยครับ  อ่านดีๆ ครับ
ส่วนอีกอายะห์ที่คุณยกมา [3:164] ซึ่งเขาจะอ่านบรรดาโองการของเราให้พวกเจ้าฟัง ก็คือรสูลอ่านองค์การของอัลลอฮฺครับ เข้าไจไม่ได้เลยว่าเป็นหะดิษนบีครับ

ดูอายะห์นี้ประกอบครับว่ารสูลมีหน้าที่ ชี้นำ/สอน ใครไหม?
[2:272]หาใช่เป็นหน้าที่ของเจ้าไม่ ในการชี้นำพวกเขา และหากทว่าอัลลอฮ์ (ต่างหาก) ที่ชี้นำแก่บุคคลที่พระองค์ทรงประสงค์ และความดีงาม...


ส่วนความคิดเห็นส่วนตัว ที่คุณบอกว่า รอซู้ลนั้น ไม่ได้เป็นแค่ "คนส่งสาร" เท่านั้น ลองดูครับ ว่าอัลลอฮฺบอกเรา(รสูลด้วย) ว่าอย่างไร
[3:20]แล้วหากพวกเขาโต้แย้งว่า ก็จงกล่าวเถิดว่าฉันได้มอบใบหน้า ของฉันแด่อัลลอฮ์ แล้ว และผู้ที่ปฏิบัติตามฉัน ด้วย และจงกล่าวเก่บรรดาผู้ที่ได้รับคัมภีร์ และบรรดาผู้ที่เขียนอ่านไม่เป็น ว่า พวกท่านมอบ แล้ว หรือ? ถ้าหากพวกเขาได้มอบ แล้วแน่นอนพวกเขาก็ได้รับ แล้ว ซึ่งแนวทางอันถูกต้อง และถ้าหากพวกเขาผินหลังให้ แท้จริงหน้าที่ของเจ้านั้นเพียงการประกาศให้ทราบเท่านั้น และอัลลอฮ์ นั้นเป็นผู้ทรงเห็นป่วงบ่าวทั้งหลาย
[5:92]และพวกเจ้าจงเชื่อฟังอัลลอฮ์ และจงเชื่อฟังร่อซู้ลเถิด และพึงระมัดระวังไว้ด้วย แต่ถ้าพวกเจ้าผินหลังได้ ก็พึงรู้เถิดว่าที่จริงหน้าที่ของร่อซู้ลของเรานั้น คือ การประกาศอันชัดเจนเท่านั้น
[5:99] หน้าที่ของร่อซู้ลนั้นมิใช่อะไรอื่น นอกจากการประกาศให้ทราบเท่านั้น และอัลลอฮ์ทรงรู้สิ่งที่พวกเจ้าเปิดเผย และสิ่งที่พวกเจ้าปกปิด
[16:35] และบรรดาผู้ตั้งภาคีดังกล่าวหากอัลลอฮ์ทรงประสงค์ พวกเราจะไม่เคารพบูชาผู้ใดอื่นจากพระองค์ ทั้งพวกเรา และบรรพบุรุษบองพวกเรา และพวกเราจะไม่ห้ามสิ่งใดอื่นจากที่พระองค์ ทรงห้ามไว้ในทำนองนั้นแหละบรรดาผู้มาก่อนหน้าพวกเขาได้กระทำ ดังนั้น บรรดาร่อซู้ลมิได้มีหน้าที่อื่นใด นอกจากการประกาศอันชัดแจ้งเท่านั้น
[16:82] ดังนั้นหากพวกเขาผินหลังกลับแท้จริงหน้าที่ของเจ้าคือการแจ้งข่าวอย่างชัดแจ้งเท่านั้น
[36:16-17]พวกเขา กล่าวว่า พระเจ้าของเราทรงรู้ดียิ่งว่า แท้จริงเราถูกส่งมายังพวกท่านอย่างแน่นอน และไม่มีหน้าที่อื่นใดแก่พวกเรานอกจากการประกาศเชิญชวนอันชัดแจ้งเท่านั้น


มันชัดมากพอแล้วครับ

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว

Go to full version