เอาเป็นว่า ผมยกคำกล่าวของเขามาเลยละกันนะครับ
หากทางเว็บมาสเตอร์ เห็นว่าไม่สมควรที่จำนำบทความของคนที่ อคติกับเว็บเรานี้ มาลง
ก็สามารถ ลบออกได้เลยนะครับอีกอย่างคือ ผมยังได้รับ ฟอเวิดเมลล์ของบทความนี้ จากเพื่อนผมด้วย
หากว่าพี่น้องในเว็บเห็นว่า มันผิดถูกอย่างไร ผมจะได้ไปบอกเพื่อนๆที่ฟอเวิดเมลล์นี้ให้ผม
ญาซากัลลอฮุค็อยร็อน ล่วงหน้านะครับ ความประเสริฐของสิบวันแรกในเดือนซุลฮิจญะฮฺท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า
افْعَلُوْا الخَيْرَ دَهْرَكُمْ ، وَ تَعَرَّضُوْا لِنَفَحَاتِ رَحْمَةِ اللهِ ، فَإِنَّ للهِ نَفَحَاتٌ مِنْ رَحْمَتِهِ ، يُصِيْبُ بِهَا مَنْ يَشَاءُ مِنْ عِبَادِهِ ، وَسَلُوْا اللهَ أَنْ يَسْتُرَ عَوْرَاتِكُمْ ، وَأَنْ يُؤَمِّنَ رَوْعَاتِكِمْ
الراوي: أنس بن مالك - خلاصة الدرجة: حسن -رواه البغوي في شرح السنة المحدث: الألباني - المصدر: السلسلة الصحيحة - الصفحة أو الرقم: 1890
ความหมาย พวกท่านทั้งหลายจงกระทำความดีตลอดชีวิต จงเสนอตัวแสวงหาพระเมตตาของอัลลอฮฺ แท้จริงอัลลอฮฺทรงให้บางช่วงมีความจำเริญด้วยพระเมตตาของพระองค์ อัลลอฮฺจะทรงประทานให้แก่บ่าวของพระองค์ที่พระองค์ทรงประสงค์ จงขอจากอัลลอฮฺให้อัลลอฮฺทรงปกปิดสิ่งที่ชั่วร้ายของพวกท่าน และให้พวกท่านได้รับความมั่นคง(สวัสดิภาพ)ในชีวิตของพวกท่าน
ความประเสริฐของสิบวันแรกซุลฮิจญะฮฺจากอัลกุรอาน
في القرآن الكريم :
وردت الإشارة إلى ضل هذه الأيام العشرة في بعض آيات القرآن الكريم ، ومنها قوله تعالى : وَأَذِّنْ فِي النَّاسِ بِالْحَجِّ يَأْتُوكَ رِجَالاً وَعَلَى كُلِّ ضَامِرٍ يَأْتِينَ مِنْ كُلِّ فَجٍّ عَمِيقٍ * لِيَشْهَدُوا مَنَافِعَ لَهُمْ وَيَذْكُرُوا اسْمَ اللَّهِ فِي أَيَّامٍ مَعْلُومَاتٍ ( سورة الحج : الآيتان 27 -28 ) . حيث أورد ابن كثير في تفسير هذه الآية قوله : " عن ابن عباس رضي الله عنهما : الأيام المعلومات أيام العشر " ابن كثير ، 1413هـ ، ج 3 ، ص 239 .
ในซูเราะฮฺอัลฮัจญฺ อายะฮฺ 27-28 อัลลอฮฺตรัสกับท่านนบีอิบรอฮีม อะลัยฮิสสลาม ว่า
และจงประกาศแก่มนุษย์ทั่วไปเพื่อการทำฮัจญฺ พวกเขาจะมาหาเจ้าโดยทางเท้าและโดยทางอูฐเพรียวทุกตัว จะมาจากทางไกลทุกทิศทาง * เพื่อพวกเขาจะได้มาร่วมเป็นพยานในผลประโยชน์ของพวกเขา(ด้านโลกและด้านศาสนา) และกล่าวพระนามอัลลอฮฺในวันที่รู้กันอยู่แล้ว ตามที่พระองค์ทรงประทานปัจจัยยังชีพแก่พวกเขาจากสัตว์สี่เท้า ดังนั้นพวกเจ้าจงกินเนื้อของมัน และจงให้อาหารแก่ผู้ยากจนขัดสน
อิบนุอับบาสกล่าวว่า ในวันที่รู้กัน คือ สิบวันแรกของซุลฮิจญะฮฺ
كما جاء قول الحق تبارك وتعالى : { وَالْفَجْرِ * وَلَيَالٍ عَشْرٍ } ( سورة الفجر : الآيتان 1 2 ) . وقد أورد الإمام الطبري في تفسيره لهذه الآية قوله : " وقوله : " وَلَيَالٍ عَشْرٍ " ، هي ليالي عشر ذي الحجة ، لإجماع الحُجة من أهل التأويل عليه " الطبري ، 1415هـ ، ج 7 ، ص 514 .أكد ذلك ابن كثير في تفسير 7; لهذه الآية بقوله : " والليالي العشر المراد بها عشر ذي الحجة كما قاله ابن عباسٍ وابن الزبير ومُجاهد وغير واحدٍ من السلف والخلف " ابن كثير ، 1414هـ ، ج 4 ، ص 535 .
وهنا يُمكن القول : إن فضل الأيام العشر من شهر ذي الحجة قد جاء صريحاً في القرآن الكريم الذي سماها بالأيام المعلومات لعظيم فضلها وشريف منزلتها.
อัลลอฮฺได้สาบานด้วยสิบวันแรกแห่งซุลฮิจญะฮฺ ในซูเราะฮฺอัลฟัจรฺ โดยพระองค์ได้ตรัสไว้ว่าขอสาบานด้วยยามรุ่งอรุณ และด้วยค่ำคืนทั้งสิบ
ท่านอิมามฏ๊อบรียฺได้กล่าวว่า เป็นความเห็นเอกฉันท์ระหว่างผู้อธิบายความหมายอัลกุรอานว่า ค่ำคืนทั้งสิบ คือสิบคืนของซุลฮิจญะฮฺ
อิบนุกะษีรได้รายงานจากท่านอิบนุอับบาส อิบนุสุบัยรฺ มุญาฮิด และบรรดาสะลัฟอื่นๆ ว่า ค่ำคืนทั้งสิบ คือสิบคืนของซุลฮิจญะฮฺ
ความประเสริฐของสิบวันแรกซุลฮิจญะฮฺจากซุนนะฮฺของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม
ثانياً في السنة النبوية :
ورد ذكر الأيام العشر من ذي الحجة في بعض أحاديث الرسول صلى الله عليه وسلم التي منها :
الحديث الأول : عن ابن عباس رضي الله عنهما أنه قال : يقول رسول الله صلى الله عليه وسلم : " ما من أيامٍ العمل الصالح فيها أحبُّ إلى الله من هذه الأيامِ ( يعني أيامَ العشر ) . قالوا : يا رسول الله ، ولا الجهادُ في سبيل الله ؟ قال : ولا الجهادُ في سبيل الله إلا رجلٌ خرج بنفسه وماله فلم يرجعْ من ذلك بشيء " ( أبو داود ، الحديث رقم 2438 ، ص 370 .
จากการบันทึกของอิมามบุคอรียฺและอบูดาวู้ด รายงานโดยท่านอิบนุอับบาสจากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า ไม่มีวันใดๆ การกระทำอันดีงามที่อัลลอฮฺทรงโปรดจะถูกกระทำในวันนั้นดีกว่าการกระทำสิ่งดีๆในบรรดาวันนี้(คือสิบวันแรกของซุลฮิจญะฮฺ) เศาะฮาบะฮฺได้กล่าวว่า แม้กระทั่ง(ดีกว่า)การทำญิฮาดในหนทางของอัลลอฮฺกระนั้นหรือ ท่านนบีตอบว่า แม้ กระทั่งการทำญิฮาด(หมายถึงจะไม่ดีกว่าการทำความดีในสิบวันแรกของซุลฮิจญะฮฺ) เว้นแต่ชายคนหนึ่งออก(จากบ้าน)ด้วยชีวิตและทรัพย์สิน(เพื่อทำญิฮาดในหนทาง ของอัลลอฮฺ) และไม่มีสิ่งใดจากนั้น(ชีวิตและทรัพย์สิน)ได้กลับมาเลย (คือ เสียทรัพย์สมบัติและชีวิตของเขาไปในการญิฮาดเพื่ออัลลอฮฺตะอาลา แต่การญิฮาดอื่นๆจากนี้ก็ไม่ประเสริฐกว่าการปฏิบัติอิบาดะฮฺในสิบวันแรกของ ซุลฮิจญะฮฺ)
อีกสำนวนหนึ่งท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า
عن ابن عباس رضي الله عنهما عن النبي صلى الله عليه وسلم أنه قال : " ما من عملٍ أزكى عند الله ولا أعظم أجراً من خيرٍ يعمله في عشر الأضحى . قيل : ولا الجهادُ في سبيل الله ؟ . قال : " ولا الجهادُ في سبيل الله إلا رجلٌ خرج بنفسه وماله فلم يرجعْ من ذلك بشيء . قال وكان سعيد بن جُبيرٍ إذا دخل أيام العشر اجتهد اجتهاداً شديداً حتى ما يكاد يُقدرُ عليه " ( رواه الدارمي ، ج 2 ، الحديث رقم 1774 ، ص 41
"ไม่มีอะมั้ลใดๆที่มีความประเสริฐ(มีความสง่างาม มีผลบุญยิ่งใหญ่มหาศาล) ดีกว่าการทำความดีในสิบวันของ(อีด)อัฎฮา
أن الأعمال الصالحة في هذه الأيام أحب إلى الله تعالى منها في غيرها؛ فعن عبد الله بن عمر رضي الله عنه أنه قال : قال رسول الله صلى الله عليه وسلم : " ما من أيام أعظم عند الله ، ولا أحب إليه العمل فيهن من هذه الأيام العشر أكثروا فيهن من التكبير والتهليل والتحميد " رواه أحمد ، مج 2 ، ص 131 ، الحديث رقم 6154
ท่านอับดุลลอฮฺ อิบนิอุมัร รายงานจากท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า
ไม่มีวันใดๆที่ทรงเกียรติ ณ ที่อัลลอฮฺ และการทำความดีเป็นที่โปรดปราน ณ อัลลอฮฺในวันนั้นๆ ดีกว่าสิบวันแรก(ของซุลฮิจญะฮฺ) ดังนั้นพวกท่านจงขะมักเขม้นในการตักบีร ตะหฺลี้ล และตะหฺมี้ด (หมายถึงกล่าวถึงความเกรียงไกรและสรรเสริญสดุดีต่อพระองค์ด้วยคำว่า อัลลอฮุอักบัร ลาอิลาหะอิ้ลลัลลอฮฺ และ อัลฮัมดุลิลลาฮฺ) บันทึกโดยอิมามอะหมัด
หะดีษนี้บ่งบอกถึงความประเสริฐของการปฏิบัติอิบาดะฮฺในสิบวันแรกของซุลฮิจญะฮฺ ซึ่งบรรดาอุละมาอฺได้ระบุไว้ว่า สิบวันแรกของซุลฮิจญะฮฺนั้นเป็นสิบวันอันประเสริฐที่สุดในระยะหนึ่งปี และมีอีกสิบคืนอันประเสริฐที่สุดคือสิบคืนสุดท้ายของเดือนรอมฎอน ปรากฏว่าจะมีสิบคืนและมีสิบวัน ส่วนความประเสริฐของกลางวันคือสิบวันของต้นเดือนซุลฮิจญะฮฺ และสิบคืนที่ประเสริฐคือสิบคืนสุดท้ายของเดือนรอมฎอน และเราจะสังเกตว่าเมื่อสิ้นสิบคืนสุดท้ายของเดือนรอมฎอนเราจะเฉลิมฉลองอีดุ้ลฟิฏริ เป็นการแสดงความยิ่งใหญ่ การขอบคุณต่ออัลลอฮฺตะอาลาที่พระองค์ประทานความเตาฟีกให้แก่บ่าวของพระองค์เพื่อให้ขยันทำอิบาดะฮฺตลอดเดือนรอมฎอน เฉพาะอย่างยิ่งสิบคืนสุดท้ายอันประเสริฐ เพราะเป็นช่วงเวลาแห่งคืนลัยละตุ้ลก๊อดรฺที่ท่านนบีให้เราค้นหา
สิบคืนสุดท้ายของรอมฎอนประเสริฐกว่า หรือสิบวันแรกของซุลฮิจญะฮฺประเสริฐกว่า ?
ทัศนะ 1 สิบคืนสุดท้ายของเดือนรอมฎอนประเสริฐกว่า เพราะมีลัยละตุ้ลก็อดรฺ
ทัศนะ 2 สิบวันแรกของซุลฮิจญะฮฺประเสริฐกว่า เพราะท่านนบียืนยันไว้ในหะดีษข้างต้นที่ว่า ไม่มีวันใดๆ การกระทำอันดีงามที่อัลลอฮฺทรงโปรดจะถูกกระทำในวันนั้นดีกว่าการกระทำสิ่ง ดีๆในบรรดาวันนี้(คือสิบวันแรกของซุลฮิจญะฮฺ)
ทัศนะที่ 3 ซึ่งเป็นทัศนะของอิมามอิบนุตัยมียะฮฺคือ สิบคืนสุดท้ายของเดือนรอมฎอนประเสริฐกว่าสิบคืนแรกของซุลฮิจญะฮฺ และ(ช่วงกลางวันของ)สิบวันแรกของซุลฮิจญะฮฺประเสริฐกว่า(ช่วงกลางวัน)ของสิบ วันสุดท้ายในเดือนรอมฎอน - เพราะในหะดีษที่กล่าวถึงความประเสริฐของสิบวันแรกซุลฮิจญะฮฺ ท่านนบีใช้คำว่า "อัยยาม أيام" ซึ่งในสำนวนภาษาอาหรับหมายถึงช่วงกลางวัน ส่วนความประเสริฐของลัยละตุ้ลก็อดรฺก็อยู่ในช่วงกลางคืน เพราะลัยละตุ้ลก็อดรฺไม่มีในตอนกลางวัน
และเมื่อสิ้นสิบวันแรกของซุลฮิจญะฮฺเราก็จะมีการฉลองอีดุ้ลอัฎฮา ซึ่งเราจะเฉลิมฉลองเพื่อแสดงความขอบคุณต่ออัลลอฮฺตะอาลาด้วยคำว่า "อัลลอฮุอักบะรุ้ลลอฮุอักบัร ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮุ วัลลอฮุอักบัร อัลลอฮุอักบัร วะลิลลาฮิลฮัมดฺ" ที่เราเรียกกันว่า ตักบีร ซึ่งหมายถึง การแสดงความเกรียงไกรต่อพระองค์อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ซึ่งเป็นผู้ช่วยเหลือให้บรรดาผู้ศรัทธานั้นเคารพภักดีต่อพระองค์ แสดงการยืนยันว่าไม่มีสิ่งหนึ่งใดในชีวิตของผู้ศรัทธาที่ยิ่งใหญ่กว่าอัล ลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา และความหมายเหล่านี้เป็นความหมายที่เราต้องระลึกตลอดกาล เพราะเป็นสิ่งที่จะกระตุ้นอีมานของเราไม่ให้หลงกับดุนยา
ความประเสริฐของวันอะรอฟะฮฺ
فعن أم المؤمنين عائشة رضي الله عنها-أنها قالت : عن رسول الله صلى الله عليه وسلم ق ;ال : " ما من يومٍ أكثر من أن يُعتق الله عز وجل فيع عبداً من النار ، من يوم عرفة ، وإنه ليدنو ثم يُباهي بهم الملائكة ، فيقول : ما أراد هؤلاء ؟ " رواه مسلم ، الحديث رقم 3288 ، ص 568.
ท่านหญิงอาอิชะฮฺรายงานจากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า
ไม่มีวันใดที่อัลลอฮฺทรงปลดปล่อยบรรดาบ่าวของพระองค์จากนรกมากกว่าวันอะรอฟะฮฺ และแท้จริงพระองค์จะทรงอยู่ใกล้ชิดและทรงภูมิใจ(ด้วยการขยันทำความดีของบ่าว ของพระองค์)ต่อมลาอิกะฮฺ โดยพระองค์จะตรัส(ด้วยความภูมิใจ)ว่า คนเหล่านี้ประสงค์อะไรกัน(หมายถึงกล่าวถึงความปรารถนาอันทรงเกียรติของบ่าว ของอัลลอฮฺที่แสวงบุญในวันอะรอฟะฮฺ) บันทึกโดยอิมามมุสลิม
عن النبي صلى الله عليه وسلم أنه قال :" صيام يوم عرفه أحتسب على الله أنه يكفر السنة التي قبله والسنة التي بعده " [ رواه مسلم ] .
ในหะดีษบันทึกโดยอิมามมุสลิม ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า "การถือศีลอดวันอะเราะฟะฮฺ หวังว่าอัลลอฮฺจะลบล้างความผิดปีก่อนหน้าและปีหลังจากนั้น"
จากแบบอย่างของบรรดาสะลัฟ
ท่านสะอี๊ด อิบนุญุบัยรฺ เมื่อถึงสิบวันแรกของซุลฮิจญะฮฺท่านจะขยันทำอิบาดะฮฺอย่างมากมาย โดยไม่มีใครสามารถแข่งขันความดีกับเขาได้ (บันทึกโดยอิมามดาริมียฺ)
การทำความดีในสิบวันแรกของซุลฮิจญะฮฺ
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ถือว่าสิบวันแรกของเดือนซุลฮิจญะฮฺเป็นฤดูแห่งการปฏิบัติอิบาดะฮฺที่ดีงามต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา คำว่า อิบาดะฮฺ เป็นคำนามที่รวบรวมทุกกิจกรรมที่เป็นการเคารพภักดีต่ออัลลอฮฺ อย่าคิดว่าคำว่า "อิบาดะฮฺ" นั้นเกี่ยวกับการปฏิบัติศาสนกิจเท่านั้น ทฤษฎีของอัลอิสลามในการทำอิบาดะฮฺไม่เหมือนศาสนาอื่น ซึ่งศาสนาอื่นนั้นการปฏิบัติศาสนกิจนั้นเป็นพิธีต้องมีสถานที่มีอาคารที่ทำพิธี แต่อิสลามไม่ใช่อย่างนั้น
คำว่า "อิบาดะฮฺ" ในศาสนาอิสลามนั้นชัยคุลอิสลามอิบนุตัยมียะฮฺอธิบายไว้ว่า เป็นคำที่มีความหมายรวมถึงการกระทำและคำกล่าวคำพูดที่เป็นที่รักที่โปรดของอัลลอฮฺ ถึงแม้ว่าการกระทำหรือคำพูดนั้นเราจะปฏิบัติโดยทางลับหรือเปิดเผยก็ตาม แสดงว่าคำว่าอิบาดะฮฺนั้นมันจะครอบคลุมกิจกรรมในชีวิตของเรา เช่น การละหมาด การแต่งงาน การเลี้ยงลูกหลาน การศึกษา การรักษาความสะอาดในอิสลามก็ถือว่าเป็นอิบาดะฮฺ(คือเป็นส่วนหนึ่งของอีมาน) อิบาดะฮฺนั้นมิใช่จะเกี่ยวกับเรื่องละหมาด ถือศีลอด อ่านอัลกุรอาน เท่านั้น ความเข้าใจแบบนี้เราต้องละทิ้งและต่อต้านด้วย เพราะเป็นความเข้าใจที่จะทำให้มุสลิมีนเชื่อว่าการปฏิบัติอิบาดะฮฺอยู่ในมัสยิดเท่านั้น ส่วนชีวิตของเขานอกมัสยิดนั้นเป็นของเขาเองไม่เกี่ยวกับศาสนา นั่นเป็นความเข้าใจของมนุษย์บางคนที่เข้าใจว่านั่นคืออิสลาม ฉะนั้นเราจะศึกษาเกี่ยวกับเรื่องอิบาดะฮฺเพื่อปฏิบัติในทุกฤดูที่มีความประเสริฐ เราต้องเข้าใจว่าทุกสิ่งที่เป็นคุณธรรมความดี เป็นประโยชน์ต่อชาวโลกต่อสังคมต่อมนุษย์ทุกคน นั่นถือว่าเป็นอะมั้ลเป็นการเคารพภักดีต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา กิจกรรมที่แนะนำให้ปฏิบัติในช่วงสิบวันแรกของซุลฮิจญะฮฺคือ
การสรรเสริญสดุดีต่ออัลลอฮฺ : บรรดาสะละฟุศศอลิหฺจะขยันในการรำลึกถึงอัลลอฮฺด้วยเสียงเบาและเสียงดัง
การละหมาดซุนนะฮฺให้มากๆ
การเชือดกุรบาน(อุฎฮิยะฮฺ)
การบริจาคทานให้มากมาย
การถือศีลอด : ในการบันทึกของท่านอิมามดาวู้ดจากภรรยานบีบางท่าน กล่าวว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม มักจะถือศีลอด 9 วันของซุลฮิจญะฮฺ และวันอาชูรออฺ และสามวันจากทุกเดือน
การละหมาดกลางคืน (กิยามุลลัยลฺ)
การกลับเนื้อกลับตัวและสำรวมตนให้อยู่ในกรอบหลักการของอัลอิสลามอย่างสม่ำเสมอ
อ้างอิง
http://www.islaminthailand.org/dp6/?q=node/83