เสวนาเชิงวิชาการ > สนทนาศาสนธรรม

ดะวะฮฺตับลีฆ(น้องชาย)

<< < (3/28) > >>

al-azhary:

--- อ้างจาก: del_dangerous ที่ ส.ค. 17, 2007, 09:15 PM ---อัลลอฮฺก็ทรงสั่งให้เราดูแลคนในครอบครัว(ถ้าผิดช่วยแก้ไขด้วยนะครับ)
อัสตัฆฟิรุลลอฮฺ

แล้วเอาแต่ออกดะวะฮฺ

จะว่ายังไงดี

--- End quote ---

การออกดะวะฮ์ตับลีฆนั้น ไม่ใช่เป็นฟัรดูอีนที่ทุก ๆ คนต้องออก  แต่ผู้ที่มีความสามารถนั้น ก็ถือว่าออกตับลีฆได้  แต่ต้องไม่ไปค้านกับหลักการของชะรีอัต   ดังนั้น  หากออกดะวะฮ์ 3 วัน  โดยหัวหน้าครอบครัวได้ตระเตรียมค่าใช้จ่ายที่จำเป็นสำหรับครอบครัวไว้เรียบร้อยแล้ว  ก็สามารถออกดะวะฮ์ได้   ผมคิดว่าจะแปลกอะไรกับการที่หัวหน้าครอบครัวออกไปทำงานนอกบ้าน  ซึ่งหนึ่งสัปดาห์กลับบ้านครั้งหนึ่ง   บางคนออกทะเลเป็นเดือนแล้วกลับบ้านครั้งหนึ่ง  บางคนออกทะเลด้วยเรือใหญ่สัปดาห์หนึ่ง  แล้วกลับบ้าน   ฉะนั้น  ผมอยากถามว่า  พวกเขาออกจากบ้านไปทำงานเพื่อเลี้ยงครอบครัว  กับออกดะวะฮ์โดยมีปัจจัยยังชีพที่จำเป็นไว้ให้แล้ว  มันแตกต่างกันอย่างไร? และผิดหลักชาริอัตตรงใหนครับ?

บางคนมาเรียนไคโรปล่อยให้ภรรยาอยู่เมืองไทย   ครึ่งปีกลับหนึ่งครั้ง   แล้วบุคคลประเภทนี้บาปไหมครับ?  หรือว่าต้องมีเงื่อนไขอื่น ๆ มาประกอบ

al-azhary:

--- อ้างจาก: del_dangerous ที่ ส.ค. 17, 2007, 09:15 PM ---แต่ผมอคติกับบางอย่างเท่านั้นที่ผมไม่เห็นด้วย

1. กลับบ้านมาได้ลูก ลูกโตมาพ่อแม่ส่งเรียน เงินก็ไม่มี แม่ไม่สบายด้วย
นี้เป็นการทดสอบเฉพาะ แม่หรือครับ

ผมว่าการทดสอบนั้นก็น่าจะเป็นพ่อด้วย ไม่เลี้ยงลูก ออกอย่างเดียว
แล้วถ้าแม่เกิดเป็นมุอัลลัฟ หรือถ้าเป็นมุสลิมก็ไม่ค่อยรู้ศาสนา แล้วลูกจะเป็นยังไง
ลูกคนนั้น ก็หนึ่งในประชาชาติมุสลิมนะครับ

--- End quote ---

ผมขอเรียนก่อนว่า  หากผมจะพูดเรื่องการดะวะฮ์ตับลีฆนั้น  ผมจะพูดในเชิงของหลักชะรีอะฮ์   เพราะบางคนบอกว่าทำอย่างนี้ไม่ได้   ทำอย่างนั้นผิด  ดังนั้นเรื่องถูกผิด  ต้องเอาหลักชะรีอะฮ์เข้ามาพูดกัน

เช่นบางท่านบอกว่า ออกไปที่มัสยิดอื่น ๆ ได้หรือ?  เราก็ต้องตอบตามหลักชะรีอะฮ์ว่าได้หรือไม่?  หากนักปราชญ์ได้วินิจฉัยจากตัวบทหะดิษแล้วว่า  อนุญาตได้  ก็ถือว่าอนุญาตได้  เราจะไปบอกหะรอมแบบเด็ดขาดตามที่ตนเองจะเอานั้นไม่ได้ 

สำหรับกรณีสมมุติ  ที่ว่า หากมารดาไม่สบาย  เราจะออกดะวะฮ์ได้หรือไม่?  ผมขอตอบว่า  ออกไม่ได้  เพราะเราต้องดูแลผู้เป็นมารดา  และการดูแลบิดามารดานั้นเป็นสิ่งที่วายิบ  และเมื่อหายดีแล้ว  ก็อนุญาตให้ออกตับลีฆได้   มีหะดิษซอฮิห์ได้รายงานว่า  มีชายคนหนึ่งต้องการที่จะทำสงคราม  แต่ท่านนบีถามเขาว่า บิดามารดาของท่านมีใครดูแลหรือไม่?  ชายคนนั้นตอบว่าไม่มี  ท่านนบีจึงกล่าวว่า  ท่านจงดูแลบิดามารดาของท่านเถิด  เพราะนั่นคือการญิฮาดแล้ว (ถ่ายทอดโดยความหมาย)

ส่วนกรณีส่งลูกเรียนนั้น  หากลูกได้รับความรู้พอที่จะปฏิบัติศาสนาได้แล้วหรือลูกบรรลุศาสนภาวะแล้วพร้อมทั้งมีความรู้พ้นระดับฟัรดูอีนแล้ว  ก็ไม่วายิบจำเป็นต่อบิดามารดาทำการส่งเสียลูกเรียนตามหลักชะรีอัตนะครับ

ดังนั้น  หากลูกเรียนชั้น 10 แล้ว แต่พ่อไม่ยอมส่งเสียให้ลูกเรียน  ก็ไม่บาปน่ะครับ เพราะไม่ใช่เป็นวายิบ  จะมาบ่นว่าออกดะวะฮ์ไม่ยอมส่งลูกเรียนซึ่งเป็นสิ่งไม่ถูกต้องนั้นย่อมไม่ได้นะครับ

al-azhary:

--- อ้างจาก: del_dangerous ที่ ส.ค. 17, 2007, 09:15 PM ---อัลลอฮฺก็ทรงสั่งให้เราดูแลคนในครอบครัว(ถ้าผิดช่วยแก้ไขด้วยนะครับ)
อัสตัฆฟิรุลลอฮฺ

แล้วเอาแต่ออกดะวะฮฺ

จะว่ายังไงดี

--- End quote ---

ผมคิดว่าปัญหาดะวะฮ์ที่เจ้าของกระทู้ยกตัวอย่างมานั้น  เป็นตัวอย่างของชนกลุ่มน้อยมากๆ  ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องของส่วนบุคคลไม่ใช่ต้องมีผลกระทบต่อองค์กรโดยรวม  ซึ่งเราจำเป็นต้องชี้แจงให้บุคคลส่วนน้อยนั้นปฏิบัติให้ถูกต้องตามหลักชะรีอะฮ์   ไม่ใช่ไปบอกว่าองค์กรดะวะฮ์ผิดอย่างนั้นอย่างนี้แบบโดยรวมซึ่งถือว่าเป็นการอธรรมไป

ตอนอยู่เมืองไทย  มีพี่น้องคนหนึ่งซึ่งทำงานตับลีฆ  เขาสนทนากับผมว่า  เขาออกตับลีฆทุกเดือน 3 วัน โดยแต่ละครั้งนั้น  เขาก็ตัดยางเก็บเงินเป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัวล่วงหน้าสำหรับ 3 วันเรียบร้อย   เขาถามผมว่า  การที่เขาออกตับลีฆ 3 วันนี้ได้ไหม? ผมถามเขากลับไปว่า "ระหว่างเลี้ยงดูครองครัวกับการออกตับลีฆ 3 วันนั้นอันใดสำคัญกว่า"  พี่น้องคนนั้นก็คิดอยู่นาน(คงจะลังเล) ผมก็ยืนรอคำตอบอยู่  สุดท้ายเขาตอบว่า "เลี้ยงดูครอบครัวสำคัญกว่า"  ผมก็ให้คำตอบเขาไปว่า "งั้นบังก็ออกตับลีฆ 3 วันเถิดครับ"   ที่ผมตอบอย่างนั้น  เพราะว่าเขารู้ถึงหลักการว่าอันใดสำคัญกว่าและอันใดสำคัญน้อยกว่า  ดังนั้น เมื่อเขานำหลักการดังกล่าว(คือรู้ว่าจักการลำดับความสำคัญ)ไปปฏิบัติย่อมไม่ขัดกับหลักศาสนาแน่นอน   (คือผมพูดตามหลักชะรีอัตนะครับ)   

pareet:
อัสลามูอาลัยกุม

 ดะวะฮฺตับลีฆ(น้องชาย) จากที่ อ. อัลอัชอารีย์ หรือหลาย ๆ คนบอกมานะครับ
ตามหลักการนะถูกต้องครับ
แต่ผมก็เจอหลายคนอย่างที่  del_dangerous อ้างถึงครับ ผมสัมผัสมาหลายหมู่บ้าน แม้กระทั่งในครอบครัวผมเอง
 ในเรื่องนี้ ปัญหามันเป็นอย่างนั้น จริง และไม่น้อยด้วย ผู้ชายออกจากบ้านไปรวมกลุ่ม หลายคนไม่ได้เตรียมความพร้อมไว้ให้กับทางบ้าน เตรียมให้แต่กับตัวเอง
หลายคนไม่ทำตามหลักการที่ศาสนาวางไว้ ถึงเวลาก็ไป พอมีปัญหาก็บอกว่าทดสอบ ทำไมไม่แก้ละครับ ปัญหาทุกคนก็รู้
ยกตัวอย่างส่วนน้อยที่หลาย คนว่านะครับ เหมือนส่วนน้อยตรงนี้จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
อ. ไป 3 วัน ทำงาน ไม่พอค่าใช้จ่าย สำหรับตัวเองและครับครัว ขนาดไม่พอถึงเวลาก็ต้องไปครับ เอาค่าใช้จ่ายไปด้วย
ทั้งที่บ้านไม่พอ หลาย ๆ คน ก็เป็นอย่างนี้เหละครับ รวมทั้งครอบครัวพี่ผม สามีไป ภรรยาทำงาน ก็ไม่เป็นไรหรอกครับ
ก็เป็นเรื่องปกติอยู่แล้วต้องช่วยกัน ( เป็นเรื่องที่ต้องทดสอนภรรยา และลูกให้รู้จักความลำบาก) แต่ในเมื่อภรรยาไม่สามารถหาปัจจัยไม่เพียงพอ ก็ต้องยืม หรือ ขอครับ ทุกคนไม่ได้คิดเหมือนกันนะครับในส่วนของความช่วยเหลือพี่น้องมุสลิม สามีมีไม่รับผิดชอบ เอาตัวรอดแต่ตัวเอง ตัวเองออกไปได้ทำอิบาดะห์เต็มที่ แล้วลูกภรรยาละครับ ทั้งทำงานทั้งทำอิบาดะห์ นี่หรือครับความยุติธรรม ( ตัวอย่างครอบครัวพี่ผมนะครับ ส่วนน้อยนะครับส่วนมากจะบอกกันอย่างนี้ ยกแต่ข้อดีแต่ไม่พยายามแก้ข้อเสีย พอใครบอกก็ว่าส่วนน้อย เป็นเฉพาะบุคคล แล้วเคยยอมรับไหมครับว่า สาเหตุส่วนหนึ่งนะมาจากอะไร) 1.หลายคนไม่เตรียมพร้อมให้กับทางบ้านก่อนไป
2. ไม่ได้เตรียมค่าใช้จ่ายในอนาคตไว้เลย แล้วจะมีปัจจัยที่เป็นของตนเองส่งลูกเรียนศาสนาอย่างไรละครับ หรือจะรอทุนอย่างเดียว ผมเห็นนะจบ ป.6 ก็ต้องทำงานเพราะพ่อไม่มีเงินส่งเรียน พ่อออกไปดะวะห์ เดี๋ยวกลับมาสอนลูกเองนั้นหรือ แค่นี้เพียงพอหรือครับ
ช่วยกันแก้สิครับอย่าบอกว่าเป็นส่วนน้อย ส่วนน้อยเฉพาะหมู่บ้านผมก็ 4-5 ครอบครัวแล้วครับ แล้วหมู้บ้านอื่นละครับ
ส่วนน้อยนะมีเท่าไหร่ ถ้าจะถามว่าช่วยแก้หรือเปล่า ช่วยครับ ทุกวันนี้ผมช่วยอยู่
--- อ้างจาก: al-azhary ที่ ส.ค. 17, 2007, 09:34 PM ---
--- อ้างจาก: del_dangerous ที่ ส.ค. 17, 2007, 09:15 PM ---อัลลอฮฺก็ทรงสั่งให้เราดูแลคนในครอบครัว(ถ้าผิดช่วยแก้ไขด้วยนะครับ)
อัสตัฆฟิรุลลอฮฺ

แล้วเอาแต่ออกดะวะฮฺ

จะว่ายังไงดี

--- End quote ---

การออกดะวะฮ์ตับลีฆนั้น ไม่ใช่เป็นฟัรดูอีนที่ทุก ๆ คนต้องออก  แต่ผู้ที่มีความสามารถนั้น ก็ถือว่าออกตับลีฆได้  แต่ต้องไม่ไปค้านกับหลักการของชะรีอัต   ดังนั้น  หากออกดะวะฮ์ 3 วัน  โดยหัวหน้าครอบครัวได้ตระเตรียมค่าใช้จ่ายที่จำเป็นสำหรับครอบครัวไว้เรียบร้อยแล้ว  ก็สามารถออกดะวะฮ์ได้   ผมคิดว่าจะแปลกอะไรกับการที่หัวหน้าครอบครัวออกไปทำงานนอกบ้าน  ซึ่งหนึ่งสัปดาห์กลับบ้านครั้งหนึ่ง   บางคนออกทะเลเป็นเดือนแล้วกลับบ้านครั้งหนึ่ง  บางคนออกทะเลด้วยเรือใหญ่สัปดาห์หนึ่ง  แล้วกลับบ้าน   ฉะนั้น  ผมอยากถามว่า  พวกเขาออกจากบ้านไปทำงานเพื่อเลี้ยงครอบครัว  กับออกดะวะฮ์โดยมีปัจจัยยังชีพที่จำเป็นไว้ให้แล้ว  มันแตกต่างกันอย่างไร? และผิดหลักชาริอัตตรงใหนครับ?

บางคนมาเรียนไคโรปล่อยให้ภรรยาอยู่เมืองไทย   ครึ่งปีกลับหนึ่งครั้ง   แล้วบุคคลประเภทนี้บาปไหมครับ?  หรือว่าต้องมีเงื่อนไขอื่น ๆ มาประกอบ

--- End quote ---
ไปทำงานมีค่าใช้จ่ายกลับมาให้ครอบครัว แต่นี่เอาค่าใช้จ่ายของครอบครัวไป ตัวเองครบ 3 มื้อ อิบาดะห์เต็มที่แล้วที่บ้านละครับ
1. คนมีอันจะกินออกดะวะห์ ไม่ค่อยจะมีปัญหาหรอกครับ
2. คนที่มีการศึกษาทางด้านศาสนาอย่างเพียงพอ ไม่ค่อยมีปัญหาหรอกครับ อย่างนักเรียนไคโร
ส่วนน้อยที่มีปัญหาก็นอกจาก 2 กลุ่มนี้เหละครับ
แต่แปลก เห็นว่าเขามีปัญหาก็ยังชวนอยู่นั่นเหละ หากอยากชวนเขาทำไมไม่ช่วยเขาให้พร้อมก่อน ละครับ
หากมันไม่ได้เป็นฟัรดูอีน อย่าพยามยามสิครับ ช่วยสอนบอกกลุ่มที่มีปัญหาให้พร้อมก่อนแล้วค่อยออก
ไปสอนเขาที่บ้านก็ได้ ชวนเขาไปร่วมกันที่สุเหร่าตัวเองก่อนดีกว่า
หรือว่ามันจำเป็น ผมเห็นถึงเวลาก็ไป ไม่รู้ว่า วายิบ หรือ อะไรกันแน่
เห็นเวลามาเดินตามหมู่บ้านก็ชวนออกอย่างเดียว

วัสลาม

admin:
นี้แหละครับที่บอกว่าให้ออก เขาออกไปทำไมยังไม่รู้เลย รู้จัก มากอมี่  รู้จัก 2 ชม. ครึ่งไหมครับ  :-[

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว

Go to full version