เสวนาเชิงวิชาการ > สนทนาศาสนธรรม

ดะวะฮฺตับลีฆ(น้องชาย)

<< < (7/28) > >>

del_dangerous:
ขอขอบคุณทุกๆท่านครับ
ผมพยายามอยู่ ทุกครั้งที่เจอกันผมก็จะบอกน้องเสมอ
จะพูดเรื่องนี้เสมอ

และขอขอบคุณทุกๆ ท่านอีกครั้งหนึ่งครับ

การนำเสนอนี้ไม่ได้มาบอกการเป็นดะวะฮฺมือโปร

แต่หนึ่งในวิชาที่ผมเรียน
ก็คือ วิชาการดะวะฮฺ

"แม้จะรู้เพียงอายะฮฺเดียวก็ต้องเผยแพร่"

ผมได้ความรู้จากเว็บไซต์นี้ ผมก็นำไปดะวะฮฺ
อย่างเช่น เรื่อง กูนูต
ผมก็ได้นำเสนอทัศนะต่างๆ ที่บังอัซฮารี ได้เขียนเอาไว้

ผมมองว่า การดำเนินชีวิตเราก็คือการดะวะฮฺ

ผมเคยฟังเรื่องหนึ่งนะครับ เดียวจะเล่าให้ฟัง

al-azhary:

--- อ้างจาก: del_dangerous ที่ ส.ค. 22, 2007, 06:31 PM ---ผมมองว่า การดำเนินชีวิตเราก็คือการดะวะฮฺ

ผมเคยฟังเรื่องหนึ่งนะครับ เดียวจะเล่าให้ฟัง

--- End quote ---

ดะวะฮ์มีหลายรูปแบบ  ซึ่งแตกต่างกันไปตามระบบระเบียบที่เราถนัดจะกระทำ   ดังนั้น  หากน้อง  del_dangerous มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับดะวะฮ์  ก็นำเสนอมาได้เลย   หากนำเสนอโดยตั้งอยู่บนเจตนาที่ดี   เราจะช่วยกันเสวนาออกความเห็นและช่วยกันปรึกษาเสนอแนะกันนะครับ

del_dangerous:
มีเจ็กคนหนึ่ง เป็นเจ้าของบ้านเช่า
แล้วมีมุสลิม คนหนึ่ง มาเช่าบ้านเค้าอยู่
มุสลิม คนนั้น ค้างค่าเช่าหลายเดือน
ในที่สุด เขาก็ชักดาบ หนี้ ไม่จ่ายค่าเช่าบ้าน
หลังจากตอนนั้น เจ็กคนนี้ ก็ไม่ชอบมุสลิมอีกเลย

แต่อยู่มาวันหนึ่ง มีมุสลิมได้มาขอเช่าบ้าน
เจ็กคนนั้นไม่อยากให้เช่า
แต่เด็กมุสลิมคนนั้นก็อ้อนวอน
จนเจ็กคนนั้น ก็ได้ยอมให้เช่าบ้านอยู่
แต่จะคอยเฝ้าระวังมุสลิมคนนั้นไว้เสมอ

แต่เด็กมุสลิมคนนั้น จ่ายค่าเช่าบ้านตรงเวลาทุกเดือน
มีอาหารก็มาแบ่งปัน คอยช่วยเหลือเจ้าของบ้านคนนั้น
ทำอย่างนี้เป็นประจำ

จนถึงเวลาอันสมควร
ที่เด็กมุสลิมคนนั้นจะต้องกลับบ้านของตนเอง
ไม่เช่าบ้านอีกต่อไป
เจ็กคนนั้นรู้สึกเสียใจ ที่มีคนเช่าบ้านดีๆ
และทำให้เจ็กคนนั้นมองมุสลิมในทัศนะที่ดี

ถ้าผมจะไม่ผิดนะครับ เจ็กคนนั้นก็ได้เข้ารับอิสลาม
การที่เขาเข้ารับอิสลาม ส่วนหนึ่งผมว่าก็มาจากเด็กมุสลิมคนนั้น
ที่ทำสิ่งดีๆ เอาไว้ แม้จะไม่ได้บอกอะไรที่เป็นเรื่องเป็นราวเลยก็ตาม
แต่เขาก็ได้ปฏิบัติตัวไปในทางที่ดี เป็นแบบอย่างที่ดี

สิ่งต่างๆ ที่ได้นำเสนอ
อยากให้ทุกท่านเข้าใจนะครับ
ผมก็แค่อยากนำเสนอสิ่งที่ได้เรียนรู้มา
ก็คงเหมือนกับอีกหลายๆ ท่าน
ที่ต้องการจะนำเสนอสิ่งที่ได้เล่าเรียน
และประสบการณ์ที่ผ่านมา

หากใครมีทัศนะหรือความคิดไม่ตรงกับผม
ก็ไม่ได้มีปัญหาแต่อย่างใดอยู่แล้ว

และขอขอบคุณอีกครั้งสำหรับคำแนะนำต่างๆ ที่ได้รับนะครับ

และขอมาอัฟไว้นะที่นี้ด้วย หากท่านใดรู้สึกไม่ดีกับสิ่งที่ผมได้นำเสนอไป

วัสลาม

philosophy:
اسلام عليكم
 
  ด๊ะอ์วะห์ตลอดชีวิต
 ในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี  เราทราบกันว่าเป็นระยะเวลาที่มีการค้าขายกันระหว่างประเทศด้วยการใช้เรือสำเภาบรรทุกสินค้าแล่นใบจากประเทศหนึ่งไปยังอีกประเทศหนึ่ง รวมทั้งจากประเทศในแถบตะวันออกกลาง ซึ่งส่วนมากเป็นประเทศมุสลิมมาสู่แถบเอเซียตะวันออกเฉียงใต้

การพักเรือตามเมืองต่าง ๆ ในครั้งหนึ่ง ๆ นั้น ใช้เวลากันเป็นแรมเดือนกว่าจะขายสินค้าหมดและกว่าจะรับซื้อสินค้าจากเมืองท่านั้น ๆ ไปขายต่อไปยังประเทศอื่นหรือนำกลับไปขายยังประเทศของตน จึงทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างชาวเรือเหล่านั้นกับชาวพื้นเมือง มีความสนิทสนมกันมาก รู้จักนิสัยใจคอ ความศรัทธาในชีวิต จนกระทั่งมีหลายรายมีการตั้งภูมิลำเนาในประเทศอื่น ๆ เช่น ชาวตะวันออกกลาง อาหรับ เปอร์เซีย มาตั้งภูมิลำเนาในชะวา สุมาตรา มะลายูรวมทั้งในกรุงศรีอยุธยาเอง เป็นต้น และที่มีการแต่งงาน ตั้งครอบครัวกันเป็นการถาวรเลยก็มี

พฤติกรรมอันสุจริตทางการค้าขายกริยาวาจาอันดี และน้ำจิตน้ำใจที่ช่วยเหลือเกื้อกูล ของชาวเรือและของชาวพื้นเมืองซึ่งมีอยู่ต่อกันและกันนั้น ทำให้เกิดความศรัทธาความเชื่อถือในความคิดและการปฏิบัติตนของมุสลิมตะวันออกกลางเป็นที่ประทับใจของชาวพื้นเมือง และยิ่งกว่านั้นฝ่ายปกครองของบ้านเมืองก็ยินดีต้อนรับชาวมุสลิมเหล่านั้นเข้ารับราชการ หรือตั้งเป็นที่ปรึกษาในราชการแผ่นดินก็มีไม่น้อย เช่น ทางกรุงศรีอยุธยา ตั้งกรมท่าขวา สำหรับติดต่อกับชาวเรือที่มาจากทางมหาสมุทรอินเดีย โดยมีพระยาจุฬาราชมนตรีซึ่งเป็นมุสลิมเป็นผู้บังคับบัญชา เป็นต้น

วิถีชีวิตของชาวมุสลิมเหล่านั้นซึ่งมีผลให้ได้รับความเชื่อถือแม้แต่สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ก็ทรงแต่งตั้งให้ชาวเปอร์เซียในกรุงศรีอยุธยาเป็นที่ปรึกษาและถวายคำแนะนำในแง่ของทศพิธราชธรรมแก่พระองค์ด้วย เช่นนี้จะเรียกเป็นการ "ด๊ะอ์วะห์" หรือไม่ แน่นอน "ด๊ะอ์วะห์" ในที่นี้หมายถึงการเชิญชวนมาสู่อิสลามดังปรากฎหลักฐานในอัลกุรอ่าน ซูเราะห์อาละอิมรอน อายะห์ที่ 104 มีใจความว่า



"และจงให้มีขึ้นจากพวกเจ้าซึ่งคณะหนึ่งที่จะเชิญชวนไปสู่ความดี และใช้ให้กระทำสิ่งที่ชอบ ห้ามมิให้กระทำสิ่งที่มิชอบ ชนเหล่านี้นแหละ พวกเขาคือผู้ได้รับความสำเร็จ"

พวกที่ปฏิบัติตามหลักการของอิสลามไม่โกหกมดเท็จ ไม่หลอก ไม่บิดพลิ้ว ตรงต่อสัญญานัดหมาย จึงทำให้ประชาชนเลื่อมใสในอิสลาม พวกเขาเผยแพร่อิสลามตามแบบท่านรอซูลุ้ลเลาะห์ (ซ.ล.) ปฏิบัติเป็นแบบอย่าง แน่นอนเป็นโอกาสที่ดีของพี่น้องมุสลิมที่มีชีวิตประจำวันอย่างปรกติธรรมดา ขอให้มีความสนใจเรียนรู้ศาสนาให้มากขึ้นและสอนอิสลามให้พี่น้องของเรา ทุกอิริยาบท ของมุสลิมต้องกระทำตามแบบอย่างของท่านรอซูลุ้ลเลาะห์ (ซ.ล.)

ดังที่อัลลอฮ์ (ซ.บ.) ทรงตรัสไว้ความหมายว่า "ในตัวของท่านรอซูลุ้ลเลาะห์ (ซ.ล.) นั้นเป็นแบบอย่างที่ดีแก่พวกท่าน"

การด๊ะอ์วะห่ของท่านรอซูลุ้ลเลาะห์ (ซ.ล.) นั้นมี 3 ชนิด คือ
1) ด้วยการสอนด้วยคำพูด
2) ด้วยการสอนโดยการกระทำ 
3) ด้วยการเห็นการกระทำของซอฮาบะห์ต่อหน้าท่าน แล้วท่านไม่ห้ามและอนุมัติให้ทำได้

ในขณะนี้ เรามีการบรรยายศาสนธรรมในงานในสถานที่ต่าง ๆ มีการอธิบายทางสื่อมวลชน เช่นวิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ วารสารต่าง ๆ ถ้าพี่น้องมุสลิมเราสนใจที่ไปฟัง ฟังวิทยุ หรืออ่านวารสารและหนังสือต่าง ๆ แล้วเราซึ่งเป็นมุสลิมทุกคนก็จะเป็นผู้ที่ด๊ะอ์วะห์ด้วยการปฏิบัติความดีงามเป็นแบบอย่าง พูดจาดีเป็นแบบอย่างและด้วยอากัปกิริยาที่ดีนั้นด้วย อย่างนี้แหละที่เรียกว่า ด๊ะอ์วะห์ตลอดชีวิต ซึ่งเป็นหน้าที่ของมุสลิมทุกคน



อ.อิสมาแอล วิสุทธิปราณี

al-azhary:

--- อ้างจาก: del_dangerous ที่ ส.ค. 22, 2007, 06:45 PM ---ถ้าผมจะไม่ผิดนะครับ เจ็กคนนั้นก็ได้เข้ารับอิสลาม
การที่เขาเข้ารับอิสลาม ส่วนหนึ่งผมว่าก็มาจากเด็กมุสลิมคนนั้น
ที่ทำสิ่งดีๆ เอาไว้ แม้จะไม่ได้บอกอะไรที่เป็นเรื่องเป็นราวเลยก็ตาม
แต่เขาก็ได้ปฏิบัติตัวไปในทางที่ดี เป็นแบบอย่างที่ดี

--- End quote ---

การกระทำความดี  ย่อมเป็นการดะวะฮ์อย่างหนึ่ง  การมีจรรยามารยาทที่ดีงาม  มีความซื่อสัตย์ต่อคนต่างศาสนิก  ก็คือการดะวะฮ์อย่างหนึ่งเช่นเดียวกัน  ท่านนบี ซ๊อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า "ท่านจงปฏิบัติดีกับมวลมนุษย์  ด้วยจรรยามารยาทที่ดีงาม"  นั่นก็คือหมวดหนึ่งของการดะวะฮ์

สิ่งที่น้องนำเสนอมานั้น  เป็นอุทาหรณ์ที่ดียิ่งครับ  ญะซากัลลอฮ์

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว

Go to full version