เสวนาเชิงวิชาการ > สนทนาศาสนธรรม

ดะวะฮฺตับลีฆ(น้องชาย)

<< < (12/28) > >>

philosophy:
السلام عليكم
สำหรับผมแล้วคิดว่าถ้าหากเราไม่มีพันธะใดๆ ก็สามารถที่จะออกได้ แต่ถ้าหากว่าเรามีพันธะแล้วออกดะวะฮฺ เกรงว่ามันจะไปขัดกับสิ่งที่นบีกล่าวนะคร้าบ...
وَتَعَاوَنُواْ عَلَى الْبرِّ وَالتَّقْوَى وَلاَ تَعَاوَنُواْ عَلَى الإِثْمِ وَالْعُدْوَانِ
และพวกเจ้าจงช่วยเหลือกันในสิ่งที่เป็นคุณธรรม และความยำเกรง และจงอย่าช่วยกันในสิ่งที่เป็นบาป และเป็นศัตรูกัน
 والسلام

musalmarn:

--- อ้างจาก: ตัวผมเอง ---
ส่วนอีกบทความนึงที่มาจากเวบนัดวาตุลฟิตยะฮ ที่ชื่อว่า "ลืมไปหรือว่า...มันเป็นเพียงร่มเงาของต้นไม้" โดยอาอิช นั้น เนื่องจากว่า เวบนัดวาตุลฟิตยะฮ มีปัญหาขัดข้องที่ไม่สามารถเปิดได้ จึงไม่สามารถนำ link มาแปะบนบอร์ดนี้ได้

แต่อัลฮัมดุลลิลลาฮ ... ที่ได้ save ไว้ แต่เนื่องจากคืนนี้ง่วงจัด ขออนุญาตนำมาแปะในวันอื่นน่ะครับ แต่ไม่ขอบอกว่าวันไหน เพราะกลัวผิดสัญญา เวลาที่ไม่รักษาสัญญา  ;)

--- End quote ---

ลืมไปว่ามันเป็นเพียงแค่ร่มเงาของต้นไม้

โดย อาอิช
หลังจากที่ผมพึ่งแต่งงานเพียงไม่กี่เดือน(ความจริงในชีวิตจริงกำลังเริ่มต้น) หลายครั้งหลายคราที่ผมรู้สึกเพลิดเพลินเหมือกันกับวงสนทนาที่คุยกันถึงเรื่องการวางแผนครอบครัว การวางแผนเรื่องชีวิตของลูกๆ ที่จะเติบโตขึ้นมาในอนาคต การวางแผนในหน้าที่การงานในอนาคตเพื่อความมั่นคงให้กับชีวิตโดยการมีบ้านหลังโตๆ มีรถยนต์ราคาแพงๆ อะไรประมาณนี้พร้อมกับท่าทางและมีสีหน้าที่จริงจัง  ซึ่งเป็นการสนทนาที่ทำให้เราหลายคนรู้สึกมีกำลังใจที่จะสู้ชีวิต

ผมไม่ได้บอกว่าการสนทนาในหัวข้อเหล่านี้เป็นเรื่องที่ผิด หรือเป็นเรื่องหะรอมอะไรทำนองนั้น แต่กลับเป็นเรื่องที่ดีเสียด้วยซ้ำที่เห็นผู้นำครอบครัวมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของเขาที่มีต่อสมาชิกในครอบครัวดีกว่าหลายๆ คนที่ขาดความรับผิดชอบหรือบกพร่องในหน้าที่ตรงนี้ที่พบได้สังคมของเรา จนกลายเป็นปัญหาของสังคมอยู่ทุกวันนี้

แต่สิ่งผมกำลังจะบอกก็คือว่าเราสนทนากันในหัวข้อนี้มากจนหลงลืมแก่นแท้ของชีวิตไปเสียแล้ว จนหลงลืมบทบาทหน้าที่อันมีเกียรติของเรา  หลงลืมความตายจนหลุ่มหลงดุนยา หลงลืมการใช้ชีวิตอันเรียบง่ายตามแบบฉบับของท่านนะบีและเหล่าเศาะฮาบะฮ์ หลงลืมถึงหน้าที่อันสำคัญของหัวหน้าของครอบครัวอีกมิติหนึ่งนั่นก็คือการอบรมสมาชิกของเขาให้พ้นจากไฟนรกที่ถูกกำชับไว้ในอัล กุรอานว่า

?โอ้ บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย จงคุ้มครองตัวของพวกเจ้าและครอบครัวของพวกเจ้าให้พ้นจากไฟนรก เพราะเชื้อเพลิงของมันคือมนุษย์? อัตตะหฺรีม 6

การบีบคั้นของกระแสสังคมแบบนิยมวัตถุนั้นทำให้เราต้องเผชิญกับอุปสรรคนานัปการ จนบางครั้งเราไม่สามารถที่จะควบคุมมันได้เลย พ่ายแพ้ต่อมันแบบจำยอม จนมองว่าการดิ้นรนให้ได้มาซึ่งความสุขในโลกใบนี้ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญที่สุด และมองว่าภาระหน้าที่ที่สำคัญที่สุดนั้นเป็นเรื่องไม่สระสำคัญอะไร  นั่นคือภาระหน้าที่แห่งการเรียกร้องผู้คนไปสู่อัลลอฮ์ หรือที่เราเรียกภารกิจนี้ว่า  ?งานดะอ์วะฮ์? 

งานดะอ์ดะอวะฮ์คือ ภารกิจที่นำความเมตตามาสู่มนุษย์ เป็นภารกิจที่ทำให้มนุษย์รู้จักตัวตนที่แท้จริงของการเป็นมนุษย์ เป็นภารกิจนำความสุขอันแท้จริงมามอบให้กับมนุษย์ เป็นภารกิจที่นำมนุษย์ออกจากความมืดมนไปสู่แสงสว่างแห่งชีวิต ทำให้มนุษย์รู้จักเป้าหมายที่แท้จริงของชีวิต ฉะนั้นภารกิจนี้มีความหมายต่อชีวิตมนุษย์ยิ่งนัก

การที่ชีวิตมนุษย์เชื่อมโยงอยู่กับงานดะอ์วะฮ์นั้นจะทำให้เขาเป็นคนออกจากการมองโลกกระทัศน์แบบแคบๆ ไปสู่วิสัยทัศน์อันกว้างไกล เขาจะมีทัศนคติการมองโลกในมุมมองที่ต่างออกไปจากคนทั่วไปมอง เป็นการมองโลกในมุมของบรรดานะบี เหล่าเศาะฮาบะฮ์ นักต่อสู้ และคนดีทั้งหลายตลอดประวัติศาสตร์ที่ได้จารึกวีรกรรมของบุคคลเหล่านี้ไว้อย่างน่าประทับใจที่สุด ซึ่งไม่มีวิถีชีวิตแบบใดที่จะสร้าง ?เหล่าบุรุษที่แท้จริง? ที่มีอิทธิพลต่อโลกได้อีกแล้ว เว้นแต่เป็นวิถีชีวิตแบบ ?อิสลามอันบริสุทธิ์? ที่ไม่ยึดอยู่กับความเพลิดแพร้ว ความสนุก ความละเล่น การแข่งขันกันและการทับถมของโลกดุนยา เพราะพวกเขารู้ว่าดุนยานั้นไม่มีค่าอันใดสำหรับพวกเขาที่จะต้องถวิลหาหรือหาความสุขจากมัน ความสวยงามของมันมิอาจล่อลวงพวกเขาได้ เพราะว่ามันเป็นความสุขจอมปลอมที่ไว้หลอกผู้ที่หลงลืมดังที่อัล กุรอานกล่าวว่า

?และชีวิตความเป็นอยู่แห่งโลกนี้นั้น มิใช่อะไรอื่นนอกจากสิ่งอำนวยประโยชน์แห่งการหลอกหลวง? อาลิ อิมรอน 185

คือประโยชน์ที่ไม่จีรัง และหลอกหลวงความรู้สึกอยู่เป็นเนืองนิจ และในอัล กุรอานยังกล่าวถึงสิ่งที่เราพยายามแสวงหาไว้ในโลกดุนยานี้ว่าเป็นสิ่งชั่วคราว

?นั่นเป็นสิ่งอำนวยประโยชน์ชั่วคราวในชีวิตความเป็นอยู่แห่งโลกนี้เท่านั้น? อาลิ อิมรอน 14
?ทรัพย์สมบัติและลูกหลานคือ เครื่องประดับแห่งการดำรงชีวิตแห่งโลกนี้? อัลกะฮฺฟฺ 46

ท่านนะบีมองโลกดุนยาเป็นเพียงแค่ ร่มเงาของต้นไม้ ที่ท่านไว้พักพิงเพราะท่านเปรียบตัวเองเหมือนกับนักเดินทางที่หยุดพักเพียงครู่หนึ่งเพื่อจะเดินทางต่อไปยังจุดมุ่งหมาย(คือ โลกอาคิเราะฮ์) และท่านก็ได้สอนแก่เหล่าเศาะฮาบะฮ์และบรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลายให้คิดเช่นนี้เหมือนกัน ท่านบอกให้เราใช้ชีวิตอยู่ในโลกดุนยานี้ราวกับว่าเป็นคนแปลกหน้าที่พลัดมาจากถิ่นอื่นหรือเป็นนักเดินทาง

เราอย่าลืมว่า ชีวิตบนโลกนี้ก็เป็นเพียงแค่ร่มเงาของต้นไม้ที่เราไว้พักพิงเพื่อเดินทางต่อ อย่าไปจริงจังกับโลกนี้มากจนทำให้เราลืมแก่นแท้ของชีวิตว่าเรามาทำอะไรที่นี้ทำไม และจะไปไหนต่อ เพราะการที่เราหลงลืมนั้นจะทำให้เราตกหลุมพรางของดุนยา เมื่อตกหลุมพรางของมันแล้วเราก็จะตกเป็นทาสของดุนยาเมื่อเราตกเป็นทาสของมัน ชีวิตของเราก็จะมีแต่คำว่าขาดทุนทั้งโลกนี้และโลกหน้า
   
เราต้องปรับทัศนคติการมองโลกเสียใหม่ เป็นการมองโลกในมุมมองของท่านนะบี อย่าทำให้อุปสรรคในโลกดุนยามามีชัยเหนือเราจนขนาดเราต้องเปลี่ยนวิถีชีวิตไปตามกระแสของมันที่แทบจะทำลายความสง่างามของการเป็นมนุษย์ไปหมดสิ้น

ฉะนั้นชีวิตบนดุนยาที่เราต่างกังวลและเคร่งเครียดอยู่กับมันนั้น จนลืมไปเลยว่ามันเป็นเพียงแค่ร่มเงาของต้นไม้เท่านั้นเอง

อ้างอิงจากที่นี่ >>> ตอนนี้ลิ้งค์เสีย  :'(


ข้อพึงสังวร... บทความ จากมุสลิมไทยกับบทความจากนัดวาตุลฟิตยะฮ เป็นบทความที่ พี่น้องท่านนึงใช้นามว่า suroiya ต้องการให้ จขกท. อ่าน แต่เนื่องจาก จขกท. ไม่มีเวลาว่างหาจึงให้แขวน link ทำให้สองบทความข้างต้น ได้ถูกถ่ายทอดลงในเวบบอร์ดนี้






หากเราได้อ่าน... และได้สัมผัสกับตัวอักษรอย่างพินิจพิเคราะห์แล้ว จะเห็นได้ว่าคำถามที่ผ่านๆ มา ถูกคลายความสงสัยลงแล้ว เพราะเป็นคำถามที่ถูกตั้งคำถามเมื่อครั้งสมัยที่ ท่านเมาลานา อิลยาซ ยังมีชีวิตอยู่ ฉะนั้นคำถามที่ถูกสอบถามเป็นแค่คำถามเก่าที่นำมาเล่าใหม่ก็แค่นั้น...

ครั้งนึง ท่านเมาลานา อิลยาซ ถูกถามถึง "กลุ่ม" ที่ท่านจัดตั้งขึ้น ท่านกล่าวตอบว่า

"กลุ่ม (จะมาอัต) มุสลิมได้ถูกจัดตั้งขึ้นแล้ว หลักการของพวกเขาคือกุรอ่าน มัสยิดคือสถานที่ดำเนินการของกลุ่ม ศูนย์กลางอยู่ที่มักกะฮฺ และ มะดีนะฮฺ กิจกรรมประจำปีของพวกเขาคือ ฮัจยฺ กิจวัตรของพวกเขาคือการละหมาด และการถือศีลอด ... หากฉันจะให้ชื่อแก่งานนี้ ฉันจะให้ชื่อว่า "ตะฮฺรีเกอีมาน" หมายถึง "การพยายามบนหัวใจมนุษย์ (ให้เข้าใจศาสนา)" (จดหมายตอบ อิฟติคอรุ้ล ฟารีดีย์ ลงวันที่ 17 ตุลาคม 1967)

ครับผม ... และขอยกประโยคบางส่วนของ ท่านที่ใช้ user name ว่า . SA Student . ใน forum muslimthai ว่า ...


'จริงอย่างที่ว่าครับ ทุกคนมีคำตอบสำหรับตัวเองอยู่แล้ว จุดยืนของแต่ละคนไม่เหมือนกันมาแต่ใดมา ... 


ปัญหาของงานนี้มีสองอย่างเท่านั้นเอง

๑. คนทำงานนี้ นำเสนองานต่อคนอื่นในรูปแบบที่คลาดเคลื่อน ก่อให้เกิดการเข้าใจผิด

๒. คนที่ไม่เข้าใจงานนี้ นำการเสนอแบบผิดๆ นั้นไปขยายผลต่อ โดยไม่ได้รับการต้านทานจากคนที่เข้าใจ


ผลลัพธ์จึงออกมาในรูป อคติ ต่องานนี้ครับ'

ปล. ตัวงานนั้นดี แต่คนทำงานต้องปรับปรุงอีกเยอะ  :)

Haytham:
โหวตให้เป็นกระทู้ดีเด่นแห่งปี   พี่น้องมาต่อกันเลยครับ จะรออ่าน  แต่ ขอให้มีเจตนาที่ดี ไม่มีอคติ
คราวนี้ อ่านแล้วขนลุกยังไงไม่รู้  ภาพกลุ่มดะฮวะที่ผมเห็น ได้ยิน และสัมผัสมาอย่าง จขกท. บอกเปะๆ  แต่ก็เฉยๆ ไม่วิจารณ์
ไม่กล้า  ด้วยตระหนักว่าตัวเราเองก็มีจุดบกพร่อง  จึงปล่อยให้มีแต่ความสงสัยเต็มไปหมด  แม้บางครั้งไม่ชอบลักษณะการพูดการจาของบางคนที่ชอบมาพูดชักจูงชี้นำให้ออกพักตามมัสยิดต่างๆ   ผมเองฟังแล้วไม่เถียง ไม่รังเกียจแต่ทำนองฟังหูไว้หู เพราะบางครั้งเขายกหลักฐานซึ่งผมเองก็ไม่รู้ว่าใช่หรือเปล่า บางครั้งความรู้สึกลึกๆเอือมระอาโดยไม่ได้ตั้งใจ  เช่น บางคนเปรียบว่าคนเรียนๆเช่นผมนั้นจะทำอะไรได้ อามั้ลไม่มี บางครั้งเลยเถิดถึงขนาดพาดพิงคนที่จบศาสานาแล้วมาเป็นครูสอนโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามว่าเทียบเท่ากับกลุ่มเขาไม่ได้เลยในเรื่องอามั้ล
มีหลายเรื่อง ที่เคยเจอ แต่ผมมองขำๆมากกว่า  ครั้งหนึ่งกำลังกินก๋วยเตี้ยว บางคน  เดินเข้ามา
" เฮ้ย นี่มรึงกินด้วยตะเกียบทำไม......" 
    งงเลยครับพี่น้อง "ทำไมหรือ......"
"นั้นแหละเพราะมรึงไม่รู้ศาสนา  เรียนแต่ดุนยาเข้าไป"
  จบเลย  ผมก็เงียบ เฉยๆ  ไม่อยากโต้ นึกขำอยู่ในใจ แปลกๆ.....................................
     เอาเป็นว่ากระทู้นี้  ให้ผมได้เห็นส่วนดีของพี่น้องกลุ่มนี้บ้าง   ต่อเลยครับพี่น้อง

del_dangerous:

--- อ้างจาก: [MusalmarN] ที่ ส.ค. 29, 2007, 05:08 PM ---ปล. ตัวงานนั้นดี แต่คนทำงานต้องปรับปรุงอีกเยอะ  :)

--- End quote ---

ผมเห็นด้วยกับทัศนะท่านเป็นอย่างยิ่งครับ

วัสลาม

intifad:
รุ่นน้องคนนึงมาจาก 3 จังหวัด หลังจากละหมาดมักริบเลยแวะกินก๋วยเตี๋ยวด้วยกัน
มันไม่ยอมกินด้วยตะเกียบ คะยั้นคยอตั้งนานกว่ามันจะยอมเรียนรู้วัฒนธรรมกินตะเกียบ
(ผมมองว่ามันก็ไม่ต่างจากช้อนตรงไหน) กว่ามันจะกินหมด รอนานเลย 555  ;D


--- อ้างจาก: del_dangerous ที่ ส.ค. 29, 2007, 06:28 PM ---
--- อ้างจาก: [MusalmarN] ที่ ส.ค. 29, 2007, 05:08 PM ---
--- อ้างจาก: ตัวผมเอง ---ปล. ตัวงานนั้นดี แต่คนทำงานต้องปรับปรุงอีกเยอะ  :)

--- End quote ---

ผมเห็นด้วยกับทัศนะท่านเป็นอย่างยิ่งครับ

วัสลาม

--- End quote ---

--- End quote ---

ผมงงเหมือนกันไม่ได้กวนนะครับ มีงานไหนบ้างหรอที่ คนทำงานไม่ต้องปรับปรุง
ถ้าคิดออกช่วยบอกผมมาสักงานครับ จริงๆนะผมได้ยินคำนี้หลายครั้งแล้ว
เป็นคำพูดที่ดีมากๆแต่ผมก็อดสงสัยแบบนี้ไม่ได้อะ ถ้าผมจะพูดผมคงพูดว่า


--- อ้างจาก: ตัวผมเอง ---ปล. ตัวงานนั้นดี(แต่ก็ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงข้อบกพร่องอยู่ตลอด) แต่คนทำงานต้องปรับปรุงตลอดไปจนตายหรือไม่ก็วันกียามะฮ์เพราะมีคนใหม่เข้ามาเรื่อยๆ  :)

--- End quote ---

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว

Go to full version