เสวนาเชิงวิชาการ > สนทนาศาสนธรรม
ดะวะฮฺตับลีฆ(น้องชาย)
admin:
salam
ความจิงก็ใช่ว่าจะไม่มีนะครับ แต่มองถึงความรุนแรงของสาเหตุต่างกันกระมัง
เราจะเห็นได้จากการเสียสละของท่านอบูบักร ท่านละทิ้งไม่เหลืออะไรไว้ในยามที่ท่านต้องทิ้ง
ท่านนบีอิริมฮีม ท่านก็ทิ้งเมื่อต้องทิ้ง ให้ภรรยาและลูกชายอยู่กลางทะเลทรายเมื่อขณะจะคลอด
ก็ตอนที่มีน้ำ ซัมซัม และที่เราไปทำ ฮัจย์ ส่วนนึงก็เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์นั้น
แต่ติดตรงคำว่า ต้องทิ้ง นี้แหละครับที่เรามองต่างการ ท่านอบูบักร ท่านไปร่วมสงคราม
นบีอิมรอฮีม ท่านได้รับคำสั่งจากพระองค์อัลลอฮ (ซบ.) โดยตรง
แล้วพี่น้องบางท่านการมองว่าทิ้งเมื่อนำมาเทียบแล้วยังห่างไกลใน "สาเหตุ" แต่เขาอาจมองว่าใกล้
เขามองว่าวันนี้มันเป็นเวลาที่เราต้องสละ ในยุคสุดท้าย ยุคฟิตนะย์ ถ้ามีสงครามจริงวันพรุ่งนี้
เรากี่คนที่พร้อมจะทิ้ง หากเราไม่เคยสละเลย แม้แต่เล็กน้อย
แต่พี่น้องโปรดเข้าใจในรูปแบบการทิ้ง มื่อนำมาเทียบแล้วยังห่างไกลใน "รูปแบบ" ซอฮาบะฮ์
การเสียสละของท่านไม่เหลืออะไรไว้เลย นบีอิรอฮีมเล่าท่านก็ไม่เหลือแม้แต่ที่พักพิง ทิ้งไว้ก็แต่อัลลอฮ์
เพียงเท่านั้นด้วยการมอบหมาย เชื่อมั่น แต่วันนี้พี่น้องมองการทิ้งโดยเหลือ บ้าน ตู้เย็น เฟอร์นิเจอร์ ข้าว
ปัจจัยยังชีพ สวน รถ นา ไร่ สาระพัดจะนับ และเดือนนึง 3 วัน ปีนึง 40 วัน ช่างห่างไกลในการเสียสละ
จนเทียบไม่ได้เลยแม้แต่เสี้ยว เพียงแต่หวังว่าทั้งคนที่ออกไป คนที่รออยู่ที่บ้านจะดุอาอ์ มอบหมาย ยากีน
อีหม่านต่อพระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) เพิ่มขึ้นมาสักเสี้ยวก็ยังดี ดุอาอ์ให้ด้วย
waalaikumussalam
บาชีร:
--- อ้างจาก: pareet ที่ ต.ค. 01, 2007, 04:29 PM ---ปอเนาะก็สอน อิหม่าน เหมือนกันครับ
หรือว่าแถมหลักการถูกต้องด้วย
ทั้งหลักปฏิบัติ และอิหม่าน
หลายคน เคยเห็นไหมครับ ละหมาดตามอย่างเดียว
แต่ไม่รู้หลักปฏิบัติ
สงสัยผมเคยเห็น คนเดียวอีกมั้ง
--- End quote ---
ใช่ครับปอเนาะสอนเรื่องอีหม่าน
แต่จะทำยังไงละครับให้อีหม่านที่ครูสอนนั้นมาฝังลึกอยู่ในหัวใจของเรา
วิธีที่จะทำให้อีหม่านมั่นคง คือการลำบากในงานศาสนา
การออกดะวะฮฺตับลีฆก็เช่นกัน เป็นวิธีหนึ่งในนั้น
ซอฮาบะฮฺนั้นอีหม่านของเขามั่นเพราะพวกเขาได้รับศาสนาด้วยความยากลำบาก
บางละหมาดยังต้องสับเปลี่ยนกันไปเฝ้ายามเลย
ที่ศาสนาเรียกว่า ศอลาตุลเคาฟฺ
คุณเคยเรียนเรื่องศอลาตุลเคาฟฺมั้ยครับ
เห็นมั้ยครับว่าศอฮาบะเสียสละ ลำบากกับศาสนาขนาดไหน
แต่ถึงแม้พวกเขาจะลำบากขนาดไหน
พวกเขาก็ยินดีมีความสุขที่จะรับใช้ศาสนาของพระองค์
เหมือนคนกินแกงส้มที่เผ็ดนะครับ
กินไปเหงื่อไหลไป หน้าแดง แสบปาก
ถ้าถามว่าชอบมั้ย เขาก็ตอบว่าชอบ
อร่อยมั้ย อร่อย
เห้ย กินไปได้ไง
มันจะอร่อยเราะ
นายก็ลองชิมดูเองสิ จะได้รู้ว่าอร่อยขนาดไหน
ถ้ากินแล้วไม่ชอบ ก็ไม่ต้องกิน ไปกินอย่างอื่นเถอะ
แต่จะมาว่าพวกข้าไม่ได้นะ
เพราะถ้าหากนายว่าพวกข้า
นายนั้นไม่เข้าใจความอร่อยแกงนี้หรอก
al-adalah 1:
สลาม...ครับ
ฟัตวาแห่งประเทศอียิปต์ ก็รับรองแล้วครับว่ากลุ่มญะมาอะฮ์ตับลีฆนั้น ไม่มีปัญหาอะไรและสามารถดำเนินการได้ตามเงื่อนไขและหลักการ ส่วนโต๊ะครูบางคนที่ต้านดะวะฮ์นั้นถือว่าไร้น้ำหนัก เพราะฟัตวาแห่งประเทศอียิปต์ได้ให้การยอมรับ myGreat:
นูรุ้ลอิสลาม:
--- อ้างจาก: pareet ที่ ก.ย. 28, 2007, 04:39 PM ---แนะนำครับ 40 วัน 4 เดือนนี่ถ้าตั้งใจเรียนจริงได้เยอะนะครับ
ไปเรียน ปอเนาะ ได้เนื้อ ๆ มากกว่าครับ
--- End quote ---
คุณ pareet อย่าเอาการศึกษาปอเนาะมาเทียบกับการออกดะวะฮ์เลยครับ เพราะการเรียนปอเนาะนั้นคนที่จบออกมา ประสบผลสองด้านคือมีทั้งคนได้ความรู้ และคนที่ไม่ได้ความรู้เกเร เสียคนก็เยอะ กระผมเองก็เป็นเด็กปอเนาะจึงรู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร คุณชอบผู้ในแง่ลบของตับลีฆ แล้ววันนี้คุณก็ยกตัวอย่างของปอเนาะมาเป็นทางเลือก แต่กระผมเกรงว่าพี่น้องตับลีฆเขาจะแฉพฤติกรรมเด็กปอเนาะกันจริงๆ แล้ว กระผมอายแทนครับ.....ดังนั้นผมว่าคุณอย่าเอาปอเนาะมาเทียบดีกว่า อย่างน้อยผู้นำเสนอวิชาการแห่งเวปไซท์ก็เด็กปอเนาะกันเกือบทั้งนั้น
จะปอเนาะหรือไม่ปอเนาะก็มีข้อดีและข้อเสีย หากเป็นข้อเสียก็ปรับปรุงกันไป mycool:
บาชีร:
ผมก็เด็กปอเนาะเหมือนกัน
แต่ไม่ใช่ปอเนาะที่ไทยนะ
(ไม่ได้จะยกว่าตัวเองเป็นเด็กปอเนาะ
แต่จะชี้ให้เห็นว่าชาวตับลีฆนั้นก็เรียนศาสนานะครับ)
แล้วดะอฺวะฮฺตับลีฆก็ยังสนับสนุนให้ศึกษาหาความรู้ในศาสนาด้วย
ในศิฟะฮฺข้อที่3ของศอฮาบะฮฺ ที่ถูกกล่าวถึงบ่อยๆคือ
ให้เราพยายาม ศึกษาหาความรู้ในเรื่องของ
มะศาอีล และฟาดออีล
มะศาอีลคือ ปัญหาศาสนาต่างๆ (เช่น วิธีการละหมาด)( หุกุมหะลาล หะรอม )
ฟะดออีล ผมบุญคุณค่าในการอะมัล(ปฏิบัติ)ศาสนา
จะทำให้เราเกิดความรู้สึกที่อยากจะปฏิบัติศาสนา
นี่แหละครับคืองานที่ยะมาอะฮฺ ดะอฺวะฮฺ ตับลีฆ สอนผู้คน
นำร่อง
[0] ดัชนีข้อความ
[#] หน้าถัดไป
[*] หน้าที่แล้ว
Go to full version