เสวนาเชิงวิชาการ > สนทนาศาสนธรรม
เหตุใดกลุ่มวะฮาบีย์จึงไม่กล้าเข้าสนทนากับกลุ่มมัสหับทั้ง4.
คนอยากรู้:
cool2:แต่อุลามาอ์ยุคหลังคิดในแง่ดีไว้ก่อนคือ..พูดในแง่ที่ว่า ถ้าหาก ท่านมุฮัมมัด บิน อับดุลวะฮาบ..วินิจฉัยผิด คือ..ผิดได้หนึ่งและถูกได้สอง .......
....นี่คือการให้เกียรตของพี่น้องชาวอะลิสซุนนะ..อาชาอีเราะ...........ที่ไม่ฮุกมการกระทำที่ผิดพลาดของท่าน...
fouet:แต่วะฮาบีปัจจุบันนำหลักวินิจฉัยที่ผิดมาฮุกุ่มพี่น้องมุสลิมีน นั่นคือมูลเหตุหลักในความเป็นวะฮาบี ..
party: ประการต่อมาวะฮาบีนิยมชมชอบหลักอะกีดะฮ์ของท่านอิบนุตัยมียะฮ์ยึดติดกันจนกระทำใครไม่เหมือนแนวทางที่ท่านอิบนุตัยมียะฮ์รับรองหลักการเขา เป็นพวกบิดอะฮ์กันหมด ซึ่งเป็นสิ่งไม่ถูกต้องที่วะฮาบีปัจจุบันทำกันอยู่.......
นีคือ พฤติกรรมวะฮาบีย์ปัจจุบัน ที่ชอบกล่าวหาพี่น้องมุสลิมด้วยกัน ว่าเป็นชาวอะล้ลบิดอะในทัศนะของ ท่านมุฮำมัดบินอับดุลวะฮาบ ..
เช่นเดียวกับที่ท่านเคยกระทำกับพี่น้องมุสลิมที่แคว้นญิฮาช มักกะ มาดีนะ ฯลฯ
คนอยากรู้:
salam
วาฮาบีย์ปัจจุบัน ชอบอ้างว่ตนเสมอว่า พวกเขานั้นใช้หลักการเดียวกับชาวอะลุ้ลฮาดิสในการดำเนินชีวิต ทั้งๆที่ พวกเขาเอาหลักการดังกล่าวเพียงเปลือกน้อย(ซอฮิร)มายึดตามเท่านั้น ซึ่งพวกเขาไม่มีความเหมือนกับกลุ่ม الأثرية (อัล-อะษะรียะฮ์)(คือกลุ่มอะฮ์ลุลหะดิษ)ที่มี อิมามอะหฺมัด(ร.ฮ.) เป็นแกนนำดังนั้นและเมื่อเขาเห็นว่า
พี่น้องบางกลุ่ม เช่น الأشعرية (อัล-อัชอะรียะฮ์) (ร.ฮ.)กลุ่ม الماتريديةและกลุ่ม อัล-มะตูรีดียะฮ์(รฮ) กระทำสิ่งใด1.
ที่แตกต่างกับกลุ่มของตน พวกเขาก็จะกล่าวว่า นั้นคือชาวอะลุ้ลบิดอะ
เราแต่เมื่อศึกษาให้ลึกลงไปก็จะพบว่า วะฮาบีย์เมืองไทย หรือกลุ่มผู้ตั้งชื่อของตนเองขึ้นมาใหม่ว่า "สะละฟีย์" นั้น ไม่มีอะกีดะที่อยู่ในแนวทางเดียว กับอัล-อะษะรีย์ หรือแนวทางของท่านอิมามอะหฺมัด(ร.ฮ.) เลย เพราะท่านอิมามอะหฺมัด ไม่เกี่ยวข้องกับหลักการศรัทธาเรื่องซิฟาตของอัลเลาะฮ์ตามที่วะฮาบีย์ปัจจุบันแอบอ้างแม้แต่น้อย นี่คือบิดอะที่ร้ายของวาฮาบีย์เมืองไทย
สำหรับจุดยืนของท่านอีม่ามอะหมัดฯในเรื่องความเข้าใจอายะฮ์ต่างๆในอัลกรุอ่านหรือหะดิษนั้น ท่าน กล่าวถึง ซีฟาตของอัลเลาะฮ์ตามแนวทางของนักปราชญ์สะละฟุศศอลิหฺ ยุคก่อน โดยที่พวกเขา มอบหมาย "ทั้งความหมายและวิธีการไปยังอัลเลาะฮ์ ตะอาลา" แต่วะฮาบีย์เมืองไทยกลับรู้ดีถึงแก่นแท้ในเชิงความหมายของซีฟัตอัลเลาะฮ์ ดังนั้น จึงสรุปได้ว่า
......ไม่ได้อยู่ในแนวทางเหมือนกับท่านอิมามอะหฺมัด(ร.ฮ.) ตามที่พวกเขาพยายามกล่าวอ้าง
--------------------------------------------------------------------------------
ในปัจจุบัน เรามักจะพบว่า วาฮาบีย์เมืองไทยมักอ้างว่า อากิดะฮ์ของตนคือ แนวทางของสะละฟุศศอลิหฺ กัลญาชนยุคแรกของอิสลาม โดยมุ่งเน้นประเด็นเรื่องการมอบหมายคุณลักษณะต่าง ๆ ของอัลเลาะฮ์ ไปยังพระองค์ เช่นในหนังสือที่ชื่อว่า อะลิสซุนนะกับหลักการยึดมั่นของสลัฟอัศซอและ
หลักฐานที่เรายืนยันได้คือคำพูดของท่านชัยค์ ซอลิหฺ อัลเฟาซาน ได้กล่าวหลักการในเรื่องอากิดะฮ์ตามแนวทางของวะฮาบีย์ไว้ในหนังสือ "อัตเตาฮีด" ซึ่งเป็นหลักสูตรระดับซานาวีย์(ม.1ในตำราเรียนวาฮาบีย์ปัจจุบัน ใน หน้าที่ 65 บทย่อยที่ 2 ในหัวข้อเรื่อง
منهج أهل السنة والجماعة فى أسماء الله وصفاته
ซึ่งท่านชัยค์ ซอลิหฺ อัลเฟาซาน อุลามาอ์ท่านอาวุโสของวะฮาบีย์ ได้กล่าวไว้ตอนหนึ่งว่า
ويعتقدون أن نصوص الأسماء والصفات من المحكم الذى يفهم معناه ويفسر ولست من المتشابه
"พวกเขาเอี๊ยะติก๊อตว่า(วาฮาบียะเมืองไทย) แท้จริง บรรดาตัวบทที่กล่าวถึงบรรดาพระนามและซีฟาต(ของอัลเลาะฮ์) นั้น เป็นสิ่งที่ชัดเจน(มั๊วะกัม) ที่สามารถเข้าใจความหมายของมันได้ และสามารถอธิบาย(ตัฟซีรกับความหมายของมัน) ( يفسر معناه )ได้ และมันไม่ใช่มาจากมุตะชาบิฮะฮ์(ตัวบทที่มีความหมายหลายนัย)" อ้างจาก หนังสือ กิตาบ อัตเตาฮีด ของ ชัยค์ ซอและหฺ อัลเฟาซาน หน้า 65
จากหลักการอากิดะฮ์ของกลุ่มวะฮาบีย์นี้ เราสามารถสรุปได้ว่า วะฮาบีย์ทำการ ยืนยันและรู้ถึงความหมายที่แท้จริงของซีฟาตอัลเลาะฮ์(ซ.บ.) เมื่อพวกเขารู้ความหมายแล้ว ก็ถือว่าสามารถ "ตัฟซีร" อธิบายความหมายของซีฟาตอัลเลาะฮ์(ซ.บ.)ได้อย่างไม่ต้องสงสัย
ดังนั้น การอธิบาย(ตัฟซีร)ความหมายกับบรรดาซีฟาตของอัลเลาะฮ์ตามหลักการของวะฮาบีย์นี้ จึงไม่ใช่แนวทางของสะละฟุศศอลิหฺ เนื่องจากสะลัฟมอบหมายกับความหมายของมันโดย........พวกเขาไม่ทำการอธิบาย ด้วยข้อยืนยันเหมือนชาววาฮาบียะปัจจุบัน..... ;D :-X
นำร่อง
[0] ดัชนีข้อความ
[*] หน้าที่แล้ว
Go to full version