เสวนาเชิงวิชาการ > สนทนาศาสนธรรม
อีดอีดิลอัฎฮา ????
SAIFULLOH:
อัสสลามมุอาลัยกุม
ขออนุญาติ copy ถ้อยคำ ของ คุณ Al Fatoni
ขอมาอัฟ ซอฮิรฺ ดานบาบาฏิน กันทุกๆ คนนะครับ
waalaikumussalam
GeT:
เห็นว่ามีการโพสต์บทความเปรียบเทียบเรื่องวันอีดอัฎฮา จึงขออนุญาตนำอีกบทวามหนึ่งมาโพสต์ให้พี่น้องได้ร่วมกันอ่านและวิจารณ์ด้วย ถ้าผู้ดูแลเห็นว่าไม่เหมาะไม่ควรก็ขอให้จัดการลบด้วยก็แล้วกัน
------------------------------------
วันอะเราะฟะฮฺจริงคือวันไหน?
ท่านนบีศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ถูกถามเกี่ยวกับการถือศีลอดในวันอะเราะฟะฮฺ ท่านตอบว่า (การถือศีลอดในวันอะเราะฟะฮฺ) สามารถลบล้างบาปในปีที่ผ่านมาและปีถัดไป (มุสลิม,เศาะหีหมุสลิม หะดีษที่ 1977, อัตติรมิซีย์, สุนัน อัตติรสิซีย์ หะดีษที่ 696)
ท่านนบีศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า ไม่มีวันใดที่อัลลอฮฺจะทรงปลดปล่อยบ่าวของพระองค์ให้พ้นจากไฟนรกมากยิ่งกว่าการปลดปล่อยของพระองค์ในวันอะเราะฟะฮฺ (มุสลิม,เศาะหีหฺมุสลิม หะดีษที่ 1348, อันนะสาอีย์ 6/251-252)
ท่านรสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมกล่าวว่า และวันอะเราะฟะฮฺ คือวันที่พวกเจ้าต่างรู้กัน (หมายถึงวันที่มีการชุมนุมกัน ณ ทุ่งอะเราะฟะฮฺ (อัล-อมม์ ของ อัชชาฟิอีย์ 1/230, อัลมัจญ์มุอฺ ของ อันนะวะวีย์ 5/35)
หะดีษต่างๆข้างต้นได้ระบุวันที่ส่งเสริมให้ชาวมุสลิมที่ไม่ได้ประกอบพิธีหัจญ์ให้ถือศีลอดด้วยคำว่า วันอะเราะฟะฮฺ โดยไม่ได้เจาะจงว่าเป็นวันที่ 8 หรือ 9 หรือ 10 ของเดือนซุลหิจญะฮฺแต่อย่างใด
ด้วยเหตุนี้บรรดาอุละมาอฺจึงระบุว่า วันอะเราะฟะฮฺคือ วันที่บรรดาหุจญาจญ์เดินทางไปชุมนุมกัน ณ ทุ่งอะเราะฟะฮฺ โดยไม่ได้พาดพิงว่าต้องเป็นวันที่ 8 หรือ 9 หรือ 10 ซุลหิจญะฮฺตามจันทรคติแต่อย่างใด
อิหม่าม อันนะวะวีย์กล่าวว่า วันอะเราะฟะฮฺ คือวันที่ประจักษ์แก่ประชาชนทั้งหลายว่าเป็นวันอะเราะฟะฮฺ (หมายถึง วันที่บรรดาหุจญาจญ์กำลังชุมนุมและวุกูฟอยู่ ณ ทุ่งอะเราะฟะฮฺ) ไม่ว่าวันนั้นจะตรงกับวันที่ 9 หรือ วันที่ 10 (ของเดือนซุลหิจญะฮฺ) ก็ตาม (อันนะวะวีย์, อัลมัจญ์มูอฺ 5/35)
เช่นเดียวกับการกำหนดวันอีดอัฎฮา ซึ่งอุละมาอฺจะระบุเพียงว่า เป็นวันที่ถัดจากวันวุกูฟจริงของบรรดาหุจญาจญ์ ณ ทุ่งอะเราะฟะฮฺ หรือวันที่บรรดาหุจญาจญ์ได้ทำการเชือดสัตว์ฮัดย์หรืออุฎหิยะฮฺ โดยไม่ได้คำนึงว่า วันนั้นจะเป็นวันที่เท่าไหร่ของเดือนซุลหิจญะฮฺ
ท่านนบีศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมกล่าวว่า วันอีดอัฎฮาคือวันที่ประชาชน (หุจญาจญ์) เชือดอุฎหิยะฮิกัน (สุนันอัตติรมิซีย์, (799))
หมายความว่า การถือศีลอดวันอะเราะฟะฮฺและการออกอีดอัฎฮาชาวมุสลิมจำเป็นต้องปฏิบัติให้พร้อมๆกัน (ตุหฺฟะตุลอะหฺวะซีย์ 3/515) และการที่จะให้การถือศีลอดในวันอะเราะฟะฮฺ และการออกอีดอัฎฮามีความพร้อมเพรียงกันทั่วทุกมุมโลก มีเพียงทางเดียว นั่นคือ ทุกคนต้องอาศัยหรือยึดวันที่มีการวุกูฟจริง ณ ทุ่งอะเราะฟะฮฺของบรรดาหุจญาจญ์เป็นเกณฑ์ว่านั่นคือวันอะเราะฟะฮฺ และวันรุ่งขึ้นซึ่งเป็นวันนะหัรหรือวันแห่งการเชือดสัตว์เป็นวันอีดอัฎฮา ไม่ใช่อาศัยการดูเดือนของแต่ประเทศหรือแต่ละท้องถิ่น
ดังนั้นอิมามอัชชาฟิอีย์จึงกล่าวว่า วันอีดอัฎฮาคือวันที่ถัดจากวันอะเราะฟะฮฺ (อัลอุมม์ 1/230)
จะเห็นได้ว่า อิหม่ามอัชชาฟิอีย์ได้เชื่อมโยงวันอีดอัฎฮาเข้ากับวันอะเราะฟะฮฺ ในขณะที่อิหม่ามอันนะวะวีย์ได้เชื่อมโยงวันอะเราะฟะฮฺเข้ากับวันที่มีภาระกิจการวุกูฟจริง ณ ทุ่งอะเราะฟะฮฺของบรรดาหุจญาจญ์
ความหมายของวันอะเราะฟะฮฺตามคำนิยามของอิมามอันนะวะวีย์ข้างต้นสอดคล้องกับหะดีษมุรสัลที่รายงานโดย อับดุลอะซีซ อิบนุ อับดุลลอฮฺว่า ท่านรสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมกล่าวว่า วันอะเราะฟะฮฺคือวันที่เป็นที่ประจักษ์แก่ประชาชนว่าเป็นวันนั้น (บันทึกโดย อบูดาวูด ใน อัลมะรอสีล หะดีษที่ 149, อัดดาเราะกุฏนีย์ ในอัสสุนัน หะดีษที่ 2411, อัลบัยฮะกีย์ ในอัสสุนันอัลกุบรอว์ หะดีษที่ 9828 และมะอฺริฟะตุสสุนัน หะดีษที่ 10398)
ด้วยเหตุนี้ ดร. อิสมาอีลลุตฟี จะปะกียา จึงกล่าวว่า วันอะเราะฟะฮฺเป็นวันที่เกี่ยวเนื่องกับสถานที่เฉพาะที่มีชื่อว่า อะเราะฟาต ซึ่งมีเพียงแห่งเดียวและวันเดียวเท่านั้นในโลกนี้ และวันอะเราะฟะฮฺยังเกี่ยวเนื่องกับภารกิจการชุมนุมกันของบรรดาหุจญาจญ์ ซึ่งเสมือนกับเป็นตัวแทนของประชาชนจากทั่วทุกมุมโลก ณ ทุ่งอะเราะฟาต (ดูบทความของท่านเรื่อง อีดิลอัฎฮาตามวันอะเราะฟะฮฺ เป็นบัญญัติของอัลลอฮฺที่นำไปสู่ความเป็นเอกภาพของประชาชาติ)
จะกำหนดวันอะเราะฟะฮฺได้อย่างไร?
จากข้อมูลข้างต้น จึงสรุปได้ว่า การกำหนดวันอะเราะฟะฮฺต้องขึ้นอยู่กับวันที่บรรดาหุจญาจญ์ได้ไปชุมนุมและวุกูฟจริง ณ ทุ่งอะเราะฟะฮฺเป็นหลัก เพราะทุ่งอะเราะฟะฮฺมีอยู่เพียงแห่งเดียวเท่านั้นในโลกนี้ และวันอะเราะฟะฮฺก็มีวันเดียวเท่านั้น โดยที่ประเทศมุสลิมทั่วโลกไม่สามารถจะกำหนดเองตามการคำนวณทางดาราศาสตร์หรือการดูเดือนของแต่ละประเทศได้ ว่าวันอะเราะฟะฮฺเป็นวันใด นอกจากต้องรอกำหนดที่แน่นอนของวันที่บรรดาหุจญาจญ์จะไปวุกูฟจริง ณ ทุ่งอะเราะฟะฮฺเท่านั้น หรือรอการประกาศอย่างเป็นทางการจากอามีรุลหัจญ์ หรือสภาวินิจฉัยสูงสุดของประเทศซาอุดีอาระเบียเท่านั้น เพราะการเดินทางไปวุกูฟจริง ณ ทุ่งอะเราะฟะฮฺของบรรดาหุจญาจญ์จะขึ้นกับการประกาศอย่างเป็นทางการของสภาดังกล่าว
เชคฟัยศ็อล เมาละวีย์ รองประธานสภามุสลิมยุโรปว่าด้วยการวิจัยและฟัตวา กล่าวว่า ความขัดแย้งด้านมะฏอลิอฺในการดูเดือนเพื่อระบุวันแรกของเดือนเราะมะฎอน หรือเพื่อออกอีดฟิฏรฺเป็นสิ่งที่อนุโลมกันได้ ถึงแม้ว่าอุละมาอฺส่วนใหญ่จะเห็นว่า มุสลิมทั่วทุกมุมโลกควรจะถือศีลอดเมื่อมีการเห็นเดือนในภูมิภาคใดก็ตาม ส่วนการดูเดือนเพื่อกำหนดวันอีดอัฎฮานั้นไม่ควรจะมีความขัดแย้งกันเป็นอันขาด และไม่อนุญาตให้กำหนดวันดังกล่าวด้วยการคำนวณทางดาราศาสตร์หรือการดูเดือนของแต่ละภูมิภาค แต่ทว่าต้องดูวันที่บรรดาหุจญาจญ์เดินทางไปยังทุ่งอะเราะฟะฮฺจริงเท่านั้น ดังนั้นวันอะเราะฟะฮฺ (ที่แท้จริง) จึงเป็นวันที่บรรดาหุจญาจญ์กำลังชุมนุมกัน ณ ทุ่งอะเราะฟะฮฺนั้นเอง และการดูเดือนของแต่ละภูมิภาคไม่สามารถใช้เป็นเกณฑ์เพื่อกำหนดวันอะเราะฟะฮฺได้ ถ้าขัดแย้งกับสภาพความเป็นจริงดังกล่าว วัลลอฮุอะอฺลัม (ฟัตวาเมื่อวันที่ 20/กุมภาพันธ์ 2002 ใน http://www.islamonline.net/fatwa/arabic/FatwaDisplay.asp
ที่มาของข้อมูล http://iqraonline.org/index.php?option=com_content&task=view&id=217&Itemid=146
al-azhary:
--- อ้างจาก: GeT ที่ ธ.ค. 15, 2007, 10:03 PM ---โดยที่ประเทศมุสลิมทั่วโลกไม่สามารถจะกำหนดเองตามการคำนวณทางดาราศาสตร์หรือการดูเดือนของแต่ละประเทศได้ ว่าวันอะเราะฟะฮฺเป็นวันใด นอกจากต้องรอกำหนดที่แน่นอนของวันที่บรรดาหุจญาจญ์จะไปวุกูฟจริง ณ ทุ่งอะเราะฟะฮฺเท่านั้น หรือรอการประกาศอย่างเป็นทางการจากอามีรุลหัจญ์ หรือสภาวินิจฉัยสูงสุดของประเทศซาอุดีอาระเบียเท่านั้น เพราะการเดินทางไปวุกูฟจริง ณ ทุ่งอะเราะฟะฮฺของบรรดาหุจญาจญ์จะขึ้นกับการประกาศอย่างเป็นทางการของสภาดังกล่าว
เชคฟัยศ็อล เมาละวีย์ รองประธานสภามุสลิมยุโรปว่าด้วยการวิจัยและฟัตวา กล่าวว่า “ความขัดแย้งด้านมะฏอลิอฺในการดูเดือนเพื่อระบุวันแรกของเดือนเราะมะฎอน หรือเพื่อออกอีดฟิฏรฺเป็นสิ่งที่อนุโลมกันได้ ถึงแม้ว่าอุละมาอฺส่วนใหญ่จะเห็นว่า มุสลิมทั่วทุกมุมโลกควรจะถือศีลอดเมื่อมีการเห็นเดือนในภูมิภาคใดก็ตาม ส่วนการดูเดือนเพื่อกำหนดวันอีดอัฎฮานั้นไม่ควรจะมีความขัดแย้งกันเป็นอันขาด และไม่อนุญาตให้กำหนดวันดังกล่าวด้วยการคำนวณทางดาราศาสตร์หรือการดูเดือนของแต่ละภูมิภาค แต่ทว่าต้องดูวันที่บรรดาหุจญาจญ์เดินทางไปยังทุ่งอะเราะฟะฮฺจริงเท่านั้น ดังนั้นวันอะเราะฟะฮฺ (ที่แท้จริง) จึงเป็นวันที่บรรดาหุจญาจญ์กำลังชุมนุมกัน ณ ทุ่งอะเราะฟะฮฺนั้นเอง และการดูเดือนของแต่ละภูมิภาคไม่สามารถใช้เป็นเกณฑ์เพื่อกำหนดวันอะเราะฟะฮฺได้ ถ้าขัดแย้งกับสภาพความเป็นจริงดังกล่าว” วัลลอฮุอะอฺลัม
--- End quote ---
السلام عليكم ورحمة الله وبركاته
ในการการทำฮัจญ์ก็ดี การวุกูฟที่อะรอฟะฮ์ก็ดี มิใช่คนซาอุฯ เท่านั้นที่ทำอิบาดะฮ์ฮัจญ์ แต่พี่น้องมุสลิมทั่วไปโลกต่างหากที่เข้ามาบำเพ็ญฮัจญ์กัน แต่ทำไมการกำหนดวันอะรอฟัตให้สำหรับพี่น้องมุสลิมทั่วโลก ถึงอยู่ในมือการฟัตวาของซาอุฯ เท่านั้น ซึ่งมีการฟัตวาเกี่ยวกับดูเดือนมักผิดพลาดบ่อย คนที่เห็นเดือนก็มิใช่ผู้ที่มีความสันทัดและไม่รู้หลักการในการเห็นเดือน
อนึ่ง การกำหนดวันอะรอฟะฮ์ มีผลต่อคนทั่วโลก สภาฟัตวาซาอุฯ น่าจะตั้งคณะกรรมการจากอุลามาอ์ทั่วโลกที่มีความชำนาญไม่ยิ่งหย่อนเลยและจะยิ่งกว่าด้วยซ้ำ เข้ามามีส่วนร่วมในการวินิจฉัยและกำหนดการดูเดือนตรงนี้
มักกะฮ์ บัยตุลลอฮ์ เป็นของพี่น้องมุสลิมทั่วโลกครับ
วัลลอฮุอะลัม
GeT:
เห็นด้วยกับคุณอัซฮารีเรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมการร่วมจากอุละมาอ์ทั่วโลกในการวินิจฉัยและกำหนดวันแรกของเดือนซุลหิจญะฮฺและการกำหนดวันอารอฟะฮฺ
yala:
อีดิลอัฎฮาตามวันอะเราะฟะฮฺเป็นบัญญัติของอัลลอฮฺที่นำไปสู่ความเป็นเอกภาพของประชาชาติ
เขียนโดย ดร.อิสมาอีลลุตฟี จะปะกียา, อบู อัชบาล แปล
1. วันอะเราะฟะฮฺ
วันอะเราะฟะฮฺหมายถึงวันที่บรรดาหุจญาจต่างพำนักอยู่ ณ ทุ่ง อะเราะฟะฮฺ
ท่านรสูล ศ็อลลัลลอฮุ อลัยฮิวะสัลลัมกล่าวว่า
وَعَرَفَةُ يَوْمَ تُعَرِّفُوْنَ
ความว่า และวันอะเราะฟะฮฺคือวันที่พวกเจ้าต่างชุมนุมกัน ณ ทุ่งอะเราะฟะฮฺ
อิมามอันนะวะวีย์กล่าวว่า
وَكَذَا يَوْمُ عَرَفَةَ هُوَ الْيَوْمُ الَّذِي يَظْهَرُ لِلنَّاسِ أَنَّهُ عَرَفَةُ سَوَاءٌ التَّاسِعَ أَوِ الْعَاشِرَ
ความว่า เช่นเดียวกับวันอะเราะฟะฮฺ มันคือวันที่ประจักษ์แก่มนุษย์ว่ามันคือวันอะเราะฟะฮฺ (นั่นคือวันที่บรรดาหุจญาจกำลังชุมนุมกัน ณ ทุ่งอะเราะฟะฮฺ) ไม่ว่าจะตรงกับวันที่เก้า หรือวันที่สิบ(ของเดือนซุลหิจญะฮฺ ก็ตาม) [ii]
นั่นแหละคือวันอะเราะฟะฮฺ เพราะวันอะเราะฟะฮฺเป็นวันที่เกี่ยวเนื่องกับสถานที่เฉพาะที่มีชื่อว่า อะเราะฟาต ซึ่งมีเพียงแห่งเดียวและวันเดียวเท่านั้นในโลกนี้ และวันอะเราะฟะฮฺยังเกี่ยวเนื่องกับภารกิจการชุมนุมกันของบรรดาหุจญาจ ซึ่งเสมือนกับเป็นตัวแทนของประชาชนจากทั่วทุกมุมโลก ณ ทุ่งอะเราะฟาต พร้อมกับภารกิจการถือศีลอดสุนนะฮฺสำหรับผู้ที่ไม่ได้ปฏิบัติหัจญ์ที่กระจัดกระจายอยู่ทั้วโลก
เพื่อจะให้ทราบถึงวันอะเราะฟะฮฺ อะมีรุลหัจญ์ที่พำนักอยู่ ณ มหานครมักกะฮฺต้องทำการดูเดือนของเดือนซุลหิจญะฮฺ ดั่งที่อิมามชาฟิอีย์ได้กล่าวว่า
وَالشَّهَادَةُ فيِ هِلاَلِ ذِي الحِْجَّةِ لِيَسْتَدِلَّ عَلَى يَوْمِ عَرَفَةَ وَيَوْمِ الْعِيْدِ وَأَيَامِ مِنىَ كَهِيَ فيِ الْفِطْرِ لاَ تَخْتَلِفُ فيِ شَيْءٍ
ความว่า และการดูเดือนของเดือนซุลหิจญะฮฺเพื่อจะระบุเจาะจงวันอะเราะฟะฮฺ วันอีดอัฎฮา และวันต่างๆของมินานั้นเหมือนกับการดูเดือนของวันอีดฟิฏรฺ ไม่มีความแตกต่างกันเลยแม้แต่นิด [iii]
เนื่องจากไม่มีตัวบทหะดีษที่ระบุอย่าชัดเจนให้ทำการดูเดือนเพื่อกำหนดวันอีดอัฎฮา ดังนั้นอิมามชาฟิอีย์จึงใช้หลักการกิยาส(เปรียบเทียบ) เพื่อกำหนดวันอะเราะฟะฮฺและวันอีดอัฎฮา กับการกำหนดวันอีดฟิฏรฺ นั่นคือการดูเดือน
ในเชิงที่ว่า การกำหนดวันอะเราะฟะฮฺสำหรับอมีรุลหัจญ์หรือเคาะลีฟะฮฺนั้น ต้องขึ้นอยู่กับการดูเดือนเท่านั้น ไม่เพียงพอกับความรู้ทางดาราศาสตร์หรือการคำนวณของเครื่องอิเล็กทรอนิก(คอมพิวเตอร์) ถึงแม้ว่าการคำนวณดังกล่าวจะถูกต้อง และถึงแม้ว่าสุดท้ายจะพบว่าเกิดความผิดพลาดของการดูเดือนก็ตาม เพราะการดูเดือนนั้นเป็นสิ่งที่พึงกระทำมากกว่าเพื่อให้ทราบถึงวันอะเราะฟะฮฺซึ่งตามด้วยวันอีดอัฎฮาและต่อด้วยวันตัชรีกทั้งสาม
2. ความประเสริฐของวันอะเราะฟะฮฺ
วันอะเราะฟะฮฺมีวันเดียวเท่านั้นในหนึ่งปี มันเป็นวันที่ประเสริฐที่สุดในรอบปี และเป็นวันที่ประเสริฐยิ่งกว่าวันอีดอัฎฮา เพราะมันมีความประเสริฐที่มากมาย อาทิเช่น
1. ท่านรสูลศ็อลลัลลอฮุ อลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า
أَفْضَلُ الدُّعَاءِ دُعَاءُ يَوْمِ عَرَفَةَ
ความว่า ดุอาอ์ที่ประเสริฐที่สุดคือดุอาอ์วันอะเราะฟะฮฺ [iv]
อัลบะเฆาะวีย์และอุละมาอ์ที่เชื่อถือได้ท่านอื่นๆกล่าวว่า วันอะเราะฟะฮฺคือวันที่ประเสริฐที่สุดในรอบหนึ่งปี [v].
หมายความว่า วันอะเราะฟะฮฺนั้นประเสริฐยิ่งกว่าวันอีดอัฎฮาและอีดฟิฏรฺ แต่น่าเสียดายที่สังคมเราส่วนใหญ่กลับมองข้ามและเห็นว่าวันอะเราะฟะฮฺเป็นวันธรรมดาๆวันหนึ่งเท่านั้น. ดังนั้นการอิบาดะฮฺต่างๆในวันนี้ อาทิเช่น การถือศีลอดและการขอดุอาอ์ จึงไม่ค่อยมีใครชอบปฏิบัติกัน...ขออัลลอฮฺโปรดช่วยเหลือ
3. ท่านรสูล ศ็อลลัลลอฮุ อลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า
َا مِنْ يَوْمٍ أَكْثَرَ مِنْ أَنْ يَعْتِقَ اللهُ فِيْهِ عَبْدًا مِنَ النَّارِ مِنْ يَوْمِ عَرَفَة
ความว่า ไม่มีวันใดที่อัลลอฮฺจะทรงปลดปล่อยบ่าวของพระองค์ออกจากไฟนรกมากยิ่งกว่าการปลดปล่อยของพระองค์ในวันอะเราะฟะฮฺ [vi].
ดังนั้นจึงส่งเสริม(สุนัต)ให้มุสลิมที่ไม่ได้ปฏิบัติหัจญ์ทำการถือศีลอดในวันอะเราะฟะฮฺ เพื่อจะได้รับการตอบแทนอันยิ่งใหญ่ที่พระองค์ทรงสัญญาไว้
ดังนั้นจึงไม่เป็นการสมควรอย่างยิ่งที่เราจะหมกมุ่นและให้ความสำคัญกับการกำหนดวันอีดอัฎฮามากกว่าการให้ความสำคัญในการกำหนดวันอะเราะฟะฮฺ และไม่ควรที่แสวงหาวันอะเราะฟะฮฺในวันอื่นจากวันที่บรรดาหุจญาจกำลังรวมตัวกัน ณ ทุ่งอะเราะฟะฮฺ วัลลอฮุ อะอฺลัม
อบูเกาะตาดะฮฺเล่าว่า มีคนถามท่านรสูล ศ็อลลัลลอฮุ อลัยฮิ วะสัลลัม ถึง (ความประเสริฐของ) การถือศีลอดในวันอะเราะฟะฮฺ ท่านตอบว่า
يُكَفِّرُ السَّنَةَ الْمَاضِيَةَ وَالْبَاقِيَةَ
ความว่า สามารถลบล้าง (บาป) ของปีที่ผ่านมาและปีเหลืออยู่ [vii].
วันอีดอัฎฮาและการดูเดือน
ท่านรสูล ศ็อลลัลลอฮุ อลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า
الأَضْحَى يَوْمَ يُضَحِّي النَّاسُ
ความว่า วันอีดอัฎฮาคือวันที่คนทำการเชือดสัตว์กุรบานกัน [viii].
อัตติรมิซีย์ได้กล่าวขยายความหะดีษนี้ว่า บรรดาอุละมาอ์กลุ่มหนึ่งได้อธิบายหะดีษว่า การถือศีลอดและวันอีดนั้นต้องปฏิบัติให้พร้อมๆกับชุมชนและสังคมทั้งหลาย [ix]. อย่าให้ถึงกับพี่น้องมุสลิมที่กำลังพำนักอยู่ ณ มหานครมักกะฮฺกำลังเชือดสัตว์ กุรบานอยู่ต่อหน้าเราในจอโทรทัศน์ ในขณะที่เรากำลังถือศีลอดวันอะเราะฟะฮฺที่บ้าน เพราะเหตุผลที่ว่าเรามองไม่เห็นเดือน!!!
อิมามชาฟิอีย์มีทัศนะเกี่ยวกับวันอีดว่า วันอีดอัฎฮานั้นคือวันที่ถัดจากวันอะเราะฟะฮฺ [x]. นั่นคือวันที่สิบของเดือนซุลฮิจญะฮฺ โดยท่านได้เชื่อมโยงวันอีดอัฎฮาเข้ากับวันอะเราะฟะฮฺ ในขณะที่อิมามอันนะวะวีย์ได้เชื่อมโยงวันอะเราะฟะฮฺเข้ากับภารกิจการวุกูฟของบรรดาหุจญาจ ณ ทุ่งอะเราะฟะฮฺ...
และพึงตระหนักว่า วันแห่งภารกิจการวุกูฟ ณ ทุ่งอะเราะฟะฮฺนั้นมีเพียงวันเดียวเท่านั้นของทุกๆปี
อีดอัฎฮาตามวันอะเราะฟะฮฺ
เพื่อความเป็นเอกภาพของประชาชาติมุสลิมและเพื่อให้สอดคล้องกับบัญญัติของอัลลอฮิและสุนนะฮฺของท่านรสูล ศ็อลลัลลอฮุ อลัยฮิวะสัลลัม จึงขอเสนอให้ยึดการกำหนดวันอีดอัฎฮาตามประกาศอย่างเป็นทางการของมหานครมักกะฮฺเกี่ยวกับวันอะเราะฟะฮฺ หมายความว่า วันอัดอัฎฮานั้นต้องเป็นวันที่ถัดจากวันอะเราะฟะฮฺเท่านั้น ด้วยเหตุผลต่างๆที่จะได้กล่าวต่อไปนี้
1. วันอะเราะฟะฮฺมีความเกี่ยวเนื่องกับสถานที่และภารกิจของบรรดาหุจญาจที่กำลังวุกูฟอยู่ ณ ทุ่งอะเราะฟะฮฺ และทุ่งอะเราะฟะฮฺมีเพียงแห่งเดียวเท่านั้นบนโลกนี้และการวุกูฟ ณ ทุ่งอะเราะฟะฮฺก็มีวันเดียวเท่านั้นในรอบหนึ่งปี
2. วันอะเราะฟะฮฺเป็นวันที่ประเสริฐที่สุดในรอบหนึ่งปี ซึ่งประชาชาติอิสลามไม่ควรมองข้ามและไม่ควรจะให้มีสองวัน
3. ตามคำยืนยันของอิมามชาฟิอีย์ที่ว่า วันอีดอัฎฮานั้นเป็นวันที่ถัดจากวันอะเราะฟะฮฺ
4. บรรดาอุละมาอ์อิสลามที่น่าเชื่อถือมีทัศนะตรงกันว่าอนุญาตให้ประชากรประเทศใดประเทศหนึ่งถือศีลอดหรืออกอีดตามอีกประเทศหนึ่งที่มองเห็นเดือน ถึงแม้ว่าจะอยู่ในเขตละติจูดที่ต่างกันก็ตาม เพียงแต่ว่าพวกเขามีความเห็นไม่ตรงกันว่า เป็นการวาญิบหรือจำเป็นหรือไม่ที่จะต้องปฏิบัติตามประเทศที่มองเห็นเดือนดังกล่าวเท่านั้นเอง[xi].
ถ้าหากว่าทัศนะของอุละมาอ์ที่เห็นว่าวาญิบต้องถือศีลอดและออกอีดด้วยการมองเห็นเดือน ณ ประเทศใดประเทศหนึ่งนั้นเป็นทัศนะที่ถูกต้อง ดังนั้นเราก็ต้องเป็นฝ่ายที่ผิดพลาด เพราะไม่ยอมปฏิบัติตามการยืนยันถึงการมองเห็นเดือนดังกล่าว ดังที่ประเทศซาอุดิอารเบียได้ยืนยันถึงการเห็นเดือนของปีนี้ในคืนวันพุธที่ 1 ซุลหิจญะฮฺ 1422 ซึ่งตรงกับวันที่ 13/2/2002 และทางกลับกัน ถ้าหากว่าทัศนะของอุละมาอ์ที่ว่าไม่ว่าญิบหรือไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามการมองเห็นเดือนของประเทศอื่นนั้นเป็นทัศนะถูกต้อง เราก็ไม่เสียหายที่ไปปฏิบัติตามดังกล่าว เพราะบรรดาอุละมาอ์อิสลามมีความเห็นพ้องกันว่าอนุญาต(ไม่ห้าม)ให้ปฏิบัติตามได้ ถึงแม้ว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่วาญิบและไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามก็ตาม เพราะคำว่า ไม่วาญิบหรือไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตาม นั้นไม่ได้หมายความว่าไม่อนุญาตให้ปฏิบัติตาม. วัลลอฮุ อะอฺลัม
5. ประชาชาติอิสลามทั่วทุกมุมโลกน่าจะมีจุดยืนในการกำหนดวันอีดอัฎฮาและวันตัชรีก ด้วยการยึดวันอะเราะฟะฮฺเป็นหลัก เนื่องจากว่าวันอีดอัฎฮานั้นมีความเกี่ยวพันธ์กับการกำหนดวันอะเราะฟะฮฺมากยิ่งกว่าการดูเดือนตามประเทศต่างๆ เพราะตามหลักฐานจากหะดีษต่างๆทำให้เข้าใจว่าการดูเดือนนั้นจะมีความเกี่ยวพันธ์กับการถือศีลอดรอมฎอนและการออกอีดฟิฏรฺมากกว่าการดูเดือนเพื่อกำหนดวันอีดอัฎฮาของแต่ละประเทศ ดังนั้นจึงไม่ควรเน้นและยึดการดูเดือนเป็นหลักเพื่อกำหนดวันอีดอัฎฮาของแต่ละประเทศมากกว่าการยึดเอาวันอะเราะฟะฮฺเป็นหลัก วัลลอฮุ อัอฺลัม
6. การกำหนดวันอีดอัฎฮาตามวันอะเราะฟะฮฺ ของมหานครมักกะฮฺนั้น เป็นพื้นฐานแห่งการสร้างเอกภาพให้เกิดขึ้นในหมู่ประชาชาติอิสลามทั่วทุกมุมโลก อันเป็นเป้าหมายหลักของวันอีด
7. ด้วยความทันสมัยของอิเล็กทรอนิกและการสื่อสารในยุคปัจจุบันทำให้ประชาชาติอิสลามทั่วทุกแหล่งหล้าสามารถรับทราบอย่างชัดเจนและง่ายดายถึงวันอะเราะฟะฮฺ
8. การกำหนดวันอีดอัฎฮาตามวันอะเราะฟะฮฺนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องและสะดวก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคปัจจุบัน เพราะบรรดาผู้ที่ประสงค์จะปฏิบัติตามสุนนะฮฺการถือศีลอดในวันอะเราะฟะฮฺสามารถถือศีลอดในวันอะเราะฟะฮฺจริงๆ โดยปราศจากการบิดเบือน เพราะท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อลัยฮิ วะสัลลัม ได้ถูกถามถึงการถือศีลอดในวันอะเราะฟะฮฺ (หมายถึง วันที่ บรรดาหุจญาจกำลังวุกูฟอยู่ ณ ทุ่งอะเราะฟะฮฺ) ไม่ใช่วันที่เก้า ของเดือนซุลหิจญะฮฺ ดังที่ได้ประจักษ์จากหะดีษที่เล่าโดยอบูเกาะตาดะฮฺที่ผ่านมา
9. ส่วนคำกล่าวอ้างที่ว่า แล้วเราสามารถถือศีลอดวันอะเราะฟะฮฺหรือออกอีดก่อนมักกะฮฺตั้งหลายชั่วโมงได้หรือ ? คำตอบก็คือ คำว่า วัน ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง เวลา แต่หมายถึง วันที่ประกอบด้วยกลางวันและกลางคืน. เพราะตามศัพท์ของหะดีษ ระบุว่า วันอะเราะฟะฮฺ ไม่ใช่ เวลาอะเราะฟะฮฺ หรือ ชั่วโมงอะเราะฟะฮฺ เช่นเดียวกับคำว่า วันเชือดกุรบาน หรือ วันอีดอัฎฮา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนับวันตามเวลาจันทรคตินั้นจะเริ่มต้นจากเวลากลางคืนหลังจากที่ดวงอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้า
ดวงเดือนของเดือนซุลหิจญะฮฺ
วันอะเราะฟะฮฺคือวันที่บรรดาหุจญาจกำลังวุกูฟอยู่ ณ ทุ่งอะเราะฟะฮฺ ซึ่งได้ถูกกำหนดขึ้นด้วยการมองเห็นดวงเดือนของต้นเดือนซุลหิจญะฮฺ ไม่ใช่ด้วยการคำนวนทางดาราศาสตร์ เพราะการคำนวนทางดาราศาสตร์เพียงอย่างเดียวเพื่อกำหนดวันถือศีลอดและวันออกอีดนั้นไม่เคยเป็นที่ยอมรับและไม่เป็นที่อนุมัติของบรรดาเศาะหาบะฮฺ บรรดาตาบิอีน บรรดาแกนนำมัซฮับต่างๆ และบรรดาอุละมาอ์ที่น่าเชื่อถือ เพียงแต่ว่าการคำนวณดังกล่าวสามารถใช้ประโยชน์เพียงเพื่อเป็นการสนับสนุน หรือใช้ยืนยันถึงความถูกต้องของการดูเดือนเท่านั้น[xii] หรือเพื่อประโยชน์ส่วนตัวเท่านั้น ไม่ใช่ประชาชาติทั้งหมดหรือสังคมใดสังคมหนึ่ง
สรุปแล้ว
วันอีดอัฎฮา คือวันที่ถัดจากวันอะเราะฟะฮฺ ซึ่งเป็นวันที่บรรดาหุจญาจกำลังวุกูฟอยู่ ณ ทุ่งอะเราะฟะฮฺนั้น เป็นบัญญัติของอัลลอฮฺและสุนนะฮฺของท่านรสูล ศ็อลลัลลอฮุ อลัยฮิวะสัลลัม ทั้งยังสอดคล้องกับการวินัจฉัย (อิจญ์ติฮาด) ของบรรดาแกนนำมัซฮับต่างๆ โดยเฉพาะอีมามชาฟิอีย์ และบรรดาอุละมาอ์อิสลามที่เชื่อถือได้ ซึ่งผลที่ตามมาคือ ความเป็นเอกภาพของประชาชาติและความน่าเกรงขามของอิสลาม พร้อมกับความมีเกียรติของประชาชาติมุสลิม วัลลอฮุ อะอฺลัม
ดร.อิสมาอีล ลุตฟี ฟาฏอนีย์
สมาชิกสภาผู้ก่อตั้งสันนิบาตโลกมุสลิมประจำประเทศไทย
มัสญิด อิบาดุรเราะหฺมาน : 5 ซุลหิจญะฮฺ 1422
<http://iqraonline.org/index.php?option=com_content&task=view&id=195&Itemid=146>
ผมขอถามคุณ อัซฮารีว่า ฮะดิษทั้งหลาย ข้างบนนั้น เกิดขึ้นก่อนที่ท่าน นบี ศล.จะไปกระทำฮัจย์หรือว่าในขนะที่ท่านกำลังกระทำอยู่หรือว่าหลังจากที่ท่าน นบี ศล.เสร็จจากฮัจย์
ขอบคุณครับ
นำร่อง
[0] ดัชนีข้อความ
[#] หน้าถัดไป
[*] หน้าที่แล้ว
Go to full version