เสวนาเชิงวิชาการ > สนทนาศาสนธรรม

กัรกูซารี

<< < (5/12) > >>

musalmarn:
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ผมและรุ่นน้องคนนึงได้มีโอกาสไปมัรกัสท่าแพ นครศรีธรรมราช (ซึ่งจริงๆ แล้ว ก็ไปเกือบทุกสัปดาห์แหละ)

แต่สัปดาห์ที่ผ่านมาพิเศษหน่อย ตรงที่ว่าเราไปเพื่อที่จะขอให้มัรกัสนุศเราะฮใหกับนักศึกษา เกี่ยวกับการสร้างบรรยากาศอิสลามในสังคมมหาวิทยาลัย

อัลฮัมดุลลิลลาฮ... ที่ทางมัรกัสได้ตอบรับคำขอจากนักศึกษา




จริงๆ แล้ว มันสืบเนื่องจากเดือนรอมฏอนที่ผ่านมา ทางชมรมมุสลิมที่นี้ ได้เชิญอิหม่ามฮาฟิศจากชุมชนข้างๆ มหาวิทยาลัยมานำละหมาดตราเวียะฮ ด้วยกับอัซบาบของกัรกูนคนในพื้นที่ และฟิเกรของนักศึกษาบางส่วน เลยทำให้มีความคิดที่จะเชื่อมโยงระหว่างงานตับลีฆและนักศึกษา หลังจกที่ มหาวิทยาลัยแห่งนี้ได้ลาร้างจากงานตับลีฆมาเกือบ 4 ปี นั่นเป็นเพราะความอ่อนแอของคนทำงานด้วยกันเอง

ซึ่งวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เป็นวันแรกที่พี่น้องตับลีฆมาพูดคุยเกี่ยวกับอิหม่านและอม้าล เดาได้ไม่ยากเลยว่า นักศึกษาที่มาร่วมฟังและอยู่ร่วมกับพี่น้องตับลีฆนั้น น้อย เมื่อเทียบกับสัดส่วนของนักศึกษาเอง

คงต้องพยายาม และดุอาอ อินชาอัลลอฮ



แต่ถือเป็นการเปิดประตูสู่การเรียนรู้ได้อย่างดี เนื่องเพราะว่าทั้งมุสลีมีนและมุสลีมะฮต่างก็มาร่วมรับฟัง ซึ่งเมาลานาท่านนี้ที่มาบรรยายจบจากปากีสถาน ท่านบายานแบบอุมูม (แนวกว้างๆ) ไม่ได้เจาะลึก เพราะ งานตับลีฆถือเป็นสิ่งที่ใหม่ในห้วงเวลา 2-3 ปี ในสังคมมหาวิทยาลัยแห่งนี้ หลังจากที่ขาดตอนไปช่วงระยะเวลาหนึ่ง




ดุอาอให้ด้วยน่ะครับ เพื่อที่ว่าบรรยากาศเกี่ยวกับศาสนาจะถูกพูดมากขึ้นในสังคมแห่งการเรียนรู้
อามีน ยาร๊อบ...

กูปีเยาะฮฺสะอื้น:
ผมเคยเรียนที่มัสกัรยะลารู้สึกว่าตอนนั้นกำลังตอกเสาร์เข็มอยู่

musalmarn:
ต่อเลยน่ะครับ...

วันศุกร์ที่ผ่านมา ผมกับน้องๆ ได้ไปที่มัรกัสท่าแพ ซึ่งอาศัยรถของกัรกูนชุมชนสระบัวไป

ละหมาดมัฆริบเสร็จก็มีบายาน ตามปกติทั่วๆ ไป แต่คืนนี้มีตากาซาร IPB, Malaysia และในประเทศเยอะ ไม่ว่าจะเป็น 40 วัน หรือ 4 เดือน

หลังบายานก็ได้ไปพบกับผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับญามาอะฮนักศึกษา มีการมุซากาเราะฮเล็กน้อย และนัดว่า วันอาทิตย์เจอกันที่มหาวิทยาลัย


พอวันอาทิตย์ ... ทางมัรกัสก็ส่งพี่น้องมา 4 ท่านด้วยกัน คนที่มาบายานหลังละหมาดมัฆริบ ประสบการณ์ของท่านคือ คลุกคลีกับงานนักศึกษามาก็หลายรุ่น เคยพาญามาอะฮนักศึกษาราม ออก 40 วันและ 4 เดือน

แต่ช๊อตเด็ดของคืนนี้คือ การตัรฆีบหลังจาก บายานมัฆริบ


คนทำงานศาสนา เปรียบเสมือนคนทำนา งานศาสนา เปรียบเสมือน นา

เราต้องทำนา เพื่อที่ว่า คนทั่วๆ ไปจะได้ทานข้าว

หากเราไม่ทำนา แล้ว คนทั่วไปจะทานข้าวได้อย่างไร

หากหมดรุ่นเราแล้ว ใครจะทำนา



และที่สำคัญ การทำงานศาสนาในสังคมมหาวิทยาลัย ควรจะไปแบบคูซูซี เพราะจะถึงง่ายกว่า

คืนนั้น อัลฮัมดุลลิลลาฮ ที่พี่น้องนักศึกษามาเยอะ ถ้าเทียบกับคืนก่อน


ทราบมาว่า ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ นี้ จะมีการมูเชาวารัตประเทศไทยที่ มัรกัสมีนบุรี อินชาอัลลอฮ คงได้คำแนะนำที่ดีดี จากพี่น้องที่เข้าร่วม

al-islah:
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาได้ไปมัรกัสมีญามาอัตเอมิเรส(แต่คนบายานหน้าตาเหมือนคนอินเดียและพูดภาษาอดุรดู)
ท่านบอกว่า ท่านมาที่นี้มาเห็นพี่น้องประเทศไทยแล้วสบายใจ คนไทยส่วนใหญ่ที่ไปที่นู้นจะไปเพื่อเที่ยว ซื้อของ แต่วันนี้มาเห็นพี่น้องชาวไทยใส่โต๊บ โพกซัรบัน มีอาม้าลศาสนา มีโรงเรียนสอนศาสนา แล้วสบายใจ

บาชีร:

--- อ้างจาก: WALEEYUDDEEN ที่ ต.ค. 22, 2008, 05:15 PM ---เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาได้ไปมัรกัสมีญามาอัตเอมิเรส(แต่คนบายานหน้าตาเหมือนคนอินเดียและพูดภาษาอดุรดู)
ท่านบอกว่า ท่านมาที่นี้มาเห็นพี่น้องประเทศไทยแล้วสบายใจ คนไทยส่วนใหญ่ที่ไปที่นู้นจะไปเพื่อเที่ยว ซื้อของ แต่วันนี้มาเห็นพี่น้องชาวไทยใส่โต๊บ โพกซัรบัน มีอาม้าลศาสนา มีโรงเรียนสอนศาสนา แล้วสบายใจ

--- End quote ---

แล้วตอนนี้ยะมะอะฮฺนั้นอยู่ไหนครับ

ผมจะไปนุสเราะฮฺนะครับ

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว

Go to full version