เสวนาเชิงวิชาการ > สนทนาศาสนธรรม

มีข้อสงสัยจะมาถามพี่ๆครับ

(1/3) > >>

Park Smart:
Tweet
อัสสลลามมูอาลัยกุม

พอดีผมเป็นคนที่มีความรู้ทางด้านศาสนาน้อยครับ

เรื่องที่ผมอยากจะถามก็คือ การให้สลามในพวกเว็ปบอร์ด เว็ปไซด์ Hi5 Msn ฯลฯ
สรุปว่า การให้สลามในโลกดิจิตอล

พอดีมีคนมาตักเตือนผมว่า...
''คนเราห้ามให้สลามผู้หญิง((ที่แต่งงานกันได้นะ))เป็นเพราะว่า การสลามกับผู้หญิงมันจะทำให้เรา ติดกับผู้หญิง การสลามมันมันเรื่องที่ดี แต่การสลามมันก็มีข้อยกเว้นเหมือนกันนะ ถ้าเราไปสนิทกับผู้หญิงมากเกินไป อิหม่ามและอาม้าลของเราจะถูกลดทันที่โดยที่เราไม่รู้ตัว ถ้าเราบังคับได้ก็ห้ามสลามผู้หญิงเป็นอันขาดนะ มันดูเชิงเหมือนว่าเราไปแต่งงานกับเขาแล้วแต่การแต่งงานมันยังไม่สมบูรณ์ แล้วการแต่งงานที่ไม่สมบูรณ์ เราก็ไปทำให้พ่อแม่ ไม่รุ้เรื่องอะไรกัน ((ผู้อาวุโส เป็นคนบอกเราเองตอนออกด่ะว่ะ ถ้าผิดอะไรก็ มาอัฟๆด้วย))
**ห้ามตอบสลามผู้หญิงด้วย ถ้าผู้หญิงเป็นคนสลามก่อน ไปหละ^^ ((ถ้าคิดว่าตัวเองถูก ก็ทำไปเหอะ))ยังไงเราก็ไม่เก่งศาสนาอยู่แล้ว''

   พอดีเขามาคอมเม้นที่Hi5ผมอ่ะครับ ผมงงครับ ว่าการสลามในโลกดิจิติมันผิดและเป็นขอห้ามด้วยหรอครับ?

ช่วยอธิบายหน่อยนะครับ หลังจากที่ผมโดนเตือน เลยทำให้สับสน ผมรู้สึกจะมีข้อคัดแย้งกับคำเตือนนิดหน่อยครับ

วอนผู้รู้ช่วยอธิบายหน่อยครับ แบบว่างงมากๆ

ยาซากัลลอฮกับคำตอบนะครับ

วัสสลาม

Goddut:
การสลาม ไม่มีห้ามแบบนี้

ผมไม่เคยเจอใครสอนว่า ห้ามสลามคนที่ไม่ใช่มะรอม

ฮะดิสบทหนึ่ง บันทึกโดย อะหมัด ( คัดย่อ ) จาก อบูฮุรอยเราะ เล่าว่า
"เขาได้ถามท่านนบีว่าสิ่งใดที่ทำให้เราเข้าสวรรค์ ท่านนบีกล่าวว่า จงให้อาหารแก่คนยากจน จงให้สลามกัน จงติดต่อสัมพันธ์กับเครือญาติ และจงละหมาดในเวลากลางคืน"

การให้สลาม เป็นการอวยพร หรือขอพร ให้ซึ่งกันและกัน การกระทำเช่นนี้นั้น เป็น สุนัต สำหรับผู้ให้ และเป็น วายิบ สำหรับผู้รับ
หากการอวยพรซึ่งกันและกันนั้น ถูกห้าม การพูดคุยกันธรรมดา ย่อมไม่ถูกห้ามกว่าหรือ ?

หากเพื่อนของคุณที่มาตอบในเวปไซต์ มีหลักฐานก็โปรดแสดง
แล้วเราจะนำมาชี้แจงกันต่อไป

อินชาอัลลอฮฺ
วัสลาม....

Qortubah:
ถ้าเป็นสลามในเวบบอร์ด คิดว่าคงไม่ใช่ประเด็นปัญหาเท่าไหร่มั้งครับ?

แต่ถ้าเป็นการสลามในการพูดคุย เช่นนี้เคยพบว่าอุละมาอ์ท่านกล่าวไว้ประมาณว่า ถ้าหากเป็นหญิงชรา หรือมีอายุ ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าเป็นสาววัยรุ่น รุ่นราวคราวเดียวกันอันนี้ก็อาจจะเข้าข่ายมักรูฮฺได้ เพราะเำกรงว่าจะเป็นฟิตนะฮฺ โดยอาจเข้าข่ายกฎ سد الذرائع

ลองค้นหาดูปรากฎว่าพบทัศนะของอุละมาอ์ดังนี้ครับ

1-

سُئِلَ الإمام مَالِك هَلْ : يُسَلَّمُ عَلَى الْمَرْأَةِ ؟ فَقَالَ : أَمَّا الْمُتَجَالَّةُ (وهي العجوز) فَلا أَكْرَهُ ذَلِكَ ، وَأَمَّا الشَّابَّةُ فَلا أُحِبُّ ذَلِكَ .
وعلَّل الزرقاني في شرحه على الموطأ (4/358) عدم محبة مالك لذلك : بخوف الفتنة بسماع ردها للسلام


2-

وفي الآداب الشرعية (1/ 375) ذكر ابن مفلح أن ابن منصور قال للإمام أحمد : التسليم على النساء ؟ قال : إذا كانت عجوزاً فلا بأس به .

وقال صالح (ابن الإمام أحمد) : سألت أبي يُسَلَّمُ على المرأة ؟ قال : أما الكبيرة فلا بأس ، وأما الشابة فلا تستنطق . يعني لا يطلب منها أن تتكلم برد السلام .


3-

وقال النووي في كتابه "الأذكار" (ص 407) :

"قال أصحابنا : والمرأة مع المرأة كالرجل مع الرجل ، وأما المرأة مع الرجل ، فإن كانت المرأة زوجته ، أو جاريته ، أو محرماً من محارمه فهي معه كالرجل ، فيستحب لكل واحد منهما ابتداء الآخر بالسلام ويجب على الآخر رد السلام عليه . وإن كانت أجنبية ، فإن كانت جميلة يخاف الافتتان بها لم يسلم الرجل عليها ، ولو سلم لم يجز لها رد الجواب ، ولم تسلم هي عليه ابتداء ، فإن سلمت لم تستحق جواباً فإن أجابها كره له .

وإن كانت عجوزاً لا يفتتن بها جاز أن تسلم على الرجل ، وعلى الرجل رد السلام عليها .

وإذا كانت النساء جمعاً فيسلم عليهن الرجل . أو كان الرجال جمعاً كثيراً فسلموا على المرأة الواحدة جاز إذا لم يُخَفْ عليه ولا عليهن ولا عليها أو عليهم فتنة .

روى أبو داود (5204) عن أَسْمَاء ابْنَة يَزِيدَ قالت : مَرَّ عَلَيْنَا النَّبِيُّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ فِي نِسْوَةٍ فَسَلَّمَ عَلَيْنَا . صححه الألباني في صحيح أبي داود .

وروى البخاري (6248) عن سَهْلٍ بن سعد قَالَ : كَانَتْ لَنَا عَجُوزٌ تُرْسِلُ إِلَى بُضَاعَةَ ( نَخْلٍ بِالْمَدِينَةِ ) فَتَأْخُذُ مِنْ أُصُولِ السِّلْقِ فَتَطْرَحُهُ فِي قِدْرٍ وَتُكَرْكِرُ حَبَّاتٍ مِنْ شَعِيرٍ ( أي تطحن ) فَإِذَا صَلَّيْنَا الْجُمُعَةَ انْصَرَفْنَا وَنُسَلِّمُ عَلَيْهَا فَتُقَدِّمُهُ إِلَيْنَا" . انتهى كلام النووي


4-

وقال الحافظ في "الفتح" :

عن جواز سلام الرجال على النساء ، والنساء على الرجال، قال : الْمُرَاد بِجَوَازِهِ أَنْ يَكُون عِنْد أَمْن الْفِتْنَة .

ونَقَل عن الْحَلِيمِيّ أنه قال : كَانَ النَّبِيّ صَلَّى اللَّه عَلَيْهِ وَسَلَّمَ لِلْعِصْمَةِ مَأْمُونًا مِنْ الْفِتْنَة , فَمَنْ وَثِقَ مِنْ نَفْسه بِالسَّلامَةِ فَلْيُسَلِّمْ وَإِلا فَالصَّمْت أَسْلَم .

ونَقَل عَنْ الْمُهَلَّب أنه قال : سَلَام الرِّجَال عَلَى النِّسَاء وَالنِّسَاء عَلَى الرِّجَال جَائِز إِذَا أُمِنَتْ الْفِتْنَة اهـ بتصرف


ป.ล. ไม่ได้ตอบคำถามนะครับ เพราะความรู้ไม่ถึงขั้นจะตอบได้ แค่ช่วยนำเสนอสิ่งที่พบมา เพื่อรับฟังจากท่านผู้รู้อีกครั้งครับ

SaFinah:
โห...แปลว่าอะไรครับเนี๊ยะ... natural:
รบกวนท่าน Qortubah ช่วยแปลให้ด้วยนะครับ...
กระทู้น่าสนใจดีครับ... mycool:

الأزاهرة:
 salam

ไปค้นเจอมาจากคำถามตอบเก่า ๆ ที่เว็บนี้ครับ  คิดว่าเกี่ยวข้องกับกระทู้นี้


بسم الله الرحمن الرحيم

الحمد لله رب العالمين و الصلاة والسلام على سيدنا محمد وعلي اله وصحبه أجمعين

1. การให้สลามผู้ที่ทำการปัสสาวะในห้องน้ำหรือกำลังร่วมหลับนอนกับสามีภรรยาและอื่น ๆ จากทั้งสอง ถือว่ามักโระฮ์(ไม่บังควร)ให้สลาม และหากเขาให้สลามก็ไม่จำเป็นต้องรับสลาม

2. ผู้ใดที่นอนหลับหรือกำลังง่วงนอน ถือว่ามักโระฮ์ให้สลาม และถ้าหากเขาให้สลามก็ไม่จำเป็นต้องรับสลาม

3. ผู้ที่กำลังละหมาด หรือกำลังอะซานและอิกอมะฮ์ มักโระฮ์ในการให้สลามต่อเขา

4. ผู้ที่อยู่ในห้องน้ำ ถือว่ามักโระฮ์ในการให้สลามต่อเขา และหากเขาถูกให้สลาม ก็ไม่จำเป็นต้องรับสลาม

5. หากเขากำลังรับประทานอาหารอยู่ในปาก และถูกให้สลาม ก็ไม่จำเป็นต้องรับสลาม แต่ทว่าหากเขากำลังรับประทานอาหารโดยที่ขณะนั้นไม่มีอาหารอยู่ในปาก ก็อนุญาตให้สลามกับเขาได้ และจำเป็นต้องรับสลาม

6. ในขณะที่กำลังทำการค้าขายหรือประกอบการอื่น ๆ อนุญาตให้สลามได้ และจำเป็นต้องรับสลาม

7. การให้สลามขณะที่กำลังมีการกล่าวคุฏบะฮ์ญุมุอะฮ์ บรรดานักปราชญ์ของเรา กล่าวว่า มักโระฮ์ในการเริ่มให้สลาม เนื่องจากพวกเขาถูกใช้ให้นิ่งเงียบในขณะคุฏบะฮ์

8. การให้สลามต่อผู้ที่กำลังอ่านอัลกุรอานนั้น ที่ดีแล้ว ไม่ต้องให้สลามต่อผู้กำลังอ่านอัลกุรอาน แต่ถ้าหากกล่าวสลามแก่เขา ก็จำเป็นต้องตอบรับสลาม

9. ผู้ที่กำลังขอดุอาอ์ให้ความมุ่งมั่นตั้งใจ ที่ดีแล้ว ไม่ต้องให้สลามต่อผู้กำลังอ่านอัลกุรอาน (หมายถึงมักโระฮ์ให้สลาม)

10.ผู้ที่กำลังกล่าวตัลบียะฮ์(ลับบัยกัลลอฮ์)ในขณะครองเอี๊ยะห์รอม ถือว่ามักโระฮ์ให้สลามต่อเขา แต่ถ้าเขาถูกให้สลาม ก็ให้รับสลามด้วยถ้อยคำ

11. หากมุสลิมคนหนึ่งที่ไม่เลื่องลือในเรื่องความชั่วและบิดอะอ์ลุ่มหลง ก็สุนัตให้สลามแก่เขาได้ และจำเป็นต้องรับสลามให้กับเขา

12. การให้สลามของผู้หญิงกับผู้หญิง ผู้ชายกับผู้ชาย หรือผู้ชายกับภรรยา และมะห์รอมของเขานั้น สุนัตให้ทุก ๆ
จากทั้งสองฝ่ายทำการเริ่มสลามก่อนและวายิบอีกคนหนึ่งทำการรับสลาม

13. หากเป็นสตรีที่แต่งงานกันได้ และนางมีความสวยงามที่อาจจะทำให้เกิดฟิตนะฮ์ได้ ผู้ชายก็จะต้องไม่กล่าวสลามแก่นาง หากเขาให้สลาม ก็ไม่จำเป็นที่นางต้องตอบรับสลาม และหากนางได้เริ่มให้สลามเขาก่อน นางก็สมควรได้การตอบรับสลาม ซึ่งหากเขาตอบรับสลามนาง ถือว่าเป็นมักโระฮ์

14. หากเป็นสตรีชราที่ไม่ก่อให้เกิดฟิตนะฮ์ ก็อนุญาตให้นางให้สลามกับผู้ชาย และจำเป็นต่อผู้ชายทำการตอบรับสลาม

15. หากมีผู้หญิงรวมกันหลายคน แล้วผู้ชายได้ทำการให้สลาม หรือผู้ชายหลายคน แล้วพวกเขาได้ให้สลามกับผู้หญิงคนเดียว ถือว่าอนุญาตให้กล่าวคำสลามได้ หากไม่ก่อให้เกิดฟิตนะฮ์ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

16. ผู้ที่ขี่พาหนะให้สลามต่อผู้ที่เดิน ผู้ที่เดินให้สลามต่อผู้ที่นั่ง ผู้ที่มีจำนวนน้อยกว่าให้สลามต่อบุคคลที่มีจำนวนมากกว่า ผู้น้อยให้สลามต่อผู้ใหญ่

อ้างอิงสรุป : จากหนังสือ อัลอัซการของท่านอิมามอันนะวาวีย์ บทว่าด้วยเรื่อง การให้สลาม

والله أعلى وأعلم

http://www.sunnahstudents.com/forum/index.php?topic=1882.0

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

Go to full version