เสวนาเชิงวิชาการ > สนทนาศาสนธรรม

มีข้อสงสัยจะมาถามพี่ๆครับ

<< < (2/3) > >>

الأزاهرة:
ของแถมเกี่ยวกับคำถามตอบการให้สลาม  เอาไปเลย

بسم الله الرحمن الرحيم

الحمد لله رب العالمين و الصلاة والسلام على سيدنا محمد وعلي اله وصحبه أجمعين

ท่านอิมามอันนะวาวีย์  ร่อฮิมะฮุลลอฮ์   กล่าวว่า

وممّن نصّ على أن الأفضل في المبتدىء أن يقول ‏"‏السلام عليكم ورحمة اللّه وبركاته‏"‏ الإِمام أقضى القضاة أبو الحسن الماورديّ في كتابه ‏"‏الحاوي‏"‏ في كتاب السِّيَر، والإِمام أبو سعد المتولي من أصحابنا في كتاب ‏"‏صلاة الجمعة‏"‏ وغيرها‏

"ส่วนหนึ่งจากผู้ที่ระบุว่า  ที่ดีเลิศ  เกี่ยวกับผู้เริ่มให้สลามนั้น  ให้เขากล่าวว่า  "อัสลามุอะลัยกุ้มวะเราะห์มะตุลลอฮ์วะบารอกาตุฮ์"  คือท่าน อิมามอบูหะซัน อัลมาวัรดี ซึ่งระบุไว้ในหนังสืออัลหาวี  ในบทอัซซิยัร  และท่านอบูสะอัด อัลมุตะวัลลีย์  จากปราชญ์ของเรา  ซึ่งระบุไว้ในบทเรื่องละหมาดญุมุอะฮ์  และอื่น ๆ

ودليله ما رويناه في مسند الدارمي وسنن أبي داود والترمذي، عن عمران بن الحصين رضي اللّه عنهما قال‏:‏ ‏"‏جاء رجلٌ إلى النبيّ صلى اللّه عليه وسلم فقال‏:‏ السلام عليكم، فردّ عليه ثم جلس، فقال النبيّ صلى اللّه عليه وسلم‏:‏ عَشْرٌ، ثم جاء آخر فقال‏:‏ السلام عليكم ورحمة اللّه، فردّ عليه ثم جلس، فقال‏:‏ عِشْرُونَ، ثم جاء آخر فقال‏:‏ السلام عليكم ورحمة اللّه وبركاتُه، فردّ عليه فجلس، فقال‏:‏ ‏"‏ثلاثُونَ‏"‏‏.‏ فقال الترمذي‏:‏ حديث حسن‏

หลักฐานคือ  ฮะดิษที่รายงานไว้ในมุสนัดของอัดดาริมี  สุนัตอะบีดาวูด  และท่านอัตติรมีซีย์  จากท่านอิมรอน บิน ฮุซัยน์  ร่อฏิยัลลอฮุอันฮุมา  ความว่า  "มีชายคนหนึ่งมาหาท่านนบี ซ๊อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  แล้วกล่าวว่า  อัสลามุอะลัยกุ้ม  แล้วท่านบีก็ตอบรับสลาม และท่านนบี  ซ๊อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  กล่าวว่า  ได้สิบความดี  หลังจากนั้น  มีชายคนอื่นอีกได้มาหา  แล้วกล่าวว่า  อัสลามุอะลัยกุ้มวะเราะห์มะตุลลอฮ์  แล้วท่านนบีก็ตอบรับสลาม  และท่านนบี  ซ๊อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า  ได้ยี่สิบความดี  หลังจากนั้นมีชายคนอื่นอีกได้มาหา  แล้วกล่าวว่า  อัสลามุอะลัยกุ้มวะเราะห์มะตุลลอฮ์วะบะรอกาตุฮ์  แล้วท่านนบีก็ตอบรับสลาม  และท่านนบี ซ๊อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า  ได้สามสิบความดี"  ท่านอัตติรมีซีย์กล่าวว่า  เป็นฮะดิษหะซัน

وفي رواية لأبي داود، من رواية معاذ بن أنس رضي اللّه عنه، زيادة على هذا، قال‏:‏ ‏"‏ثم أتى آخر فقال‏:‏ السلام عليكم ورحمة اللّه وبركاته ومغفرته، فقال‏:‏ أرْبَعُونَ، وقال‏:‏ هَكَذَا تَكُونُ الفَضَائِلُ‏

และในสายรายงานหนึ่งของท่านอบูดาวูด  จากการรายงานถึงมุอาซ บิน อะสัน ร่อฏิยัลลอฮุอันฮุ  โดยเพิ่มจากฮะดิษดังกล่าวว่า  "หลังจากนั้นมีชายคนอื่นได้มาหา  แล้วกล่าวว่า  อัสลามุอะลัยกุ้มวะเราะห์มะตุลลอฮ์วะบะรอกาตุฮ์วะมัฆฟิร่อตุฮ์  แล้วท่านนบี  ซ๊อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า  ได้สี่สิบความดี  และกล่าวว่า  เช่นนี้แหละจะมีบรรดาภาคผลดีงาม"

وروينا في كتاب ابن السني، بإسناد ضعيف، عن أنس رضي اللّه عنه قال‏:‏ كان رجلٌ يمرّ بالنبيّ صلى اللّه عليه وسلم يَرعى دوابّ أصحابه فيقول‏:‏ السلام عليك يا رسول اللّه‏!‏ فيقول له النبيّ صلى اللّه عليه وسلم‏:‏ ‏"‏وَعَلَيْكَ السَّلامُ وَرَحْمَةُ اللَّهِ وَبَرَكَاتُهُ وَمَغْفِرَتُهُ وَرِضْوَانُهُ‏"‏، فقيل‏:‏ يا رسول اللّه‏!‏ تُسَلِّم على هذا
سلاماً ما تُسلِّمه على أحدٍ من أصحابك‏؟‏ قال‏:‏ ‏"‏وَمَا يَمْنَعُنِي مِنْ ذلكَ وَهُوَ يَنْصَرِفُ بأجْرِ بِضْعَةَ عَشَرَ رَجُلاً‏؟‏‏"
‏‏
เราได้ถูกรายงานไว้ในหนังสือของท่านอิบนุซุนนีย์  ด้วยสายรายงานที่ฏออีฟ  จากท่านอะนัส ร่อฏิยัลลอฮุอันฮุ  เขากล่าวว่า  มีชายคนหนึ่งเดินทางผ่านนบี ซ๊อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  ซึ่งเขากำลังเลี้ยงปศุสัตว์ของบรรดาซอฮาบะฮ์ท่านนบี  ดังนั้นเขากล่าวว่า  อัสลามุอะลั้ยกุ้ม (ขอความสันติจงมีแด่ท่าน) โอ้  ท่านร่อซูลุลเลาะฮ์ !  แล้วท่านนบีก็กล่าวตอบสลามแก่เขาว่า  วะอะลัยกัสลามวะเราะห์มะตุลลอฮ์วะบะรอกาตุฮ์วะมัฆฟิร่อตุฮุวะริดวานุฮ์ ( และบนท่านนั้น  ขอให้มีความสันติสุข  ความเมตตาของอัลเลาะฮ์  ความสิริมงคลของพระองค์   การอภัยโทษของพระองค์  และความพึงพอพระทัยของพระองค์  (จงประสบแด่ท่าน)  จึงถูกถามขึ้นว่า  โอ้  ท่านร่อซูลุลเลาะฮ์  ท่านได้ให้สลามต่อชายผู้นี้  ซึ่งเป็นการให้สลามที่ท่านไม่เคยให้กับผู้ใดมาก่อนจากบรรดามิตรสหายของท่าน?  ท่านนบี  กล่าวตอบว่า  แล้วอะไรเล่าที่จะมาห้ามให้ฉันจากสิ่งดังกล่าว  โดยที่เขาได้รับผลการตอบแทนของชาย 10 กว่าคน(ที่ทำการถือศีลอดจากซอฮาบะฮ์ที่เขาได้ช่วยเลี้ยงปศุสัตว์)"  ดู  หนังสือ อัลฟุตุฮาต อัรร๊อบบานียะฮ์ ของท่านอิบนุอะลาน ซึ่ง อธิบายหนังสือ อัลอัซการ ของท่านอิมามอันนะวาวีย์ 5/287 - 293

จากสิ่งที่ผมได้นำเสนอมานั้น  พี่น้องจะให้สลามในรูปแบบใดก็ได้แล้วแต่จะสะดวก  แต่ที่ดีเลิศนั้น  ให้สลามว่า "อัสลามุอะลัยกุ้มวะเราะห์มะตุลลอฮ์วะบะรอกาตุฮ์"  เพราะมีสายรายงานฮะดิษที่หะซัน   และท่านอิบนุ อะลาน  ผู้อธิบายหนังสือ อัลอัซการ ของอิมามอันนะวาวีย์   ได้กล่าวว่า

มีสายรายงานซอฮิห์จากท่าน อิบนุญุรัยจ์  จากท่านอะฏออฺ บิน อบี ร่อบาห์  ซึ่งเขาได้ให้สลามต่อท่านอิบนุอับบาสว่า  "อัสลามุอะลัยกุ้มวะเราะห์มะตุลลอฮ์วะบะรอกาตุฮ์วะมัฆฟิร่อตุฮ์"  ท่านอิบนุอับกล่าวว่า  นี้คือผู้ใดกัน  ฉันจึงตอบว่า  ฉันคืออะฏออฺ  ดังนั้น ท่านอิบนุอับบาสจึงกล่าวว่า  การให้สลามนั้นสิ้นสุดเพียงแค่ วะบะรอกาตุฮ์  และท่านได้อ่านอายะฮ์ที่ว่า  "เราะห์มะตุลลอฮิวะบะรอกาตุฮู อะลัยกุ้ม อะฮ์ลัลบัยต์" 

อิบนุวะฮ์บิน  ได้นำเสนอสายรายงานที่ซอฮิห์  จากท่าน อิบนุอุมัร  ว่า  แท้จริงมีชายคนหนึ่งได้ให้สลามต่อท่าน  และได้เพิ่มคำว่า  วะมัฆฟิร่อตุฮ์   ท่านอิบนุอุมัรจึงห้ามปรามไว้  และกล่าวว่า  ท่านจงเพียงพอแค่  วะบะรอกาตุฮ์"  ดู  หนังสือ  อัลฟุตุฮาต อัรร๊อบบานียะฮ์ ของท่านอิบนุอะลาน  5/293

والله أعلى وأعلم

http://www.sunnahstudents.com/forum/index.php?topic=1891.0

الأزاهرة:

--- อ้างจาก: Qortubah ที่ ก.พ. 03, 2008, 08:41 AM ---ถ้าเป็นสลามในเวบบอร์ด คิดว่าคงไม่ใช่ประเด็นปัญหาเท่าไหร่มั้งครับ?

แต่ถ้าเป็นการสลามในการพูดคุย เช่นนี้เคยพบว่าอุละมาอ์ท่านกล่าวไว้ประมาณว่า ถ้าหากเป็นหญิงชรา หรือมีอายุ ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าเป็นสาววัยรุ่น รุ่นราวคราวเดียวกันอันนี้ก็อาจจะเข้าข่ายมักรูฮฺได้ เพราะเำกรงว่าจะเป็นฟิตนะฮฺ โดยอาจเข้าข่ายกฎ سد الذرائع

ป.ล. ไม่ได้ตอบคำถามนะครับ เพราะความรู้ไม่ถึงขั้นจะตอบได้ แค่ช่วยนำเสนอสิ่งที่พบมา เพื่อรับฟังจากท่านผู้รู้อีกครั้งครับ


--- End quote ---

คุณไม่กล้าตอบแล้วใครจะกล้าตอบล่ะครับ  แต่รับฟังจากผู้รู้(อุลามาอ์)โดยอ้างอิงตำราของพวกเขา  ย่อมปลอดภัยกว่า  เพราะฉันเองก็ไม่ถึงขั้น wink:

Park Smart:
อัสสสลามมูอาลัยกุม

เขาตอบกลับมาแบบนี้อ่ะครับ พี่Goddut และพี่ๆทุกคน

''อันนี้เราก็ไม่รู้เหมือนกันนะ เพราะเราถูกสอนมาอย่างนั้น ว่าห้ามสลามผู้หญิง(ที่แต่งงานได้)ก่อนเราจะถูกสอนเราได้เถียงเหมือนที่นายว่าการสลามนี้มันดีไม่ใช่หรอ?? แล้วทำไมถึงห้ามสลามหละ ผู้อาวุโสบอกว่าไม่ได้ เพราะมันดูไม่ดี เราจะไปสร้างมนุษย์สัมพันธ์กับผู้หญิงหรออ เหมือนที่คนต่างศาสนาที่ชอบไปสร้างมนุษย์สัมพันธ์กับผู้หญิงแล้วก็พาผู้หญิงไปในทางที่ไม่ดี แล้วเราหละสลามหญิงก็เท่ากับว่าสร้างมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี จริงๆแล้วเราไม่ควรจะทักผู้หญิง ไม่ควรเข้าใกล้ ไม่ควรแตะ เนื้อต้องตัว เพราะมันเป็นซีนาเล็ก ตอนนี้อุมัรยุคสุดท้าย ต่างคนต่างก็เก่งเรื่องศาสนา แต่ไม่ค่อยจะเข้าใจศาสนา และไม่ค่อยจะปฎิบัติตามศาสนาที่ให้มา ตอนนี้ผมก็อัลฮัมฯ ที่ผมได้ปรับปรุงตัวเอง ได้อยู่ในห่นทางเพราะการด่ะว่ะ อัลลอฮุเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่มีความสามารถให้ฮีดายะได้ เราควรจะขออัลลอฮุได้โปรด ให้ฮีดายะทั้วโลกโดยกับการรับศาสนา ปฎิบัติตามศาสนา อามีน++ขอให้นายช่วยๆกันดุอาให้กับทุกๆคนให้ปลอดพ้นไฟนรกด้วยนะ อินชาฯ ไปหละ((ถ้าเราพูดผิดหรือผิดคำพูด เราขอมาอัฟนายด้วยนะ)) ไปหละ บายย
วัสสลาม^^''

ยาซากัลลอฮมากๆครับกับทุกคำตอบ

al-azhary:
السلام عليكم ورحمة الله وبركاته

อวุโสที่คุณ Park Smart ได้รับฟังมานั้น  เขาพูดในเชิง  เผื่อไว้หรือป้องกันไว้ก่อน  หรืออยู่ขอบข่ายของกฎ سد الذرائع (ปิดกั้นสื่อที่จะชักนำ) แต่หากคุณต้องการจะรู้ฮุกุ่มตามหลักศาสนาว่า  มุบาห์  มักโระฮ์  หรือฮะรอมนั้น  พี่น้องเขาก็ได้ทำการนำเสนอข้างต้นเรียบร้อยแล้วครับ 

والسلام

Goddut:
"เหมือนที่คนต่างศาสนาที่ชอบไปสร้างมนุษย์สัมพันธ์กับผู้หญิงแล้วก็พาผู้หญิงไปในทางที่ไม่ดี."

มันหมายถึงการกระทำ ในทางที่ไม่ดีนะครับ
ไม่ได้หมายความ ห้ามสลาม กันแบบดีๆ
อย่างข้างบนที่มีตัวอย่าง การสลามแบบที่ไม่ดี ( ย้อนกลับไปดูข้างบน )
เช่น  สลาม คนอยู่ในห้องน้ำ ( ทำกิจส่วนตัว ) มีฮะดิส บทหนึ่ง ที่ท่านนบีได้ทำกิจส่วนตัว ปรากฎมีบุคคลให้สลาม นบีก็ไม่รับสลามนะครับแบบนี้ เป็นต้น

คือเราต้องดูกาละเทศะ หรือเช่น กลุ่มชายหลายๆ คน ให้สลาม แบบแซวสาวๆ (ที่น่ารัก แต่ไม่รู้จัก) ตามงานสุเหร่าแบบ นี้ "อัสลาม จ้าคนสวย" ก็ไม่วายิบตอบอยู่แล้วครับ เพราะมันเหนียตแซว ไม่ได้เหนียตสลาม
คือ เราทำอะไรดูที่เจตนา จากด้านบนเราดูเจตนา ไม่ใช่อันนี้ห้าม อันนู้นไม่ได้ มันก็เกินไป
มีกล่าวไว้ในฮะดิส บทหนึ่งในเรื่องซื้อขาย ที่ดูคล้ายกันคือ .. .."ท่านนบีห้ามการซื้อขายที่เป็นแบบสัมผัสมือ (ระหว่างชาย หญิง)"
มันก็หมายถึง ไม่ใช่ห้ามการซื้อขายกัน แต่ห้ามแตะเนื้อต้องตัวกัน การซื้อขายกัน ก็ต้องมีปฏิสัมพันธ์กันอยู่แล้วครับ
ดังนั้น จะบอกว่าห้ามยุ่งเกี่ยว คนค้าขาย คนทำงาน ก็ไม่ต้องเป็นผู้ญ สิครับ

หากญใดมิได้แต่งงาน ก็นอนอยู่บ้านกินดินกินฝุ่นไปก็แล้วกัน
หรือญใด เป็นม่ายมีแต่ลูกสาว ก็รอให้คนมาขอลูกสาวอย่างเดียว
หรือญใด เป็นม่ายแต่ไม่มีลูก ก็หัดปลูกผัก เลี้ยงวัวที่บ้านก็แล้วกัน

ถ้าคิดแบบ ให้สลามกันไม่ได้เลย ถ้าเป็นเป็นคนละเพศ  แบบนี้ไม่สมเป็นอิสลามเลย มันตึงเกินไป...

วัลลอฮฺอะลัม
วัสลาม...

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว

Go to full version