เสวนาเชิงวิชาการ > สนทนาศาสนธรรม
คณะเก่าและคณะใหม่
۞QolbunSaleem۞:
--- อ้างจาก: ILHAM ที่ ต.ค. 04, 2008, 08:53 PM ---ใช่ เมื่อก่อนผมไม่รู้จักเลยว่าวัฮฮาบีคือ***อะไร อยู่อย่างสงบดีไม่ต้องกลัวอะไร แต่แรกๆที่รู้คือไม่อ่านกูนุต ไม่ลูบหน้า แค่นั้นเอง
เดี๋ยวนี้ต้องคอยสังเกตทีละ***ว่าไอนี่มันวัฮฮาบีหรือเปล่าน้า เออพวกเรานี่ ดีใจจริงๆ อะไรประมาณนั้น
--- End quote ---
อืม..ก็อย่าให้การคอยสังเกตว่าใครใช่วะฮาบีย์หรือไม่ใช่เป็นหน้าที่หรือกิจวัตรหลักแล้วกันนะพี่น้อง
สังเกตจากชมรมของกระผมในมหาลัย บางคนซีเรียสเรื่องการแยกแยะว่าใครเป็นคณะเก่าคณะใหม่มากจนเกินเหตุ จนบางครั้งลืมนึกไปเลยว่ายังมีพี่น้องหลายคนไม่ละหมาด ยังมีพี่น้องหลายคนนั่งคุยกับมุสลีมะห์สองต่อสอง ยังมีพี่น้องหลายคนนั่งวงสูบบุหรี่กัน ฯลฯ
ยิ่งน้องๆปีหนึ่งที่เพิ่งเข้ามาใหม่ มักจะโดนรุ่นพี่ไซโคเรื่องนี้บ่อยๆ ว่าให้แยกแยะให้ดีๆ ว่าใครใช่พวกเรา ใครไม่ใช่พวกเรา นี่หรอหน้าที่ของพี่น้องมุสลิม?!? แทนที่จะแนะนำน้องๆ ให้อยู่กับหลักการศาสนา อย่าทิ้งละหมาด อย่าเล่นแฟน อย่าทำในสิ่งหะราม กลับนำเรื่องว่าใครเป็นวะฮะบีย์ใครไม่ใช่เป็นประเด็นหลัก แล้วถ้าคนไหนไม่ใช่พวกเรา ก็จะทำเป็นเมินเฉย ไม่สนใจ บางครั้งก็ไม่ให้สลามเลย แม้จะเป็นรุ่นพี่ที่อาวุโสกว่าก็ตาม เวลาละหมาดก็จะเห็นได้ชัด อยู่กันในชมรมเป็นกลุ่มๆกัน แต่พอมีพี่น้องวะฮะบีย์มาอะซานเพื่อเรียกร้องละหมาด กลับหายเรียบไปกับตาเพราะโดนล้างสมองว่าห้ามละหมาดตามวะฮาบีย์(ทั้งๆที่ผู้รู้ในเว็ปนี้บอกว่าละหมาดตามได้)
ทำไมเราถึงลำดับความสำคัญทางศาสนาผิดๆไปหล่ะ เรื่องพี่น้องไม่ละหมาด เรื่องพี่น้องของเรามีชู้สาว เรื่องพี่น้องของเราสูบบุหรี่เสพยาแก้ไอ เรื่องชีอะห์ที่กำลังคืบคลานเข้ามาในหลายๆชมรม เรื่องอบายมุขต่างๆ เป็นเรื่องรองๆ แต่เรื่องแบ่งแยกว่าใครเป็นคณะไหนเนี่ยะ กลับเป็นเรื่องหลัก และเป็นเรื่องซีเรียสมากๆด้วย จนบางครั้งเกือบจะต้องใช้กำลังกันก็มี
ต้องกลับมานั่งทบทวนว่าสิ่งไหนสำคัญกว่ากันหน่ะ...
multi:
ผมว่าเรื่องนี้ต้องดูที่ใครเป็นคนเริ่มต้นในการ แบ่งแยกน่ะครับเพราะสังคม มุสลิมเมืองไทยเรา เท่าที่ผมรู้เมื่อก่อนอยู่กัน บาย ดี แต่ต่อมา มันก็มี คำๆหนึ่ง ที่ฮิต มาก ในปัจจุบัน มันก็คือ " เรื่องแบบนี้มันต้องแตกแยก" ไม่รู้ว่ามันมาจาก ใคร เซ็งจิง!!!
นูรุ้ลอิสลาม:
--- อ้างจาก: M. Rodee ที่ ก.ย. 30, 2008, 07:11 PM --- salam
ได้นั่งคิดว่า คือ พูด แบบวัยรุ่นเลยนะคับ จะได้เข้าใจง่าย เดี๋ยวนี้ มีคนคนะเก่าอะ รับ คนะใหม่ เยอะเหลือเกิน แต่ไม่เหนเลยว่าจะมีจากคนะใหม่รับคนะเก่า มันแปลกดี ที่ว่า นับวัน คนะใหม่ ยิ่ง เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ที่ผมยกมานี้นะคับ ไม่ได้แบ่งแยกเปนกลุ่มๆ นะคับ แต่มันเปนจากการสังเกตดูของผม ผมจึงเข้ามาเขียน
--- End quote ---
คุณ M. Rodee รู้จัก ท่านอาจารย์อิสมาแอล วิสุทธิปราณี ไหมครับ ท่านคือคนที่เคยเป็นคณะเก่า แล้วเข้าเป็นคณะใหม่ หลังจากนั้นก็กลับมาเป็นคณะเก่าอีก และตอนนี้ ท่านอาจารย์ชาฟิอี นภากร ก็เคยเป็นคณะเก่า แล้วเข้าเป็นคณะเก่าใหม่ หลังจากนั้นก็เริ่มกลับมาเป็นคณะเก่าอีกแล้วเริ่มทำเมาลิดกันแล้ว ซึ่งโต๊ะครูวะฮาบีย์รุ่นใหม่ก็ไม่ค่อยชอบหน้า ท่านอาจารย์ชาฟิอี นภากร สักเท่าไหร่แล้ว
แต่การเพิ่มปริมาณขึ้นนั้นไม่ได้ชี้แจงสัจธรรม เพราะบางพื้นที่ก็มีคนเข้าเป็นคริสต์เพิ่มขึ้น ก็ไม่ได้ถือว่าเป็นสัจธรรม ส่วนวะฮาบีย์ก็มีคนเข้าเป็นวะฮาบีเพิ่มขึ้นบ้างก็ไม่ได้หมายความว่ามันคือสัจธรรม ชีอะฮ์ก็มีคนเข้าเพิ่มขึ้นก็ไม่ได้หมายความว่ามันคือสัจธรรม ดังนั้นทั้งคริสต์ วะฮาบีย์ และชีอะฮ์ แม้จะเพิ่มขึ้นจากเดิมก็ไม่ได้หมายถึงมันคือสัจธรรม เพราะปัจจัยหลักการเผยแพร่แนวทางเหล่านี้ คือ ดุนยา นั่นก็คือ เงิน
ฉะนั้นจึงไม่แปลกที่มีคนเข้าไปอยู่แนวทางอื่นเพราะอะกีดะฮ์ปัจจุบันตกต่ำ คนญาแฮมีมากขึ้นครับ ดังนั้นหากวะฮาบีเอาอัตราการเพิ่มาอ้างซึ่งสัจธรรม พวกชีอะฮ์ก็มีความชอบธรรมที่จะนำการเพิ่มอัตราคนเข้ามาชีอะฮ์มาอ้างเหมือนกัน พวกคริสต์ก็อ้างได้เหมือนกัน
ท่านอิมามอะลี รอฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า
انظروا عمن تأخذون هذا العلم فإنما هو الدين
"พวกท่านต้องพิจารณาผู้ที่พวกท่านได้เอาความรู้นี้(มาจากผู้ใด) เพราะแท้จริงความรู้มันคือศาสนา"
ท่านอิมามมาลิก ร่อฮิมะฮุลลอฮ์ และท่านอิบนุซีรีน กล่าวว่า
إن هذا العلم دين؛ فانظروا عمن تأخذون دينكم
"แท้จริงความรู้นี้ เป็นเรื่องศาสนา ดังนั้นพวกท่านจงพิจารณาใคร่ครวญจากผู้ที่พวกท่านได้เอาเรื่องศาสนามาจากผู้?"
ดังนั้นในปัจจุบัน ทั้งอุลามาอฺวะฮาบีและไม่ใช่วะฮาบีต่างก็ยอมรับแล้วว่า เรื่องของศาสนาในทุกยุคที่ผ่านมานั้น ประชาชาติได้รับความรู้ถ่ายทอดมาจากอัลอะชาอิเราะฮ์และอัลมะตูรียะฮ์เป็นส่วนใหญ่อย่างแท้จริง
paju:
สถาบันที่ผมเรียนช่างน่าตลกเหลือเกิน ที่รุ่นพี่ๆคณะเก่าอยู่รวมกันเป็นห้องเลยล่ะ ถึงเวลาละหมาดไม่ค่อยได้ละหมาดญะมาอะฮ มีแฟนแทบทุกคน ผ่านหน้าห้องทีรัยก็ได้ยินเสียงเพลงกระหึ่มเพราะพี่เค้าใส่ลำโพงด้วย ไม่รู้น่ะผมหมดศรัทธาจริงๆ ดดยอ้างว่าที่ห้องละหมาดมีแต่คณะใหม่ เซ็ง ทำตัวไม่ดี
al-azhary:
--- อ้างจาก: paju ที่ ต.ค. 11, 2008, 11:09 PM ---สถาบันที่ผมเรียนช่างน่าตลกเหลือเกิน ที่รุ่นพี่ๆคณะเก่าอยู่รวมกันเป็นห้องเลยล่ะ ถึงเวลาละหมาดไม่ค่อยได้ละหมาดญะมาอะฮ มีแฟนแทบทุกคน ผ่านหน้าห้องทีรัยก็ได้ยินเสียงเพลงกระหึ่มเพราะพี่เค้าใส่ลำโพงด้วย ไม่รู้น่ะผมหมดศรัทธาจริงๆ ดดยอ้างว่าที่ห้องละหมาดมีแต่คณะใหม่ เซ็ง ทำตัวไม่ดี
--- End quote ---
นั่นมันขึ้นอยู่ที่ตัวบุคคล มิใช่แนวทาง ขออัลเลาะฮ์ทรงชี้นำพวกเขาด้วยเถิด ยาร็อบ !
นำร่อง
[0] ดัชนีข้อความ
[#] หน้าถัดไป
[*] หน้าที่แล้ว
Go to full version