เสวนาเชิงวิชาการ > สนทนาศาสนธรรม

คณะเก่าและคณะใหม่

<< < (5/11) > >>

۞QolbunSaleem۞:

--- อ้างจาก: ILHAM ที่ ต.ค. 04, 2008, 08:53 PM ---ใช่ เมื่อก่อนผมไม่รู้จักเลยว่าวัฮฮาบีคือ***อะไร อยู่อย่างสงบดีไม่ต้องกลัวอะไร แต่แรกๆที่รู้คือไม่อ่านกูนุต ไม่ลูบหน้า แค่นั้นเอง
เดี๋ยวนี้ต้องคอยสังเกตทีละ***ว่าไอนี่มันวัฮฮาบีหรือเปล่าน้า เออพวกเรานี่ ดีใจจริงๆ อะไรประมาณนั้น

--- End quote ---

อืม..ก็อย่าให้การคอยสังเกตว่าใครใช่วะฮาบีย์หรือไม่ใช่เป็นหน้าที่หรือกิจวัตรหลักแล้วกันนะพี่น้อง

สังเกตจากชมรมของกระผมในมหาลัย บางคนซีเรียสเรื่องการแยกแยะว่าใครเป็นคณะเก่าคณะใหม่มากจนเกินเหตุ จนบางครั้งลืมนึกไปเลยว่ายังมีพี่น้องหลายคนไม่ละหมาด ยังมีพี่น้องหลายคนนั่งคุยกับมุสลีมะห์สองต่อสอง ยังมีพี่น้องหลายคนนั่งวงสูบบุหรี่กัน ฯลฯ

ยิ่งน้องๆปีหนึ่งที่เพิ่งเข้ามาใหม่ มักจะโดนรุ่นพี่ไซโคเรื่องนี้บ่อยๆ ว่าให้แยกแยะให้ดีๆ ว่าใครใช่พวกเรา ใครไม่ใช่พวกเรา นี่หรอหน้าที่ของพี่น้องมุสลิม?!? แทนที่จะแนะนำน้องๆ ให้อยู่กับหลักการศาสนา อย่าทิ้งละหมาด อย่าเล่นแฟน อย่าทำในสิ่งหะราม กลับนำเรื่องว่าใครเป็นวะฮะบีย์ใครไม่ใช่เป็นประเด็นหลัก แล้วถ้าคนไหนไม่ใช่พวกเรา ก็จะทำเป็นเมินเฉย ไม่สนใจ บางครั้งก็ไม่ให้สลามเลย แม้จะเป็นรุ่นพี่ที่อาวุโสกว่าก็ตาม เวลาละหมาดก็จะเห็นได้ชัด อยู่กันในชมรมเป็นกลุ่มๆกัน แต่พอมีพี่น้องวะฮะบีย์มาอะซานเพื่อเรียกร้องละหมาด กลับหายเรียบไปกับตาเพราะโดนล้างสมองว่าห้ามละหมาดตามวะฮาบีย์(ทั้งๆที่ผู้รู้ในเว็ปนี้บอกว่าละหมาดตามได้)

ทำไมเราถึงลำดับความสำคัญทางศาสนาผิดๆไปหล่ะ เรื่องพี่น้องไม่ละหมาด เรื่องพี่น้องของเรามีชู้สาว เรื่องพี่น้องของเราสูบบุหรี่เสพยาแก้ไอ เรื่องชีอะห์ที่กำลังคืบคลานเข้ามาในหลายๆชมรม เรื่องอบายมุขต่างๆ เป็นเรื่องรองๆ แต่เรื่องแบ่งแยกว่าใครเป็นคณะไหนเนี่ยะ กลับเป็นเรื่องหลัก และเป็นเรื่องซีเรียสมากๆด้วย จนบางครั้งเกือบจะต้องใช้กำลังกันก็มี

ต้องกลับมานั่งทบทวนว่าสิ่งไหนสำคัญกว่ากันหน่ะ...

multi:
ผมว่าเรื่องนี้ต้องดูที่ใครเป็นคนเริ่มต้นในการ  แบ่งแยกน่ะครับเพราะสังคม มุสลิมเมืองไทยเรา เท่าที่ผมรู้เมื่อก่อนอยู่กัน บาย ดี  แต่ต่อมา มันก็มี คำๆหนึ่ง ที่ฮิต มาก ในปัจจุบัน     มันก็คือ "  เรื่องแบบนี้มันต้องแตกแยก"   ไม่รู้ว่ามันมาจาก ใคร  เซ็งจิง!!! 

นูรุ้ลอิสลาม:

--- อ้างจาก: M. Rodee ที่ ก.ย. 30, 2008, 07:11 PM --- salam

         ได้นั่งคิดว่า  คือ พูด แบบวัยรุ่นเลยนะคับ จะได้เข้าใจง่าย เดี๋ยวนี้ มีคนคนะเก่าอะ รับ คนะใหม่ เยอะเหลือเกิน แต่ไม่เหนเลยว่าจะมีจากคนะใหม่รับคนะเก่า มันแปลกดี ที่ว่า นับวัน คนะใหม่ ยิ่ง เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ที่ผมยกมานี้นะคับ ไม่ได้แบ่งแยกเปนกลุ่มๆ นะคับ แต่มันเปนจากการสังเกตดูของผม ผมจึงเข้ามาเขียน

--- End quote ---

       คุณ M. Rodee รู้จัก ท่านอาจารย์อิสมาแอล  วิสุทธิปราณี  ไหมครับ  ท่านคือคนที่เคยเป็นคณะเก่า  แล้วเข้าเป็นคณะใหม่  หลังจากนั้นก็กลับมาเป็นคณะเก่าอีก  และตอนนี้ ท่านอาจารย์ชาฟิอี  นภากร   ก็เคยเป็นคณะเก่า  แล้วเข้าเป็นคณะเก่าใหม่  หลังจากนั้นก็เริ่มกลับมาเป็นคณะเก่าอีกแล้วเริ่มทำเมาลิดกันแล้ว  ซึ่งโต๊ะครูวะฮาบีย์รุ่นใหม่ก็ไม่ค่อยชอบหน้า ท่านอาจารย์ชาฟิอี นภากร สักเท่าไหร่แล้ว 

       แต่การเพิ่มปริมาณขึ้นนั้นไม่ได้ชี้แจงสัจธรรม  เพราะบางพื้นที่ก็มีคนเข้าเป็นคริสต์เพิ่มขึ้น  ก็ไม่ได้ถือว่าเป็นสัจธรรม   ส่วนวะฮาบีย์ก็มีคนเข้าเป็นวะฮาบีเพิ่มขึ้นบ้างก็ไม่ได้หมายความว่ามันคือสัจธรรม  ชีอะฮ์ก็มีคนเข้าเพิ่มขึ้นก็ไม่ได้หมายความว่ามันคือสัจธรรม  ดังนั้นทั้งคริสต์ วะฮาบีย์ และชีอะฮ์  แม้จะเพิ่มขึ้นจากเดิมก็ไม่ได้หมายถึงมันคือสัจธรรม  เพราะปัจจัยหลักการเผยแพร่แนวทางเหล่านี้  คือ ดุนยา  นั่นก็คือ เงิน

       ฉะนั้นจึงไม่แปลกที่มีคนเข้าไปอยู่แนวทางอื่นเพราะอะกีดะฮ์ปัจจุบันตกต่ำ  คนญาแฮมีมากขึ้นครับ  ดังนั้นหากวะฮาบีเอาอัตราการเพิ่มาอ้างซึ่งสัจธรรม  พวกชีอะฮ์ก็มีความชอบธรรมที่จะนำการเพิ่มอัตราคนเข้ามาชีอะฮ์มาอ้างเหมือนกัน  พวกคริสต์ก็อ้างได้เหมือนกัน 

       ท่านอิมามอะลี รอฎิยัลลอฮุอันฮุ  กล่าวว่า

انظروا عمن تأخذون هذا العلم فإنما هو الدين

       "พวกท่านต้องพิจารณาผู้ที่พวกท่านได้เอาความรู้นี้(มาจากผู้ใด)  เพราะแท้จริงความรู้มันคือศาสนา"

       ท่านอิมามมาลิก ร่อฮิมะฮุลลอฮ์  และท่านอิบนุซีรีน  กล่าวว่า

إن هذا العلم دين؛ فانظروا عمن تأخذون دينكم

       "แท้จริงความรู้นี้  เป็นเรื่องศาสนา  ดังนั้นพวกท่านจงพิจารณาใคร่ครวญจากผู้ที่พวกท่านได้เอาเรื่องศาสนามาจากผู้?"

       ดังนั้นในปัจจุบัน  ทั้งอุลามาอฺวะฮาบีและไม่ใช่วะฮาบีต่างก็ยอมรับแล้วว่า  เรื่องของศาสนาในทุกยุคที่ผ่านมานั้น  ประชาชาติได้รับความรู้ถ่ายทอดมาจากอัลอะชาอิเราะฮ์และอัลมะตูรียะฮ์เป็นส่วนใหญ่อย่างแท้จริง

paju:
สถาบันที่ผมเรียนช่างน่าตลกเหลือเกิน ที่รุ่นพี่ๆคณะเก่าอยู่รวมกันเป็นห้องเลยล่ะ ถึงเวลาละหมาดไม่ค่อยได้ละหมาดญะมาอะฮ มีแฟนแทบทุกคน ผ่านหน้าห้องทีรัยก็ได้ยินเสียงเพลงกระหึ่มเพราะพี่เค้าใส่ลำโพงด้วย ไม่รู้น่ะผมหมดศรัทธาจริงๆ ดดยอ้างว่าที่ห้องละหมาดมีแต่คณะใหม่ เซ็ง ทำตัวไม่ดี

al-azhary:

--- อ้างจาก: paju ที่ ต.ค. 11, 2008, 11:09 PM ---สถาบันที่ผมเรียนช่างน่าตลกเหลือเกิน ที่รุ่นพี่ๆคณะเก่าอยู่รวมกันเป็นห้องเลยล่ะ ถึงเวลาละหมาดไม่ค่อยได้ละหมาดญะมาอะฮ มีแฟนแทบทุกคน ผ่านหน้าห้องทีรัยก็ได้ยินเสียงเพลงกระหึ่มเพราะพี่เค้าใส่ลำโพงด้วย ไม่รู้น่ะผมหมดศรัทธาจริงๆ ดดยอ้างว่าที่ห้องละหมาดมีแต่คณะใหม่ เซ็ง ทำตัวไม่ดี

--- End quote ---

นั่นมันขึ้นอยู่ที่ตัวบุคคล มิใช่แนวทาง  ขออัลเลาะฮ์ทรงชี้นำพวกเขาด้วยเถิด ยาร็อบ ! 

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว

Go to full version