เสวนาเชิงวิชาการ > สนทนาศาสนธรรม

คณะเก่าและคณะใหม่

<< < (2/11) > >>

۞QolbunSaleem۞:
สรุปแล้วก็วกกลับมาเสวนากันเรื่องเดิม คือเรื่องวะฮาบีย์ ซึ่งก็เคยเสวนากันแล้วหลายๆกระทู้

ad-dalawy:

--- อ้างจาก: M. Rodee ที่ ต.ค. 02, 2008, 09:13 AM --- salam

        คับบัง ad dalawy  ;D 
        อยากทราบว่า วะฮาบีย์ ที่ว่านี้ สิ่งที่เด่นชัดที่สามารถรู้ได้ว่าเขาคนนั้น หรือ เทอคนนั้น เปนวะฮาบีย์  เราจะเอาอะไรไปเป็นมาตราฐานในการนั้นคับ

--- End quote ---

เท่าที่สังเกตุดู  วะฮาบีย์นั้นมักจะชอบฮุกุ่มผู้อยู่แนวทางอื่นจากตน  คิดว่าตนเองเท่านั้นที่ถูกมั่นใจแนวทางตนเองแบบเลยเถิด  ไม่ยอมฟังใคร  เป็นคนที่ไม่นิยมมัซฮับโดยชอบอ้างว่าตามอัลกุรอานและซุนนะฮ์เพื่อเรียกร้องความชอบธรรมดาด้วยสโลแกนนี้  ดังนั้นการฮุกุ่มผู้อื่นว่า "บิดอะฮ์"  นั้นคือเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของวะฮาบีย์  หากผู้อื่นไม่ตามก็จะกล่าวหาว่าตามปู่ย่าตายายแม้ว่าจะมีหลักฐานก็ตาม.....

ILHAM:
ที่เจอบ่อยๆส่วนใหญ่จะคอยถามเอาหลักฐานตลอด ตอนเวลาเราคุยเรื่องแฟกอฮด้วยกันแล้วพอดีเรื่องนั้นเขาไม่เคยเจอหรือไม่เคยได้ยินมาก่อน เพราะเขาไม่มั่นใจว่าที่เราบอกไปนั้นถูก

Al Fatoni:
อัสสลามุ อลัยกุม

              ช่วงที่ผมได้ไปเยี่ยมเพื่อนแถวคลองหนึ่ง, ปทุมฯ ในช่วงเทอมใหญ่ที่ผ่านมานั้น ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับ อ.ท่านหนึ่ง ซึ่งแกบอกว่า แกเคยทำงานที่สำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลาม ประจำจังหวัดยะลามาก่อน แกบอกว่า ช่วงนั้น แกชอบแนวของคณะใหม่มากๆ เพราะอยู่เป็นระบบ ดูทันสมัยใหม่และดูแข็งแกร่งในเรื่องของหลักฐานและการประสานงานมากกว่าพวกเรา (คณะเก่า) มาก ทำให้แกชอบกับคณะใหม่มาก แต่ต่อมา เมื่อแกสงสัยในประเด็นหนึ่งขึ้นมา ซึ่งแกพยายามหาคำตอบจากคณะใหม่ แต่ปรากฏว่า แกได้คำตอบที่ไม่เป็นที่พอใจนัก ไม่พอใจถึงขนาดแกต้องขอปลีกตัวจากคณะใหม่เลย (พูดง่ายๆ ก็คือ เพิ่งจะตรัสรู้ว่าคณะใหม่เป็นอย่างงี้นี่เอง ดีแต่นอก แต่ใน... คนเอาวามหากไม่สังเกตดีๆ มีสิทธิหลงเชื่อกันระนาวแน่) ทำให้ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แกก็กลับคืนสู่แนวความคิดแบบเก่าเหมือนเดิม และพยายามศึกษาหลักฐานจากคณะเก่า เพื่อโต้กับฝ่ายนั้น แค่ท่านเน้นเสมอในขณะที่พูดว่า เราไม่ควรมาโต้กัน เราควรปรองดอง หากเราต้องการชวนเขาให้เชื่อในสิ่งที่เรายึดอยู่ เราก็ต้องแสดงให้เขาเห็นว่าของเราดีจริง ไม่ใช่ด้วยการโจมตีแบบไร้เหตุผล หรือสาดโคลนกัน เพราะท้ายสุดก็จะเกิดการทะเลาะกันโดยเปล่าประโยชน์ แทนที่จะเกิดฮิกมะฮ์ แกเน้นอีกอย่างคือ ให้ทำงานดะอฺวะฮฺด้วย แล้วจะเจอความหอมหวานแห่งศาสนาอย่างแท้จริง แกเน้นให้ปรองดอง อย่าแตกแยก ไหนๆ เขาก็อ้างว่า เขาตามกิตาบุลลอฮฺกับสุนนะฮฺเหมือนๆ กับเรานี่แหละ เพียงแต่ต่างความคิดเท่านั้นเอง เราชวนเค้าดีๆ เมื่อต้องการหลักฐาน เราก็ให้หลักฐานเค้าไป หากตอบไม่ได้ก็เงียบเสีย แกได้บอกอีกว่า แกเองก็เป็น อ.ของพวกคณะใหม่ด้วย แกสอนพวกคณะใหม่ที่ รร.แห่งหนึ่ง ก็มีประจำกับการตั้งคำใหม่ในประเด็นขัดแย้งต่อท่าน ท่านก็ตอบไปดีๆ ตอบในเชิงให้เกียรติทั้งสองทัศนะ และท้ายสุดแกบอกว่า ด้วยวิธีนี้ที่แกใช้อยู่นั้น ทำให้นักเรียนที่อยู่คณะใหม่หลายคนเริ่มเข้าใจ และคำถามก็น้อยลง และบางคนถึงกับเปลี่ยนทัศนะจากใหม่เป็นเก่า และแกบอกว่า แนวโน้มที่คณะใหม่มาเป็นเก่าเริ่มมีเยอะขึ้น เพราะเหตุผลหนึ่งก็คือ สอง อ.ที่โด่งดังตามเว็บและจากผลงานวิชาการของแกทั้งสอง ที่ชอบโจมตีทัศนะอื่นนั้น ปัจจุบัน เริ่มมีฝ่ายคณะเก่าออกมาปกป้องกันมากขึ้น ทำให้ผู้คนเริ่มรู้หลักฐานของคณะเก่ามากขึ้น และเข้าใจมากขึ้น ประกอบกับ อ.ที่โด่งดังทั้งสองนั้นของทางคณะใหม่นั้น มักจะแสดงอากัปกริยาที่ไม่น่าชื่นชนให้ดูเป็นบ่อยครั้ง ทำให้บางคนหมดศรัทธา และอื่นๆ

                ทั้งหมดนี้ ผมเรียบเรียงจากความเข้าใจของผมต่อคำพูดของ อ.ดังกล่าวที่ผมพูดคุยด้วย ซึ่งผมใช้สำนวนของผมเองในการบอกเล่า ฉะนั้น สิ่งที่ผมบอกคือ ความหมายของการสนทนาเท่านั้น มิใช่คำพูดของ อ.โดยตรง ผิดพลาดประการใดขออภัยด้วยนะครับ

วัสสลามุ อลัยกุม

บาชีร:
ที่เป็นวะฮะบีกันเยอะ

เพราะคนยาฮิลมันเยอะนะครับ

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว

Go to full version