เสวนาเชิงวิชาการ > สนทนาศาสนธรรม

ตกลง งานเมาลิด เป็นที่อนุมัติ หรือไม่ตามหลักการแห่งศาสนา

<< < (7/22) > >>

nurihan malaysia:

--- อ้างจาก: Goddut ที่ ต.ค. 30, 2008, 08:20 PM ---การที่คุณรู้ว่าผม โพสรูป hi5 ก็แสดงว่า คุณเข้าไปดู
แล้วที่สำคัญ ผมก็เป็นผู้ชาย ไม่เหมือนผู้ญ แล้วก็ไม่ได้ไปแก้ผ้าอะไรด้วย มีแค่รู้หน้าเฉยๆ รูปที่ถ่ายตอนไปทำฮัจย์ รูปขึ้นเวทีสมัยหนุ่มเอ๊าะๆ
ผมไม่เห็นเลยว่า จะมีผู้ญ คนใด มาดูรูปผมแล้วละเมอเพ้อไปไหน เพราะผมก็ไม่หล่อเหลาอะไรมากมาย  แล้วรูปผมก็ไม่ได้ทำท่าแอ๊บแบ๊ว กะหล่ออะไร แค่มีไว้ให้ดูพอหอมปากหอคอเท่านั้นเอง

อีกอย่าง การพิมว่า หรือ........มันจริงอย่างที่ดิฉันโพสค่ะ ไม่ได้เรียกว่ามีมารยาทหรอกครับ
ถึงผมจะกล่าวอะไรไปบ้าง แต่ผมก็ไม่เคย  กล่าวหา หรือฮุก่มพี่น้อง ให้ไปรับโทษ รับกรรม รับบาป ตกนรก หรอกครับ
ผมไม่ได้ร้อนใจอะไร เพราะคำพูดเหล่านี้มันเหมือนไม่ประสา พวกร้อนใจนั้นมาจากที่อื่น

มันไม่เป็นปัญหาเลยหากเราเสวนากันธรรมดา มีหลักฐานก็ยกมาอ้างอิง เสร็จแล้วก็จบ ไม่ต้องมาต่อความยาวสาวความยืด
ส่วนที่คุณมาที่นี่ได้ คุณก็ยอมรับแล้วว่า มาเพราะมีคนไปโพส มีคนไปโพทนา คุณก็เลยได้มา เห็นไหมว่ามันมีคนแนะนำ ตรงนี้ผมคงไม่ได้ฟิตนะอะไร
อีกประการ การที่คุณมากล่าวว่า ผมเดา หรือ เอาหมอดูมา อะไรเทือกนั้น มันไม่จำเป็นหรอกครับ

เพราะการคบหา การทำความรู้จัก ต้องสร้างความเชื่อใจกันก่อน แสดงความจริงใจกันก่อน
การที่คุณเข้ามาหาพวกเรา แล้วกล่าวทำนอง ให้ไปรับเคราะห์กรรมที่ก่อ เหมือนโยนพี่น้องลงไฟนรก แบบนี้ ผมไม่เรียกว่าการมาแบบ บริสุทธิ์ใจครับ

ซุนนะนบีไม่มีนะครับว่า ให้แช่งพี่น้องมุสลิมด้วยกัน ให้โยนเขาลงไปในไฟนรกก่อน แล้วค่อยตักเตือน หรือค่อยสอนสั่ง...

เอาล่ะๆ ในเมื่อคุณยอมแก้ไข สิ่งที่คุณนำเสนอมา ผมก็จะแก้ไข ของผมด้วย แต่ผมขอเตือน การขอความรู้คน หรือตักเตือนคน ไม่ใช่ว่าด่าทอ แช่งเขาก่อนนะครับ มันไม่มีมารยาท  ( นักวิชาการบางท่านของไทยชอบทำแบบนี้ )
วัสลาม...

--- End quote ---

เฮ่ะ คุณเข้าใจอะไรผิดหรือป่าวว่าดิฉันไปเเช่งให้คุณตกนรก
ถ้าเป็นฮาดิส มันเป็นสิ่งที่ท่านนบีบอก ไม่ใช่ดิฉํนบอก หากว่าคุณว่าดิฉับเเช่ง ก็ร่วมไปว่าคุณได้ว่าท่านนบีเช่นกัน
เพราะฮาดิสที่อ้างมานั้นเป็นฮาดิสซิเฮียะใช่ไหม ดิฉันไม่ได้พิมด้วยความรู้สึก เเต่เป็นคำพูดท่านนบีจริงไหมค่ะ
คุณลองไปทบทวนใหม่น่ะค่ะ ว่ามีตอนไหนที่ดิฉันพิมว่า ขอให้คุณตกนรก เกี่ยวกับเรื่องเมาลิด ลองไปทบทวนใหม่ซะ
หากว่าคุณว่าการที่เรายกฮาดิสบทนั้น คุณคิดในเเง่ที่เเช่งคุณเองก็ควรไปตอบกับท่านนบีเองน่ะค่ะ
 
เเละอีกอย่างหากคุณยอมรับไม่ได้เกี่ยวกับฮาดิสบทนั้น คุณก็ไปค้นฮาดิสบทอื่นที่เกี่ยวกับเรื่องบิดอะก็ได้น่ะค่ะ
ที่จริงมันเรื่องเมาลิด พอเราเอาบทความเกี่ยวกับเมาลิดให้อ่านก็ว่าเราจะมาเเสดงความรู้ คุณคิดอะไรอยู่ค่ะ
คนเรามีความเข้าใจที่เเตกต่างกันไม่เห็นเเปลก เเต่พอเราเอาฮาดิส เอาบทความลงมั้ง กลับมาต่อว่าเรา
ไปซาบไปเเช่งซะงั้น
พิจราณาใหม่น่ะค่ะ
ดิฉันเองก็จะพิจราณาตัวเองเช่นกัน
ดิฉันจะค้นบทฮาดิสอีกต่อไป เเล้วจะเอามาให้อ่านน่ะค่ะ
อย่าโกรธ อย่าเคลียด ไม่มีบารอกัดในการสนทนา
วัสลามค่ะ

Goddut:
เพราะเรื่องที่คุณเสวนา เป็นเรื่องคิลาฟิยะ
ปัญหาไม่ได้มีคำตอบเดียว ดังนั้นเราไม่ควรเชื่อปักใจ 100 % ว่าเราถูกทั้งหมด

พวกเราชอบอ้างฮะดิสนบี โดยลืมว่าเรานั้นเป็นมนุษย์ธรรมดา เราไม่ใช่นบี เราไม่ใช่มะซูม
เรื่องตรงนี้ ลูกศิษย์สายที่บางทีเรียกคณะใหม่ บางทีเรียกวะฮะบี ชอบเอามาอ้างกัน

เช่น

ฮะดิส เกี่ยวกับรับประทานอาหารมือซ้ายว่าเป็นชัยตอน ก็เอามาพูดตอนเขาทำลักษณะเช่นนั้น แน่นอนมันไม่ได้เกินจริงหรอก แต่นัยยะของมันนั้นเขาคนนั้นไม่ใช่ชัยตอน ส่วนที่พูดมาก็จะอ้างว่านบีเป็นคนบอก ไม่ใช่เขา
ซึ่งเขามักจะพูดว่า " เฮ้ย ชัยตอนนี่หว่า !! "  แล้วมาบอกว่านบีบอก

ฮะดิส ทุกลุ่มหลงอยู่ในนรก ก็มาบอกว่าใครทำบิดอะที่เป็น บิดอะด้านศาสนานั้นตกนรกหมด แล้วก็มาบอกว่าตัวเองไม่ได้เป็นคนบอก แต่นบีเป็นคนบอก
แล้วอย่างไร ต่างกันตรงไหนล่ะ .... ปัญหาคือว่า คนๆ นั้นทำบิดอะอะไร ในเมื่อบิดอะนั้นเป็น ทัศนะของอุลามะ ที่มีหลายฝั่ง
ดังนั้นการต่อทัศนะ แล้วให้ท้ายว่า คนทำตกนรก ก็กลับมาอ้างนบีแทนว่านบีเป็นคนพูด
ซึ่งเขามักจะพูดว่า "ทำบิดอะตกนรก !!" แล้วก็เหมือนเดิมว่านบีบอก

ยกตัวอย่างให้เข้าใจง่ายๆ แบบนี้ หากผมได้ยินมีคนว่าคุณว่า XXX ( เอาว่าหยาบคาย )
ผมบอกคุณว่า XXX แล้วบอกคน นั้นพูด คุณจะคิดอย่างไร ? แล้วพูดแล้วพูดเล่า พูดซ้ำพูดซ้อน ทั้งๆ ที่คุณก็ไม่ได้เป็นอย่าง XXX หรือเป็นอย่างอื่นก็ได้ หรือเข้าใจผิดกันก็ได้อีก
ส่วนที่ผมไปฟังคนนั้นพูดว่าคุณเป็น XXX แล้วมาเล่าให้คุณฟัง ก็แสดงว่าผมก็อาจจะมีความเชื่อแล้วบ้าง ไม่มากก็น้อย อย่างไรก็ต้องมีแน่นอน อาจจะซัก 1 % ก็คือมีเหมือนกัน

ดังนั้นการที่คุณยกในความเห็นที่มีสองนัยยะ ในเรื่องคิลาฟิยะที่มีหลายทัศนะ แล้วนำเสนอความคิดเหล่านั้น ย่อมแสดงให้เห็นว่าคุณก็คิดเช่นนั้น
ไม่อย่างนั้นแล้วคุณจะเลือกทัศนะดังกล่าวได้อย่างไร เมื่อคุณเลือกไป ก็หมายถึงคุณเชื่อทัศนะเช่นนั้น แล้วทัศนะเช่นนั้นก็คือ ฮุก่มพี่น้องตกนรก
เรื่องนี้ ไม่ใช่นบีบอก เพราะนบีบอกกว้างๆ ทัศนะอุลามะ ไม่ได้ชี้ชัดว่าเป็น ฮาลาล หรือ ฮารอม ดังนั้นการเลือกทัศนะเช่นนี้จึงถือว่าคุณเลือกที่จะเชื่อว่า ใครทำแล้วตกนรก ไม่ใช่มาอ้างนบี

ส่วนอีกเรื่อง ก็คือ ประโยคนี้แหละที่ผมอยากจะเตือน ประโยคตรงนี้ ที่คุณพิมว่า...
อย่าโกรธ อย่าเคลียด ไม่มีบารอกัดในการสนทนา

คุณกำลังคิดไปเองว่า คนอื่น หรือผม นั้น โกรธ และ เครียด เพราะอะไรน่ะหรือ เพราะคุณเป็นคนกล่าวมาก่อนน่ะสิ
ยกตัวอย่างประเด็นนี้ง่ายๆ ว่า หากผมฟังคนด่าพ่อของผม ผมก็เลยวิ่งไปชกเขา และในเมื่อผมเห็นมีคนด่าพ่อเพื่อนผม ผมเลยต้องบอกเพื่อนผมว่า อย่าไปชกเขา
กรณีนี้ แสดงให้เห็นว่า ผมคิดว่าเพื่อนผมจะทำเหมือนอย่างเช่นผม หากผมไม่คิดว่าตัวเองจะวิ่งไปชก ผมก็คงไม่เตือน
ตัวอย่างนี้น่าจะทำให้คุณเข้าใจว่า คุณเองคงคิดไปได้ว่า ผม หรือ พี่น้องเขากำลัง โกรธ และ เครียดกัน ซึ่งนั่นเป็นการคิดเอาของคุณ
ไม่มีพี่น้องคนไหนพิม และเตือนมาแบบนั้น ก็เพราะว่าเขาไม่เคยคิดกัน ก็เลยนึกไม่ถึง มันดีแล้วที่คุณเตือนตัวเองด้วย
แล้ว ประโยคดังกล่าวก็เตือนตัวคุณเองด้วยเถิดครับ

เหนียตจริงๆ ของเราไม่มีใครรู้นอกจากอัลลอฮฺ
สำคัญที่การแสดงออกต้อง ต้องจริงใจ บริสุทธิ์ใจ ให้เห็นกันได้
มันต่างกันตรงที่หาก คุณจะเตือนใครซักคนแล้วเดินไปตบหัวเขาก่อน แล้วบอกว่าใส่หมวกละหมาดเถอะ เนี่ยเตือนด้วยความหวังดี
ผมคิดว่า การตักเตือนแบบนี้ ไม่ใช่การตักเตือนด้วยความจริงใจ และบริสุทธิ์ สำหรับผู้ที่ไม่เคยรู้จักมักคุ้นกันอย่างเราๆ เลยครับ

วัสลาม...

nurihan malaysia:

--- อ้างจาก: Goddut ที่ ต.ค. 31, 2008, 02:36 AM ---เพราะเรื่องที่คุณเสวนา เป็นเรื่องคิลาฟิยะ
ปัญหาไม่ได้มีคำตอบเดียว ดังนั้นเราไม่ควรเชื่อปักใจ 100 % ว่าเราถูกทั้งหมด

พวกเราชอบอ้างฮะดิสนบี โดยลืมว่าเรานั้นเป็นมนุษย์ธรรมดา เราไม่ใช่นบี เราไม่ใช่มะซูม
เรื่องตรงนี้ ลูกศิษย์สายที่บางทีเรียกคณะใหม่ บางทีเรียกวะฮะบี ชอบเอามาอ้างกัน

เช่น

ฮะดิส เกี่ยวกับรับประทานอาหารมือซ้ายว่าเป็นชัยตอน ก็เอามาพูดตอนเขาทำลักษณะเช่นนั้น แน่นอนมันไม่ได้เกินจริงหรอก แต่นัยยะของมันนั้นเขาคนนั้นไม่ใช่ชัยตอน ส่วนที่พูดมาก็จะอ้างว่านบีเป็นคนบอก ไม่ใช่เขา
ซึ่งเขามักจะพูดว่า " เฮ้ย ชัยตอนนี่หว่า !! "  แล้วมาบอกว่านบีบอก

ฮะดิส ทุกลุ่มหลงอยู่ในนรก ก็มาบอกว่าใครทำบิดอะที่เป็น บิดอะด้านศาสนานั้นตกนรกหมด แล้วก็มาบอกว่าตัวเองไม่ได้เป็นคนบอก แต่นบีเป็นคนบอก
แล้วอย่างไร ต่างกันตรงไหนล่ะ .... ปัญหาคือว่า คนๆ นั้นทำบิดอะอะไร ในเมื่อบิดอะนั้นเป็น ทัศนะของอุลามะ ที่มีหลายฝั่ง
ดังนั้นการต่อทัศนะ แล้วให้ท้ายว่า คนทำตกนรก ก็กลับมาอ้างนบีแทนว่านบีเป็นคนพูด
ซึ่งเขามักจะพูดว่า "ทำบิดอะตกนรก !!" แล้วก็เหมือนเดิมว่านบีบอก

ยกตัวอย่างให้เข้าใจง่ายๆ แบบนี้ หากผมได้ยินมีคนว่าคุณว่า XXX ( เอาว่าหยาบคาย )
ผมบอกคุณว่า XXX แล้วบอกคน นั้นพูด คุณจะคิดอย่างไร ? แล้วพูดแล้วพูดเล่า พูดซ้ำพูดซ้อน ทั้งๆ ที่คุณก็ไม่ได้เป็นอย่าง XXX หรือเป็นอย่างอื่นก็ได้ หรือเข้าใจผิดกันก็ได้อีก
ส่วนที่ผมไปฟังคนนั้นพูดว่าคุณเป็น XXX แล้วมาเล่าให้คุณฟัง ก็แสดงว่าผมก็อาจจะมีความเชื่อแล้วบ้าง ไม่มากก็น้อย อย่างไรก็ต้องมีแน่นอน อาจจะซัก 1 % ก็คือมีเหมือนกัน

ดังนั้นการที่คุณยกในความเห็นที่มีสองนัยยะ ในเรื่องคิลาฟิยะที่มีหลายทัศนะ แล้วนำเสนอความคิดเหล่านั้น ย่อมแสดงให้เห็นว่าคุณก็คิดเช่นนั้น
ไม่อย่างนั้นแล้วคุณจะเลือกทัศนะดังกล่าวได้อย่างไร เมื่อคุณเลือกไป ก็หมายถึงคุณเชื่อทัศนะเช่นนั้น แล้วทัศนะเช่นนั้นก็คือ ฮุก่มพี่น้องตกนรก
เรื่องนี้ ไม่ใช่นบีบอก เพราะนบีบอกกว้างๆ ทัศนะอุลามะ ไม่ได้ชี้ชัดว่าเป็น ฮาลาล หรือ ฮารอม ดังนั้นการเลือกทัศนะเช่นนี้จึงถือว่าคุณเลือกที่จะเชื่อว่า ใครทำแล้วตกนรก ไม่ใช่มาอ้างนบี

ส่วนอีกเรื่อง ก็คือ ประโยคนี้แหละที่ผมอยากจะเตือน ประโยคตรงนี้ ที่คุณพิมว่า...
อย่าโกรธ อย่าเคลียด ไม่มีบารอกัดในการสนทนา

คุณกำลังคิดไปเองว่า คนอื่น หรือผม นั้น โกรธ และ เครียด เพราะอะไรน่ะหรือ เพราะคุณเป็นคนกล่าวมาก่อนน่ะสิ
ยกตัวอย่างประเด็นนี้ง่ายๆ ว่า หากผมฟังคนด่าพ่อของผม ผมก็เลยวิ่งไปชกเขา และในเมื่อผมเห็นมีคนด่าพ่อเพื่อนผม ผมเลยต้องบอกเพื่อนผมว่า อย่าไปชกเขา
กรณีนี้ แสดงให้เห็นว่า ผมคิดว่าเพื่อนผมจะทำเหมือนอย่างเช่นผม หากผมไม่คิดว่าตัวเองจะวิ่งไปชก ผมก็คงไม่เตือน
ตัวอย่างนี้น่าจะทำให้คุณเข้าใจว่า คุณเองคงคิดไปได้ว่า ผม หรือ พี่น้องเขากำลัง โกรธ และ เครียดกัน ซึ่งนั่นเป็นการคิดเอาของคุณ
ไม่มีพี่น้องคนไหนพิม และเตือนมาแบบนั้น ก็เพราะว่าเขาไม่เคยคิดกัน ก็เลยนึกไม่ถึง มันดีแล้วที่คุณเตือนตัวเองด้วย
แล้ว ประโยคดังกล่าวก็เตือนตัวคุณเองด้วยเถิดครับ

เหนียตจริงๆ ของเราไม่มีใครรู้นอกจากอัลลอฮฺ
สำคัญที่การแสดงออกต้อง ต้องจริงใจ บริสุทธิ์ใจ ให้เห็นกันได้
มันต่างกันตรงที่หาก คุณจะเตือนใครซักคนแล้วเดินไปตบหัวเขาก่อน แล้วบอกว่าใส่หมวกละหมาดเถอะ เนี่ยเตือนด้วยความหวังดี
ผมคิดว่า การตักเตือนแบบนี้ ไม่ใช่การตักเตือนด้วยความจริงใจ และบริสุทธิ์ สำหรับผู้ที่ไม่เคยรู้จักมักคุ้นกันอย่างเราๆ เลยครับ

วัสลาม...

--- End quote ---

หากกล่าวถึงฮาดิสเราต้องมีที่มาของตัวบทที่เข้มเเข็งจริงๆเราถึงจะมาอ้างได้
หากเป็นเเค่คำพูดของเรานั้นไม่ต้องพูดถึง
ที่ดิฉันกล่าวมานั้นเป็นฮาดิสค่ะ ไม่ใช่คำพูดพลอยๆของปถุชนอย่างเรา
ฮาดิสที่ชัดเจน เเละเป็นฮาดิสที่ซอเฮียะเท่านั้น หากฮาดิสดออิฟคงไม่ต้องพูดถึง
เอาล่ะ ในเมื่อตัวคุณมาเจาะจงว่าการที่ดิฉันยกฮาดิสที่ว่านั้นเป็นเป็นการที่ดิฉันอ้างไปถึงท่านนบี
ทั้งๆที่มันมีหลักฐาน คุณจะมาอ้างว่าฮาดิสดั่งกล่าวนั้นดิฉันเป็นผู้กล่าวเองกระนั้นหรอ

ดิฉันเองก็ไม่โกรธหรอกน่ะค่ะ เเค่เเอบอมยิ้มว่าทำไมถึงเวปนี้มีการเคลื่อนไหวทุกครั้งที่คลิก
เเฮะๆ รู้สึกชอบเเล้วละซิ เเต่การที่ดิฉันเข้ามานั้นไม่ได้เนียตจะมาตอบโต้หรือมาถกเถียงน่ะค่ะ
เเต่อยากให้เข้าใจถึงสิ่งที่คุ๊กำลังจมปลักอยู่นั้น กับสิ่งที่คุณคิดนั้น มันไม่ตรงกับเนียตที่ดิฉันตั้งเนียตไว้
คุณกล่าวหาดิฉันเเช่งคุณให้ตกนรก ดิฉันก็ไม่ญาฮีลถึงขนาดที่ว่าเอาอำนาจให้สั่งใครตกนรกได้หรอกค่ะ
เเต่นั้นเป็นฮาดิสของท่านนบี คุณลองไปค้นมาอีกทีล่ะกัน ว่าฮาดิสนี้ใครเป็นผู้รายงาน
เเละเป็นฮาดิสที่อยู่ในระดับไหน
ไปค้นมาน่ะค่ะ จะได้ไม่มาปรับปรัม ดิฉันว่าไปเเช่งคนที่ทำ บิดอะให้ตกนรก
เมาลิดเป็นบิดอะ......................................................

ญาซากุมุลลอฮุค็อยร็อนที่ตักเตือนน่ะค่ะ
วัสลาม
ไปนอนได้เเล้วดึกมากเเล้วน่ะค่ะ
เอาเเรงมาพิมพรุ่งต่อดีไหมเอ่ย

ILHAM:
จะอ้างทำอะไรยาวๆกันนะ สงสารคนเล่นกับมือถือมั่งสิ

คะลัคคะลุย:

--- อ้างจาก: nurihan malaysia ที่ ต.ค. 31, 2008, 02:58 AM ---เเต่นั้นเป็นฮาดิสของท่านนบี คุณลองไปค้นมาอีกทีล่ะกัน ว่าฮาดิสนี้ใครเป็นผู้รายงาน
เเละเป็นฮาดิสที่อยู่ในระดับไหน
ไปค้นมาน่ะค่ะ จะได้ไม่มาปรับปรัม ดิฉันว่าไปเเช่งคนที่ทำ บิดอะให้ตกนรก
เมาลิดเป็นบิดอะ......................................................

--- End quote ---

คุณ nurihan malaysia ครับ เรื่องเมาลิดนั้นมันเป็นเรื่องคิลาฟิยะฮ์  ซึ่งอุลามาอ์ส่วนมากระดับอะฮ์ลุลฮะดิษนั้นมีทัศนะว่าอนุญาตให้กระทำได้  เช่น ท่านอัลฮาฟิซฺ อิบนุ เญาซีย์  ท่านอัลฮาฟิซฺ อิบนุฮะญัร อัลอัสเกาะลานีย  ท่านอัลฮาฟิซฺ อัศสะยูฏีย์  ท่านอัลฮาฟิซฺอิบนุนาซิรุดดีน  เป็นต้น ซึ่งพวกเขาเหล่านี้รู้ดีว่าประเด็นใหนลงนรก  ประเด็นใหนไม่ลงนรก  ประเด็นที่ลงนรกนั้นคือต้องเป็นประเด็นที่อิจญ์มาอฺมติแห่งปราชญ์โลกอิสลามว่ามันเป็นสิ่งที่ขัดแย้งกับอัลกุรอานและซุนนะฮ์  ส่วนเรื่องเมาลิดนั้นมิได้ขัดแย้งกับอัลกุรอานและซุนนะฮ์เลย   เป็นไปได้หรือครับที่นักปราชญ์อะฮ์ลุลฮะดิษเหล่านั้นวินิจฉัย(อิจญ์ติฮาด)ในเรื่องที่ลงนรก  พวกเขาไม่เข้าใจฮะดิษที่ว่า "ทุกบิดอะฮ์นั้นลุ่มหลง ทุกความลุ่มหลงอยู่ในนรก"  ทั้งที่ความจริงนักปราชญ์อะฮ์ลุลฮะดิษย่อมเข้าใจฮะดิษนี้ยิ่งกว่าโต๊ะครูวะฮาบีย์ที่คุณ nurihan malaysia  ยกย่องนับถือปักใจเชื่ออย่างหมดหัวใจเสียอีก

ดังนั้นถ้าหากว่าทุกบิดอะฮ์ตกนรกตามฮะดิษที่คุณ nurihan malaysia ชอบอ้างมานั้น  ก็แสดงว่าอ่านกุนูตก็ตกนรก  ลูบหน้าหลังดุอาก็ตกนรก  ละหมาดฮาญัตก็ตกนรกตามทัศนะของ อ.มุรีด ที่คุณ nurihan malaysia  ไปเสวนาเว็บมุรีดบ่อยและประกาศตนว่าเป็นศิษย์ อ.มุรีด  แต่อย่าลืมว่านักปราชญ์อะฮ์ลุลฮะดิษที่โลกอิสลามได้มีเกียรติและให้การยอมรับพวกเขาเหล่านั้น  ย่อมดีกว่า บรรดาอาจารย์ที่คุณยอมรับเสียอีกน่ะ

มะเร็งขั้นสุดท้ายทำท่าจะรักษาให้กลับมาหายดังเดิมได้ยาก

วัสลาม  ;D

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว

Go to full version