เสวนาเชิงวิชาการ > สนทนาศาสนธรรม

กระทรวงศาสนสมบัติอิยิปต์ : การปิดหน้าเป็นบิดอะฮฺ

(1/10) > >>

GeT:
Tweet
กระทรวงศาสนสมบัติและกิจการศาสนาของอิยิปต์ เตรียมแจกจ่ายหนังสือกว่า 1 แสนเล่ม ซึ่งมีเนื้อหาระบุว่า "นิกอบ" หรือการปิดหน้าของมุสลิมะฮฺนั้น เป็นบิดอะฮฺ ไม่มีที่มาที่ไปในศาสนา และเป็นวัฒนธรรมทางสังคมที่น่ารังเกียจ!! ที่ตลกคือ คนที่พูดเช่นนั้น คือตัวรัฐมนตรีเอง...
ในหนังสือเล่มนี้ยังประกอบด้วยทัศนะต่างๆของชัยคุลอัซฮัร มุหัมมัด สัยยิด ฏ็อนฏอวีย์ และเชคมุฟตีใหญ่ อาลี ยุมอะฮฺอยู่ด้วย

เค้ามีแต่คิลาฟกันว่า การปิดหน้าเป็นวาญิบหรือไม่? หรือเป็นสุนัต? หรือจะปิดก็ได้ไม่ปิดก็ได้..
ยังไม่เคยพบอุละมาอ์อิสลามคนไหนในหน้าประวัติศาสตร์อิสลามที่มีทัศนะเช่นนี้

ลองเข้าไปอ่านรายละหมาดใน
http://www.islamonline.net/servlet/Satellite?c=ArticleA_C&cid=1225698021403&pagename=Zone-Arabic-News/NWALayout

นูรุ้ลอิสลาม:

--- อ้างจาก: GeT ที่ พ.ย. 11, 2008, 02:23 PM ---กระทรวงศาสนสมบัติและกิจการศาสนาของอิยิปต์ เตรียมแจกจ่ายหนังสือกว่า 1 แสนเล่ม ซึ่งมีเนื้อหาระบุว่า "นิกอบ" หรือการปิดหน้าของมุสลิมะฮฺนั้น เป็นบิดอะฮฺ ไม่มีที่มาที่ไปในศาสนา และเป็นวัฒนธรรมทางสังคมที่น่ารังเกียจ!! ที่ตลกคือ คนที่พูดเช่นนั้น คือตัวรัฐมนตรีเอง..

เค้ามีแต่คิลาฟกันว่า การปิดหน้าเป็นวาญิบหรือไม่? หรือเป็นสุนัต? หรือจะปิดก็ได้ไม่ปิดก็ได้..
ยังไม่เคยพบอุละมาอ์อิสลามคนไหนในหน้าประวัติศาสตร์อิสลามที่มีทัศนะเช่นนี้

--- End quote ---

        ช้าก่อนคุณ เก็ด  บิดอะฮ์นั้นแบ่งออกเป็น 5 ฮุกุ่มตามทัศนะของชัคซักซูกรัฐมนตรีกระทรวงศาสนสมบัติฯ  บิดอะฮ์ที่ว่านี้คือบิดอะฮ์มักโระห์(คือทำก็ได้ไม่ทำก็ดี)ไม่ใช่บิดอะฮ์ฮะรอม(ต้องห้าม) ดังนั้นการปิดหน้าเป็นบิดอะฮ์มักโระห์ตามทัศนะของเชคซักซูก  คืออนุญาตให้ปิดได้แต่ไม่บังควรปิดไม่ใช่ฮะรอมปิด  แต่ใช้คำว่าบิดอะฮ์นั้นวะฮาบีย์ก็คิดไปกันเลยว่าฮะรอมลุ่มหลงแน่  แต่เราควรเข้าใจเรื่องบิดอะฮ์ตามทัศนะของปราชญ์ส่วนมากน่ะครับไม่ใช่บิดอะฮ์ตามทัศนะของวะฮาบี

       ส่วนมัซฮับมาลิกีถือว่ามักโระห์การปิดหน้าในละหมาด  และในบางตัฟซีรได้ระบุว่าการปิดหน้าเป็นประเพณีของผู้หญิงญาฮีลียะห์  และฮะรอมผู้หญิงปิดหน้าในขณะทำฮัจญี


--- อ้างจาก: GeT ที่ พ.ย. 11, 2008, 02:23 PM --- ซึ่งมีเนื้อหาระบุว่า "นิกอบ" หรือการปิดหน้าของมุสลิมะฮฺนั้น เป็นบิดอะฮฺ ไม่มีที่มาที่ไปในศาสนา และเป็นวัฒนธรรมทางสังคมที่น่ารังเกียจ!! ที่ตลกคือ คนที่พูดเช่นนั้น คือตัวรัฐมนตรีเอง...

--- End quote ---

       ไม่ทราบว่าคุณเก็ตอ่านหนังสือเล่มนั้นหรือยังครับ  ลิงค์ที่คุณเก็ตอ้างอิงมานั้นเป็นเว็บข่าวสายวะฮาบี  คำว่า บิดอะฮ์  มาจากคำพูดของวะฮาบีเอง หรือมาจากคำพูดของ  ตัวรัฐมนตรีเองครับ  เพราะเท่าที่อ่านดูในข่าว  รัฐมนตรีเขาบอกว่าเป็น  อาดะฮ์  ไม่ใช่ บิดอะฮ์  ดังนั้นถ้าหากเป็นอาดะห์ก็ถือว่าอยู่ฮุกุ่มมะบาห์ที่ไม่บัควรใช่บิดอะฮ์ฮะรอม  ดังนั้นทัศนะที่บอกว่ามุบาห์ก็มีเยอะในหน้าแผ่นดินนี้

นูรุ้ลอิสลาม:
       ลิงค์ที่ให้มานั้น   มีเนื้อหาที่ว่า

لمنع النقاب داخل الهيئات الحكومية بجانب المستشفيات والمدارس في مصر،

       "ห้ามปิดหน้าในสถานที่ราชการเช่นโรงพยาบาลและสถาบันศึกษา"

       เราต้องยอมรับครับ  หากใครมาเรียนอียิปต์ก็จะรับรู้ถึงมุสลิมที่เลยเถิดในเรื่องการปิดหน้า  ปิดมันทุกที่แม้ในห้องเรียนหรือโรงพยาบาล  ผมเคยได้ยินกรณีมุสลิมปิดหน้าในมหาลัยที่มีแต่ผู้หญิงล้วนๆ  แต่ศาสตรจารย์ที่สอนนั้นอาวุโสชราแล้ว  แต่มุสลิมะห์คนนั้นก็ยังปิด  ถือเป็นความเลยเถิด  เพราะบางครั้งที่อัซฮัรของผู้หญิงนั้น  จะเอาด็อกเตอร์ที่อาวุโสแล้วไปสอน  ซึ่งผู้ที่สอนรักลูกศิษย์เหมือนลูกตนเอง  ไม่ต้องกลัวฟิตนะห์อะไร  แต่เขายังปิดเวลาสอนก็ไม่เห็นหน้าว่าเป็นใคร  นี่แหละเลยเถิดไม่บังควรตามทัศนะของเชคซักซูก

นูรุ้ลอิสลาม:

--- อ้างจาก: GeT ที่ พ.ย. 11, 2008, 02:23 PM ---ลองเข้าไปอ่านรายละหมาดใน
http://www.islamonline.net/servlet/Satellite?c=ArticleA_C&cid=1225698021403&pagename=Zone-Arabic-News/NWALayout

--- End quote ---

คิดว่าคือรายละเอียดน่ะครับ  รีบพิมพ์จังเป็นรายละหมาดไปได้   ;D

قطوف من أزاهير النور:

 salam


รบกวนถามหน่อย

กระทรวงศาสนสมบัติอิยิปต์


นี่มันคือกระทรวงอะไร ? แล้วคล้ายกระทรวงอะไรที่บ้านเราคะ

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

Go to full version