เสวนาเชิงวิชาการ > สนทนาศาสนธรรม

อันตราย โต๊ะครู แนวคิดเอนเอียงฟาสซิสม์

(1/2) > >>

al-azhary:
Tweet
อันตราย โต๊ะครู แนวคิดเอนเอียงฟาสซิสม์
คอลัมนิสต์ ฮิ้ว

คำว่าโต๊ะครู นั้นหมายถึงผู้ที่มีความรู้ทางวิชาการศาสนา

แต่โต๊ะครู "ฟาสซิสม์” (Fascism) "
- คิดว่าตัวเองสุดยอด ไม่รับฟังความคิดเห็นคนอื่น
- เชื่อมั่นในตัวเองสูง  คิดว่าตัวเองเก่ง
- นิยมใช้คำพูดก้าวร้าว รุนแรง กับกลุ่มคนที่ไม่เห็นด้วยกับตน

นักวิชาการคือคนที่มีความรู้ความสามารถในสาขาวิชาต่างๆ ขึ้นอยู่กับความเชี่ยวชาญ หลายคนประสบความสำเร็จหน้าชื่นชม บางคนมีพรสวรรค์ในการทำงานนำพาตัวเองไปสู่ความสำเร็จหรือพรแสวงอันเต็มเปีย มบุคลิกภาพ มีบทบาทต่อการสร้างจุดสนใจให้กับตัวเอง บางคนมีความสามารถที่จะแสดงออกเป็นลายลักษณ์อักษรหรืองานเขียน บางคนมีความสามารถในการพูดหรือบางคนมีทั้งสองสิ่งในตัวเอง     

สังคมมุสลิมในเมืองไทยนั้นนักวิชาการทางด้านศาสนาคือบุคคลควรเคารพนับถือ  นักวิชาการศาสนาตั้งแต่อดีตมาจนถึงในปัจจุบัน ยุคที่เรียกว่าวิวัฒนาการทางด้านสื่อสาร บางคนจบการศึกษาจากต่างประเทศ หลายคนมีความสามารถได้ทำงานในองค์กรดีๆ เพราะมีความสามารถทางด้านภาษา  บางคนเป็นคนมีชื่อเสียงในแวดวงสังคม    นักวิชาการทีเป็นนักคิดหลายท่านที่มีอุดมคติและทัศนะคติมุมมองที่แตกต่างกัน

ความหลากหลายทางความคิดเป็นแนวทางที่ก่อให้เกิดการพัฒนาหรืออาจแฝงไว้ ซึ่งการก่อให้เกิดความแตกแยกทางสังคม โดยอุดมการณ์ทางความคิด (อุดมการณ์คือ ระบบแห่งความเชื่อในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง) ต้องการทีจะแสดงเพื่อให้เป็นที่รับรู้สร้างจุดสนใจ    โดยทีผู้ฟังนั้นรับ รู้ข่าวสารข้อมูลที่อยู่ในฐานะผู้รับฟังหรืออาจเป็นความนิยมชมชอบเป็นการ ส่วนตัว โดยที่ยังไม่ทันรู้ตัวว่าสิ่งที่ได้รับรู้นั้นเป็นไปตามหลักการศาสนาหรือ อารมณ์ทีต้องการสร้างแรงจูงใจให้กับตัวเอง

นักวิชาการทางด้านศาสนาบางคนส่อพฤติกรรมในเชิงคำพูดที่สามารถสร้างแรงดึงดูด ให้คนเกิดความสนใจในเรื่องนั้นๆ โดยใช้ถ้อยคำรุนแรง   การที่นักวิชาการหรือบุคคลคนเหล่านั้นได้แสดงออกเป็นพฤติกรรมที่หน้าเศร้าใจ

"นักวิชาการศาสนาบางคนมีความรู้อย่างเต็ม เปี่ยม แต่คุณลักษณะที่แสดงออกทางวิชาการ แทบจะไม่มีให้เห็นถึงคุณลักษณะแบบอย่างของท่านนบี มูหัมหมัด(ซล) ที่มีแต่ความนอบน้อม ความนุ่มนวลในการเผยแพรศาสนา แต่นักวิชาการศาสนาเหล่านั้นใช้วาจาทีไม่สุภาพ แม้จะมีการยิบยกหลักฐานขึ้นมาพูดก็ตาม"  โดยต้องการแสดงออกมาเพื่อให้คนฟังนั้นเกิดความมันในการรับรู้ข่าวสารที่มาจากพฤติกรรมนิสัยใจคอของตัวเอง   

ทั้งนี้โต๊ะครูทีมีความรู้ที่มีอุดมการณ์ทำเพื่อสังคม โดยทีไม่หวังสิ่งตอบแทนและชื่อเสียงก็มีมากมายหลายท่านนะครับ

ผมได้เดินทางไปนั่งดื่มกาแฟ ที่ร้านแห่งหนึ่งและได้พบปะพูดคุยกันในวงเสวนา  นั่งคุยกันถึงเรื่องนี้ โต๊ะครู " ฟาซิส "  ทำให้เกิดแนวความคิดเกี่ยวกับ พฤติกรรมนักวิชาการศาสนาบางท่าน การที่คนเราต้องการแสดงความสามารถให้คนอื่นเห็นนั้นด้วยการพูดให้ตัวเองดูดี โดยที่พูดจาในเชิงตำหนิคนอีกกลุ่มหนึ่ง  นักวิชาการศาสนากลุ่มคนเหล่านี้เชื่อมั่นในตัวเองคิดว่า การทีเป็นตนมีความรู้ทางด้านศาสนา   โดยต้องการอยากให้มีผลงานทางวิชาการ มีคนเคารพนับถือในบางครั้งถึงขนาดยอมเอาเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง มา ถกเถียงกันเพื่อต้องการเอาชนะ แสดงออกถึงความตะแบง  บ้างก็รวมกลุ่มกันได้ไม่นานก็แตกคอกันเองเพราะคนเหล่านี้จะเชื่อมั่นในความ รู้ของตัวเอง

ถ้าเป็นเรื่องศาสนาอยากจะเป็นแต่คนพูดเท่านั้น ฟังใครไม่ค่อยเป็น เอาทัศนะของตัวเองเป็นเกณท์ตลอด มองดูแล้วหน้าขำ       จากรุ่นสู่รุ่น นักวิชาการศาสนาที่เป็นคนมีอายุ พร้อมทั้งคุณวุฒิ วัยวุฒิ ลูกศิษณ์มากมาย แต่เวลาขึ้นพูดทีไรไม่ว่าจะเป็นเวทีหรือคุตบะห์ในวันศุกร์ จะต้องพูดจากระแทกแดกดันคนทีนั่งฟัง สงสัยอับจนปัญญาทำได้เพียงเท่านี้ จะทำอย่างนั้นเพื่ออะไร

หรือว่าถ้าไม่ทำอย่างนั้นแล้ว ไม่มีคนสนใจติดตามไม่เป็นที่รู้จัก การใช้ถ้อยคำเสียดสี ใช้คำพูดให้คนอืนรู้สึกไม่ดีต่อให้มีวัยวุฒิสูงแค่ไหน ผมคิดว่าคนดังกล่าวนี้ กำลังทำให้ตัวเองตกต่ำ

7 ปี ที่ผมใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศและได้เดินทางไปหลายๆที่ หลายสิ่งทีเคยเห็นนักวิชาการศาสนาในต่างประเทศที่มีความรู้ ที่ผมเคยสัมผัสได้สร้างความประทับใจ ความสุภาพนอบน้อม มารยาทที่ดูแล้วหน้าเคารพ บางคนเรียนจบสายศาสนาแล้วเรียนต่อทางด้านสามัญบางคนเป็นถึง วิศวกร นักเคมี นักวิทยาศาสตร์ ตักตวงความรู้ให้ตัวเองตลอด เพราะอิสลามไม่ได้สอนให้เราหยุดนิ่ง

นักการศาสนาบ้านเราที่ทำตัวเหมือนกบในกะลา ชอบฉายหนังม้วนเดิม ไม่พัฒนาองค์ความรู้ ร้ายยิ่งไปกว่า คือขึ้นเวทีมือจับไมโคโฟนเป็นอันต้องด่าฝ่ายตรงข้าม นักวิชาการพวกนี้ สมควรทีจะลดความแคบทางปัญญาลงบ้าง ไม่ควรที่จะใช้วิธีแบบนี้ในการดึงดูดคน

อิสลามสอนให้เราตักเตือนกัน ครับ ทุกอย่างมีขั้นตอน บุคคลเหล่านั้นควรทีจะยกเลิกพฤติกรรมเยี่ยงนี่ ถอดหน้ากากออก แล้วใช้รอยยิ้ม อย่ามาทำตัวแบบดึงแขนดึงขากันเอง ทำงานศาสนาด้วยจิตใจทีเสียสละสังคมมุสลิมจะเติบโต

มีโอกาสจะมารับใช้ท่านผู้อ่านครับ วัสลาม

ข้อมูลเพิ่มเติม: คำว่า ฟาสซิสม์ มีต้นกำเนิดที่ประเทศอิตาลี โดยรัฐบาลฟาสซิสม์ถูกจัดตั้งขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 เพื่อนำอิตาลีเข้าสู่สงครามภายใต้การนำของเบนิโต มุสโสลินี

อ้างอิงจาก : มุสลิมไทย

IamCrying:
SO GOOD myGreat:

ILHAM:
ทหารแห่งประชา ทำหน้าที่
กำจัดเหล่าไพรี ปฏิกิริยา
ความลำบากนั้นคือมิตร ล้างอุปสรรค
โค่นจักรพรรดิฟาสซิสม์ และศักดินา
มันก่อกรรมทำร้าย เราเรื่อยมา
ชาติประชาเป็นดังผู้ พลีกรรม

Al Fatoni:
แต่ดูเหมือนว่า คนสมัยจะนิยมลัทธิ Fastism (ฟาสทิสซึ่ม) นะครับ นิยมจนไม่รู้ตัว เพราะโดนความเร็วครอบงำ ทุกอย่างต้องรวดเร็ว หลายคนเสพความเร็วมากเสียจนติด อะไรช้านิดช้าหน่อยก็ไม่ได้ ทนไม่ไหว ต้องรวดเร็วทันใจ แต่ดูๆ ไปแล้วกรรมตามสนองก็รวดเร็วทันใจดีแฮ่ะ อิอิ  hehe hehe hehe - วัสสลาม

คะลัคคะลุย:
 salam

แรก ๆ อ่านเป็น  แนวคิดเอนเอียงฟาซิก  ที่แท้ใหนได้ฟาสซิสม์  ;D

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

Go to full version