เสวนาเชิงวิชาการ > สนทนาศาสนธรรม

หรือบรรดาผู้ศรัทธาจะสนใจแต่เรื่องฟิตนะห์

<< < (3/8) > >>

ILHAM:
ถึงว่า เมื่อเช้าเปิดหาดูหายไปไหน





กระทู้ปาตีฯของผมก็คงจะลงเอยแบบเดียวกัน

IamCrying:
คนโพสต์กระทู้ หายไปไหนแล้ว เอ่ย อยากฟังเขามา แถลงไข มั่ง

Al Fatoni:

--- อ้างจาก: Shaikh Mustafa ที่ ม.ค. 10, 2009, 07:23 PM ---ด้วยพระนามอัลลอฮฺ (ซ.บ.) ทรงเมตตากรุณาอย่างหาที่สุดมิได้
ขอความคุ้มครองจากอัลลอฮฺ (ซ.บ.)ให้พ้นจากซัยฏอนมารร้ายและบริวารของมันทั้งมนุษย์และญิน
ขอความศานติสุข ความปราณี จากอัลลอฮฺ (ซ.บ) ประสบแด่บรรดาผู้ศรัทธา

ผมติดตามเวบไซท์ศาสนาเกือบทุกเวบไซท์ ต้องกล่าวขออภัยต่ออัลลอฮฺ (ซ.บ.) นับร้อยครั้ง
และไม่น่าเชื่อเลย ที่ในกระดานเสวนา การตั้งกระทู้ หรือตั้งคำถามในทุก ๆ เรื่อง เกือบจะทั้งหมด หรือประมาณร้อยละเก้าสิบล้วนแต่เป็นเรื่องของการฟิตนะห์กันแทบทั้งสิ้น

ผมไม่ทราบว่าปัจจุบันสังคมของประชาชาติอิสลามต้องการอะไร
--- End quote ---

              หากถือตามสำนวนนี้ นั่นหมายความว่า เว็บ อ.มุรีด, เว็บ อ.ฟารีด เฟ็นดี้ เว็บ อ.ริฎอ สะมะดี เว็บมรดก เว็บอัสสุนนะฮ์ (ของบังอะสัน) ก็ถือเป็นเว็บแห่งฟิตนะฮ์ด้วยกันทั้งสิ้น แม้จะใช้สำนวนว่า "เกือบทุกเว็บไซต์" ก็ตาม แต่ความเป็นจริง ในสายตาของหลายๆ คนที่ปรากฏ ไม่เฉพาะแต่ผู้ที่ไม่พิศมัยต่อเว็บดังกล่าว หากแต่ผู้ที่พิศมัย คลั่งไคล้ในเว็บดังกล่าวนั่นเองแหละ ยังส่ายหัวเลย ว่าเว็บข้างต้นที่ผมยกมานั้น ยันแต่จะสร้างความแยกแตกในสังคมมุสลิม อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในสังคมมุสลิมไทย คำพูดนี้ผมเอามาจาก อ.ท่านหนึ่ง และเจ้าหน้าที่ที่ทำงานที่สถาบันที่ผมเรียน ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า สถาบันแห่งนี้นิยมในแนวทางวะฮาบีย์ แต่ค่อนข้างจะเป็นกลางและสมานฉันท์กับกลุ่มอื่นๆ ภายในกลุ่มสุนนะฮ์มากกว่าจะโจมตีแบบสาดโคลนอย่างที่บางเว็บกระทำกัน - วัสสลาม

             การตักเตือนไม่ใช่สิ่งที่ผิด หากแต่เป็นสิ่งที่สมควรกระทำเสียมากกว่า  แต่การตักเตือนย่อมมีวิธีที่ดีของมัน ทั้งนี้เพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่ดีในสังคมโดยรวม มิใช่เพื่อสนองทัศนะของตน - วัลลอฮุอะอฺลัม

muchi:
อัสลามมุอาลัยกุม : พี่น้องมุสลิม ผู้ร่วมศรัทธาทุกท่าน
--------------------------------------------------------------

ผมเอง ยังขอยืนยันว่า มิได้อยู่ข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ( หากแต่ ) เป็นการนำเสนอ เพื่อเรียกร้องให้พี่น้องมุสลิมทุกท่าน มองถึงผลร้ายที่ก่อเกิดจากการ " ฟิตนะ " " กล่าวหา " " และไม่ยอมแสดงเหตุผล "

ของมุสลิมหนึ่ง ๆ ที่มีต่อมุสลิม อีกหนึ่ง
--------------------------------------------------------------

( บันทึกโดยท่านมุสลิม )
" จากหุซัยฟะฮฺ เล่าว่า ครั้งหนึ่งพวกเราพร้อมด้วยท่านอุมัรฯ "

ท่านอุมัรฯ ได้กล่าวขึ้นว่า " มีใครเคยได้ยินท่านรสูลฯ พูดเรื่อง ( ฟิตนะห์ ) "

คนกลุ่มหนึ่งจึงตอบว่า " พวกเราเคยได้ยิน "

ท่านอุมัร จึงกล่าวว่า " พวกท่านคงหมายถึงฟิตนะฮฺ ที่เกิดขึ้นในครอบครัว หรือเพื่อนบ้านของท่าน "

คนกล่มหนึ่งในนั้นตอบว่า " ใช่แล้ว "

ท่านอุมัรกล่าวว่า " ฟิตนะฮฺ ดังกล่าว สามารถลบล้างให้หมดไปได้ด้วยการละหมาด การถือศิลอด และการทำทาน ( แต่ ) พวกท่านเคยได้ยินไหม ที่ท่านรสูลฯ กล่าวถึงฟิตนะฮฺ ที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งเกิดขึ้น ประหนึ่งคลื่นในทะเล "

หุซัยฟะฮฺเล่าว่า " ผุ้คนต่างเงียบ ดังนั้นฉัน ( หุซัยฟะฮฺ ) จึงกล่าวว่า " ท่านและบิดาของท่าน เป็นพลี ฉันเคยได้ยิน "

ท่านรสูลฯ จึงกล่าวว่า " ฟิตนะฮฺ ฝัง ณ ก้นบึ้งของจิตใจมนุษย์ ทีละเล็กทีละน้อย ประหนึ่ง การสานเสื่อ ดังนั้น จุดดำจึงเกิดขึ้นในจิตใจ ส่วนจิตใจ ที่ปฏิเสธฟิตนะฮฺ จะยังคงขาวสะอาด ตราบเท่าที่ฟ้า และดินยังดำรงอยู่ และจิตใจที่มีจุดดำนาน ๆ จะยิ่งดำมือ ประหนึ่ง หม้อดินที่ดำสนิทคว่ำอยู่ จิตใจ จะไม่รู้จักแยกแยะความดี และความชั่ว มันจะตามอารมณ์ใฝ่ต่ำเพียงอย่างเดียวเท่านั้น "

หุซัยฟะฮฺ เล่าต่อไปว่า " ระหว่างพวกท่านกับฟิตนะฮฺที่ยิ่งใหญ่นั้น มีประตูอยู่บานหนึ่ง ซึ่งใส่กุญ่แจอย่างมั่นคง เพราะเป็นที่หวั่นเกรงว่า ประตูดังกล่าวจะถูกทำลาย ( ท่านอุมัรถามว่า ) จะถูกทำลายเชียวหรือ ถ้าเปิดดี ๆ อาจจะปิดได้อีกครั้ง "

ท่านหุซัยฟะฮฺ เล่าว่า " ประตูดังกลาว หมายถึง ผู้นำคนสำคัญ ซึ่งต่อมาถูกสังหาร หรือตายเอง และอัล-ฮาดีสนี้ ไม่ใช่ เรื่องเล่าปรัมปรา "
 
ผู้ส่ง: น่าชมเชย : IP : 58.8.234.78

กูปีเยาะฮฺสะอื้น:

ผมเอง ยังขอยืนยันว่า มิได้อยู่ข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ( หากแต่ ) เป็นการนำเสนอ เพื่อเรียกร้องให้พี่น้องมุสลิมทุกท่าน มองถึงผลร้ายที่ก่อเกิดจากการ " ฟิตนะ " " กล่าวหา " " และไม่ยอมแสดงเหตุผล "

ของมุสลิมหนึ่ง ๆ ที่มีต่อมุสลิม อีกหนึ่ง

ไม่ยอมแสดงเหตุผลหรอ
หรือว่าไม่ยอมรับ

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว

Go to full version