เสวนาเชิงวิชาการ > สนทนาศาสนธรรม
ชี้แจง .. บทวิภาษของ อ.อัชอะรีย์ต่อ อ.ปราโมทย์
คะลัคคะลุย:
อ. ปราโมทย์ พูดว่า
ส่วนคำว่า เผ็ดร้อน นั้น (ความจริงน่าจะเรียกว่าเป็นการ แซว ที่เผ็ดร้อนมากกว่า).. หากพิจารณาอย่างถ่องแท้แล้วจะเห็นว่า ส่วนใหญ่ จะอยู่ในรูปของคำถามที่มีต่อ อ.กอเซ็ม .. ซึ่งท่านคงไม่ปฏิเสธว่า แม้จะแซวเผ็ดร้อนไปบ้าง แต่ก็ไม่ใช่คำพูดหยาบคายแต่ประการใด ...
-----------------------------
แก้ต้วได้ดีมาก เพราะ อ.ปราโมทย์ ไม่ผิดหรอก hehe
คะลัคคะลุย:
อ. ปราโมทย์เล่าให้ฟังว่า
และตามที่ผมได้รับทราบมา (ถ้าผิดก็ขออภัย) ว่า อ.อัชอะรีย์เองเคยก้าวร้าวต่อท่านอิบนุตัยมียะฮ์, ท่านมุหัมมัด บินอับดุลวะฮ์ฮาบ, ท่านอิบนุ้ลก็อยยิม, ท่านอัล-อัลบานีย์ เป็นต้น อย่างรุนแรงในเว็บไซด์ของท่าน ...
-----------------------
แค่ทราบมา แสดงว่า อ.ปราโมทย์ ถูกลูกศิษย์ เป่าหูให้ฟังอีกที ทั้งที่ลูกศิษย์ อ.ปราโมทย์บางคนเข้ามาเคยด่าเว็บมาสเตอร์ถึงเว็บ!
คะลัคคะลุย:
อ.ปราโมทย์เขียนต่ออีกว่า
ก. การอ่านอัล-กุรฺอ่านที่กุบูรฺเป็นปัญหาขัดแย้งของนักวิชาการ .. ข้อนี้ อ.อัชอะรีย์คงไม่ปฏิเสธ ...
ดังนั้น เมื่อเห็นผู้ใดอ่านอัล-กุรฺอ่านที่กุบูรฺ ก็อย่าไปห้ามหรือตำหนิเขา .. นี่คือเนื้อหาจากคำกล่าวของท่านซุฟยาน อัษ-เษารีย์และท่านอิบนุตัยมียะฮ์ ที่ อ.อัชอะรีย์นำเสนอมานั้น ...
ผมจึงอยากจะถามว่า ..
แล้วการที่ท่านอิหม่ามอะห์มัด อิบนุหัมบัลเข้าไปกล่าวในลักษณะคัดค้านต่อชายตาบอดผู้หนึ่งขณะที่เขากำลังอ่านอัล-กุรฺอ่านที่กุบูรฺว่า ...
يَا هَذَا إِنَّ الْقِرَاءَةَ عِنْدَالْقَبْرِ بِدْعَةٌ! : นี่แน่ะคุณ, การอ่านอัล-กุรฺอ่านที่กุบูรเป็นบิดอะฮ์นะ! ...
อ.อัชอะรีย์จะอธิบายในเรื่องนี้อย่างไรไม่ทราบ ? ...
ข. การ คัดค้านหรือห้าม เมื่อเห็นผู้กระทำสิ่งที่เป็นปัญหาขัดแย้ง กับ การเสนอแนะข้อเท็จจริงตามหลักวิชาการในปัญหาขัดแย้ง เหมือนกันหรือแตกต่างกัน ? ...
หากตอบว่า การเขียนวิเคราะห์และเสนอแนะข้อเท็จจริงตามหลักวิชาการในปัญหาขัดแย้ง กับการคัดค้านหรือห้ามผู้ที่มีทัศนะตรงกันข้าม มีความหมายเหมือนกัน บรรดานักวิชาการเกือบทั้งหมดในอดีตก็ล้วนไม่ถูกต้องที่ไปเขียนเสนอแนะทัศนะของตนเองในปัญหาขัดแย้งใดก็ตาม เพราะเท่ากับเป็นการคัดค้านหรือห้ามทัศนะผู้อื่นที่ขัดแย้งกับตนเองว่าไม่ถูกต้อง ตามมุมมองนี้ ...
แต่ถ้าหากตอบว่า ทั้งสองกรณีนั้นไม่เหมือนกัน ก็ขอบอกว่า ผมไม่เคยไปสะกิดไหล่ใครเพื่อ คัดค้านหรือห้าม ไม่ให้อ่านอัล-กุรฺอ่านที่กุบูรฺ -- ดังเช่นที่ท่านอิหม่ามอะห์มัดกระทำต่อชายตาบอดผู้นั้น -- แม้แต่คนเดียว .. นอกจากที่กระทำอยู่ก็คือการเขียนวิเคราะห์หลักฐานตามหลักวิชาการอย่างที่เห็นอยู่นี้เท่านั้น ...
-------------------------------------------
ดูเหมือนว่า ที่ อ.ปราโมทย์ ถามแบบนี้ เพราะคิดไปว่า บทนำที่เว็บมาสเตอร์นั้น ได้พาดพึง อ.ปราโมทย์ แต่ในรูปการณ์แล้วไม่ใช่เช่นนั้นเลย แต่ความจริงเว็บมาสเตอร์พูดวิจารณ์ตำหนิลูกศิษย์ของ อ.ปราโมทย์ ที่เข้ามาด่าต่างหาก
แสดงว่า อ.ปราโมทย์ ยังไม่เข้าใจรูปการณ์ของคำพูดเป็นแน่แท้ :o
คะลัคคะลุย:
อ.ปราโมทย์ สาธยายว่า
ส่วนข้ออ้างที่ว่า นักวิชาการส่วนมากหรือมีมติ(อิจญมาอฺ)ผ่อนปรนให้ให้ปฏิบัติหะดีษเฎาะอีฟได้ .. ทำไม อ.อัชอะรีย์ไม่บอกให้ชัดเจนด้วยว่าหะดีษเฎาะอีฟที่นักวิชาการส่วนมากผ่อนปรนให้ปฏิบัติได้นั้น เฎาะอีฟในลักษณะไหน ? .. เฎาะอีฟในเรื่องใด ?.. และที่ว่าปฏิบัติได้นั้น มีเงื่อนไขอย่างไร ? ...
ผมขออธิบายในกรณีนี้ดังนี้ ...
นักวิชาการมีทัศนะขัดแย้งกันในเรื่อง การปฏิบัติ ตามหะดีษเฎาะอีฟเป็น 3 ทัศนะ (ดังระบุในหนังสือ กอวาอิด อัต-ตะห์ดีษ หน้า 113) คือ ...
ทัศนะที่หนึ่ง หะดีษเฎาะอีฟทุกบท --ไม่ว่าเรื่องหุก่มต่างๆหรือเรื่องฟะฎออิลุ้ลอะอฺมาล ห้ามนำมาปฏิบัติโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆทั้งสิ้น .. นี่คือทัศนะของท่านยะห์ยา บินมะอีน, ท่านอบูบักรฺ อิบนุลอะรอบีย์, ท่านอิบนุหัสม์, และตามรูปการณ์แล้วน่าจะเป็นทัศนะของท่านบุคอรีย์และท่านมุสลิมด้วย ...
ทัศนะที่สอง หะดีษเฎาะอีฟทุกบท ไม่ว่าเรื่องหุก่มต่างๆหรือเรื่องฟะฎออิลุ้ลอะอฺมาล สามารถนำมาปฏิบัติได้โดยปราศจากเงื่อนไข ...
ท่านอัส-สะยูฏีย์อ้างว่า นี่คือทัศนะของท่านอบูดาวูดและท่านอิหม่ามอะห์มัด ...
หมายเหตุ
โปรดเข้าใจด้วยว่า คำว่า หะดีษเฎาะอีฟ ตามทัศนะของท่านอิหม่ามอะห์มัดในที่นี้ หมายถึง หะดีษหะซัน หรือหะดีษที่สวยงามตามคำกล่าวของท่านอัต-ติรฺมีซีย์ มิใช่หะดีษเฎาะอีฟตามมุมมองของนักวิชาการท่านอื่นๆ ...
นี่คือคำอธิบายของท่านอิบนุตัยมียะฮ์ในหนังสือ มินฮาจญ์ อัส-ซุนนะฮ์ ดังการอ้างอิงในหนังสือ กอวาอิด อัต-ตะห์ดีษ ของท่านอัล-กอซิมีย์ หน้า 118 ...
ทัศนะที่สาม .. เป็นทัศนะของนักวิชาการส่วนใหญ่ .. ถือว่า อนุญาตให้นำหะดีษเฎาะอีฟมาปฏิบัติในเรื่องฟะฎออิลุ้ลอะอฺมาล, เรื่องบาปบุญ, เรื่องสนับสนุนให้ทำความดีและสำทับให้หวาดกลัวจากการทำความชั่วได้ โดยมีเงื่อนไข (ดังมีระบุในหนังสือ กอวาอิด อัต-ตะห์ดีษ หน้า 116 และหนังสือหะดีษอื่นๆแทบทุกเล่ม) ดังนี้ ...
1. หะดีษนั้นจะต้องไม่เฎาะอีฟมากเกินไป ...
2. หะดีษนั้น จะต้องอยู่ภายใต้พื้นฐานแห่งการปฏิบัติอยู่ก่อนแล้ว (หมายถึงมีหะดีษที่เศาะเหี๊ยะฮ์ในเรื่องนั้นมายืนยันไว้แล้ว) และ ...
3. จะต้องไม่ยึดมั่นขณะปฏิบัติว่า หะดีษนั้นเป็นหะดีษที่แน่นอนหรือถูกต้อง แต่ให้ยึดมั่นว่า เป็นการปฏิบัติ เผื่อๆ เท่านั้น ...
นอกจากเงื่อนไข 3 ประการข้างต้นแล้ว ท่านอิบนุหะญัรฺ อัล-อัสเกาะลานีย์ยังได้เสนอเงื่อนไขเพิ่มเติมอีกว่า ...
أُشْتُهِرَ أَنَّ أَهْلَ الْعِلْمِ يَتَسَاهَلُوْنَ فِىْ إِيْرَادِ اْلأَحَادِيْثِ فِى الْفَضَائِلِ وَإِنْ كَانَ فِيْهَا ضَعْفٌ مَالَمْ تَكُنْ مَوْضُوْعَةً، وَيَنْبَغِىْ مَعَ ذَلِكَ إِشْتِرَاطُ أَنْ يَعْتَقِدَ الْعَامِلُ كَوْنَ ذَلِكَ الْحَدِيْثِ ضَعِيْفًا! وَأَنْ لاَ يُشْهِرَ ذَلِكَ لِئَلاَّ يَعْمَلَ الْمَرْءُ بِحَدِيْثٍ ضَعِيْفٍ فَيُشَرِّعَ مَالَيْسَ بِشَرْعٍ، أَوْ يَرَاهُ بَعْضُ الْجُهَّالِ فَيَظُنَ أَنَّهُ سُنَّةٌ صَحِيْحَةٌ، وَقَدْ صَرَّحَ بِمَعْنىَ ذَلِكَ اْلأُسْتَاذُ أَبُوْ مُحَمَّدِ بْنُ عَبْدِالسَّلاَمِ وَغَيْرُهُ، وَلْيَحْذَرِالْمَرْءُ مِنْ دُخُوْلِهِ تَحْتَ قَوْلِهِ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ .... "مَنْ حَدَّثَ عَنِّىْ بِحَدِيْثٍ يُرَى أَنَّهُ كَذِبٌ فَهُوَ أَحَدُ الْكَاذِبَيْنِ" .. فَكَيْفَ بِمَنْ عَمِلَ بِهِ ؟! وَلاَ فَرْقَ فِىْ الْعَمَلِ بِالْحَدِيْثِ فِى اْلأَحْكَامِ أَوْ فِى الْفَضَائِلِ إِذِالْكُلُّ شَرْعٌ!
เป็นที่รู้กันอย่างแพร่หลายว่า นักวิชาการได้ผ่อนปรนให้บอกเล่าหะดีษในเรื่องของฟะฎออิลุ้ลอะอฺมาลได้ แม้ในมันจะมีความเฎาะอีฟอยู่บ้างก็ตามตราบใดที่มันมิใช่หะดีษเก๊ เกี่ยวกับเรื่องนี้ สมควรมีเงื่อนไขด้วยว่า ผู้ปฏิบัติจะต้องยึดมั่นว่าหะดีษบทนั้นเป็นหะดีษเฎาะอีฟ และการปฏิบัติดังกล่าวจะต้องไม่ทำให้แพร่หลายด้วย! ทั้งนี้ก็เพื่อมิให้บุคคลใดนำหะดีษเฎาะอีฟมาปฏิบัติจนเป็นสาเหตุให้เขา(ได้ชื่อว่า) เป็นผู้ตราบทบัญญัติในสิ่งที่มันมิใช่เป็นบทบัญญัติ หรืออาจจะมีผู้ไม่รู้บางคนมาเห็น(การกระทำของ)เขาแล้วเลยเข้าใจว่ามันคือซุนนะฮ์ที่ถูกต้อง .. แน่นอน ความหมายดังที่กล่าวมานี้ ท่านอุซตาซอบูมุหัมมัด อิบนุอับดิสสลามและนักวิชาการท่านอื่นๆได้กล่าวไว้อย่างชัดเจนแล้ว และบุคคลผู้นั้น(คือผู้ปฏิบัติตามหะดีษเฎาะอีฟ) ก็พึงระวังให้จงหนักจากการล่วงล้ำเข้าสู่ภายใต้คำกล่าวท่านนบีย์ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะซัลลัมที่ว่า .. ผู้ใดอ้างรายงานจากฉัน ด้วยหะดีษใดที่ถูกมองว่ามันเป็นท็จ เขาก็คือหนึ่งจากสองที่ร่วมกันกล่าวเท็จ .. (ขนาดผู้อ้างรายงานหะดีษเฎาะอีฟยังต้องระวังขนาดนี้) แล้วผู้ที่ปฏิบัติมันล่ะ จะ(ต้องระวัง)สักขนาดไหน ? และไม่มีข้อแตกต่างอันใดในระหว่างการปฏิบัติตามหะดีษในเรื่องหุก่มต่างๆหรือเรื่องฟะฎออิลุ้ลอะอฺมาล เพราะทั้งหมดคือบทบัญญัติเหมือนกัน ...
(โปรดดูหนังสือ تَبْيِيْنُ الْعَجَبِ بِمَا وَرَدَ فِىْ فَضْلِ رَجَبَ ของท่านอิบนุหะญัรฺหน้า 3-4) ...
คำกล่าวของท่านอิบนุหะญัรฺที่ว่า .. ไม่มีข้อแตกต่างอันใดในระหว่างการปฏิบัติตามหะดีษในเรื่องหุก่มต่างๆหรือเรื่องฟะฎออิลุ้ลอะอฺมาล เพราะทั้งหมดคือบทบัญญัติเหมือนกัน .. แสดงว่า แนวโน้ม ของท่านอิบนุหะญัรฺในเรื่องนี้ก็คือ ไม่อนุญาตให้นำหะดีษเฎาะอีฟมาปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหุก่มหรือเรื่องฟะฎออิลุ้ลอะอฺมาล ...
สำหรับนักวิชาการที่มีทัศนะว่า อนุโลมให้นำหะดีษเฎาะอีฟมาปฏิบัติในเรื่องฟะฎออิลุ้ลอะอฺมาลได้ ท่านอิบนุหะญัรฺก็ได้กำหนดเงื่อนไขในการปฏิบัติไว้หลายประการดังกล่าวมาแล้ว ...
---------------------------------
อ.ปราโมทย์ อธิบายเรื่องหลักฮะดีษฎออีฟมายืดยาวเลย แล้วถามบังอัซฮะรีว่า "ทำไม อ.อัชอะรีย์ไม่บอกให้ชัดเจนด้วยว่าหะดีษเฎาะอีฟที่นักวิชาการส่วนมากผ่อนปรนให้ปฏิบัติได้นั้น เฎาะอีฟในลักษณะไหน ? "
แต่จากรูปการณ์แล้วปรากฏว่า เรื่องหลักฮะดีษฎออีฟนั้น เว็บมาสเตอร์ต้องการนำเสนอแบบสรุปๆย่อๆ โดยทิ้งท้ายอ้างอิงว่า ดูรายละเอียดจุดยืนปราชญ์สะลัฟที่มีต่อฮะดีษฎออีฟได้ที่นี่!
เพื่อจะได้กลับไปดูรายละเอียด แต่ปรากฏว่า อ.ปราโมทย์ ไม่ได้กลับไปดูรายละเอียด เพราะลูกศิษย์หัวแก้วหัวแหวน ปริ้นบทวิภาษไปให้ อ.ปราโมทย์ โดยปริ้นติดแค่ประโยคที่ว่า "ดูรายละเอียดจุดยืนปราชญ์สะลัฟที่มีต่อฮะดีษฎออีฟได้ที่นี่" จึงทำให้ อ.ปราโมทย์ไม่รู้เรื่องอะไรว่า ทางนี้เขาชี้แจงรายละเอียดไปแล้ว
เรื่องมันก็เลย เอวัง fouet:
คะลัคคะลุย:
อ.ปราโมทย์ ว่าต่อ
ผมขอยืนยันอีกครั้งว่า การอ่านยาซีนหรืออ่านอัล-กุรฺอ่านบทใดที่กุบูรฺ ไม่ใช่เป็นซุนนะฮ์และไม่มีหะดีษมัรฺฟูอฺที่ถูกต้องแม้แต่บทเดียวจากท่านรอซู้ลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะซัลลัมมายืนยันไว้ .. ดังจะได้ชี้แจงความเข้าใจผิดในเรื่องนี้ของ อ.อัชอะรีย์ต่อไป ...
------------------------------
เอาเข้าไป ทางเว็บมาสเตอร์ เขาพูดถึงเรื่องอนุญาต(ยาอิซฺ)อ่านอัลกุรอานที่กุบูร แต่ อ.ปราโมทย์ คิดเข้าใจไปเองว่า เว็บมาสเตอร์ยืนยันว่านบียืนยันเรื่องการอ่านอัลกุรอานหรือยาซีนที่กุบูร ก็เลยยัดเยียดคำพูดใส่คนเว็บมาสเตอร์ไป
แสดงว่า อ.ปราโมทย์ ไม่รู้เรื่องว่าวิภาษของเว็บมาสเตอร์เขาพูดเรื่องอะไร ฮุกุ่มอะไร fouet:
นำร่อง
[0] ดัชนีข้อความ
[#] หน้าถัดไป
[*] หน้าที่แล้ว
Go to full version