เสวนาเชิงวิชาการ > สนทนาศาสนธรรม
ชี้แจง .. บทวิภาษของ อ.อัชอะรีย์ต่อ อ.ปราโมทย์
คะลัคคะลุย:
อ.ปราโมทย์กล่าวว่า
ข. อ.อัชอะรีย์ ได้กล่าวอ้างข้างๆคูๆว่า การที่ท่านนบีย์และเศาะหาบะฮ์ไปนมาซญะนาซะฮ์ที่กุบูรฺนั้น มีการอ่านฟาติหะฮ์, มีการซิกรุ้ลลอฮ์ในการนมาซด้วย .. ซึ่ง مَفْهُوْمٌ ของมันก็คือ อนุญาตให้อ่านกุรฺอ่านที่กุบูรฺได้ ...
ผมก็ขออ้างข้างๆคูๆในลักษณะ ย้อนศร บ้างว่า หลักฐาน ห้ามนมาซ ในกุบูรฺที่ผ่านมาในบทก่อน ไม่ว่านมาซฟัรฺฎู, นมาซสุนัต หรือนมาซมัยยิต مَفْهُوْمٌ ของมันก็คือ ห้ามอ่านฟาติหะฮ์ ที่กุบูร ...
เพราะในการนมาซต้องมีการอ่านฟาติหะฮ์ ...
ดังนั้น การห้ามนมาซก็คือการห้ามอ่านฟาติหะฮ์! ...
และ .. การห้ามอ่านฟาติหะฮ์ที่กุบูรฺ ก็คือ การห้ามอ่านอัล-กุรฺอ่านที่กุบูรฺ (ตามคำอธิบายของ อ.อัชอะรีย์เอง) เอง ...
เอ๊ะ! นี่ผมจะพลอยเป็น .. (?) ..ไปอีกคนหรือนี่ ??? ...
________________
ที่นบีห้ามนั้น เพราะเหตุกุบูรอาจจะมีน้ำหนองหรือซากเนื้อมัยยิดปะปนกับที่ขุดขึ้นมาที่กุบูร ตามทัศนะปราชญ์ส่วนมากได้อธิบายไว้มิใช่หรือ จึงทำให้การสุยูดและนั่งบนดินที่กุบูรทำให้เปื้อนนะยิสได้
แต่การอ่านอัลกุรอานที่กุบูร ไม่ใช่ว่าหากถูกนะยิสแล้วอ่านอัลกุรอานใช้ไม่ได้มิใช่หรือ....ดังนั้นถ้าหากปูเสื่อนั่งอ่านอัลกุรอาน ก็ไม่ฮะรอมแน่นอน oh:
คะลัคคะลุย:
อ.ปราโมทย์ พูดว่า
หาก อ.อัชอะรีย์ยังยืนกระต่ายขาเดียวในเรื่องนี้ต่อไปผมก็ไม่ขอต่อล้อต่อเถียงกับท่านอีกแล้ว แต่ขอยกตัวอย่างเปรียบเทียบดังต่อไปนี้ ...
สมมุติถ้า การนมาซมัยยิต ในหะดีษบทนั้นคือ ต้มยำ, .. และกุบูรคือ หม้อใส่ต้มยำ ...
อ.อัชอะรีย์คงรู้ดีว่า สิ่งที่จะเรียกว่า ต้มยำ ตามความเข้าใจของ คนปกติธรรมดา ทั่วๆไปนั้น จะต้องประกอบขึ้นจากกุ้งหรือปลาหรือเนื้อ, ตะไคร้, ใบมะกรูด, ข่า, พริกสด, มะเขือเทศ, มะนาว, น้ำปลา, ต้นหอม, คึ่นฉ่าย เป็นต้น ...
ไม่เคยปรากฏเลยสักครั้งเดียวที่แม่ครัวเอกของโลกจะนำส่วนประกอบของต้มยำทั้งหมดดังกล่าวนั้นไปแยกออก แล้วนำเพียง อย่างใดอย่างหนึ่ง ไปใส่ใน หม้อต้ม เพื่อให้ผู้ใด(คือ มัยยิต) บริโภค .. (ยกเว้นอิสติฆฟารฺ)...
ทั้งนี้ เพราะท่านรู้ดีว่า ต้มยำที่มีคุณค่าอย่างแท้จริงตามหลักโภชนาการต่อผู้บริโภค จะต้องใส่เครื่องปรุงทั้งหมด รวมกัน เท่านั้น ...
แต่ อ.อัชอะรีย์กลับจะเอา ใบมะกรูด เพียงอย่างเดียวใส่ลงในหม้อ แล้วก็ยืนยัน(และนั่งยัน)แบบหัวชนฝาว่า การต้มใบมะกรูดอย่างเดียวในหม้อก็ มีคุณค่า ต่อผู้บริโภคเหมือนการทำต้มยำด้วยเครื่องปรุงทั้งหมดทุกประการ ...
เมื่อผมถามว่า เคยมีใครในโลกทำต้มยำในหม้อแบบนี้มาก่อนบ้างไหม ? . อ.อัชอะรีย์ไม่ยอมตอบคำถามนี้! .. แต่กลับยืนกรานอย่างหนักแน่นเพียงว่า ใบมะกรูด อย่างเดียวในหม้อ ก็มีคุณค่าเหมือนต้มยำและอนุญาตให้ทำได้ .. โดยอ้างเหตุผลว่า เพราะไม่เคยมีใครห้าม เอาใบมะกรูดอย่างเดียวใส่หม้อต้ม, และใบมะกรูดก็เป็นองค์ประกอบอย่างหนึ่งของต้มยำ ...
แถมยังท้าว่า .. ให้ผมหาหลักฐานมาซิว่าเคยมีคนห้ามมิให้ทำอย่างนี้ .. และผมจะปฏิเสธไหมว่าใบมะกรูดก็เป็นองค์ประกอบอย่างหนึ่งของเครื่องต้มยำ ?? ...
โดนเข้าแบบนี้ บอกตรงๆว่าผมก็ไม่รู้จะเถียงท่านยังไงเหมือนกัน เพราะเป็นความจริงของท่าน ...
__________________________
ผมขอออกความเห็นสักหน่อย ;D
ถ้าหากการละหมาดญะนาซะฮ์ เปรียบเสมือนต้มยำ ที่ประกอบด้วย กุ้งหรือปลาหรือเนื้อ, ตะไคร้, ใบมะกรูด, ข่า, พริกสด, มะเขือเทศ, มะนาว, น้ำปลา, ต้นหอม, คึ่นฉ่าย เป็นต้น ...
ดังนั้นเมื่อมีผู้ตายเกิดขึ้น เราก็ทำต้มยัมเรียบร้อยแล้ว(คือละหมาดญะนาซะฮ์)ที่ประกอบไปด้วย กุ้งหรือปลาหรือเนื้อ, ตะไคร้, ใบมะกรูด, ข่า, พริกสด, มะเขือเทศ, มะนาว, น้ำปลา, ต้นหอม, คึ่นฉ่าย เป็นต้น ...
แต่วันต่อมา เราไม่ทำต้มยำแบบครบสูตร แต่เอาแค่ ปลาหรือเนื้อมาต้มกินจิ้มกับน้ำปลาซอยพริก อ.ปราโมทย์ กล้าตอบไหมว่า เนื้อหรือปลาที่ต้มสุกเปลื่อยอย่างดีที่เปรียบเสมือนอัลฟาติฮะฮ์) มาจิ้มกับน้ำปลาซอยพริก(ที่เปรียบเสมือนดุอา) นั้นกินยังไม่ได้? แต่นี่อะไรกัน อ.ปราโมทย์ดันบังคับให้กินแต่ใบมะกรูด boulay:
ฮัยฟาอ์:
salam
เที่ยงนี้อยากกินต้มยำซะแล้น...
ทำเองกินเอง อ้อ จะกินใบมะกรูดด้วย
คะลัคคะลุย:
--- อ้างจาก: ฮัยฟาอฺ ที่ ก.พ. 11, 2009, 09:14 AM --- salam
เที่ยงนี้อยากกินต้มยำซะแล้น...
ทำเองกินเอง อ้อ จะกินใบมะกรูดด้วย
--- End quote ---
แต่โดนบังคับให้กินแต่ใบมะกรูดนี่น่ะซิ เศร้า oh:
ILHAM:
ผมชอบนะ เคี้ยวใบมะกรูด เวลากินต้มยำ
นำร่อง
[0] ดัชนีข้อความ
[#] หน้าถัดไป
[*] หน้าที่แล้ว
Go to full version