เสวนาเชิงวิชาการ > สนทนาศาสนธรรม

ชี้แจง .. บทวิภาษของ อ.อัชอะรีย์ต่อ อ.ปราโมทย์

<< < (6/13) > >>

คะลัคคะลุย:
อ.ปราโมทย์กล่าวว่า

ข. อ.อัชอะรีย์ ได้กล่าวอ้างข้างๆคูๆว่า การที่ท่านนบีย์และเศาะหาบะฮ์ไปนมาซญะนาซะฮ์ที่กุบูรฺนั้น มีการอ่านฟาติหะฮ์,  มีการซิกรุ้ลลอฮ์ในการนมาซด้วย .. ซึ่ง مَفْهُوْمٌ ของมันก็คือ อนุญาตให้อ่านกุรฺอ่านที่กุบูรฺได้ ...
ผมก็ขออ้างข้างๆคูๆในลักษณะ “ย้อนศร” บ้างว่า หลักฐาน “ห้ามนมาซ” ในกุบูรฺที่ผ่านมาในบทก่อน  – ไม่ว่านมาซฟัรฺฎู,  นมาซสุนัต หรือนมาซมัยยิต – مَفْهُوْمٌ ของมันก็คือ “ห้ามอ่านฟาติหะฮ์” ที่กุบูร ...
เพราะในการนมาซต้องมีการอ่านฟาติหะฮ์ ...
ดังนั้น การห้ามนมาซก็คือการห้ามอ่านฟาติหะฮ์! ...   
และ .. การห้ามอ่านฟาติหะฮ์ที่กุบูรฺ ก็คือ การห้ามอ่านอัล-กุรฺอ่านที่กุบูรฺ (ตามคำอธิบายของ อ.อัชอะรีย์เอง) เอง ...
เอ๊ะ! นี่ผมจะพลอยเป็น .. (?) ..ไปอีกคนหรือนี่ ??? ...

________________

ที่นบีห้ามนั้น  เพราะเหตุกุบูรอาจจะมีน้ำหนองหรือซากเนื้อมัยยิดปะปนกับที่ขุดขึ้นมาที่กุบูร  ตามทัศนะปราชญ์ส่วนมากได้อธิบายไว้มิใช่หรือ  จึงทำให้การสุยูดและนั่งบนดินที่กุบูรทำให้เปื้อนนะยิสได้ 

แต่การอ่านอัลกุรอานที่กุบูร   ไม่ใช่ว่าหากถูกนะยิสแล้วอ่านอัลกุรอานใช้ไม่ได้มิใช่หรือ....ดังนั้นถ้าหากปูเสื่อนั่งอ่านอัลกุรอาน  ก็ไม่ฮะรอมแน่นอน  oh:

คะลัคคะลุย:
อ.ปราโมทย์  พูดว่า

หาก อ.อัชอะรีย์ยังยืนกระต่ายขาเดียวในเรื่องนี้ต่อไปผมก็ไม่ขอต่อล้อต่อเถียงกับท่านอีกแล้ว  แต่ขอยกตัวอย่างเปรียบเทียบดังต่อไปนี้ ...
สมมุติถ้า “การนมาซมัยยิต” ในหะดีษบทนั้นคือ “ต้มยำ”, .. และกุบูรคือ “หม้อใส่ต้มยำ” ...
อ.อัชอะรีย์คงรู้ดีว่า สิ่งที่จะเรียกว่า “ต้มยำ” ตามความเข้าใจของ “คนปกติธรรมดา” ทั่วๆไปนั้น จะต้องประกอบขึ้นจากกุ้งหรือปลาหรือเนื้อ,  ตะไคร้,  ใบมะกรูด, ข่า,  พริกสด, มะเขือเทศ, มะนาว, น้ำปลา, ต้นหอม, คึ่นฉ่าย เป็นต้น ...
ไม่เคยปรากฏเลยสักครั้งเดียวที่แม่ครัวเอกของโลกจะนำส่วนประกอบของต้มยำทั้งหมดดังกล่าวนั้นไปแยกออก แล้วนำเพียง “อย่างใดอย่างหนึ่ง” ไปใส่ใน “หม้อต้ม” เพื่อให้ผู้ใด(คือ มัยยิต) บริโภค .. (ยกเว้นอิสติฆฟารฺ)...
ทั้งนี้ เพราะท่านรู้ดีว่า ต้มยำที่มีคุณค่าอย่างแท้จริงตามหลักโภชนาการต่อผู้บริโภค จะต้องใส่เครื่องปรุงทั้งหมด “รวมกัน” เท่านั้น ...
แต่ อ.อัชอะรีย์กลับจะเอา “ใบมะกรูด” เพียงอย่างเดียวใส่ลงในหม้อ แล้วก็ยืนยัน(และนั่งยัน)แบบหัวชนฝาว่า  การต้มใบมะกรูดอย่างเดียวในหม้อก็ “มีคุณค่า” ต่อผู้บริโภคเหมือนการทำต้มยำด้วยเครื่องปรุงทั้งหมดทุกประการ ...
เมื่อผมถามว่า เคยมีใครในโลกทำต้มยำในหม้อแบบนี้มาก่อนบ้างไหม ? . อ.อัชอะรีย์ไม่ยอมตอบคำถามนี้! .. แต่กลับยืนกรานอย่างหนักแน่นเพียงว่า “ใบมะกรูด” อย่างเดียวในหม้อ ก็มีคุณค่าเหมือนต้มยำและอนุญาตให้ทำได้ .. โดยอ้างเหตุผลว่า เพราะไม่เคยมีใคร“ห้าม” เอาใบมะกรูดอย่างเดียวใส่หม้อต้ม,  และใบมะกรูดก็เป็นองค์ประกอบอย่างหนึ่งของต้มยำ ... 
แถมยังท้าว่า .. ให้ผมหาหลักฐานมาซิว่าเคยมีคนห้ามมิให้ทำอย่างนี้ .. และผมจะปฏิเสธไหมว่าใบมะกรูดก็เป็นองค์ประกอบอย่างหนึ่งของเครื่องต้มยำ ?? ...
โดนเข้าแบบนี้ บอกตรงๆว่าผมก็ไม่รู้จะเถียงท่านยังไงเหมือนกัน เพราะเป็นความจริงของท่าน ...

__________________________

ผมขอออกความเห็นสักหน่อย   ;D

ถ้าหากการละหมาดญะนาซะฮ์   เปรียบเสมือนต้มยำ  ที่ประกอบด้วย กุ้งหรือปลาหรือเนื้อ,  ตะไคร้,  ใบมะกรูด, ข่า,  พริกสด, มะเขือเทศ, มะนาว, น้ำปลา, ต้นหอม, คึ่นฉ่าย เป็นต้น ...

ดังนั้นเมื่อมีผู้ตายเกิดขึ้น  เราก็ทำต้มยัมเรียบร้อยแล้ว(คือละหมาดญะนาซะฮ์)ที่ประกอบไปด้วย  กุ้งหรือปลาหรือเนื้อ,  ตะไคร้,  ใบมะกรูด, ข่า,  พริกสด, มะเขือเทศ, มะนาว, น้ำปลา, ต้นหอม, คึ่นฉ่าย เป็นต้น ...

แต่วันต่อมา  เราไม่ทำต้มยำแบบครบสูตร   แต่เอาแค่  ปลาหรือเนื้อมาต้มกินจิ้มกับน้ำปลาซอยพริก  อ.ปราโมทย์  กล้าตอบไหมว่า   เนื้อหรือปลาที่ต้มสุกเปลื่อยอย่างดีที่เปรียบเสมือนอัลฟาติฮะฮ์) มาจิ้มกับน้ำปลาซอยพริก(ที่เปรียบเสมือนดุอา)  นั้นกินยังไม่ได้?   แต่นี่อะไรกัน อ.ปราโมทย์ดันบังคับให้กินแต่ใบมะกรูด  boulay:

ฮัยฟาอ์:
 salam

เที่ยงนี้อยากกินต้มยำซะแล้น...

ทำเองกินเอง  อ้อ  จะกินใบมะกรูดด้วย

คะลัคคะลุย:

--- อ้างจาก: ฮัยฟาอฺ ที่ ก.พ. 11, 2009, 09:14 AM --- salam

เที่ยงนี้อยากกินต้มยำซะแล้น...

ทำเองกินเอง  อ้อ  จะกินใบมะกรูดด้วย

--- End quote ---

แต่โดนบังคับให้กินแต่ใบมะกรูดนี่น่ะซิ  เศร้า   oh:

ILHAM:
ผมชอบนะ เคี้ยวใบมะกรูด เวลากินต้มยำ

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว

Go to full version