เสวนาเชิงวิชาการ > สนทนาศาสนธรรม

ชี้แจง .. บทวิภาษของ อ.อัชอะรีย์ต่อ อ.ปราโมทย์

<< < (11/13) > >>

Qortubah:


--- อ้างจาก: ILHAM ที่ ก.พ. 11, 2009, 05:52 PM ---
ประจำ คุยในกรอบวิชาการน่าจะงามกว่า     ....................งามไส้


--- End quote ---


พอดีว่าประโยคสีแดงๆนั้นเป็นคำพูดที่ผมโพสต์ไป
ILHAM พูดอย่างนี้ หมายความว่ายังงัยหรอ? ช่วยอธิบายให้เคลียร์หน่อย

As-Zaleek:
 salam

ผมมันคนยาเฮ  วินิจฉัยอัลกุรอานและซุนนะฮ์โดยตรงไม่ได้  ก็ต้องเพิ่งพาอุลามาอฺที่น่าเชื่อถือได้ยิ่งกว่า ดังที่บังอัลอัซฮะรีย์ได้เสนอสรุปไว้ว่า

หลักฐานและหลักการต่าง ๆ ที่กระผมได้นำเสนอมาทั้งหมดนั้น  นักปราชญ์มากมายแห่งโลกอิสลามให้การยอมรับเรื่องการอ่านอัลกุรอานที่กุบูร  ไม่ใช่เป็นเรื่องอุตริกรรมบิดอะฮ์ตกนรกแต่ประการใด  เนื่องจากพวกเขามิได้ส่งเสริมให้ทำบิดอะฮ์

การอ่านอัลกุรอานที่กุบูรกับทัศนะของมัซฮับทั้ง 4

1. มัซฮับหะนะฟียะฮ์

ได้กล่าวระบุไว้ใน  อัลฟะตาวา  อัลฮินดียะฮ์  ว่า "เมื่อมัยยิดถูกฝังเรียบร้อยแล้ว  สุนัตให้บรรดามุสลิมทำการนั่งที่กุโบรสักช่วงเวลาหนึ่งหลังจากฝังเสร็จ  ด้วยขนาดเวลาที่อูฐถูกเชือดและเนื้อของมันได้แจกจ่ายไป  โดยให้พวกเขาทำการอ่านอัลกุรอานและขอดุอาอ์ให้แก่มัยยิด....การอ่านอัลกุรอานตามทัศนะของ ท่านมุหัมมัด (ร.ฮ.)นั้น ไม่ถือว่ามักโระฮ์  และบรรดาคณาจารย์ของเรา  ได้ยึดเอาทัศนะคำกล่าวของเขา"  ดู  เล่ม 1/166

ท่านอิบนุอาบิดีนได้กล่าวระบุ ไว้ในหนังสือ  ร๊อดดุลมั๊วะหฺตาร ว่า "การนั่งอ่านอัลกุรอานที่กุโบรไม่เป็นมักโระฮ์ ตามทัศนะที่ถูกเลือกเฟ้นแล้ว"  ดู เล่ม 2/246

ได้มีการกล่าวระบุไว้ในหนังสือ อันนิยาบะฮ์  ชัรหฺ อัลฮิดายะฮ์  ว่า " การอ่านอัลกุรอานที่กุบูรนั้น  ไม่เป็นไร  แต่อย่านั่งบนกุโบร  และอย่าเข้าไปใน(หลุม)กุบูรแล้วอ่านอัลกุรอาน"  ดู เล่ม 3/306

2. มัซฮับมาลิกียะฮ์

อุลามาอ์มัซฮับมาลิกียะฮ์มีทัศนะว่า มักโระฮ์(ไม่ฮะรอม)กับการอ่านอัลกุรอานที่กุบูร  แต่บรรดาอุลามาอ์มัซฮับมาลิกียะฮ์ยุคถัดมานั้น  มีมติที่แน่นอนแล้วว่าให้กระทำได้  และบ้างก็บอกว่าเป็นเรื่องที่ดี  ทั้งนี้  หลังจากที่พวกเขาพบหลักฐานว่ามีซอฮาบะฮ์บางท่านได้สั่งเสียให้กระทำ

ท่าน อัลลามะฮ์(ปรมจารย์) ชัยค์  อัดดัรเดร  กล่าวว่า "บรรดาอุลามาอ์(มัซฮับมาลิกีย์)ยุคหลัง  มีทัศนะว่า  การอ่านอัลกุรอานที่กุบูร  การซิกิร  และฮะดียะฮ์ผลบุญให้แก่มัยยิดนั้น ถือว่าไม่เป็นไร  และผู้ที่กระทำดังกล่าว  ย่อมได้รับผลตอบแทนด้วย  อินชาอัลเลาะฮ์"  ดู อัชชัรหฺ อัลกะบีร  ตีพิมพ์พร้อมกับ หาชียะฮ์ อัดดุซูกีย์ 1/423

3. มัซฮับชาฟิอียะฮ์ 

ท่าน อิมาม อันนะวาวีย์  ได้กล่าวไว้ในหนังสือ  อัล-มัจญฺมั๊วะ  ของท่านว่า "บรรดาอุลามาอ์ของเรากล่าวว่า  สุนัตให้ผู้ที่ไปเยี่ยมกุบูร  ทำการให้สลามแก่ชาวกุบูร , และให้เขาทำการขอดุอาอ์ให้แก่ผู้ที่เขาไปเยี่ยมและแก่ชาวกุโบรทั้งหมด , และถือเป็นการดียิ่ง  ที่จะกล่าวให้สลามและขอดุอาอ์ด้วยกับสิ่งที่ได้ระบุไว้ในหะดิษ, และสุนัตให้ผู้ไปเยี่ยมกุบูร ทำการอ่านสิ่งที่ง่าย ๆ จากอัลกุรอานและทำการขอดุอาอ์ให้แก่เขาหลังจากเสร็จสิ้นการอ่าน  ซึ่งอิมามอัช-ชาฟิอีย์ได้ระบุมันไว้(ในหนังสืออุมมฺ)  และบรรดาสานุศิษย์ก็มีความเห็นพร้องกันต้องกัน"  ดู 5/276

และบรรดาอุลามาอ์ชั้นนำในมัซฮัลอัช-ชาฟิอีย์  ได้กล่าวยืนยันว่า มีตัวบทระบุอย่างชัดเจน จากอิมามชาฟิอีย์  ว่า อนุญาติให้อ่านอัลกุรอานที่กุบูรได้อย่างไม่ต้องสงสัย  ซึ่งอิมาม อันนะวาวีย์ได้กล่าวยืนยันไว้ว่า อิมามอัชชาฟิอีย์ได้กล่าวระบุ(การอนุญาติอ่านอัลกุรอานที่กุบูร)ไว้ใน หนังสืออุมมฺ"หนังสือมัจญฺมั๊วะ 5/286  และอิมามอิบนุหะญัรอัลฮัยตะมีย์ (ดู อัลฟาตาวา อัลกุบรอ เล่ม 2/27) 

4. มัซฮับ อัลหะนาบิละฮ์

ท่าน อัลมัรดาวีย์  ได้กล่าวระบุไว้ในหนังสือ  อัลอินซอฟ ความว่า "การอ่านอัลกุรอาน ที่กุบูรไม่เป็นมักโระฮ์  ตามในสายรายงานที่ชัดเจนที่สุด(ซึ่งมาจากอิมามอะหฺมัด) และ นี้ก็คือ มัซฮับ(ของอิมามอะห์มัด)  ที่(ท่านอิบนุมุฟลิหฺ) ได้กล่าวไว้ใน หนังสืออัลฟุรั๊วะอ์ และท่านอะห์มัดได้กล่าวระบุมันไว้  , อัชชาเรี๊ยะห์(คือท่านชัมชุดดีน อะบีอุมัร อัลมุก็อดดิซีย์)ได้กล่าวว่า นี้คือคำกล่าวที่เลื่องลือจากอิมามอะหฺมัด" ดู 2/532

ท่าน อิบนุมุฟลิหฺ  กล่าวไว้ในหนังสือ  อัลมุบเดี๊ยะอ์  ชัรหฺ อัลมุกเนี๊ยะอ์ ว่า "การอ่านอัลกุรอานที่กุบูร  ไม่เป็นมักโระฮ์  ตามสองสายรายงานที่ชัดเจนที่สุดที่รายงานจากท่านอิมามอะหฺมัด และ นี้ก็คือ มัซฮับ(ของอิมามอะหฺมัด)" ดู เล่ม 2/281

al-azhary:
 salam

บอกตรง ๆ ว่าภาระรุงรังเลย  ขนาดวิภาษเรื่องกุนูตก็ยังไม่ลงมือเรียบเรียงหาแต่ข้อมูลตั้งเอาไว้  จากนั้นก็จะวิภาษการบรรยายเรื่องเมาลิดของฮัจญีมุรีดก็ยังไม่ได้ลงมือ  ต่อจากนั้นจะวิภาษบทความ อ.ปราโมทย์เรื่องทำบุญเลี้ยงอาหารเป็นทานเจ็ดวัน  ก็ยังไม่มีเวลา  มาคราวนี้เจอชี้แจงของ อ.ปราโมทย์ ศรีอุทัย ผมก็เลยนั่งขำกับตัวเองว่า ไม่รู้จะเริ่มอะไรก่อนดี  แต่ที่แน่ ๆ เอาภาระหน้าที่ส่วนตัวและประสิทธิ์ประสาทอุดมการณ์อิสลามแห่งอะฮ์ลิสซุนนะฮ์แก่รุ่นน้องที่นี่ก่อน

อนึ่ง  เท่าที่ผมได้อ่านบทความชี้แจงของ อ.ปราโมทย์ นั้น  ผมจะไปต่อปากต่อคำกับอาจารย์เขาทุกถ้อยคำผมคงไม่ไหว  ดังนั้นผมจะเลือกประเด็นที่เป็นเนื้อ ๆ และเป็นสาระเชิงวิชาการมาทำการวิภาษเป็นประเด็น ๆ ซึ่งแต่ละประเด็นนั้น  ผมจะนำมาโพสต์ในบอร์ดฟอรั่มนี้  เพื่อให้พี่น้องมีส่วนร่วมในการวิพากษ์วิจารณ์บทชี้แจงของ อ.ปราโมทย์ ตามอัทธยาศัยเชิงวิชาการ เพราะถ้าหากวิภาษกันทีเดียวทั้งหมด มันจะยืดยาว  ซึ่งตัวผมเองก็ยังคร้านที่จะตรวจทานบทความของตนที่ยาว ๆ เหมือนกัน  ;D

วัสลาม

   

คนอยากรู้:

--- อ้างถึง ---บอกตรง ๆ ว่าภาระรุงรังเลย  ขนาดวิภาษเรื่องกุนูตก็ยังไม่ลงมือเรียบเรียงหาแต่ข้อมูลตั้งเอาไว้  จากนั้นก็จะวิภาษการบรรยายเรื่องเมาลิดของฮัจญีมุรีดก็ยังไม่ได้ลงมือ  ต่อจากนั้นจะวิภาษบทความ อ.ปราโมทย์เรื่องทำบุญเลี้ยงอาหารเป็นทานเจ็ดวัน  ก็ยังไม่มีเวลา  มาคราวนี้เจอชี้แจงของ อ.ปราโมทย์ ศรีอุทัย ผมก็เลยนั่งขำกับตัวเองว่า ไม่รู้จะเริ่มอะไรก่อนดี  แต่ที่แน่ ๆ เอาภาระหน้าที่ส่วนตัวและประสิทธิ์ประสาทอุดมการณ์อิสลามแห่งอะฮ์ลิสซุนนะฮ์แก่รุ่นน้องที่นี่ก่อน
--- End quote ---

 salam

.... ผมเข้าใจและเห็นใจ น้องเค้านะครับ เพราะไหนจะภาระกิจเรื่องการเรียน การสอน การจัดหาและนำเสนอข้อมูลหลักฐานที่ถูกต้อง มานำเสนอแก่เวปแห่งนี้
    และบางครั้งยังต้องมานั่งตอบโต้หรือหักล้างคำพูดบางทัศนะของบางอ.ที่ไม่เลิกตะอัสสุบอีก....แค่การแปลตำราจากภาษาต่างๆมาเป็นภาษาไทยและเรียบเรียงก็มากโขแล้ว
   แถมยังมีการวิภาษแบบกลับไปกลับมาไม่หยุดยอมรับความจริงนั้นผมว่า  พอเถอะครับ เสียเวลากับคณะที่มือถือสากปากถือศีลครับ

    จริงๆแล้วผมเองก็ยังไม่ได้อ่านรายละเอียดของ อ.==== เอ้ยอ.ประโมทเลย  แต่คาดว่าคงมารูปแบบเดิมๆ 

.....ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ทำไมคนพวกนี้จึงไม่ยึด กิตาบและซุนนะในทุกอาริยะบทดังที่ปากพูดปาวๆ  เช่นเรื่องของอากีดะก็ยึดถือ..บางอายะที่ตนพอใจ ว่าอัลลอฮ์อยู่ในฟากฟ้า

โดยกล้าที่ จะยืนยัน แต่อายะอื่นที่พระองค์พรรณาไว้ว่าไม่ได้จำกัดอยู่ตรงนั้น พวกเขกลับปฏิเสธ เช่นเดียวกันมีอายะและซุนนะแบบกว้างๆมากมาย

 ที่อนุญาติให้กระทำได้โดยเฉพาะการอัลกรุอ่านที่กรุบุร  พวกเขากลับ บอกว่าท่านนบีห้าม        พวกเขาปฏิเสธแบบอย่างที่ดีของซอฮาบะ ของตาบีอีน ของตาบีตตาบีอีน 

แม้กระทั้งความรู้ของอีม่ามทั้ง4 แต่ยึเอานักวิชาการสมัยใหม่แบบละทิ้งความรู้ของอุลามะที่ขัดแย้งกับตน

ดังนั้นผมว่า มันเสียเวลา ที่จะตอบโต้ พวกที่มีนิสัยมุฟิกและนิสัยคล้ายพวกคอวาริจนะครับพี่น้อง

วัสลาม

al-azhary:
 salam

ผมอ่านเรื่อง "ผลบุญ" ที่ อ.ปราโมทย์ ได้วิจารย์ผมเสียยืดยาว  เพื่อเพราะ อ.ปราโมทย์  มีนิสัยชอบ "กำหนดความเข้าใจของคนอื่นตามที่อาจารย์เขาต้องการจะเข้าใจ" พูดง่าย ๆ คือยัดเยียดความเข้าใจให้แก่คนอื่น  แล้วก็นำมาละเลงตามที่ตนเองต้องการ 

เช่น อ.ปราโมทย์พูดว่า  แต่ที่ไม่ถูกก็คือความ “เข้าใจ” ของ อ.อัชอะรีย์ที่ว่าการ “ขออภัยโทษ” คือผลบุญ แต่ที่ผมได้วิภาษไปนั้นผมพูดว่า "การอภัยโทษของอัลเลาะฮ์" คือ "ผลบุญ" ต่างหาก 

เมื่อ อ.ปราโมทย์ เข้าใจเองเช่นนี้  เขาก็เลยละเลงหลายหน้ากระดาษ ว่าผมตกม้าตายบ้าง  ไม่เข้าใจบ้าง มีความเชื่อผิด ๆ บ้าง  สารพัดที่จะเอ่ย เพราะ อ.ปราโมทย์ ติดกระดุมเม็ดแรกผิด

อินชาอัลเลาะฮ์  ผมจะทำการวิภาษเป็นประเด็น ๆ แล้วลงกระทู้เป็นเอกเทศน์  ในคราวต่อไปยอมว่าง

วัสลาม

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว

Go to full version