เสวนาเชิงวิชาการ > สนทนาศาสนธรรม
บทความ คณะใหม่ : ในเชิงรุก
al-muallif:
--- อ้างจาก: บ้าวิชา^^ ที่ มี.ค. 06, 2009, 03:16 AM --- salam
คุณ al-muallif ครับ ผมเห็นด้วยกับคุณน่ะครับ แต่เฉพาะวะฮาบีที่มีทัศนะที่กว้างและเป็นกลาง แต่สำหรับวะฮาบีที่หัวรุนแรง ฮุกุ่มพี่น้อง ชิริก บิดอะฮ์ กาเฟร ไม่เลือกหน้านั้น เราขอไม่เกี่ยวข้อง และต้องชี้แจงข้อเท็จจริงกันต่อไป ใช่ไหม cool2:
--- End quote ---
ขอบคุณครับ...............
.............. ที่ผมแสดงความคิดเห็นในกระทู้นี้ ก็เพราะเหตุมันเกิดจากความไม่สบายใจส่วนตัว(หลายคนอาจคิดเหมือนผม)หลังจากอ่านกระทู้นี้จากคุณอับบาส อาลี และการเสนอความคิดเห็นของพี่น้องเราบางส่วน ซึ่งบางทีมันอาจจะทำให้พวกเรามองภาพของผู้ที่เชื่อ และปฏิบัติไม่เหมือนเราว่า "อันตราย" และต้องขจัดไปซะให้หมด เพราะพวกนี้ทำให้เกิดผลร้ายตามที่เราพูดกัน
........... เท่าที่ผมติดตามสถานการณ์อยู่ ผมว่าปัจจุบันนี้ มีพี่น้องจำนวนไม่น้อยหมือนกันที่ไม่ได้มีท่าทีแข็งกร้าวรุนแรง เหมือนบรรดาอาจารย์บางท่านที่ทำให้ประชาคมมุสลิมรวมตัวกันไม่ได้ ดังนั้นเราจะเหมารวมทั้งหมดว่าเหมือนกันไม่ได้ เพราะมันจะทำให้ผู้ที่ต้องการความถูกต้อง และการอยู่รวมกันภายใต้ความแตกต่างในบางเรื่องหมดหวังและท้อแ้ท้ได้
........ฉนั้นหากว่าเราเห็นว่าสิ่งไหนที่ผิดหลักการ ก็ว่ากันไปตามตัวบทหลักฐาน และความเข้าใจของบรรดานักวิชาการเป็นเรื่องๆและกรณีๆไป ..........ผมไม่อยากเห็นเราวิจารณ์กันในลักษณะ "พวกเอ็ง"........."พวกข้า"............"อาจารย์นั้น..........อาจารย์นี้"............ เหมากันทั้งเข่งว่าเมือนกันหมด(ผมอ่านแล้วรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ) เพราะแต่ล่ะฝ่ายต่างก็มีข้อบกพร่องทั้งเรื่องหลักการ และเรื่องวิธีการทำงานที่หลากหลายต่างกันไป ในขณะที่ต่างฝ่ายก็มีผู้ที่หวังดี และอิคลาศเพื่อศาสนา........... และก็มีผู้ที่ไม่สัตย์ต่อศาสนาในเวลาเดียวกัน
Al Fatoni:
ผมรู้สึกว่า ศัตรูตัวฉกาจที่สุดของเรานั้น หากใช่ใครอื่นนอกจากความไม่รู้ และหนหนึ่งสู่ความไม่รู้ก็คือ การไม่อ่านและไม่ทำความเข้าใจ แน่นอน การยอมรับย่อมไม่มีทางเกิดขึ้นได้ หากแต่ความอคตินี่สิ จะเกิดขึ้นแทนที่ - วัสสลาม
al-firdaus~*:
--- อ้างจาก: UBAIDILLAH ที่ มี.ค. 01, 2009, 09:11 PM ---
ได้อ่านข้อเขียนถ้อยคำสละสลวย ง่ายๆแต่ลึกซึ้งกินใจ แถมยังแต่งแต้มด้วยวรรณศิลป์อ่านแล้วได้แง่คิดสะกิดใจ คุณอัช - อารีย์ คุณอัล- ฟาตอนี นอกจากมีความรู้ดีมากแล้ว ทั้งสองคนยังมีลีลาการเขียนหนังสือยอดเยี่ยมทีเดียว ไม่แน่นะครับ นอกจากเราจะได้คนอาเหล่ม ออกมารับใช้สังคมแล้ว เราอาจมีนักเขียนบทความวิชาการ , ความรู้เกี่ยวกับศาสนา , หรือแปลหนังสืออาหรับสู่ภาคภาษาไทยในอนาคตก็ได้
มีความเห็นเพิ่มเติมดังนี้ครับ
ที่คุณอัล ฟาตอนีเขียนมาก็ถูกต้อง แต่ก็ไม่หมดจดนะครับ จริงอยู่ว่าระบบการศึกษาในปอเนาะนั้น ได้สร้างบัณฑิตไร้ปริญญาออกรับใช้สังคมมาอย่างยาวนาน แต่ในปัจจุบันนี้ ก็ได้ล้มหายตายไปตามวันและเวลาด้วยหลายๆปัจจัยด้วยกัน ที่เหลือก็มีน้อยน่าใจหาย และเราก็ไม่สามารถที่จะย้อนกลับไปสู่อดีตกาลที่ผ่านมาเหล่านั้นได้อีกแล้ว คิดถึงเด็กปอเนาะ ที่ไปท่องหนังสือดึกดื่น สามปี ห้าปี สิบปี กว่าจะได้เดินทางกลับบ้านเกิด ปักหลักสอนหนังสือที่มัดดราซะ หรือมัสยิด ใช้เวลายาวนานกว่าสังคมจะยอมรับ นั่นเป็นวิถีของเด็กปอเนาะ และเส้นทางเดิน จากโต๊ะปาเก โต๊ะละใบ โต๊ะครู โต๊ะอีหม่าม เพราะบริบทสังคมได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว ตอนนี้ปอเนาะที่กลายเป็น ร ร เอกชน สอนหนังสือศาสนา ในอัตราส่วนน้อยนิดน่าใจหาย จากโต๊ะครู เป็น ผจก โรงเรียน เรามีเยาวชนยุคใหม่ ที่แปลกเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างมาก เด็กเหล่านี้แหละที่ดำเนินชีวิตในสังคมจำนวนมาก เด็กรุ่นใหม่ นับถือคนที่ปริญญาบัตร บริบทของสังคมมันเปลี่ยนไปแล้ว
คณะใหม่นั้นมีความพร้อมในตรงนี้เป็นอย่างสูง ที่ดูเหมือนจะโดดเด่น บดบังราศีเด็กปอเนาะไร้ปริญญาไปทุกวัน ที่ต้องอ่านหนังสือกีตาบสอนชาวบ้าน พวกเขาชอบแสดงโวหารบนมิมบัร คุยแต่อุดมการณ์อิสลาม และปลูกฝังความใหม่ใส่ลงไปคนรุ่นใหม่ ซึ่งก็มีแนวโน้มได้ผล เพราะเด็กรุ่นใหม่ ไม่ลึกซึ้งในศาสนา พร้อมที่จะเอนเอียงได้เสมอ ยิ่งเมื่อเจอลูกล่อลูกชนของวาฮาบีย์ก็ตกหลุมง่ายๆ
สำหรับผมแล้ว เด็กปอเนาะ ยุคใหม่ ต้องบินไปเรียนต่อเพิ่มเติมที่เมืองนอกแบบอัช- อารีย์ แบบ อัล -ฟาตอนีย์ นี่แหละดีที่สุด ที่จะเป็นคู่ขับเคี่ยวกับวาฮาบีย์ ที่กำลังเพิ่มปริมาณมากขึ้นทุกวันเป็นอย่างดี เพราะเด็กปอเนาะแบบเดิมๆ อาจไม่ทันการณ์เชิงรุกของคณะใหม่เสียแล้ว แถวบ้านผม เครือข่ายของวาฮาบีย์เดินสายถล่มโต๊ะครู โยนใส่บิดอะห์ ชิริก เป็นว่าเล่น เดี๋ยวจัดงานตรงโน้น ตรงนี้ ในขณะที่โต๊ะละใบต้องแอบสอนกีตาบในบ้านเงียบๆ เพราะมัดดราซะที่สอนหนังสือ วาฮาบีย์ให้เงินทำเป็นสุเหร่าเล็กๆเกือบหมดแล้ว ?
วัซซาลาม
--- End quote ---
ขอฝากอะมานะฮ์แก่ผู้มีความรู้ทุกท่าน รวมถึงท่านที่กำลังศึกษาศาสนาทั้งในและนอกประเทศด้วย
ตระหนักเถิดว่า...บางอย่างกำลังคืบคลานและครอบงำ
พวกเขามีพร้อมทุกสิ่ง ทั้งทุนทรัพย์ และองค์กร พวกเขาแค่รอวัน...
แล้วเราล่ะ...เรามีพร้อมหรือไม่
หากไม่สามัคคี ไม่ผลักดันให้เป็นรูปธรรม ซักวัน สิ่งที่เรากลัวกัน ก็จะเป็นจริง
ถึงวันนั้น ลูกหลานเราจะมองข้ามเรา จะตราหน้าเราว่าได้ทำบิดอะฮ์
subson:
แล้วกรณีที่คนๆหนึง เป็นวาฮาบี ทั้งๆที่ ครอบครัวเขา หมู่บ้านเขา ในโรงเรียนของเขา เพื่อนเขา เพื่อนบ้านของเขา ไม่มีใครสักคนที่เป็นวาฮาบี
หนังสือที่เขาอ่านไม่มีสักเล่ม ที่เป็นหนังสือของวาฮาบี เขาเริ่มด้วยการอ่านอัลกุรอาน แปลไทยจนหมดเล่ม อ่านฮาดิษบูคอรีมุสลิม บางส่วน
แต่แล้วเขาก็เป็น มันเป็นเพราะอะไรหรือครับ ช่วยอธิบายให้ที
เพราะจาก คห. ต่างๆนั้นอธิบายแต่การคลืบคลานมาเงียบๆ การได้รับการอุดหนุน จากอรับ
งงมั้ยว่าเป็นไปได้อย่างไร
rayes:
salam
จริงๆแล้วผมมีหนังสือ อยู่เล่มหนึ่ง ชื่อ คนขายเครา เขียนโดยผ่านมุมมองของคนที่ทำงานศาสนาแบบลงพื้นที่ หนังสือเล่มนี้จะสะท้อนปัญหาสังคมของมุสลิมเราอย่างถึงราก ถึงสาเหตุและปัญหาพร้อมทั้งสอดแทรกวิธีการแก้ปัญหาด้วย ผมอยากจะเอามาลงให้อ่าน แต่รู้สึกจะมีลิขสิทธินะครับ
นำร่อง
[0] ดัชนีข้อความ
[#] หน้าถัดไป
[*] หน้าที่แล้ว
Go to full version