เสวนาเชิงวิชาการ > สนทนาศาสนธรรม

บทความ คณะใหม่ : ในเชิงรุก

<< < (12/14) > >>

al-muallif:

--- อ้างจาก: บ้าวิชา^^ ที่ มี.ค. 06, 2009, 03:16 AM --- salam

คุณ al-muallif ครับ  ผมเห็นด้วยกับคุณน่ะครับ  แต่เฉพาะวะฮาบีที่มีทัศนะที่กว้างและเป็นกลาง  แต่สำหรับวะฮาบีที่หัวรุนแรง  ฮุกุ่มพี่น้อง ชิริก บิดอะฮ์  กาเฟร ไม่เลือกหน้านั้น เราขอไม่เกี่ยวข้อง  และต้องชี้แจงข้อเท็จจริงกันต่อไป  ใช่ไหม  cool2:

--- End quote ---


ขอบคุณครับ...............

       .............. ที่ผมแสดงความคิดเห็นในกระทู้นี้ ก็เพราะเหตุมันเกิดจากความไม่สบายใจส่วนตัว(หลายคนอาจคิดเหมือนผม)หลังจากอ่านกระทู้นี้จากคุณอับบาส อาลี และการเสนอความคิดเห็นของพี่น้องเราบางส่วน ซึ่งบางทีมันอาจจะทำให้พวกเรามองภาพของผู้ที่เชื่อ และปฏิบัติไม่เหมือนเราว่า "อันตราย" และต้องขจัดไปซะให้หมด เพราะพวกนี้ทำให้เกิดผลร้ายตามที่เราพูดกัน

     ........... เท่าที่ผมติดตามสถานการณ์อยู่ ผมว่าปัจจุบันนี้ มีพี่น้องจำนวนไม่น้อยหมือนกันที่ไม่ได้มีท่าทีแข็งกร้าวรุนแรง เหมือนบรรดาอาจารย์บางท่านที่ทำให้ประชาคมมุสลิมรวมตัวกันไม่ได้ ดังนั้นเราจะเหมารวมทั้งหมดว่าเหมือนกันไม่ได้ เพราะมันจะทำให้ผู้ที่ต้องการความถูกต้อง และการอยู่รวมกันภายใต้ความแตกต่างในบางเรื่องหมดหวังและท้อแ้ท้ได้

      ........ฉนั้นหากว่าเราเห็นว่าสิ่งไหนที่ผิดหลักการ ก็ว่ากันไปตามตัวบทหลักฐาน และความเข้าใจของบรรดานักวิชาการเป็นเรื่องๆและกรณีๆไป ..........ผมไม่อยากเห็นเราวิจารณ์กันในลักษณะ "พวกเอ็ง"........."พวกข้า"............"อาจารย์นั้น..........อาจารย์นี้"............ เหมากันทั้งเข่งว่าเมือนกันหมด(ผมอ่านแล้วรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ) เพราะแต่ล่ะฝ่ายต่างก็มีข้อบกพร่องทั้งเรื่องหลักการ และเรื่องวิธีการทำงานที่หลากหลายต่างกันไป ในขณะที่ต่างฝ่ายก็มีผู้ที่หวังดี และอิคลาศเพื่อศาสนา........... และก็มีผู้ที่ไม่สัตย์ต่อศาสนาในเวลาเดียวกัน

   

Al Fatoni:
ผมรู้สึกว่า ศัตรูตัวฉกาจที่สุดของเรานั้น หากใช่ใครอื่นนอกจากความไม่รู้ และหนหนึ่งสู่ความไม่รู้ก็คือ การไม่อ่านและไม่ทำความเข้าใจ แน่นอน การยอมรับย่อมไม่มีทางเกิดขึ้นได้ หากแต่ความอคตินี่สิ จะเกิดขึ้นแทนที่ - วัสสลาม

al-firdaus~*:

--- อ้างจาก: UBAIDILLAH ที่ มี.ค. 01, 2009, 09:11 PM ---

ได้อ่านข้อเขียนถ้อยคำสละสลวย ง่ายๆแต่ลึกซึ้งกินใจ  แถมยังแต่งแต้มด้วยวรรณศิลป์อ่านแล้วได้แง่คิดสะกิดใจ   คุณอัช - อารีย์  คุณอัล- ฟาตอนี  นอกจากมีความรู้ดีมากแล้ว  ทั้งสองคนยังมีลีลาการเขียนหนังสือยอดเยี่ยมทีเดียว    ไม่แน่นะครับ  นอกจากเราจะได้คนอาเหล่ม ออกมารับใช้สังคมแล้ว  เราอาจมีนักเขียนบทความวิชาการ  , ความรู้เกี่ยวกับศาสนา , หรือแปลหนังสืออาหรับสู่ภาคภาษาไทยในอนาคตก็ได้     
มีความเห็นเพิ่มเติมดังนี้ครับ
ที่คุณอัล – ฟาตอนีเขียนมาก็ถูกต้อง   แต่ก็ไม่หมดจดนะครับ  จริงอยู่ว่าระบบการศึกษาในปอเนาะนั้น  ได้สร้างบัณฑิตไร้ปริญญาออกรับใช้สังคมมาอย่างยาวนาน แต่ในปัจจุบันนี้   ก็ได้ล้มหายตายไปตามวันและเวลาด้วยหลายๆปัจจัยด้วยกัน   ที่เหลือก็มีน้อยน่าใจหาย  และเราก็ไม่สามารถที่จะย้อนกลับไปสู่อดีตกาลที่ผ่านมาเหล่านั้นได้อีกแล้ว    คิดถึงเด็กปอเนาะ ที่ไปท่องหนังสือดึกดื่น สามปี  ห้าปี  สิบปี  กว่าจะได้เดินทางกลับบ้านเกิด  ปักหลักสอนหนังสือที่มัดดราซะ  หรือมัสยิด  ใช้เวลายาวนานกว่าสังคมจะยอมรับ  นั่นเป็นวิถีของเด็กปอเนาะ  และเส้นทางเดิน  จากโต๊ะปาเก    โต๊ะละใบ   โต๊ะครู  โต๊ะอีหม่าม   เพราะบริบทสังคมได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว ตอนนี้ปอเนาะที่กลายเป็น ร ร เอกชน สอนหนังสือศาสนา  ในอัตราส่วนน้อยนิดน่าใจหาย  จากโต๊ะครู  เป็น ผจก โรงเรียน  เรามีเยาวชนยุคใหม่  ที่แปลกเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างมาก เด็กเหล่านี้แหละที่ดำเนินชีวิตในสังคมจำนวนมาก  เด็กรุ่นใหม่ นับถือคนที่ปริญญาบัตร  บริบทของสังคมมันเปลี่ยนไปแล้ว
คณะใหม่นั้นมีความพร้อมในตรงนี้เป็นอย่างสูง  ที่ดูเหมือนจะโดดเด่น   บดบังราศีเด็กปอเนาะไร้ปริญญาไปทุกวัน ที่ต้องอ่านหนังสือกีตาบสอนชาวบ้าน    พวกเขาชอบแสดงโวหารบนมิมบัร   คุยแต่อุดมการณ์อิสลาม และปลูกฝังความใหม่ใส่ลงไปคนรุ่นใหม่  ซึ่งก็มีแนวโน้มได้ผล  เพราะเด็กรุ่นใหม่ ไม่ลึกซึ้งในศาสนา  พร้อมที่จะเอนเอียงได้เสมอ  ยิ่งเมื่อเจอลูกล่อลูกชนของวาฮาบีย์ก็ตกหลุมง่ายๆ
สำหรับผมแล้ว เด็กปอเนาะ   ยุคใหม่   ต้องบินไปเรียนต่อเพิ่มเติมที่เมืองนอกแบบอัช- อารีย์ แบบ อัล -ฟาตอนีย์ นี่แหละดีที่สุด  ที่จะเป็นคู่ขับเคี่ยวกับวาฮาบีย์ ที่กำลังเพิ่มปริมาณมากขึ้นทุกวันเป็นอย่างดี  เพราะเด็กปอเนาะแบบเดิมๆ อาจไม่ทันการณ์เชิงรุกของคณะใหม่เสียแล้ว  แถวบ้านผม  เครือข่ายของวาฮาบีย์เดินสายถล่มโต๊ะครู  โยนใส่บิดอะห์ ชิริก เป็นว่าเล่น เดี๋ยวจัดงานตรงโน้น ตรงนี้  ในขณะที่โต๊ะละใบต้องแอบสอนกีตาบในบ้านเงียบๆ  เพราะมัดดราซะที่สอนหนังสือ  วาฮาบีย์ให้เงินทำเป็นสุเหร่าเล็กๆเกือบหมดแล้ว ?
วัซซาลาม



--- End quote ---



ขอฝากอะมานะฮ์แก่ผู้มีความรู้ทุกท่าน รวมถึงท่านที่กำลังศึกษาศาสนาทั้งในและนอกประเทศด้วย
ตระหนักเถิดว่า...บางอย่างกำลังคืบคลานและครอบงำ
พวกเขามีพร้อมทุกสิ่ง ทั้งทุนทรัพย์ และองค์กร  พวกเขาแค่รอวัน...
แล้วเราล่ะ...เรามีพร้อมหรือไม่
หากไม่สามัคคี ไม่ผลักดันให้เป็นรูปธรรม   ซักวัน สิ่งที่เรากลัวกัน ก็จะเป็นจริง
ถึงวันนั้น  ลูกหลานเราจะมองข้ามเรา  จะตราหน้าเราว่าได้ทำบิดอะฮ์   
 



subson:
แล้วกรณีที่คนๆหนึง เป็นวาฮาบี  ทั้งๆที่ ครอบครัวเขา หมู่บ้านเขา  ในโรงเรียนของเขา  เพื่อนเขา  เพื่อนบ้านของเขา  ไม่มีใครสักคนที่เป็นวาฮาบี

หนังสือที่เขาอ่านไม่มีสักเล่ม ที่เป็นหนังสือของวาฮาบี  เขาเริ่มด้วยการอ่านอัลกุรอาน แปลไทยจนหมดเล่ม อ่านฮาดิษบูคอรีมุสลิม บางส่วน 

แต่แล้วเขาก็เป็น    มันเป็นเพราะอะไรหรือครับ  ช่วยอธิบายให้ที 

เพราะจาก คห. ต่างๆนั้นอธิบายแต่การคลืบคลานมาเงียบๆ  การได้รับการอุดหนุน จากอรับ

งงมั้ยว่าเป็นไปได้อย่างไร

rayes:
 salam


จริงๆแล้วผมมีหนังสือ อยู่เล่มหนึ่ง ชื่อ คนขายเครา เขียนโดยผ่านมุมมองของคนที่ทำงานศาสนาแบบลงพื้นที่ หนังสือเล่มนี้จะสะท้อนปัญหาสังคมของมุสลิมเราอย่างถึงราก ถึงสาเหตุและปัญหาพร้อมทั้งสอดแทรกวิธีการแก้ปัญหาด้วย ผมอยากจะเอามาลงให้อ่าน แต่รู้สึกจะมีลิขสิทธินะครับ

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว

Go to full version