เสวนาเชิงวิชาการ > สนทนาศาสนธรรม

"นรก" ที่พำนักสำหรับ "คนบาป"

<< < (5/8) > >>

al-firdaus~*:
สภาพของผู้ที่อยู่ในนรก

เสื้อผ้าทำด้วยไฟ


--- อ้างจาก: Muftee ที่ ก.พ. 26, 2009, 06:29 AM ---
ส่วนเครื่องนุ่งห่มของชาวนรกนั้น "เป็นเครื่องนุ่งห่มที่ถูกทำมาจากไฟ"  ดังที่อัลลอฮฺทรงตรัสในซูเราะฮฺ อัลฮัจยฺ ว่า 


 هذان خصمان اختصموا في ربهم فالذين كفروا وقطعت لهم ثياب من نار يصب من فوق رءوسهم الحميم

"ผู้โต้เถียงทั้งสองฝ่ายนี้ต่างก็โต้เถียงกันเกี่ยวกับพระเจ้าของพวกเขา สำหรับบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธานั้น มีอาภรณ์ที่ทำด้วยไฟถูกตัดไว้สำหรับพวกเขา น้ำร้อนเดือดจะถูกเทราดลงบนศรีษะของพวกเขา"  อายะฮฺที่ 19

และแท้จริงอัลลอฮฺทรงสร้างไว้ในนรกนั้นซึ่งสิ่งที่ใช้สำหรับการลงโทษไว้อย่างมากมายต่อบรรดาผู้ที่ปฏิเสธศรัทธา อาทิ บรรดางูอสรพิษต่างๆ ที่มีขนาดเท่ากับหุบเขา  , แมลงป่องที่มีขนาดเหมือนกับตัวล่อ (สัตว์ที่ถูกผสมระหว่างลากับม้า)


--- End quote ---

การล่ามโซ่ตรวน และแอก

อัลลอฮฺตะอาลาได้ตรัสไว้ว่า :
แท้จริงที่เรามีโซ่ตรวน และไฟนรก (เตรียมไว้แล้ว) , และมีอาหารที่ขื่นขม และการลงโทษอันแสนทรมาน  (ซูเราะฮฺอัลมุซัมมิล : 12-13)

และเจ้ามองเห็นบรรดาคนบาปทั้งหลาย ในวันนั้นถูกล่ามโซ่ตรวน (ซูเราะฮฺอิบรอฮีม : 49)

แท้จริงเราได้เตรียมบรรดาโซ่และตรวน และเปลวเพลิงนรกไว้สำหรับพวกเนรคุณ (ซูเราะฮฺอัดดะฮฺริ : 4)

...เมื่อพวกเขาได้มองเห็นการลงโทษ (กำลังอุบัติขึ้นแล้ว) และเรา (อัลลอฮฺ) ได้ใส่โซ๋ตรวนไว้ในต้นคอของบรรดาผู้ไร้ศรัทธา พวกเขามิถูกตอบสนอง นอกจากเท่าที่พวกเขาได้ประพฤติไว้เท่านั้น (ซูเราะห์สะบะอฺ : 33)

เมื่อห่วงและโซ่ได้อยู่ในต้นคอของพวกเขา พร้อมกับพวกเขาถูกลากไป (ซูเราะฮฺอัลมุอฺมิน : 71)

(มลาอิกะฮฺรักษานรกได้รับคำสั่งว่า)"พวกเจ้าจงจับตัวเขาไว้เถิด แล้วจงคล้องตรวนเขาไว้ด้วย" ,"หลังจากนั้น พวกเจ้าจงเผาเขาในนรก", "หลังจากนั้น จงนำเขาเข้าไปล่ามไว้ในโซ่เหล็กที่วัดความยาวได้เจ็ดสิบศอกเถิด" (ซูเราะฮฺอัลห้ากเกาะฮฺ : 30-32)

คฑาเหล็ก
และพวกเขามีท่อนเหล็กมากมาย (ถูกเตรียมไว้เพื่อการลงโทษพวกเขา) , ทุกครั้งที่พวกเขาปราถนาจะออกไปจากนรกให้พ้นจากความทุกข์ยาก พวกเขาก็จักถูกนำตัวกลับเข้าสู่นรก (ดังเดิม) พร้อมทั้ง(มีผู้กล่าวแก่พวกเขาว่า)"พวกเจ้าจงลิ้มรสการลงโทษของนรกอันแผดเผาเถิด" (ซูเราะฮฺอัลฮัจย์ : 21-22)

การทำให้ละลาย

....โดยแท้จริงบรรดาจำพวกไร้ศรัทธานั้น  จะต้องถูกตัดเสื้อผ้าจากไฟนรกให้แก่พวกเขา(ได้สวมใส่) อีกทั้งจะถูกราดรดน้ำเดือดลงบนศรีษะของพวกเขา , อะไรก็ตามที่อยู่ในท้องของพวกเขาและผิวหนังของพวกเขา  จะถูกละลายเพราะน้ำนั้น (ซูเราะฮฺอัลฮัจย์ : 19-20)

ไม่มีส่วนใดที่ไม่ถูกแตะต้อง

ไฟจะเผาผลาญเนื้อสดๆ กระดูกและลึกเข้าไปในส่วนใหญ่ของร่างกายของผู้ที่ถูกลงโทษ  มันจะสวาปามหัวใจของพวกเขา ภายหลังจากเผาร่างกายส่วนใหญ่แล้ว   ไม่มีส่วนใดเลยที่จะรอดพ้นจากการถูกแตะต้อง นี่เป็นคำยืนยันของอัลลอฮฺ ที่ตรัสไว้ว่า

"เราจะให้เขาเข้าสู่นรก ซะก็อร และอะไรทำให้ท่านรู้ว่า อันใดคือนรกซะก็อร  มันจะไม่ให้เหลืออยู่ และไม่ทิ้ง (สิ่งใดไว้) มันเผาไหม้ผิวหนังจนเกรียม มีมะลาอิกะห์สิบเก้าท่าน เฝ้ามัน" (ซูเราะฮฺอัลมุดัซซิร :  27-30)

การเผาจนไหม้เกรียม
ความอับอายขายหน้าอย่างหนึ่ง นั่นคือ การถูกจับคว่ำหน้าแล้วโยนลงในนรก  ขณะเดียวกันไฟก็โหมกระพือมากขึ้น  และพวกเขาก็ลงลึกไปทุกๆที  อัลลอฮฺตรัสว่า :

ในวันซึ่งใบหน้าของพวกเขาพลิกอยู่ในนรก  พร้อมกับพวกเขาโอดครวญว่า "โอ้ เราน่าจะภักดีต่ออัลลอฮฺ และต่อศาสนทูต" (เมื่อสมัยเราอยู่ในโลก เพื่อเราจะได้ไม่ต้องมาประสบกับภาวะเช่นนี้) (ซูเราะฮฺอัลอะหฺซาบ : 66)

เสื้อผ้าของพวกเขาทำมาจากน้ำมันดิน (ทั้งสิ้น) และไฟนรกกำลังโอบล้อมใบหน้าของพวกเขา (ซูเราะฮฺอิบรอฮีม : 50)

ใบหน้าเสียโฉม 

ในวันซึ่งบางใบหน้าขาวผ่องและบางใบหน้าดำคล้ำ  กล่าวคือ หมู่ชนที่ใบหน้าดำคล้ำนั้น(พวกเขาจะถูกถามว่า) พวกเจ้าทั้งหลายยังปฏิเสธอีกหรือ  หลังจากพวกเจ้าได้ศรัทธาแล้ว  ดังนั้นพวกเจ้าจงลิ้มรสการลงโทษเถิด  เพราะเหตุแห่งการปฏิเสธของพวกเจ้าทั้งมวล (ซูเราฮฺอาลิอิมรอน : 106)

มันเผาไหม้ผิวหนังมนุษย์จนเกรียม (ซูเราะฮฺอัลมุดัซซิร : 29)

ไฟนรกจะเผาใบหน้าของพวกเขาและพวกเขาจะอยู่ในนั้นด้วยใบหน้าอันบึ้งตึง (เพราะความทุกข์ตรม) (ซูเราะฮฺอัลมุมินนูน : 104)

ความอับอาย ความอัปยศอดสู

ผลของการทำความชั่วจะเป็นดังเช่นที่อัลลอฮฺทรงเดชานุภาพ ตรัสไว้ว่า
และบรรดาผู้พากเพียรแต่ความชั่ว ย่อมได้รับการตอบแทนความชั่วโดยเท่าเทียมกัน (มิถูกเพิ่มเติมให้เกินเลยไปจากที่กระทำ) และความอัปยศจะเคลือบใบหน้าของพวกเขาไว้  พวกเขาไม่มีผู้คุ้มครอง (ให้พ้น) จาก (การลงโทษของ) อัลลอฮฺได้เลย ใบหน้าของพวกเขาคล้ายกับถูกปกคลุมไว้ด้วยช่วงเวลาแห่งรัตติกาลอันมืดอนธการ พวกเหล่านั้นเป็นชาวนรก พวกเขาเข้าประจำอยู่ในนั้นชั่วนิจรันดร (ซูเราะฮฺยูนุส : 27)

พระองค์ทรงตรัสว่า "พวกเจ้าจงอยู่ในนั้นอย่างอัปยศต่อไปเถิด และพวกเจ้าอย่าได้ร้องทุกข์ใดๆ ต่อข้า (ข้าจะไม่รับพิจารณาด้วยประการทั้งปวง)" (ซูเราะฮฺอัลมุมินูน : 108)

ตาบอด หูหนวก และเป็นใบ้
บรรดาผู้ที่ปฏิเสธโองการของอัลลอฮฺและวันอาคิเราะฮฺ การใช้ความสามารถทางสายตา คำพูด และการได้ยินของเขา  ในวันฟื้นคืนชีพเขาจะถูกให้นอนคว่ำลง ใบหน้าของเขาจะหมดความสามารถจากสิ่งเหล่านี้  อัลลอฮฺทรงตรัสว่า

และผู้ใดที่อัลลอฮฺทรงชี้นำเขา  แน่นอนเขาย่อมเป็นผู้ได้รับการชี้นำ (ที่อยู่ในทางถูก) และผู้ใดซึ่งอัลลอฮฺปล่อยเขาให้หลงผิด แน่นอนเจ้าจะไม่พบบรรดาผู้คุ้มครองสำหรับเขา  นอกเหนือจากพระองค์เลย และเราทำการชุมนุมพวกเขาในวันชาติหน้า  โดยพวกเขาคว่ำหน้า (เดินต่างเท้า) ในสภาพตาบอด เป็นใบ้ และหูหนวก ที่อยู่ของพวกเขา คือนรกยะฮันนัม ทุกครั้งที่มันมอดลง  เราก็เพืมความเผาไหม้แก่พวกเขายิ่งขึ้น (ซูเราะฮฺบะนีอิสรออีล : 97)





อ้างอิงอัลกุรอาน....อัลกุรอานแปลไทย โดย อ.มัรวาน สะมะอุน

ที่มา...หนังสือหนทางแห่งการรอดพ้นจากไฟนรก โดย อัลดุลกอเดรฺ บิน อะหฺมัด อัลไซน์  แปลโดย อิสมาแอล เซะวิเศษ



al-firdaus~*:
ความตื่นตกใจของชาวนรก และการขอความช่วยเหลือของพวกเขา

เล่าจากอะบีดัรดาอฺ (ร.ด.) ว่า แท้จริงท่านรอซูล (ซ.ล.)ได้กล่าวว่า :   ความหิวจะถูกโยนลงไปให้เกิดกับชาวนรก และมันจะเท่ากับสิ่งที่พวกเขากำลังประสบอยู่จากการลงโทษ
ชาวนรกจะขอความช่วยเหลือ  และพวกเขาก็จะถูกช่วย ด้วยอาหารจากต้นฎอเรียะอฺ  ซึ่งจะไม่ทำให้อ้วนขึ้น  และไม่ทำให้หายหิว (ฎอเรียอะเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจเป็นอันตราย เป็นอาหารที่สะอิดสะเอียน ตามความเห็นของนักวิชาการบางท่าน เช่น อิบนิ อับบาส ฎอเรียอะเป็นต้นไม้มาจากไฟนรก  เป็นความเสียหาย เป็นอันตรายอย่างที่สุด และเป็นอาหารที่น่ารังเกียจ  เป็นต้นไม้ตระกูลหนามคล้ายตะบองเพชร มีพิษเป็นอาหารประเภทฆีสลิน และฆอสซาค ชื่อเหล่านี้ถูกระบุในอัลกุรอาน เมื่อกล่าวถึงอาหารที่มีอยุ่ในนรก ซึ่งไม่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย และไม่สามารถระงับความหิวได้เลย)


--- อ้างจาก: Muftee ที่ ก.พ. 26, 2009, 06:29 AM ---ต้นหนามแห้งชนิดหนึ่งที่น่าเกลียดน่ากลัวเป็นอย่างยิ่งในการที่จะมองไปยังมันอีกทั้งยังมีกลิ่นเหม็นอย่างมาก" อัลลอฮฺทรงตรัสใน ซูเราะฮฺ อัลฆอชิยะฮฺ  อายะที่ 6-7 ว่า


ليس لهم طعام إلا الضريع

"ไม่มีอาหารอื่นนอกจากต้นหนามแห้ง" อายะฮฺที่ 6


- لا يسمن ولا يغني من جوع

"มันจะไม่ทำให้อ้วน และไม่ทำให้หายหิว" อายะฮฺที่ 7


--- End quote ---


พวกเขาก็จะนึกขึ้นได้ว่า พวกเขาเคยทำให้อาหารที่ติดคอหลุดลงไปได้ในขณะที่อยู่ในโลกดุนยา ด้วยเครื่องดื่ม (พวกเขาจะขอความช่วยเหลือให้พ้นจากสภาพอาหารติดคอด้วยการดื่มน้ำ) น้ำที่ร้อนจัดจะถูกยกไปให้พวกเขาด้วยตาขอเหล็ก  และเมื่อมันเข้าใกล้ใบหน้าของพวกเขา มันจะทำให้ใบหน้าไหม้เกรียม  และเมื่อมันตกถึงท้องของพวกเขา มันจะทำใหสิ่งที่อยู่ในท้องขาดเป็นท่อนๆ   พวกเขาจะกล่าวว่า : จงเรียกเจ้าหน้าที่ดูแลนรกยะฮันนัมมา (พวกเขาบางคนจะกล่าวแก่อีกบางคนว่า จงขอร้องเจ้าหน้าที่นรกยะฮันนัม ให้วิงวอนขอผ่อนโทษต่อพระผู้อภิบาลของพวกเขาแก่พวกตน) ต่อมาพวกเขา (เจ้าหน้าที่ดูแลนรก) จะกล่าวว่า : ศาสนทูตของพวกท่านไม่เคยมาหาพวกท่านพร้อมด้วยหลักฐานต่างๆ หรือ พวกนั้นตอบว่า : หามิได้ พวกเขาจะกล่าวว่า : พวกเจ้าจงวิงวอนขอไปเถิด  ไม่มีคำวิงวอนของพวกผู้ไร้ศรัทธานอกจากอยู่ในความหลงผิด ผู้เล่าได้กล่าวว่า : ต่อมาพวกเขาจะกล่าวว่า : จงเรียกมาลิกมา พวกเขาจะกล่าวว่า : มาลิกจะตอบพวกเขาว่าแท้จริงพวกเจ้าเป็นพวกที่ต้องพำนักอยู่  พวกเขาจะกล่าวว่า : จงเรียกพระผู้อภิบาลของพวกท่านมา  ไม่มีใครดีกว่าพระผู้อภิบาลของพวกท่าน  พวกเขาจะกล่าวว่า : ข้าแด่พระผู้อภิบาลของเรา  ความเลวทรามของเราสามารถข่มพวกเราได้  และพวกเราเป็นพวกที่หลงผิด ข้าแด่พระผู้อภิบาลของเรา  ได้โปรดให้พวกเราออกไปจากมัน (นรก) เถิด  และถ้าหากพวกเราได้กลับมาอีก แน่นอนพวกเราเป็นผู้ทุจริต  ผู้เล่าได้กล่าวว่า: มาลิกจะตอบพวกเขาว่า : จงไปให้ไกลในขุมนรก  และพวกเจ้าอย่ามาเจรจากับข้า  ผู้เล่าได้กล่าวว่า : และในขณะนั้นพวกเขาก็จะหมดหวังจากทุกๆ ความดีและในขณะนั้น พวกเขาก็ถอนหายใจ เศร้าสลดและพินาศ   



รายงานโดยตัรมีซีย์

al-firdaus~*:
ประเภทของการถูกลงโทษ

โทษแต่ละประเภทได้เตรียมไว้เรียบร้อยแล้วแล้วตามบาปของแต่ละคนที่ได้ทำเอาไว้  ผู้ทำบาปมากกว่าจะถูกให้ลงไปในนรกชั้นต่ำกว่า  ท่านรอซุล (ซ.ล.) กล่าวว่า ในบรรดาพวกเขา(ชาวนรก) บรรดาผู้ที่ไฟนรกลุกลามถึงข้อเท้าของพวกเขา และบางคนของพวกเขาจะลุกลามถึงหัวเข่าของพวกเขา และบางคนจะลุกลามถึงเอวของพวกเขา และบางพวกไฟจะลุกลามถึงกระดูกต้นคอของพวกเขา รายงานโดยมุสลิม
         

อัลลอฮฺผู้ทรงอำนาจเด็ดขาดตรัสว่า : และผู้ใดที่ตราชู (แห่งความดี) ของเขาเบา  แน่นอนที่อยู่ของเขา ก็คือขุมนรกฮาวิยะฮฺ และอันใดที่ทำให้รู้เจ้ารู้ว่า อะไรคือมัน (ฮาวิยะฮฺ) มันคือไฟนรกอันร้อนแรง (ซูเราะฮฺอัลกอริอะฮฺ : 8-11)


ชาวนรกมีความแตกต่างกัน และบาปของพวกเขาก็ไม่เท่ากัน เช่นเดียวกัน นรกไม่ได้มีระดับเดียว แต่มีความแตกต่างลดหลั่นกันลงไป การลงโทษมีหลายอย่าง และความร้อนก็แตกต่างกันด้วย
อัลลอฮฺทรงตรัสว่า : สำหรับทุกๆคน (ยกเว้นเด็กและคนวิกลจริต) นั้น ย่อมได้รับขั้นตอบแทนตาม (ความดี ความชั่ว) ที่พวกเขาได้กระทำกันไว้ และองค์พระผู้อภิบาลของเจ้านั้นมิได้ทรงละเลยพฤติกรรมที่พวกเหล่านั้นปฏิบัติกันเลย (ซูเราะฮฺอัลอันอาม : 132)


มีคนที่อยู่ในนรกบางจำพวกถูกลงโทษ  แม้กระทั่งโดยการทำให้พวกเขาสวาปามไฟเข้าไปในท้องของพวกเขา 
อัลลอฮฺทรงตรัสไว้ว่า :  แท้จริงบรรดาผู้กินทรัพย์สินของลูกกำพร้าโดยฉ้อฉล ความจริงพวกเขากินไฟเข้าไปในท้องของพวกเขาเอง และพวกเขาจะต้องเข้าไปในนรกอันลุกโพรง (ซูเราะฮฺอันนิซาอฺ : 10)


แท้จริงบรรดาผู้ปิดบังคัมภีร์ที่อัลลอฮฺได้ทรงประทานลงมา และพวกเขาได้นำมันมาแลกเปลี่ยนกับราคาเพียงเล็กน้อย แน่นอนพวกเขาเหล่านั้นจะไม่บริโภค (สิ่งใดเข้าไป)ในท้องของพวกเขาเลย นอกจากไฟนรก  และอัลลอฮฺไม่ทรงเจรจากับพวกเขาในวันชาติหน้า และพระองค์ไม่ทรงชำระบาปแก่พวกเขา และพวกเขาจะต้องประสบกับการลงโทษอันทรมานยิ่ง (ซูเราะฮฺอัลบะกอเราะฮฺ : 174)


ขั้นลึกที่สุดของนรกมีไว้สำหรับพวกหน้าไหว้หลังหลอก(มุนาฟิก)
แท้จริงบรรดาผู้สับปลับ จะอยู่ในชั้นต่ำสุดจากนรก  และเจ้าไม่พบผู้ช่วยเหลือสำหรับพวกเขาเลย (ซูเราะฮฺอันนิซาอฺ : 145)





Al Fatoni:
นอูฑุบิลลาฮิมินฑาลิก

al-firdaus~*:
บางคนมีชื่ออยู่ในนรกแล้ว

ฟิรฺเอานฺ
ฟิรฺเอานฺได้ถูกกล่าวถึงในอัลกุรอาน เป็นหัวหน้าประชาชนของเขา  และนำพวกเขาสู่นรกในวันพิพากษา

ขอยืนยัน! แท้จริงเราได้ส่งมูซา (มาโดยให้นำพร้อม) ด้วยบรรดาสัญลักษณ์ต่างๆ ของเรา และหลักฐานอันชัดแจ้ง , สู่ฟิรเอานฺ และชนชั้นผู้นำของเขา แต่แล้วพวกเขาก็ตามคำสั่งของฟิรเอานฺ ทั้งๆ ที่คำสั่งของฟิรเอานฺนั้นหาชอบธรรมไม่ , เขาจะนำหน้าพวกพ้องของเขาในวันชาติหน้า แล้วเขาก็นำพวกนั้นเข้านรก  และมัน (นรก) เป็นที่เข้าอันแสนเลวยิ่งนัก (ซูเราะฮฺฮูด : 96-98)

ภรรยาของนบีนุฮฺ และภรรยาของนบีลูฏ
อีกตัวอย่างหนึ่งที่อัลลอฮฺได้กล่าวไว้เกี่ยวกับสตรีว่า

อัลลอฮฺได้ยกอุทาหรณ์หนึ่งแก่บรรดาพวกไร้ศรัทธา (ที่เข้ามาผูกสัมพันธ์กับฝ่ายมุสลิมทั้งที่ตนเองมิได้ศรัทธา ว่าเปรียบเทียบได้ดั่ง)ภริยาของนูห์ และภริยาของลูฏ ซึ่งนางทั้งสองอยู่ภายใต้ (การปกครองของ)บ่าวสองคนที่มาจากกลุ่มบ่าวที่ดีของเรา แต่แล้วนางทั้งสองกลับบ่อนทำลายบ่าวทั้งสอง (กล่าวคือ วาฮิละฮฺภริยาของนบีนูห์ กล่าวหานบีนูห์ว่าเป็นบ้า  ส่วนวาอิละฮฺภริยาของนบีลูฏ ได้ทำสัญญาแก่พวกไร้ศรัทธาให้เข้าฉุดคร่าแขกของนบีลูฏเพื่อไปทำอนาจาร) ดังนั้น (นบี) ทั้งสองจึงไม่อาจป้องกันนางทั้งสองให้พ้นจาก(โทษทัณฑ์ของ) อัลลอฮฺได้ สักเพียงสิ่งเดียวก็ตาม  และมีผู้กล่าวว่า "เจ้าทั้งสองจงเข้านรก พร้อมกับบรรดาจำพวกที่เข้านรกเถิด"   (ซูเราะฮฺอัตตะฮฺรีม : 10)

คู่สามีภรรยาอบู ละฮับ และภรรยาของเขา
อบู ละฮับ ผู้เป็นลุงของท่านรอซุล  เขาเป็นศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดของท่านรอซุล เขาสาปแช่งท่านรอซุลลุลลอฮฺ
รายงานจากอิบนิ อับบาส เล่าว่า  :  ครั้งหนึ่ง อบู ละฮับ พูดกับท่านรอซูล  (ซ.ล.) ว่า ความฉิบหายจงประสบแก่เจ้าตลอดทั้งวัน จากนั้นโองการของอัลลอฮฺก็ประทานลงมาว่า ความหายนะจงประสบแก่มือของอบีละฮับ และความหายนะจงประสบแก่เขา รายงานโดยบุคอรี

เขาประสบกับความหายนะทั้งในโลกนี้ภายหลังจากสงครามบะดัรฺ  และจะประสบกับความหายนะในวันอาคิเราะฮฺ รวมทั้งภรรยาของเขา ดังที่อัลลอฮฺได้ตรัสไว้ว่า :

สองมือของอะบีละฮับจงพินาศเถิด  และเขาก็ได้พินาศแล้ว , ทรัพย์สินของเขา และสิ่งที่เขาได้พากเพียรไว้ ไม่อาจป้องกันเขาได้เลย , ต่อไปเขาจะต้องเข้าไปในนรกที่มีเปลวเพลิง  , โดยมีภริยาของเขา เป็นผู้แบกไม้ฟืน  ซึ่งในต้นคอของนางนั้น มีเชือก (ที่ทำมา) จากเส้นใยของต้นอินทผาลัม  (ซูเราะฮฺอัลมะซัด : 1-5)

อัมรฺ อิบนิ ลุฮัย
อัมรฺ บิน อมีรฺ อัล คุซะอี  เขาเป็นคนแรกที่เอาสัตว์มาเป็นพระเจ้าก่อนการเกิดของท่านรอซูล (ซ.ล.)  สัตว์เหล่านี้คือ อัล บาฮีเราะฮฺ และอัส ซาบีอะฮฺ
อบู ฮุรอยเราะฮฺ เล่าว่า ท่านรอซูล (ซ.ล.)  กล่าวว่า :   "ฉันเห็นอัมรฺ บิน อมีรฺ อัล คุซะอี  กำลังเดินลากไส้ของเขาเองในนรก  และเป็นคนแรกที่เอาสัตว์มาเป็นพระเจ้า" รายงานโดยมุสลิม



นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว

Go to full version