เสวนาเชิงวิชาการ > สนทนาศาสนธรรม
กระทู้ โพสท์ บันทึกแสดงความรู้สึก [blog diary แสดงความคิดเห็น...ไม่เน้นสาระ]
isma-il:
ด้วยพระนามของอัลลอฮ์ผู้ทรงเมตตาผู้ทรงกรุณาปราณียิ่ง
2. วัตถุประสงค์ ;D
....ในแต่ละวันเราทุกๆคน ต่างต้องเจอะเจอกับเหตุการณ์ต่างๆ ทั้งดีและไม่ดี ทั้งเสียใจและสุขใจ เศร้าใจและดีใจ
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เจอกับตัวเอง หรือเรื่องที่เราได้รับรู้จากผู้อื่น
....ซึ่งในสิ่งต่างๆเหล่านั้น มันก็มีสัญญาณ หรือสัญลักษณ์ ต่างๆนาๆ ให้เราได้ฉุดคิด นำมาตักเตือน นำมาปรับปรุงตัว
.....ผมจึงอยากให้ทุกคน แสดงความคิดเห็น ความรู้สึกกับสิ่งตนเองประสบ โดยเชื่อมโยงศาสนา
บางเรื่องที่เกิดขึ้น อาจจะไม่มีสาระต่อเรา แต่อาจจะมีสาระต่อผู้อื่นก็ได้
..... ;D ;D ขอย้ำว่า ไม่เน้นสาระ ;D ;D
isma-il:
บันทึกวันที่ 9 รอบีอุอาเคร ฮ.ศ. 1428
มาเขียนบันทึกซักหน่อย
.......ผมเปรียบการเข้ามาในเว็บนี้ ก็เหมือนกับการเรียนในมหาวิทยาลัยเปิด...... ที่ผมได้ลงทะเบียนเรียน และได้ลงรายวิชาเลือกเสรี เข้าเรียนแบบเข้าฟัง sit in โดยไม่ต้องการเกรด การเรียนศาสนานั้นยังงัยก็ต้องเรียนจนตายอยู่แล้ว แม้เราอาจจะพลาด ที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยระบบปิดไม่ได้ (เพราะหลงไปเรียนอย่างอื่น ไม่ได้เรียนสายศาสนาโดยตรง) ก็ไม่รู้จะเสียใจเศร้าใจไปทำไม ย้อนอดีตอะไรไม่ได้
.......การอยู่ในห้องเรียน (เว็บนี้) ก็สามารถเลือกรับฟังคำบรรยาย การอภิปราย การนำเสนอประเด็นต่างๆ
......และต้องขอบคุณ คุณ (.....ที่ลบไป) ที่ใจดีให้โต๊ะเรียนพิเศษ สมุดบันทึกเล่มใหม่ แต่ผมก็อยากจะอยู่ในห้องเรียนห้องนี้ อยากนั่งแช่ ขี้เกียจลุกไปไหน เพราะว่า บางทีการที่เราอยู่ในห้องนี้ บางครั้งเราเหลวใหล แอบคิดเหม่อลอย แอบเขียนบันทึกอะไรเล่นๆ ถึงอาจจะเหลวไหลเที่ยวขีดเขียนแต่อาจจะไม่บ่อยหนัก
.......บางครั้งก็อยากซุกซนแอบดูบันทึกเพื่อนในห้องคนอื่นๆ ด้วย แต่หูก็ยังฟัง บางครั้งเมื่อนักเรียนคนหนึ่งคนใด หรือนักเรียนหน้าใหม่มานำเสนอ โดยมีประเด็นการอภิปรายที่เขาได้อภิปรายกัน ประเด็นดังกล่าวโดนใจก็จะฟังอย่างตั้งใจ บางครั้งโดนใจมาก ก็ยกมือร่วมอภิปรายด้วย
........บางครั้งอาจารย์หรือผู้รู้ที่เข้ามาบรรยายหลายๆท่านอาจจะนึกสนุก อยากมาอ่านบันทึกของเรา ก็ได้เพราะอยู่ในห้องเรียนที่เปิด ใกล้กันไม่ปิดบัง
........และบางครั้งการเขียนนั้นไม่ค่อยถูกต้องนัก อาจารย์อาจจะ บ่น รำพึง รำพัน ออกมาเป็นบันทึก :D ให้เราได้รับฮิกมะห์ หรือ วิทยปัญญา
........การ บ่น รำพึง รำพัน ออกมา ของผู้รู้นั้นย่อมไม่ธรรมดาแน่ เพราะผู้รู้นั้นต้องมีความรู้มากกว่านักเรียนอยู่แล้ว ให้เราได้รับฮิกมะห์ หรือ วิทยปัญญา
วันนี้แค่นี้ก่อนครับ
วัลลอฮ์ฮุอะลัม
al-azhary:
จะต้องไปละหมาดวันศุกร์แล้วครับ จึงมีความรู้สึกว่า จะได้เจอเพื่อนฝูงหลายคนที่มัสยิดอีกวันหนึ่ง ;D
+Kamarutdin+:
ส่วนความรู้สึกของผมตอนนี้ สงใสมาก และ สงใสว่า เจ้าหญิงฯ ของพวกเราหายไปไหนครับ ผมว่าผมไม่ได้เห็นข้อความของเจ้าหญิงนานแล้วนะเนี้ย ใครเจอตัวเธอตามกลับมาทีนะครับ เพราะดูขาดสีสันไปหน่อยเมื่อขาดเจ้าหญิงฯ
al-azhary:
السلام عليكم ورحمة الله وبركاته
วันนี้ละหมาดวันศุกร์ ก็สบายหน่อย เพราะอากาศกำลังอบอุ่น เนื่องจากอียิปต์อยู่ในช่วงเปลี่ยนฤดูหนาวไปสู่ฤดูร้อน เป็นช่วงฤดูดอกไร้ผลิดอกและใบ ตอนละหมาดซุบฮิ มักจะมีอิมามนำละหมาดอยู่มัซฮับหะนะฟีย์ ไม่อ่านบิสมิลลาฮ์ ไม่อ่านกุนูต ก็เป็นเรื่องปกติของอียิปต์ครับ ที่ประชาชาชนถือมัซฮับในด้านฟิกห์ที่แตกต่างกันไป ถือว่าหลากหลายดี เป็นอะไรที่นาชื่นชม เพราะแม้ว่าบางครั้งพวกเขาทำไม่เหมือนกัน แต่ก็ไม่เคยทะเลาะบะเว้ง คิดว่าทัศนะของตนดีเลิศประเสริฐศรี
แต่วันนี้ได้ละหมาดวันศุกร์ อิมามอาวุโสตัวจริงของมัสยิดขึ้นอ่านคุฏบะฮ์ คือที่อียิปต์นั้น ไม่มีต่ำแหน่งคอฏีบนะครับ เพราะว่าอิมามกับคอฏีบมีหน้าที่เดียวกัน ส่วนหน้าที่อะซานก็อีกคนหนึ่ง พอคุฏบะฮ์เสร็จ อิมามก็ละหมาดตามมัซฮับชาฟิอีย์ครับ มีบิสมิลลาฮ์ ก่อนฟาติหะฮ์เรียบร้อย ทุกร่อกะอัต พอละหมาดเสร็จ ก็นึก ๆ เหมือนกันว่า พี่น้องคนเอาวามส่วนมากบ้านเราเนี่ย หากตามอิมามมัซฮับฟะนะฟีย์บ้าง ก็จะแปลก ๆ หรือตั้งคำถามว่า ละหมาดตามผู้ที่ไม่บิสมิลลาฮ์จะใช้ได้หรือเปล่า? ก็เป็นเรื่องปกติครับ หากมีพี่น้องคิดขึ้นมาอย่างนั้น
ความจริงการกระทำที่แตกต่างในข้อปลีกย่อยระหว่างมัซฮับไม่ใช่เรื่องแปลกในสังคมประเทศอียิปต์ ละหมาดแต่ละเวลา ก็มีอิมามที่มีมัซฮับต่างกันถูกดันขึ้นไปนำละหมาดเมื่ออิมามอาวุโสตัวจริงไม่อยู่ แต่หากกลับมาดูที่เมืองไทยบ้านเรา ก็คงจะวุ่นกันนิดหน่อยหากเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้น แต่มุสลิมชาวอียิปต์เขาอยู่กันได้ ก็เพราะมีเอกภาพในด้านของอะกีดะฮ์แต่มีความแตกต่างในด้านการความเข้าใจและการวินิจฉัยหลักนิติศาสตร์ข้อปลีกย่อยเท่านั้น ดังนั้น "เอกภาพบนความแตกต่าง" ยังใช้ได้อยู่เสมอในสังคมที่นี่ ;D
นำร่อง
[0] ดัชนีข้อความ
[#] หน้าถัดไป
[*] หน้าที่แล้ว
Go to full version