เสวนาเชิงวิชาการ > สนทนาศาสนธรรม

***อยากช่วยเพื่อน***

<< < (3/3)

Al Fatoni:
ต้องยอมรับว่า บางครั้งการชวนคนที่เป็นชายไม่เต็มร้อย หรือหญิงไม่เต็มร้อย โดยเฉพาะอย่างแรกนั้น ให้เข้าสู่ศาสนานั้น ถือว่ายากมาก ยากทั้งที่ตัวของคนนั้นเอง และยากต่อการที่คนรอบข้างจะได้พูดคุยกับเขา เพราะหากให้ชายไปคุย หากเขาเกิดประทับใจในตัวชายคนนี้เข้า ก็จะเกิดปัญหาโลกหมุนอีก แต่หากให้หญิงไปชวน ก็จะไม่เหมาะสม หรืออาจจะกลายเป็นการคุยเรื่องทั่วไป เพราะชายประมาณไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์นั้น มักจะสร้างความน่าใจให้กับตัวเอง ด้วยการมีฝีปากที่กล้า พูดฉะฉาน ตลก สร้างบรรยายที่คลายเคลียดได้ และโดยปกติแล้ว หากให้หญิงไปชวน ก็มักจะชวนได้ไม่นาน และมักจะไหลไปตามน้ำ สรุปก็คือ ผมเองก็ยังไม่รู้จะช่วยอย่างไรตอนนี้ เพราะตอนที่อยู่หอใน มอ.ก็เคยเจอเพื่อนเมท เป็นกระเทย ไม่เคยละหมาดเลย เขาบอกด้วยซ้ำว่า เขาไม่ละหมาดนะ แล้วอย่าอ่านกุรอ่านให้เขาฟัง เขาฟังไม่ได้ เพราะมันฟังแล้ว น่ากลัว วังเวง ครั้งหนึ่ง ผมกับเพื่อนอีกห้อง เคยร่วมกันไปให้นศีหัตกระเทยคนนี้ ตอนนั้นเขาอยู่ที่เตียงกำลังอ่านหนังสือ เพื่อนผมก็เริ่มนศ๊หัต โดยที่ผมเสริมบ้างเป็นบางครั้ง นศีหัตได้ไม่นาน ก็เริ่มเถียงกัน และหนักขึ้นๆ จนกลายเป็นการทะเลาะ ซึ่งเราไม่คาดคิดว่าจะกลายเป็นอย่างนี้ แต่ก้พยายมเตือนสติเขา แล้วยกกุรอานมาให้เขาฟัง เผื่อจะช่วยดึงจิตใจเขาได้บ้าง แต่ที่ไหนได้ เขาพูดด้วยเสียงดังว่า อย่าอ่าน เราฟังไม่ได้ ขอร้อง เรารู้แล้ว ขอเหอะ อย่ามายุ่งกับเรา ชีวิตเรา มันไม่เกี่ยวกับพวกเธอ จากนั้น ผมและเพื่อนก็ลองให้เขาอ่านอัลฟาติหะฮ์ดู เขาก็ทำท่าจะอ่าน แต่ก็ไม่ได้อ่าน เขาบอกว่าจำ แต่ขี้เกียจอ่าน โอเค จากนั้น ผมก็ให้เขากล่าวกะลีมะฮ์ เขาถามว่าอะไรหรอ ไม่รู้จัก ผมกับเพื่อนก็ตะลึง มาชาอัลลอฮฺ คือว่า จากที่คุยกับเขานั้น เขาไม่ฟังอย่างหนึ่งแล้ว เขายังพูดในลักษณะที่เสี่ยงต่อการเป็นกุฟุรมาก แล้วไม่ฟังอะไรเลย เพื่อนของเขาทั้งหมดก็เป็นพุทธ แล้วอยู่เหมือนพวกนี้ คือตอนเข้าหอใหม่ๆ ผมยังนึกว่าเขาเป็นพุทธจนสนิจใจเสียด้วยซ้ำ เพราะไม่เคยเห็นละหมาด เพิ่งมารู้ทีหลังนี่เองว่า เป็นมุสลิม และเพื่อนในหอก็มานั่งจับเข่าคุยกัน ว่าจะเอายังงัยดีกับคนนี้ สงสารเขา ยังงัยก็เป็นเพื่อน แต่ผลจากที่ออกมาก้อย่างที่ได้บอกไปอะครับ น่าเศร้ามาก - วัลลอฮุอะอฺลัม - วัสสลามุอลัยกุม

al-firdaus~*:
น่าเศร้าใจจัง...
แต่ที่เศร้าใจไปกว่านั้น...เคยเจอลูกค้าคนไทยทำงานในบาร์ เป็นชายมุสลิมค่ะ ทำงานเก็บเงินแทบเป็นแทบตาย เพื่อเอาไปผ่าตัดแปลงเพศเป็นแสนๆ 
มีแฟนเป็นชายมุสลิมเหมือนกัน  sad:

นาอูซุบิลลาฮ์

ดุอาให้พวกเขานะคะ...

มัยซูน:
เมื่อสองสามวันก่อนได้มีโอกาสคุยกับคนคุ้นหน้า  แต่ไม่คุ้นเคย  เรื่องราวคือ ตอนนี้เขาเป็นสุหนี่เหมือนเรา แต่กำลังจะกลายเป็นชีอะ เขาบอกว่า

เขาไม่เคยเรียนปอเนาะแต่ศึกษาอิสลามด้วยการศึกษาด้วยตนเอง มีเพื่อนเป็นโต๊ะครูหลายคน เคยชวนเพื่อนหลายๆคนไปโต้กับชีอะ และก็แพ้กลับมา จึงเห็นด้วยกับชีอะในหลายๆเรื่องพร้อมกับยกตัวอย่าง เช่นเรื่องการยืนตรงตอนละหมาด การมีอิหม่าม 12 โดยที่อิหม่ามของเขาไม่ใช่อัลกุรอ่าน พร้อมกับยกตัวอย่างอายะห์กุรอ่าน ในหลายๆซูเราะห์  เราไม่มีความรู้ทางศาสนามากนักจึงได้แต่รับฟัง สุดท้ายเราจึงถามว่าถ้าต้องเป็นชีอะจะยอมไหม เขาบอกว่า ก็ในเมื่อมันจำเป็น (ก็คงต้องยอม)

เรารับทราบแล้วไม่สบายใจเลย แต่เราช่วยเขาไม่ได้  เราไม่มีความรู้  ไม่มีความสามารถมากพอที่จะช่วยเขาได้  จึงขอรบกวนในที่นี่ ว่าใครพอจะช่วยเขาได้บ้าง  และก็ด้วยวิธีใดบ้าง

เป็นไปได้ไหมว่าทิ้งเบอร์โทร.ไว้แล้วให้เขาโทรกลับ แต่เราเองก็ไม่ทราบว่าจะเจอเขาอีกเมื่อไรเพราะเราเจอกันโดยบังเอิญเท่านั้น แต่คิดว่าต้องเจอเพราะเราเจอกันตอนเดินทางมาทำงาน

a d n a n:
ขุดขึ้นมา เพราะมีปัญหาคล้าย ๆ กัน กับผู้ตั้งกระทู้

Bangmud:
 salam

หลายปีก่อนแชเป็นที่ปรึกษาให้กับชมรมมุสลิมมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง มีเด็กมุสลิมที่มีลักษณะชัดเจนว่า ผิดไปจาก "เพศสภาพ" (ใช้ศัพท์ทันสมัยซะด้วย)
เด็กผู้น่าสงสารคนนี้สังเกตได้โดยง่าย จากลักษณะ การพูด การเดิน การแสดงออก (น่าจะเรียกว่า เกย์ควีน คือเป็นฝ่ายตั้งรับ ไม่ใช่ฝ่ายบุก)
แชไม่ได้พูดกับเขาโดยตรง แต่เมื่อได้รับเชิญไปประชุมหรือปรึกษาหารือที่ชมรม ก็พยายามพูดตักเตือนโดยรวม ไม่ระบุตัวบุคคล
เช่น อ้างหะดีษว่า อัลลอฮฺทรงให้ชายที่เลียนแบบหญิง หญิงที่เลียนแบบชาย ห่างไกลจากความเมตตา
(ความจริงในหะดีษใช้คำว่า  لعنة ซึ่งแปลว่าสาปแช่ง แต่แชไม่ได้แปลตามศัพท์ตรง ๆ กลัวเขาเตลิด)
ดู ๆ แล้วก็เหมือนเขาจะพยายามปรับตัวให้ดีขึ้น แต่พอถึงปีสุดท้าย งานอะไรจำไม่ได้ ดูเหมือนจะเปิดปอซอ วันนั้นเขาแต่งหน้าทาปาก
เลียนแบบผู้หญิงเต็มที่ และแสดงออกว่าจะไม่สนใจคำตักเตือนของใครอีกต่อไป ไม่ว่าเป็นที่ปรึกษา หรือ อะมีรฺของชมรม

ตอนนี้ แชไปเป็นอาจารย์พิเศษให้วิทยาลัยพยาบาลแห่งหนึ่ง มีนักศึกษาพยาบาลชาย(มุสลิม)โครงการพิเศษประมาณ 20+ คน
มีอยู่ 3 คนที่หน้าตาน่าเอ็นดู เดินตุ้งติ้ง พูดจาจีบปากจีบคอ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า เป็นกลุ่มนี้ แต่ดีที่ทั้งสามคนละหมาดและถือบวชแข็ง
คิดว่าการที่เขาเรียนศาสนา ก็น่าจะมีส่วนที่ทำให้เขารู้จักควบคุมตัวเอง และเพื่อน ๆ ที่มีความรู้ก็ให้กำลังใจ
สรุปก็คือ ได้แต่ขอดุอาอุ์
ความจริงมีอีกวิธีหนึ่งที่เศาะหาบะฮฺเคยใช้กับเพื่อนที่ดื้อรั้น
ท่านนะบียห้ามล่าสัตว์ด้วยการใช้หินขว้าง เศาะหาบะฮฺคนหนึ่งไม่เชื่อ เพื่อนจึงเตือน เตือนแล้วไม่ฟัง พวกเขาก็เลยไม่พูดกับชายผู้ดื้อรั้นคนนั้นอีก
จะเรียกว่าใช้วิธี บอยคอตต์ก็คงจะไม่ผิดถ้าเราจะบอยคอตต์เพื่อนที่เป็นเกย์ราชินี ก็คงจะได้ แต่แชไม่สนับสนุน เพราะเขาอาจเตลิดจนกู่ไม่กลับ

ลองเลือกใช้วิธีที่เหมาะสมสำหรับแต่ละคนดูเถิด ครับ ขอเป็นกำลังใจ

والسلام

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[*] หน้าที่แล้ว

Go to full version