เสวนาเชิงวิชาการ > สนทนาศาสนธรรม
ไม่เคลีย ไม่เลิก 2
Goddut:
คุณ Molto กล่าวได้ถูกต้องแล้ว
ทีนี้เรามาดูตัวบทวิเคราะห์กันให้ลึกกว่า
ความหมายที่ท่านญอาอิซะกล่าวนั้น ในฮะดิสที่ว่า กล่าวว่าท่านนบีไม่เคยละหมาด เกิน 11 ร๊อกอัต นั้นมีประเด็นหน้าสนใจดังนี้
1. ผู้ถาม กล่าวถามถึง ละหมาดในเดือนรอมฎอน
2. ท่านญ อาอิซะกล่าวว่า ไม่ว่าเดือนอะไรก็ตาม ไม่เคยละหมาดเกิน 11 ร๊อกอัต
เราอธิบายได้ดังนี้
1. ผู้ถาม กล่าวถามถึงละหมาด ในรอมฎอน นั่นแสดงให้เห็นว่า ผู้ถามนั้น เข้าใจว่า ละหมาดรอมฎอน กับละหมาดเดือนอื่นๆ นั้นแตกต่างกัน
เพราะหาก ผู้ถามนั้น เข้าใจว่าเหมือนกัน ( ดังที่ อ. ปราโมทย์ กล่าวอ้าง ) ก็ไม่มีเหตุผลอันใดที่จะต้องถาม
ชี้ให้เห็นว่า การละหมาดในเดือน รอมฎอน กับ การละหมาดในเดือน อื่นๆ นั้นแตกต่างกัน ตามนัยยะที่ผู้ถามนั้นได้ถาม
และตามที่ ฮะดิสบุคอรีย์ได้กล่าวไว้ ในการแบ่งหมวดหมู่ว่า .."การละหมาดของท่านนบี ในตอนกลางคืนของรอมฎอน และเดือนอื่นๆ" ( ในซอเฮียะบุคอรี )
ยิ่งชี้ให้เห็นว่า การละหมาดของค่ำคืนในต่างเดือนนี้ ย่อมแตกต่างกัน เพราะหากเหมือนกัน ในบทฮะดิสก็คงถูกจับไปรวมกันไว้ในบทเดียวกันนั่นเอง
2. ในส่วนตรงนี้ เราเข้าใจได้ว่า การละหมาดนั้น ไม่รวมถึงการละหมาดฟัรดู หรือละหมาดสุนัต อื่นๆ ในค่ำคืน เพราะการละหมาด ฟัรดูและสุนัตนั้น
มีทั้งเวลา มักริบ และอีซา ซึ่งหากเรานับก็อาจจะมีมากกว่า 13 ร๊อกอัตแน่นอน ( มักริบ 3 อีซา 4 สุนัต หน้าหลังอีก 4 และหลังมักริบ 2 )
ดังนั้น การละหมาดจึงยกยอดไปถึงการละหมาดที่เป็น สุนัตอื่นๆ
แล้วจากการละหมาด วิเตร ด้วย ก็หมายความว่า วิเตรนั้น ต้องเป็นเลขคี่ หรือร๊อกอัตคี่ คือ 1 3 5 เป็นต้น
ดังนั้น หากเราจะกล่าวว่า การละหมาดตอรอเวียะ หรือ กิเยามุลรอมฎอน มี 8 ร๊อกอัต ก็หาใช่ทีเดียวไม่ เพราะไม่แน่อาจจะหมายถึง วิเตรที่มี 1 หรือ 5 ร๊อกอัตก็ได้
ซึ่งจะทำให้ ละหมาดตอรอเวียะดังกล่าว เป็นได้ทั้ง 6 หรือ 10 อีกต่างหาก
สรุป แล้วฮะดิส บทดังกล่าว ไม่ได้เป็นตัวชี้ว่า การละหมาดของท่านนบีในเดือนรอมฎอน ( ตอรอเวียะ ) นั้นมี 8 ร๊อกอัตแต่อย่างใด
แล้วหากเป็นเช่นนั้นจริง ฮะดิสที่กล่าวก็สอดคล้องกับ การละหมาดสุนัตธรรมดาโดยทั่วไป ตามหัวข้อที่ 1 หรือเป็น ละหมาดวิเตร ที่ทำได้ไม่เกิน 11 ร๊อกอัต
ซึ่งทรรศะนี้เป็น ทรรศนะที่สอดคล้อง และเหมาะสมกับ ฮะดิสที่ท่านอุมัรละหมาด 20 ร๊อกอัต อย่างไม่ขัดแย้งกันอีกด้วย
เนื่องจากฮะดิส 20 ร๊อกอัตนั้น เป็นการละหมาดที่ไม่รวมวิเตร แต่อย่างใด
ซึ่งเรายังต้องพิจารณถึงหลักพิจารณาฮะดิสอื่นๆ ด้วย
วัลลอฮฺอะลัม
วัสลาม...
anti-bid'ah:
salam ช่วยตอบให้ตรงคำถามหน่อยครับด้านบนสุดนะครับ อย่ามัวมาเถียง 8 หรือ20
โบนัส ท่านรอซู้ลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะซัลลัม ไม่เคยนมาซ ไม่ว่าในเดือนรอมะฎอนหรือมิใช่เดือนรอมะฎอน เกินกว่า 11 ร็อกอะฮ์ .......................
(บันทึกโดยท่านบุคอรีย์, ท่านมุสลิม, ท่านอิหม่ามมาลิก, ท่านอบูดาวูด, ท่านอัน-นะซาอีย์, ท่านอะห์มัด, ท่านอัต-ติรฺมีซีย์, ท่านอัล-บัยฮะกีย์, และท่านอบู อะวานะฮ์)
ไม่เกิน 11หมายถึง 1,2,3,4,5,6,7,8,9,10,11 ใช่ไหมเลือกซิกี่รอกาอัตแต่ต้องไม่เกิน 11 (สำหรับผู้ที่บอกว่าฮาดิษนี้ชี้ว่า 8 )
ช้างนั่ง:
salam
นักศึกษากุลลียะห์ยะลา ท่านนี้ร้อนเหลือเกิน โปรดรอ อาจารย์ อัชอารี หรือ ผู้รู้ท่านอื่นๆมาตอบล่ะกันครับ
Goddut:
ไม่เห็นมีคำถามอะไรที่มันชัดเจน พยายามหาอยู่นานว่า อันไหนเป็นคำถาม ด้วยความรัก... ไม่เห็นอันไหนเป็นคำถามเลยครับ
อีกอย่างจากที่ด้านบน คำว่าไม่เกิน 11 ก็ไม่ได้หมายความว่า 8 แล้วก็ไม่ได้หมายความว่า 6 หรือ 10 อย่างที่บอกไปแล้ว
และที่สำคัญที่สุด ตอรอเวียะตรงนี้ ไม่ใช่ 1 3 5 7 9 หรือ 11 แน่นอน
ไม่เกิน 11หมายถึง 1,2,3,4,5,6,7,8,9,10,11 ใช่ไหมเลือกซิกี่รอกาอัตแต่ต้องไม่เกิน 11 (สำหรับผู้ที่บอกว่าฮาดิษนี้ชี้ว่า 8 )
ก็หมายความว่า ไม่มีหรอกที่เป็น 1 3 5 7 9 11 ยกเว้น ไม่ใช่ตอรอเวียะ
ส่วนที่กล่าวว่า ฮะดิสนี้บอกว่า 8 ก็ต้องไปถาม อาจารย์ ปราโมทย์เอง เพราะอาจารย์แกว่าอย่างนั้น
วัลลอฮฺอะลัม
วัสลาม...
อัล-อุม:
ผมขอเสริมด้วยคนครับ มีเรื่องต้องเคลียร์นะคับ
ที่คุณQolbunSaleem ก่อนคับลูกศิษย์อ.ปราโมทย์ แล้วค่อยตอบคำถาม..คุณแอนตี้บิดอะฮาซานะ.........
ท่าน QolbunSaleemคงจะก๊อบมาจากการแก้ต่างของอ.ปราโมท ที่ท่านเข้าใจว่า...ละหมาดตารอวิห์นั้นมี20รอกาอัต.นั้นไม่ใช่ละหมาดตารอวิ ในเวปของอ.มุรีดใช่ปะคับ..ตอบผมด้วย..นะ
อ้างถึง ท่านอบูสะละมะฮ์ บินอับดุรฺเราะห์มาน ได้กล่าวถามท่านหญิงอาอิชะฮ์ รฺ.ฎ.ว่า ...
كَيْفَ كَانَتْ صَلاَةُ رَسُوْلِ اللهِ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ فِىْ رَمَضَانَ؟
ท่านรอซู้ลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะซัลลัม ได้นมาซอย่างไรในเดือนรอมะฎอน? .. ซึ่งท่านหญิงอาอิชะฮ์ ร.ฎ. ก็กล่าวตอบว่า ...
مَا كَانَ رَسُوْلُ اللهِ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ يَزِيْدُ فِىْ رَمَضَانَ وَلاَ فِىْ غَيْرِهِ عَلَى إِحْدَى عَشْرَةَ رَكْعَةً .........
ท่านรอซู้ลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะซัลลัม ไม่เคยนมาซ ไม่ว่าในเดือนรอมะฎอนหรือมิใช่เดือนรอมะฎอน เกินกว่า 11 ร็อกอะฮ์ .......................
(บันทึกโดยท่านบุคอรีย์, ท่านมุสลิม, ท่านอิหม่ามมาลิก, ท่านอบูดาวูด, ท่านอัน-นะซาอีย์, ท่านอะห์มัด, ท่านอัต-ติรฺมีซีย์, ท่านอัล-บัยฮะกีย์, และท่านอบู อะวานะฮ์)
หะดีษบทนี้เป็นหะดีษเศาะเหี๊ยะฮ์โดยปราศจากข้อโต้แย้ง ...
จากคำถามและคำตอบข้างต้นระหว่างท่านอบูสะละมะฮ์และท่านหญิงอาอิชะฮ์ ร.ฎ. มีข้อที่น่าสังเกตอยู่ 3 ประการคือ ...
1. ท่านอบูสะละมะฮ์ได้ถามท่านหญิงอาอิชะฮ์ ร.ฎ. ถึงเรื่องการนมาซของท่านรอซุ้ลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะซัลลัมในเดือนรอมะฎอนโดยเฉพาะ ซึ่งตามรูปการณ์แล้วก็คือ เป็นการถามเรื่องนมาซที่เราเรียกกันในปัจจุบันว่า นมาซตะรอเวี๊ยะห์ นั่นเอง ...
แล้วท่านหญิงอาอิชะฮ์ ร.ฎ. ก็ตอบว่า ท่านนบีย์ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะซัลลัม ไม่เคยนมาซเกิน 11 ร็อกอะฮ์ ...
ประโยคที่ผมมาร์คไว้นั้น นี่คือ การจับผิดที่ของอ.ปราโมทเข้าใจผิดแบบหมกเม็ด ที่ท่านอ้างว่า ท่านอบูสลามะได้ถามท่านหญิงอาอิชะฮ์ ร.ฎ. ถึงเรื่องการนมาซของท่านรอซุ้ลุลลอฮ์ว่าเป็นละหมาดตารอวิ...นี่คือความผิดพลาดของอ.ปราโมท ที่จริงแล้วท่านอบูสาลามะได้ถามท่านหญิงอาอิชะฮ์ ร.ฎ. ถึงเรื่องการนมาซของท่านรอซุ้ลุลลอฮ์ในยามคำคืน(กิยามุลลัย)ทั่วๆไปต่างหาก ..
ดังที่เราจะเห็นว่านักบันทึกฮาดิษทั้ง6จะนำฮาดิสที่วาฮาบีย์อ้างว่า ตารอวิมี11รอกาอัตนั้น ไปไว้ในบทที่ว่าด้วยการละหมาดทั้วๆไป..ไม่มีเลยที่ว่าด้วยเรื่องละหมาดตารอวิ มีเพียงท่านบุคอรี เท่านั้น ที่รวมไว้ในสองบทในคราเดียวกัน
..และกรีณีที่ท่านอิบนุหะญัรฺ อัล-อัสเกาะลานีย์ได้กล่าวในหนังสือ ฟัตหุ้ลบารีย์ อันเป็นหนังสืออธิบายหะดีษบุคอรีย์ เล่มที่ 4 หน้า 254 ว่า ...
وَأَمَّامَارَوَاهُ ابْنُ أَبِىْ شَيْبَةَ مِنْ حَدِيْثِ ابْنِ عَبَّاسٍ ((كَانَ رَسُوْلُ اللهِ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ يُصَلِّىْ فِىْ رَمَضَانَ عِشْرِيْنَ رَكْعَةً وَالْوِتْرَ)) فَإِسْنَادُهُ ضَعِيْفٌ! وَقَدْ عَارَضَهُ حَدِيْثُ عَائِشَةَ هَذَا الَّذِىْ فِى الصَّحِيْحَيْنِ مَعَ كَوْنِهَا أَعْلَمَ بِحَالِ النَّبِىِّ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ لَيْلاً مِنْ غَيْرِهَا وَاللهُ أَعْلَمُ
อนึ่ง สิ่งที่ท่านอิบนุอบีย์ชัยบะฮ์ได้รายงานมาจากหะดีษของท่านอิบนุอับบาส ร.ฎ. ว่า ท่านนบีย์ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะซัลลัมได้นมาซในเดือนรอมะฎอน 20 ร็อกอะฮ์และนมาซวิตรี่นั้น สายรายงานของหะดีษนี้ เฎาะอีฟ! .. และแน่นอน มันยังขัดแย้งกับหะดีษของท่านหญิงอาอิชะฮ์ ร.ฎ.บทนี้จากการบันทึกที่ถูกต้องทั้งสอง (คือท่านบุคอรีย์และท่านมุสลิม) ซึ่งข้อเท็จจริงก็คือ ท่านหญิงอาอิชะฮ์ย่อมรู้ดีกว่าผู้อื่นถึงสภาพ(หมายถึงการนมาซและเรื่องอื่นๆ)ของท่านนบีย์ในยามค่ำคืน วัลลอฮุ อะอฺลัม ...
(หะดีษของท่านอิบนุอับบาส ร.ฎ. จากการบันทึกของท่านอิบนุอบีย์ชัยบะฮ์ ดังที่ท่านอิบนุหะญัรฺ อัล-อัสเกาะลานีย์อ้างถึงนั้น ผมจะนำรายละเอียดมาวิเคราะห์อีกครั้งในตอนหลัง อินชาอัลลอฮ์) ...
.........ในส่วนความเห็นของท่านอิบนุหะญัรฺ อัล-อัสเกาะลานีย์ได้กล่าวในหนังสือ ฟัตหุ้ลบารีย์ อันเป็นหนังสืออธิบายหะดีษบุคอรีย์ เล่มที่ 4 หน้า 254 ว่า ...
ที่ว่าท่านปฏิเสธสายรายงานนี้นั้น แต่อันที่จริงแล้ว สิ่งที่ท่านอิบนุอบีย์ชัยบะฮ์รายงานหะดีษของท่านอิบนุอับบาส ร.ฎ. ว่า ท่านนบีย์ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะซัลลัมได้นมาซในเดือนรอมะฎอน 20 ร็อกอะฮ์และนมาซวิตรี่นั้น ...
ท่านปฏิเสธในเรื่องการนำหลักฐานมาอ้างในเรื่องการละหมาดในยามคำคืนทั้งในและนอกรอมาดอน(กิยามุลลัยทั้วๆไปต่างหาก) ว่ามันไม่ใช่20รอกาอัต
แต่ดังกล่าวคือ11รอกาอัตต่างหาก เพราะท่านนบีละหมาดแบบนี้ทั้งปี และมันหมายถึง ว่าท่านจะไม่เกิน11รอกาอัต นี่คือไม่ใช่ละหมาดตารอวิ
ท่านเลยไม่รับหลักฐานดังกล่าว
นำร่อง
[0] ดัชนีข้อความ
[#] หน้าถัดไป
[*] หน้าที่แล้ว
Go to full version