เสวนาเชิงวิชาการ > สนทนาศาสนธรรม
ไม่เคลีย ไม่เลิก 2
อัล-อุม:
หะดีษที่ท่านนบีละหมาด 8 ร๊อกอะฮ์
ما كان رسول الله صلى الله عليه وسلم يزيد في رمضان ولا غيره على إحدى عشرة ركعة يصلي أربعا فلا تسأل عن حسنهن وطولهن ثم يصلي أربعا فلا تسأل عن حسنهن وطولهن ثم يصلي ثلاثا
ท่านหญิงอาอิชะฮ์รายงานว่า "ท่านรอซูลศอลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ไม่เคยละหมาดในหรือนอกรอมฎอนเกินกว่า 11 ร๊อกอะฮ์ ท่านละหมาด 4 ร๊อกอะฮ์ ซึ่งท่านไม่ต้องถามถึงว่ามันสวยงามและยาวนานแค่ไหน แล้วท่านก็ละหมาดอีก 4 ซึ่งท่านไม่ต้องถามถึงว่ามันสวยงามและยาวนานแค่ไหน แล้วหลังจากนั้นท่านก็ละหมาดอีก 3 ...."
หะดีษนี้ศอเฮียฮ์นะครับ บันทึกโดย อัลบุคอรีย์ อัตติรมิซีย์ อบูดาวูด อันนะซาอีย์ อิมามมาลิก ฯลฯ
ท่านอิมาม อัลลักนะวีย์ กล่าวอธิบายหะดีษไว้ในชัรหุลมุวัฏเฏาะในความหมายว่า "หมายถึง ในเวลาส่วนใหญ่ ซึ่งบางรายงานจากท่านหญิงนั้นกล่าวว่า 13" นักวิชาการส่วนใหญ่ตีความว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำส่วนมากของท่านรอซูล ไม่ใช่เป็นจำนวนตายตัว ซึ่งประเด็นนี้ท่านอิมาม อัลลักนาวีย์ ได้วิเคราะห์ไว้ในหนังสือของท่าน "ตัวห์ฟะตุลอัคยาร"
มีนักวิชาการบางท่านเห็นว่าหะดีษนี้เป็นมุฎเฏาะริบ(มีหลายสายรายงานค้านกันจนไม่สามารถให้น้ำหนักกับสายไหนได้เลย) เนื่องจากมีการรายงานในจำนวนร๊อกอะฮ์ที่ต่างกัน แต่ทรรศนะนี้ไม่ถูกต้องเนื่องจากริวายะฮ์ต่างๆเหล่านั้นรายงานมาโดยต่างกรรมต่างวาระจึงไม่เป็นมุฎเฏาะริบ หากกรรมเดียวกันวาระเดียวกัน จากนักรายงานคนเดียวกัน และไม่สามารถรวมกันได้จึงจะกลายเป็นมุฎเฏาะริบ
แต่ที่มัวอ์ตะมัดในมัซฮับอิมามอัชชาฟิอีย์ และอีก 2 มัซฮับ เว้นมาลิกีย์ นั้นถือว่าให้ละหมาดตะรอเวียห์ 20 ร๊อกอะฮ์ เพราะมีการกระทำในสมัยคอลีฟะฮ์อุมัร รอฏิยัลลอฮุอันฮุ ที่ให้ผู้คนละหมาดร่วมกันที่มัสญิดตามหลังท่านอุบัย อิบนุ กะอ์บ และท่านอลี ก็เคยสั่งใช้ให้ละหมาด 20 เช่นกัน(โดยไม่รวมวิตร์) ดังนั้นจึงมีรายงานมาว่าในสมัยท่านทั้งสองละหมาดตะรอเวียห์ 21/23 ร๊อกอะฮ์ เมื่อรวมกับวิตร์แล้ว ซึ่งรายงานต่างๆเหล่านี้อยู่ในมุวัฏฏออ์ อิมามมาลิก มุศอนนัฟ อิบนุอบีชัยบะฮ์ ฯลฯ
ส่วนมัซฮับมาลิกนั้นตะรอเวียห์ 36 ร๊อกอะฮ์ ไม่รวมวิตร์ เนื่องจากชาวมะดีนะฮ์ปฏิบัติเช่นนั้น ซึ่งเป็นมัซฮับของตาบิอีนหลายท่าน
อัล-อุม:
ฉนั้น เป็นไปได้อย่างไรที่ทั้งซอฮาบะและตาบีอีน ฯลฯจะไม่รู้เลยหรือว่า.ท่านนบีละหมาดเพียง11รอกาอัตตามที่อ.ปราโมทและบรรดาพลพรรคตักลีดตามแบบนั้น
เป็นไปได้อย่างไร ที่จวบจนปัจจุบันนี้ทั้งเมืองมักกะ และมาดนะและรอบเมืองต่างๆนั้นก็มีการปฏิบัติสืบทอดกันมายาวนานจนถึงณ.วันนี้.
เป็นไปได้อย่างไรที่อ.ปราโมทผู้ที่พลพรรคเชื่อมั่นและตักลีดตาม ..หายกล้าจะหมกเม็ดโดย..พยายามทำให้ฮาดิสที่มีสายรายงานที่บรรดาซอฮาบะเขาต่างมีมติว่าละหมาดตารอวิ20รอกาอัตเป็นฮาดิสดออีฟให้จงได้..ถ้าไม่มช่การตะอัศสุลอันสุดโต่ง.. yippy:
anti-bid'ah:
salam พี่น้องที่น่ารักทั้งหลายผมขอร้องจากใจจริงๆว่า ให้ช่วยตอยคำถามตรงเป้าด้วย ถ้ามัวเถียงเรื่องจำนวนรอการอัต(UNIT)มีกระทู้เก่าแก่อยู่แล้ว เชิญนะครับ ผมรอคำตอบเรื่องนี้จริงๆ
--- อ้างจาก: anti-bid'ah ที่ ส.ค. 30, 2009, 01:17 PM --- salam ผมคิดว่าหลายคนไม่เข้าใจคำถามไม่เคลียไม่เลิก ของผมหรือผมเขียนจนอ่านไม่เข้าใจกัน เอาอย่างนี้แล้วกัน
จงเลือกข้อที่ถูกที่สุดเพียงข้อเดียว พร้อมกับการอะิบายอย่างละเอียดจนเข้้าใจ (ถ้าเยอะ แต่ไม่เข้าใจ ห้ามเด็ดขาด ขี้เกียจอ่าน)
1 นาย ก ต้องการละหมาดตะรอเวะ 8 รอกาอัตเป็นมะมูม แต่อีหมำละหมาดตารอเวะ 20 รอกาอัต เมื่อนาย ก ละหมาดครบ 8 รอกาอัต เขาละหมาด วิตริ อีก สาม รอกาอัต เสร็จก็กลับบ้าน เพราะยึดหลักฐานที่บอกว่า ละหมาดตารอเวะ 8 หรือ 20 ได้ทั้งนั้น
2 นาย ข ละหมาดตารอเวะคนเดียว 8 รอกาอัต ไม่ต้องการละหมาด 20 ที่มุมหนึ่งของมัสยิด ขณะเดียวกันอีหมำและมะมูม ละหมาด 20 รอกาอัต ซึ่งไม่หากจากนาย ข มากนัก เพราะกลัวว่าถ้าละหมาดตามอีหมำต้องละหมาด 20 จะเข้าข่ายฮาดิษที่ว่า ผู้ที่ละหมาดจนเส็จพร้อมอีหมำ การทำดีของเขาถูกบันทึกไว้แน่นอน
3 นาย ค ละหมาดตารอเวะคนเดียว 8 รอกาอัต ที่บ้านซึ่งอยู่ติดมัสยิด ไม่ต้องการละหมาด 20 ขณะเดียวกันอีหมำและมะมูม ละหมาด 20 รอกาอัต ซึ่งไม่หากจากนาย ข มากนัก เพราะกลัวว่าถ้าละหมาดตามอีหมำต้องละหมาด 20จะเข้าข่ายฮาดิษที่ว่า ผู้ที่ละหมาดจนเส็จพร้อมอีหมำ การทำดีของเขาถูกบันทึกไว้แน่นอน
ช่วยตอบให้ตรงประเด็นหน่อยครับ
--- End quote ---
subson:
คำว่า ตะรอวิหฺ ซึ่งหมายถึงการละหมาดกิยามุลลัยลฺในเดือนรอมฎอน มาจากการพักระหว่างยืนละหมาด 4 ร็อกอัต ซึ่งเรียกว่า ตัรวีฮะหฺ
ท่านนบี เคยละหมาดต่ำกว่า 11 ร็อกอัต มีรายงานของซอฮาบะฮฺและถ้อยคำที่ท่านนบี แนะนำผู้อื่นให้ทำเช่นกัน หะดีษบันทึกโดยอิมามอบูดาวูดและอิมามอะหฺมัด ท่านหญิงอาอิชะฮฺ رضي الله عنها ถูกถามว่า ท่านนบี ละหมาดกลางคืนพร้อมด้วยวิตรฺกี่ร็อกอัต ท่านหญิงตอบว่า บางครั้งท่านนบี ละหมาด 4 ร็อกอัต (ทีละสอง) และวิตรฺ 3 ร็อกอัต (2-1) บางครั้งละหมาด 6 ร็อกอัต (ทีละสอง) และวิตรฺ 3 ร็อกอัต (2-1) และบางครั้งละหมาด 10 ร็อกอัต (ทีละสอง) และวิตรฺ 3 ร็อกอัต (2-1) ท่านนบี ไม่เคยละหมาดน้อยกว่า 7 ร็อกอัตและไม่เคยละหมาดมากกว่า 13 ร็อกอัต
หะดีษบันทึกโดยอิมามเฏาะฮาวียฺ ท่านนบี บอกว่า วิตรฺเป็นสัจธรรม ใครอยากละหมาดกิยามุลลัยลฺพร้อมวิตรฺ 5 ร็อกอัตก็ได้ หรือ 3 ร็อกอัตก็ได้ หรือ 1 ร็อกอัตก็ได้
อุละมาอฺสรุปว่า การละหมาดกิยามุลลัยลฺสูงสุด 13 หรือ 11 ร็อกอัต และต่ำสุด 1 ร็อกอัต
การละหมาด 20 ร็อกอัตไม่ใช่บิดอะฮฺ เพราะมีรายงานชัดเจนว่าท่านอุมัรแต่งตั้งอิมามนำละหมาด 20 ร็อกอัต ไม่มีรายงานว่าท่านนบี ทำ แต่ชัดเจนว่าซอฮาบะฮฺทำ และท่านนบี อนุโลมตามหะดีษบันทึกโดยบุคอรียฺและมุสลิม ท่านนบี กล่าวว่า การละหมาดกลางคืนทีละสอง ๆ ไม่ได้จำกัดจำนวน อัลกุรอานได้เปิดกว้างว่าการละหมาดกลางคืน ครึ่งคืนก็ได้ ตลอดคืนก็ได้ จึงมีโอกาสมากกว่า 11 ร็อกอัตได้ ซอฮาบะฮฺเข้าใจเจตนารมณ์ของท่านนบี และปฏิบัติเช่นนั้น อุละมาอฺบอกว่าซอฮาบะฮฺเลือกปฏิบัติความประเสริฐของการละหมาดด้วยการเลือกระหว่างจำนวนกับความยาวของการละหมาด ถ้าจะละหมาดยาวก็ลดจำนวน แต่ถ้าละหมาดสั้นก็เพิ่มจำนวน ถ้าละหมาดที่มัสญิดไม่จบแล้วไปวิตรฺที่บ้านก็ไม่ได้ผลบุญที่ท่านนบี บอกว่า การละหมาดกับอิมามจนจบเหมือนละหมาดตลอดคืน
Goddut:
คุณ จขกท ผมไม่เข้าใจเลยครับว่า คุณถามอะไร งงเหลือเกิน
ข้อสอง กับ สาม มัน มึนๆ ยังไงๆ ชอบกล
นำร่อง
[0] ดัชนีข้อความ
[#] หน้าถัดไป
[*] หน้าที่แล้ว
Go to full version