เสวนาเชิงวิชาการ > สนทนาศาสนธรรม

ไม่เคลีย ไม่เลิก 2

<< < (5/8) > >>

anti-bid'ah:
 salam เลือกซิครับข้อใดถูกที่สุด เพราะเหตุใด

อัล-อุม:
คุณสับสนกล่าวว่า คำว่า
--- อ้างถึง ---คำว่า “ตะรอวิหฺ” ซึ่งหมายถึงการละหมาดกิยามุลลัยลฺในเดือนรอมฎอน มาจากการพักระหว่างยืนละหมาด 4 ร็อกอัต ซึ่งเรียกว่า “ตัรวีฮะหฺ”

โดยที่คุนสับสนก็อบคำอธิบายของอ.ปราโมท ที่แก้ต่างกล่มครูฟัรดูอีน [/color]
     ในหัวข้อที่ชื่อว่า   

 ชี้แจงข้อเขียนของกองทุนติญารียะห์ กลุ่มครูฟัรฺฎูอีน,
                              โดย อ.ปราโมทย์ ศรีอุทัย                          


ตรงนี้ยิ่งทำให้ผมแปลกใจมากครับ  ผมไม่แน่ใจว่าคุณเข้าใจไปเองหรือไม่.....ระหว่างคำละหมาดกิยามุลลัยน์ในยามคำคืนนั้นมันไม่ได้หมายถึงละหมาดตารอวิ เท่านั้น  แต่กิยามุลลัยน์นั้นมันหมายถึงการละหมาดทั่วๆไปของท่านนบี เช่นละหมาด ตาฮายุด ละหมาด สนัติต่างๆละหมาด วิติรฯลฯ  ดังนั้นที่คุณเข้าใจว่า   กิยามมุลลัยน์นั้นคือตารอวิเท่านั้นนั้น ถือว่าไม่ถูกต้องคับ   

เพราะถ้าเป็นละหมาดตารอวิ แล้วทำไมในตัวบทฮาดิส ท่านอาอีชะถึงตอบว่าไม่ว่าทั้งในและนอกเดือนรอมาดอนท่านก็ละหมาด 11รอกาอัต..ถ้าหากคุณยึดตามหลักฐานนี้   
 จากท่านหญิงอาอิชะฮ์  ร่อฏิยัลลอฮุอันฮา ความว่า

مَا كَانَ رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ يَزِيدُ فِي رَمَضَانَ وَلَا فِي غَيْرِهِ عَلَى إِحْدَى عَشْرَةَ رَكْعَةً يُصَلِّي أَرْبَعًا فَلَا تَسَلْ عَنْ حُسْنِهِنَّ وَطُولِهِنَّ ثُمَّ يُصَلِّي أَرْبَعًا فَلَا تَسَلْ عَنْ حُسْنِهِنَّ وَطُولِهِنَّ ثُمَّ يُصَلِّي ثَلَاثًا

"ท่านรอซูลศอลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ไม่เคยละหมาดในหรือนอกรอมฎอนเกินกว่า 11 ร๊อกอะฮ์ ท่านละหมาด 4 ร๊อกอะฮ์ ซึ่งท่านไม่ต้องถามถึงว่ามันสวยงามและยาวนานแค่ไหน แล้วท่านก็ละหมาดอีก 4 ซึ่งท่านไม่ต้องถามถึงว่ามันสวยงามและยาวนานแค่ไหน แล้วหลังจากนั้นท่านก็ละหมาดอีก 3 ...."
 นี่คือความเข้าใจผิดชของ คุณหรือข้อมูลที่คุณนำมาโต้แย้ง
...

อีกตัวอย่าง

--- อ้างถึง ---ท่านนบี   เคยละหมาดต่ำกว่า 11 ร็อกอัต มีรายงานของซอฮาบะฮฺและถ้อยคำที่ท่านนบี   แนะนำผู้อื่นให้ทำเช่นกัน หะดีษบันทึกโดยอิมามอบูดาวูดและอิมามอะหฺมัด ท่านหญิงอาอิชะฮฺ رضي الله عنها ถูกถามว่า “ท่านนบี   ละหมาดกลางคืนพร้อมด้วยวิตรฺกี่ร็อกอัต” ท่านหญิงตอบว่า “บางครั้งท่านนบี   ละหมาด 4 ร็อกอัต (ทีละสอง) และวิตรฺ 3 ร็อกอัต (2-1) บางครั้งละหมาด 6 ร็อกอัต (ทีละสอง) และวิตรฺ 3 ร็อกอัต (2-1) และบางครั้งละหมาด 10 ร็อกอัต (ทีละสอง) และวิตรฺ 3 ร็อกอัต (2-1) ท่านนบี   ไม่เคยละหมาดน้อยกว่า 7 ร็อกอัตและไม่เคยละหมาดมากกว่า 13 ร็อกอัต”
--- End quote ---
ที่ผมมารค์เส้นนั้น ผมไม่ทราบว่าคุณสับสนเข้าใจผิดหรือปล่าว....คำที่ว่าท่านหญิงอาอีชะกล่าวว่า  ท่านนบี   ละหมาดกลางคืนพร้อมด้วยวิตรฺกี่ร็อกอัต

   หะดีษบันทึกโดยอิมามเฏาะฮาวียฺ ท่านนบี   บอกว่า “วิตรฺเป็นสัจธรรม  ใครอยากละหมาดกิยามุลลัยลฺพร้อมวิตรฺ 5 ร็อกอัตก็ได้ หรือ 3 ร็อกอัตก็ได้ หรือ 1 ร็อกอัตก็ได้”
   อุละมาอฺสรุปว่า การละหมาดกิยามุลลัยลฺสูงสุด 13 หรือ 11 ร็อกอัต และต่ำสุด 1 ร็อกอัต 
--- End quote ---


...ที่ถูกต้องแล้วคือ  ท่านนบี จะละหมาดยามค่ำคืน(กิยามุลลัยน์)นั้นคือละหมาดวิติรนั้นเอง  แต่ที่คุณสับสนนำมาอ้างนั้นเพื่อพยายามที่จะสื่อให้รู้ว่า ท่านนบีละหมาดตารอวิ11รอกาอัตแล้วละหมาดวิติรตาม.

.ซึ่งถ้าในกรณีนี้ มันก็จะค้านกับสิ่งที่ท่าน
หญิงอาชะ(รด)กล่าวว่า .....ท่านนบีนั้นละหมาด11 ทั้งในเดือนรอมาดอนและนอกเดือนรอมาดอน (หมายถึงท่านจะกระทำละหมาด11รอกาอัตนี้  ตลอดทั้งปี)

ฉนั้นเมื่ออุลามะด้านฟิกฮ์ได้วิเคราะออกมาแล้วว่า การละหมาด11 รอกาอัตนั้น มันไม่ใช่ละหมาดตารอวิเลย    แต่มันคือ ละหมาด สุนัติอื่นๆด้วยที่ท่านนบี(ซล)จะติดตามด้วยละหมาดวิติรก่อนนนอนหรือเป็นละหมาดตะฮายุด แล้วตามด้วยวิติรหรือเฉพาะละหมาดวิติรอย่างเดียวซึ่งก็เป็นไปได้...

ตามที่คุณสับสนอ้างมานั้นคงเข้าใจว่า ท่านนบีกำหนดจำนวนละหมาดวิติรเพียง 11รอกาอัต  ใช่ไหมครับ  แล้วท่านอุมัรมาสั่งใช้ใหม่คือเพิ่มขึ้นมา(กระทำบิดอะ)เอง..ใช่ป่าวคับ  หรือผมเข้าใจผิด..เอง   yippy:

หลักฐานที่น่าจะถูกต้องกว่า

ท่านบุคอรีได้รายงานไว้ในบทเรื่อง การละหมาดกิยามุลลัยล์(ตะฮัจยุด) ในเดือนรอมะดอนและอื่นจากรอมะดอน จากท่านหญิงอาอิชะฮ์  ร่อฏิยัลลอฮุอันฮา ความว่า

مَا كَانَ رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ يَزِيدُ فِي رَمَضَانَ وَلَا فِي غَيْرِهِ عَلَى إِحْدَى عَشْرَةَ رَكْعَةً يُصَلِّي أَرْبَعًا فَلَا تَسَلْ عَنْ حُسْنِهِنَّ وَطُولِهِنَّ ثُمَّ يُصَلِّي أَرْبَعًا فَلَا تَسَلْ عَنْ حُسْنِهِنَّ وَطُولِهِنَّ ثُمَّ يُصَلِّي ثَلَاثًا

"ท่านรอซูลศอลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ไม่เคยละหมาดในหรือนอกรอมฎอนเกินกว่า 11 ร๊อกอะฮ์ ท่านละหมาด 4 ร๊อกอะฮ์ ซึ่งท่านไม่ต้องถามถึงว่ามันสวยงามและยาวนานแค่ไหน แล้วท่านก็ละหมาดอีก 4 ซึ่งท่านไม่ต้องถามถึงว่ามันสวยงามและยาวนานแค่ไหน แล้วหลังจากนั้นท่านก็ละหมาดอีก 3 ...."

ท่านอัลฮาฟิซฺ  อิบนุ หะญัร นักปราชญ์ด้านฮาดิสได้ อธิบายว่า

 وفي الحديث دلالة على أن صلاته كانت متساوية في جميع السنة، وفيه كراهة النوم قبل الوتر

"ในหะดิษบ่งชี้ว่า  การละหมาดของท่านนบีนั้นเท่าเทียมกันตลอดทั้งปี(ไม่ว่ารอมาดอนหรือไม่ใช่รอมาดอน) และในหะดิษบ่งชี้ว่า มักโระฮ์ในการนอนก่อนละหมาดวิติร"   

กล่าวคือเมื่อละหมาดในยามค่ำคืนแล้วให้ทำการวิติรต่อจากนั้นเลย  ดังนั้น  หะดิษละหมาด 11 รอกาอัตนี้  คือละหมาดกิยามุลลัยล์ปกติทั่วไปที่ท่านร่อซูลุลเลาะฮ์ได้ทำเป็นประจำทั้งในเดือนรอมาดอนและอื่นจากรอมาดอน

  ฉะนั้น  หากว่ากิยามุลลัยล์คือละหมาดตะฮัจยุด  จึงเป็นไปได้หรือที่การละหมาดตะฮัจญุดในเดือนรอมาดอนเขาเรียกว่า ละหมาดตะรอวิห์ ??

ท่านบุคอรีได้กล่าวรายงานไว้ในบทที่ว่า "ท่านนบี ซ๊อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ละหมาดอย่างไร และเท่าไหร่ที่ท่านได้ละหมาดในยามค่ำคืน"  จากท่านหญิงอาอิชะฮ์  ร่อฏิยัลลอฮุอันฮา  ความว่า

سَبْعٌ وَتِسْعٌ وَإِحْدَى عَشْرَةَ سِوَى رَكْعَتِي الْفَجْرِ‏

" 7 รอกะอัต  และ 9 รอกะอัต  และ 11 รอกะอัต  นอกจากสองรอกะอัต(ก่อนละหมาด)ซุบฮิ"

ท่านอัลกอซิม บิน มุฮัมมัด (หลานท่านหญิงอาอิชะฮ์)  ได้ถามท่านหญิงอาอิชะฮ์  ท่านนางตอบว่า

كَانَ النَّبِيُّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ يُصَلِّي مِنْ اللَّيْلِ ثَلَاثَ عَشْرَةَ رَكْعَةً، مِنْهَا الْوِتْرُ وَرَكْعَتَا الْفَجْرِ‏

"ท่านนบี ซ๊อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้ละหมาดยามค่ำคืน 13 รอกะอัต  ส่วนหนึ่งจากมันนั้นคือละหมาดวิติรและละหมาดสองรอะกัต(ก่อน)ละหมาดซุบฮิ)"


ท่านอัลฮาฟิซฺ  อิบนุหะญัร  ได้อธิบายว่า  ส่วนมากแล้วท่านนบี ละหมาด 11 รอกะอัต  แต่ที่เพิ่มมา 13 นั้น  เพราะว่านับละหมาดสุนัตอีชาอ์สองรอกะอัตเข้าไปด้วย  เพราะหะดิษมุสลิมได้รายงานจากสะอัด บิน ฮิชาม  จากท่านหญิงอาอิชะฮ์ว่า "ท่านนบีได้เริ่มการละหมาดด้วยสองรอกะอัตแบบเร็ว ๆ (คือละหมาดสุนัตรอวาติบหลังอีชาอ์)"

ท่านอัลฮาฟิซฺ   อิบนุ  ฮะญัร  อธิบาย ต่อไปว่า

ويؤيده ما وقع عند أحمد وأبي داود، من رواية عبد الله بن أبي قيس، عن عائشة، بلفظ ‏"‏ كان يوتر بأربع وثلاث، وست وثلاث، وثمان وثلاث، وعشر وثلاث، ولم يكن يوتر بأكثر من ثلاث عشرة ولا أنقص من سبع ‏"‏ وهذا أصح ما وقفت عليه من ذلك، وبه يجمع بين ما اختلف عن عائشة من ذلك والله أعلم‏

"และมาสนับสนุนกับ(ความแตกต่างเรื่องรอกะอัตละหมาด)โดยหะดิษจากท่านอะห์มัดและอบูดาวูด  ได้รายงานจากอับดุลลอฮ์ บิน อบีกัยซ์  จากท่านหญิงอาอิชะฮ์  ด้วยถ้อยคำที่ว่า "ท่านนบีได้ทำละหมาดวิติร  4 รอกะอัตและอีก 3 (รวมเป็น 7)  ,  และแบบ 6 รอกะอัตและอีก 3 (รวมเป็น 9) , และแบบ 8 รอกะอัตและอีก 3 (รวมเป็น 11) , และแบบ 10 รอกะอัตและอีก 3 (รวมเป็น 13)  โดยไม่น้อยไปกว่า 7 รอกาอัต"    และนี้คือสิ่งที่ชัดเจนที่สุดเท่าที่ฉันทราบมาจากสิ่งเรื่องดังกล่าว  และหะดิษดังกล่าวนั้น  สามารถรวมบรรดาหะดิษที่รายงานแตกต่างกันจากท่านหญิงอาอิชะฮ์ในเรื่องละหมาดดังกล่าว 

วัลลอฮุอะลัม"

anti-bid'ah:
 salam ตกลงจะตอบคำถามกันหรือเปล่า  ถ้าไม่ตอบ ผมจะได้ถามที่เว็บอื่น ผมห้ามโดยเด็ดขาดที่จะมาโต้จำนวนตารอเวะในกระทู้นี้ครับ

Goddut:
แก้ไขเองก็ได้มั้งครับ... -*-

ขอดูคำตอบที่ให้เลือกนะ

1  นาย ก ต้องการละหมาดตะรอเวะ 8 รอกาอัตเป็นมะมูม  แต่อีหมำละหมาดตารอเวะ 20 รอกาอัต  เมื่อนาย ก  ละหมาดครบ 8 รอกาอัต เขาละหมาด วิตริ อีก สาม รอกาอัต เสร็จก็กลับบ้าน  เพราะยึดหลักฐานที่บอกว่า ละหมาดตารอเวะ 8  หรือ 20 ได้ทั้งนั้น
ละหมาดสามร๊อกอัตนั้น เป็นละหมาดวิเตร ตามอีหม่าม หรือละหมาดเองที่บ้าน หรือละหมาดที่มัสยิด ?  มันไม่เคลียร์

2 นาย ข  ละหมาดตารอเวะคนเดียว 8 รอกาอัต ไม่ต้องการละหมาด 20 ที่มุมหนึ่งของมัสยิด  ขณะเดียวกันอีหมำและมะมูม ละหมาด 20 รอกาอัต ซึ่งไม่หากจากนาย ข มากนัก เพราะกลัวว่าถ้าละหมาดตามอีหมำต้องละหมาด 20 จะเข้าข่ายฮาดิษที่ว่า ผู้ที่ละหมาดจนเส็จพร้อมอีหมำ การทำดีของเขาถูกบันทึกไว้แน่นอน
เข้าใจว่า นาย ข ละหมาด 8 ร๊อกอัต ที่มุมของมัสยยิดขณะที่อีหม่าม และทุกคนละหมาด 20 ในมัสยิด พร้อมๆ กัน เพราะกลัวว่าถ้าละหมาดแค่ 8 จะเสร็จก่อนอีหม่าม แล้วจะไม่ได้ถูกบันทึกความดี ? มันไม่เคลียร์นะ เพราะบอกว่า การทำดีของเขาถูกบันทึกเนื่องจากละหมาดเสร็จพร้อมอีหม่าม แต่หัวข้อบอกว่าละหมาดเอง มันเลยงง

3  นาย ค ละหมาดตารอเวะคนเดียว 8 รอกาอัต ที่บ้านซึ่งอยู่ติดมัสยิด ไม่ต้องการละหมาด 20    ขณะเดียวกันอีหมำและมะมูม ละหมาด 20 รอกาอัต ซึ่งไม่หากจากนาย ข มากนัก เพราะกลัวว่าถ้าละหมาดตามอีหมำต้องละหมาด 20จะเข้าข่ายฮาดิษที่ว่า ผู้ที่ละหมาดจนเส็จพร้อมอีหมำ การทำดีของเขาถูกบันทึกไว้แน่นอน
อันนี้เหมือนข้อข้างบน คือละหมาด 8 ร๊อกอัต แต่ทำที่บ้าน เพราะกลัวว่าจะไม่เซาะ ก็เลยงงเหมือนเดิมว่า การทำดีของเขาจะถูกบันทึกเพราะตามอีหม่าม ก็เลยงงว่าทำไม เพราะนาย ค ไม่ตามอีหม่าม



สรุป มันงงมากๆ ที่ จขกท ยกมา เพราะ ตัวอย่างคือไม่ตามอีหม่าม แต่กลับยกอ้างว่า ตามอีหม่ามได้ผลบุญ มันเลยไม่รู้จะเลือกข้อไหน
วัสลาม...

anti-bid'ah:
 salam อัลลอฮุมมาซัลลีอาซัยยีดีนามุฮัมมัด
คุณเข้าใจถูกแล้วครับว่า

1  นาย ก ต้องการละหมาดตะรอเวะ 8 รอกาอัตเป็นมะมูม  แต่อีหมำละหมาดตารอเวะ 20 รอกาอัต  เมื่อนาย ก  ละหมาดครบ 8 รอกาอัต เขาละหมาด วิตริ อีก สาม รอกาอัต เสร็จก็กลับบ้าน  เพราะยึดหลักฐานที่บอกว่า ละหมาดตารอเวะ 8  หรือ 20 ได้ทั้งนั้น
ละหมาดสามร๊อกอัตนั้น เป็นละหมาดวิเตร ตามอีหม่ามที่มัสยิด

2 นาย ข  ละหมาดตารอเวะคนเดียว 8 รอกาอัต ไม่ต้องการละหมาด 20 ที่มุมหนึ่งของมัสยิด  ขณะเดียวกันอีหมำและมะมูม ละหมาด 20 รอกาอัต ซึ่งไม่หากจากนาย ข มากนัก เพราะกลัวว่าถ้าละหมาดตามอีหมำต้องละหมาด 20 จะเข้าข่ายฮาดิษที่ว่า ผู้ที่ละหมาดจนเส็จพร้อมอีหมำ การทำดีของเขาถูกบันทึกไว้แน่นอน
เข้าใจว่า นาย ข ละหมาด 8 ร๊อกอัต ที่มุมของมัสยยิดขณะที่อีหม่าม และทุกคนละหมาด 20 ในมัสยิด พร้อมๆ กัน



3  นาย ค ละหมาดตารอเวะคนเดียว 8 รอกาอัต ที่บ้านซึ่งอยู่ติดมัสยิด ไม่ต้องการละหมาด 20    ขณะเดียวกันอีหมำและมะมูม ละหมาด 20 รอกาอัต ซึ่งไม่หากจากนาย ข มากนัก เพราะกลัวว่าถ้าละหมาดตามอีหมำต้องละหมาด 20จะเข้าข่ายฮาดิษที่ว่า ผู้ที่ละหมาดจนเส็จพร้อมอีหมำ การทำดีของเขาถูกบันทึกไว้แน่นอน
อันนี้เหมือนข้อข้างบน คือละหมาด 8 ร๊อกอัต แต่ทำที่บ้าน เพราะกลัวว่าจะไม่ได้ผลบุญ

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว

Go to full version