เสวนาเชิงวิชาการ > สนทนาศาสนธรรม
เรื่องจริงที่ควรรู้เกี่ยวกับมารยาทในการหลับนอน ระหว่าง สามีภรรยา
ILHAM:
ถ้าจำไม่ผิด อุสตาสบอกว่า นบีมีพละกำลังแข็งแรงเท่ากับชายหนุ่ม30คน
al-firdaus~*:
salam
การร่วมหลับนอนกับภรรยาตั้งครรภ์และให้นมบุตร
การตั้งครรภ์ของภรรยาโดยเฉพาะครรภ์ที่ใกล้คลอด อาจเกิดปัญหาในครอบครัวได้ ในเมื่อครรภ์ของหญิงปกติมีช่วง 9 เดือนกับ 10 วัน หญิงที่ครรภ์แก่และใกล้คลอดแล้วโดยปกติจะไม่มีอารมณ์ทางเพศ การที่ยังคงร่วมอยู่ก็คงเพราะไม่อยากจะขัดใจสามีเท่านั้น ซึ่งอาจทำให้สามีไม่ได้รับความพึงพอใจเท่าใดนัก โดยเฉพาะขณะที่มีครรภ์แก่ และอาจยื่นคำขาดจะไม่ร่วมกับสามีโดยสิ้นเชิง สามีที่มีความต้องการในระดับค่อนข้างสูงนั้น ต้องอาศัยความอดทนอดกลั้นอย่างมาก ทั้งนี้เพราะนอกจากจะไม่ได้ร่วมขณะครรภ์แก่และยังอาจล่วงไปถึงการให้กำเนิดบุตร ซึ่งต้องใช้เวลาพอสมควร สามีบางรายอาจถึงกับอุทานว่า "ใครจะทนไหว" กรณีดังกล่าว สามีต้องอดทนดำรงมั่นในอีหม่านพร้อมกับซุโกรต่ออัลลอฮฺตะอาลา ที่พระองค์ได้ประทานบุตรแก่ตน กระนั้นก็ดี ก็ยังมีสามีบางรายอดทนไม่ได้ถึงกับไปมีความสัมพันธ์กับหญิงอื่นที่ขัดต่อศาสนาอันเป็นการละเมิดประเวณี ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่เสมอในขณะที่ภรรยาตั้งครรภ์ (แนะนำต้องแต่งภรรยาอีกคนหรือสามหรือสี่ เพื่อแก้ปัญหานี้----> ความคิดเห็นของผู้พิมพ์ ;D)
ความจริงเรื่องนี้ หากมีความเห็นใจและเข้าใจซึ่งกันและกัน สามีต้องเข้าใจว่า ภรรยาที่ครรภ์แก่นั้นก็เป็นธรรมดาอยู่เองที่ไม่อาจสนองความต้องการของสามีได้เหมือนกับขณะที่เธอยังไม่ได้ตั้งครรภ์ ถือเป็นกฎตักดิรของอัลลอฮฺตะอาลา ได้กำหนดแก่มนุษย์ชาติของพระองค์ และในทางกลับกันหากภรรยายื่นคำขาดอย่างไม่มีเยื่อใย ไม่ยอมร่วมหลับนอนกับสามีโดยสิ้นเชิง ปล่อยให้สามีต้องอดกลั้นความต้องการเป็นเวลายาวนานจนเกินไป ดังนั้นฝ่ายภรรยาต้องเห็นใจสามี เมื่อความสัมพันธ์ต้องขาดช่วงเป็นเวลานานๆ
อิสลามไม่มีข้อห้ามในการมีความสัมพันธ์ในขณะที่ภรรยาตั้งครรภ์แต่อย่างใด แม้ภรรยาจะมีครรภ์แก่ก็ตาม อัลกุรอานได้ระบุไว้ในซูเราะฮฺอัลบากอเราะฮฺ อายะฮฺที่ 223 ซึ่งได้กล่าวอยู่บ่อยครั้งเป็นบรรทัดฐานไว้แล้วว่า สามีอาจร่วมหลับนอนกับภรรยาได้ในทุกโอกาสที่ตนต้องการ ไม่ว่าจะเป็นเวลาใด เว้นแต่ภาวะตามธรรมชาติจริงๆ ไม่เปิดทางให้ เช่น มีประจำเดือน ป่วย เป็นต้น ความหมายของอายะฮฺข้างต้นจึงครอบคลุมถึงขณะที่ภรรยาตั้งครรภ์ด้วย กระนั้นก็ดีลองตรวจดูอัลฮาดิษอีกครั้งที่ระบุว่า
"เคยมีชายคนหนึ่งได้มาและได้เรียนถามท่านรอซูล (ซ.ล.)ว่า โอ้ท่านรอซูล (ซ.ล.) ฉันได้หลับนอนกับภรรรยาของฉัน ท่านถามว่า ทำไมชายคนนั้นกล่าวว่า ฉันสงสารบุตรของเธอ ท่านรอซูล (ซ.ล.)จึงได้กล่าวว่า ถ้าหากเช่นนั้น (ร่วมขณะภรรยาตั้งครรภ์) ก่อให้เกิดอันตรายแล้ว มันจะต้องเกิดอันตรายกับพวกเปอร์เซีย และโรมัน" รายงานโดยมุสลิม
ในแง่ของหญิงที่กำลังให้นมบุตรก็เช่นกัน อัลฮาดิษระบุว่า
"จากยุดามะอฺบุตรสาววะฮ์บุ อัลอาซาดียะฮ์ (ร.ด.) ว่า ท่านนบีได้กล่าวว่า ฉันตั้งใจที่จะห้ามการร่วมหลับนอนกับหญิงที่ให้นมบุตร จนกระทั่งฉันนึกขึ้นได้ว่า พวกโรมันและพวกเปอร์เซียก็ทำเช่นนี้ โดยไม่เป็นอันตรายตกับลูกๆ ของพวกเขา" รายงานโดยมุสลิม
หากมองในแง่การแพทย์ ไม่มีข้อห้ามในเรื่องนี้เช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการตั้งครรภ์ในระยะเริ่มแรก หรือเมื่อครรภ์แก่ เพราะไม่มีผลเสียหรือผลใกล้เคียงแต่อย่างใด ในส่วนของสูตินารีเวช เพียงแต่วางแนวทั่วไปไว้ว่า เพศสัมพันธ์อย่างน้อยควรยุติทั้งก่อนและหลัง 6 สัปดาห์ แต่เป็นข้อยุติหรือความเห็นเชิงจริยธรรมที่ให้เกียรติแก่เพศหญิงเพื่อมิให้เธอยุ่งยากลำบากใจ แต่มิใช่ทัศนะทางการแพทย์โดยตรง กระนั้นก็ดีโดยสรุปแล้วการร่วมหลับนอนกับภรรยาที่ครรภ์แก่ควรต้องระมัดระวังให้มากขึ้น เพื่อมิให้กระทบกระเทือนต่อบุตรในครรภ์
อ้างอิง: หนังสือเพศสัมพันธ์ในอิสลาม
ILHAM:
เคยได้ยินมาว่า ญีเมาะตอนครรภ์แก่นั้นอายมานีจะไปตกบนหัวเด็กในท้อง
ILHAM:
ใครขุดกันแน่ มันตกลงล่างแล้วยังอุตส่าห์เอาขึ้นมาอีก
al-firdaus~*:
--- อ้างจาก: Annur ที่ พ.ค. 13, 2009, 09:02 PM ---
Kiabun-Nikah หรือว่า Kitabun-Nikah
เราเคยได้ยินชื่อ กีตาบบุนนิกาฮฺ
--- End quote ---
ต้องขออภัย ณ ที่นี้ด้วย natural:
ใจสั่น Oops:
มือสั่นพิมพ์พลาดไปนิดเดียว ;D
นำร่อง
[0] ดัชนีข้อความ
[#] หน้าถัดไป
[*] หน้าที่แล้ว
Go to full version