เสวนาเชิงวิชาการ > สนทนาศาสนธรรม

หรือเป็นคู่ขนานที่ไม่มีวันบรรจบ? ใครมีข้อมูลบอกหน่อยครับ

<< < (3/7) > >>

sufriyan:
 salam

เพิ่มเติม
http://www.muslimthai.com/mnet/content.php?bNo=42&qNo=3259&kword=

subson:
     มัซฮับ  al- azhary

บาชีร:

--- อ้างจาก: สับสน ที่ พ.ย. 14, 2009, 11:36 PM ---     มัซฮับ  al- azhary

--- End quote ---

มัสฮับอะไร สับสน

Al-Ainawi:

--- อ้างจาก: สับสน ที่ พ.ย. 14, 2009, 11:36 PM ---     มัซฮับ  al- azhary

--- End quote ---

มีด้วยหรอครับ บังสับสนกำลังสับสนไรหรือเปล่า

มาทำให้ผมสับสนบังสับสนโปรดเเจงข้อสับสนนี้ให้หายสับสนด้วยเดียวคนอื่นเขาจะสับสนตามบังสับสน

subson:
อาจารย์  al-azhary  วิจารย์ว่า
"ตราบ ใดที่ชีอะฮ์ยึดประวัติศาสตร์มาอ้างโดยลักษณะที่ขัดแย้งกับตัวบทของอัลกุรอาน และซุนนะฮ์  ผมไม่ขอเชื่ออย่างเด็ดเขาฉันท์ใด  แน่นอนจากบทนำประวัติกำเนิดวะฮาบีย์นี้ผมก็ไม่เชื่ออย่างเด็ดขาดฉันท์นั้น  เพราะประวัติบทนำกำเนิดวะฮาบีย์นี้  มันขัดแย้งกับซุนนะฮ์นบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  และเป็นการกล่าวมุสาต่อซุนนะฮ์นบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  ดังนั้นหากเราเชื่อต่อท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  เราก็ห้ามเชื่อบทนำประวัติกำเหนิดวะฮาบีย์อันนี้  เพราะท่านร่อซูลุลลอฮ์ได้สาบานต่ออัลเลาะฮ์ในการปฏิเสธเนื้อหาประวัติอันนี้ ไว้ตั้งแต่ 1400 ปีมาแล้ว   

รายงานจากอุกบะฮ์ บิน อามีร  เขากล่าวว่า  ท่านร่อซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า

"แท้จริงบรรดาคลังกุญแจแห่งแผ่นดินได้ถูกมอบให้แก่ฉัน และแท้จริงฉันขอสาบานต่ออัลเลาะฮ์ว่า  หลังจากที่ฉันเสียชีวิตไปแล้ว  ฉันไม่กลัวว่าพวกท่านจะทำชิริก  แต่ทว่าฉันกลัวว่าพวกท่านจะแข่งขันกันชิงดีชิงเด่นบนผืนแผ่นดิน" รายงานโดยบุคอรีย์ (3329) "


ผมขอแสดงความคิดเห็นว่า  ในฮาดิษนั้นบอกว่า"ฉันไม่กลัวพวกท่านจะทำชีริก"    แต่ท่านนบีไม่ได้บอกสักหน่อยว่า"หลังจากฉันเสียชีวิตไปแล้ว จะไม่มีการทำชีริก"  ดังนั้นมันก็เหมือนการเกาไม่ถูกจุด 

 
หากเราจะบอกว่าประวัติศาสตร์ที่ค้านกับอัลกุรอานหรือฮาดิษ นั้นเชื่อไม่ได้  ก็ขอให้อาจารย์พิจารณาตรงนี้สักนิด

 จากโองการอัลกุรอานระบุว่า "และจงรำลึกเมื่ออิบรอฮีมกล่าวว่า “โอ้ พระเจ้าของข้าพระองค์ ขอพระองค์ทรงให้เมืองนี้ (มักกะฮ) ปลอดภัยและทรงให้ข้าพระองค์และลูกหลานของข้าพระองค์พ้นจากการบูชาเจว็ด"14:35

ที่ผมรู้มาคำวิงวอนของบรรดารซูลจะถูกตอบรับ  นั่นหมายความว่า เมืองมักกะฮจะ ปราศจากพวกบูชาเจว็ด  แต่ที่เรารู้มาคือ  มักกะในยุคญาฮีลียะนั้น มีเจว็ดตั้งมากมาย  จนถึงยุคของท่านนบีของเรา เจว็ดเหล่านั้นจึงถูกทำลายไป   แล้วจะอธิบายยังไงดี??


ถ้าเราจะอธิบายว่า พระองค์นั้นทรงปกป้องเมืองแห่งนี้  และทุกศตวรรศพระองค์ทรงส่งบ่าวของพระองค์มาฟื้นฟู(จำไม่ได้แล้วว่าประโยคนี้มาจากอัลกุรอานหรือฮาดิษ)  ดังนั้นเมื่อถึงช่วง ที่เมืองนั้นเต็มไปด้วยการทำชีริก  พระองค์จึง ส่ง มูฮัมหมัด ลูกของวาฮาบ มาฟื้นฟู
และการที่ท่านนบีบอกว่าไม่กลัวนั้นก็เพราะว่า พระองค์ทรงปกป้องให้   
เรื่องการแตกแยกเป็นสิ่งที่ท่านห่วง เพราะแตกถึง73พวก แถมตกนรกถึง 72พวก  แล้วอย่างนี้จะไม่ให้ท่านห่วงได้อย่างไร    ที่ว่าไม่กลัวการทำชีริก ก็ไม่ได้แปลว่าชีริกจะไม่เกิด  ผมเชื่อว่าตอนนี้ก็ยังมีการทำชีริกอยู่ ในซาอุ (แต่จำน้อย)  บางคนยังเชื่อหมอดูก็มี   อีกอย่างลึกๆแล้ว ท่านจะไม่ห่วงได้อย่างไรกับชีริก  ก็ในเมื่อในอัลกุรอานและฮาดิษก็มีบอกว่า  การทำชีริกเป็นบาปที่คนทำไม่มีสิทธ์เข้าสวรรค์เลย  ส่วนบาปอื่นพระองค์จะทรงประสงค์   ดังโองการ


" แท้จริงอัลลอฮฺ จะไม่ทรงอภัยโทษให้แก่การที่สิ่งหนึ่งจะถูกให้มีภาคี ขึ้นแก่พระองค์ และพระองค์ทรงอภัยให้แก่สิ่งอื่นจากนั้น สำหรับผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ และผู้ใดให้มีภาคีขึ้นแก่อัลลอฮฺแล้ว แน่นอนเขาก็ได้อุปโลกน์บาปกรรมอันใหญ่หลวงขึ้น"  4:48

อย่าลืมว่าท่านนบีดูอาให้ประชาชาติของท่านบ่อยมาก  นั่นก็คือสัญลักษณ์อย่างหนึ่งที่บ่งบอกว่าท่านเป็นห่วง  และอย่าลืมว่า ชีริกคือบาปใหญ่ในบรรดาบาปทั้งมวล  แล้วท่านไม่ห่วงได้อย่างไรกัน!!!




นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว

Go to full version