เสวนาเชิงวิชาการ > สนทนาศาสนธรรม
หรือเป็นคู่ขนานที่ไม่มีวันบรรจบ? ใครมีข้อมูลบอกหน่อยครับ
ILHAM:
ลองดูผู้รับรองหนังสือนั้นก่อนสิ อิสมาอีลัยนี(มะแอทั้ง2 วอศ.และ มอย.)
ถ้าพวกนี้ผ่าน ก็อย่าไปหวังอะไรมากจากหนังสือนั้น
บาชีร:
ซิ่งที่นบีไม่กลัว มันพยายามจะกลัว
แต่สิ่งที่นบีกลัว มันกลับเฉยเมือย
Al-Ainawi:
--- อ้างจาก: สับสน ที่ พ.ย. 15, 2009, 01:29 AM ---อาจารย์ al-azhary วิจารย์ว่า
"ตราบ ใดที่ชีอะฮ์ยึดประวัติศาสตร์มาอ้างโดยลักษณะที่ขัดแย้งกับตัวบทของอัลกุรอาน และซุนนะฮ์ ผมไม่ขอเชื่ออย่างเด็ดเขาฉันท์ใด แน่นอนจากบทนำประวัติกำเนิดวะฮาบีย์นี้ผมก็ไม่เชื่ออย่างเด็ดขาดฉันท์นั้น เพราะประวัติบทนำกำเนิดวะฮาบีย์นี้ มันขัดแย้งกับซุนนะฮ์นบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม และเป็นการกล่าวมุสาต่อซุนนะฮ์นบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ดังนั้นหากเราเชื่อต่อท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เราก็ห้ามเชื่อบทนำประวัติกำเหนิดวะฮาบีย์อันนี้ เพราะท่านร่อซูลุลลอฮ์ได้สาบานต่ออัลเลาะฮ์ในการปฏิเสธเนื้อหาประวัติอันนี้ ไว้ตั้งแต่ 1400 ปีมาแล้ว
รายงานจากอุกบะฮ์ บิน อามีร เขากล่าวว่า ท่านร่อซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า
"แท้จริงบรรดาคลังกุญแจแห่งแผ่นดินได้ถูกมอบให้แก่ฉัน และแท้จริงฉันขอสาบานต่ออัลเลาะฮ์ว่า หลังจากที่ฉันเสียชีวิตไปแล้ว ฉันไม่กลัวว่าพวกท่านจะทำชิริก แต่ทว่าฉันกลัวว่าพวกท่านจะแข่งขันกันชิงดีชิงเด่นบนผืนแผ่นดิน" รายงานโดยบุคอรีย์ (3329) "
ผมขอแสดงความคิดเห็นว่า ในฮาดิษนั้นบอกว่า"ฉันไม่กลัวพวกท่านจะทำชีริก" แต่ท่านนบีไม่ได้บอกสักหน่อยว่า"หลังจากฉันเสียชีวิตไปแล้ว จะไม่มีการทำชีริก" ดังนั้นมันก็เหมือนการเกาไม่ถูกจุด
หากเราจะบอกว่าประวัติศาสตร์ที่ค้านกับอัลกุรอานหรือฮาดิษ นั้นเชื่อไม่ได้ ก็ขอให้อาจารย์พิจารณาตรงนี้สักนิด
จากโองการอัลกุรอานระบุว่า "และจงรำลึกเมื่ออิบรอฮีมกล่าวว่า โอ้ พระเจ้าของข้าพระองค์ ขอพระองค์ทรงให้เมืองนี้ (มักกะฮ) ปลอดภัยและทรงให้ข้าพระองค์และลูกหลานของข้าพระองค์พ้นจากการบูชาเจว็ด"14:35
ที่ผมรู้มาคำวิงวอนของบรรดารซูลจะถูกตอบรับ นั่นหมายความว่า เมืองมักกะฮจะ ปราศจากพวกบูชาเจว็ด แต่ที่เรารู้มาคือ มักกะในยุคญาฮีลียะนั้น มีเจว็ดตั้งมากมาย จนถึงยุคของท่านนบีของเรา เจว็ดเหล่านั้นจึงถูกทำลายไป แล้วจะอธิบายยังไงดี??
ถ้าเราจะอธิบายว่า พระองค์นั้นทรงปกป้องเมืองแห่งนี้ และทุกศตวรรศพระองค์ทรงส่งบ่าวของพระองค์มาฟื้นฟู(จำไม่ได้แล้วว่าประโยคนี้มาจากอัลกุรอานหรือฮาดิษ) ดังนั้นเมื่อถึงช่วง ที่เมืองนั้นเต็มไปด้วยการทำชีริก พระองค์จึง ส่ง มูฮัมหมัด ลูกของวาฮาบ มาฟื้นฟู
และการที่ท่านนบีบอกว่าไม่กลัวนั้นก็เพราะว่า พระองค์ทรงปกป้องให้
เรื่องการแตกแยกเป็นสิ่งที่ท่านห่วง เพราะแตกถึง73พวก แถมตกนรกถึง 72พวก แล้วอย่างนี้จะไม่ให้ท่านห่วงได้อย่างไร ที่ว่าไม่กลัวการทำชีริก ก็ไม่ได้แปลว่าชีริกจะไม่เกิด ผมเชื่อว่าตอนนี้ก็ยังมีการทำชีริกอยู่ ในซาอุ (แต่จำน้อย) บางคนยังเชื่อหมอดูก็มี อีกอย่างลึกๆแล้ว ท่านจะไม่ห่วงได้อย่างไรกับชีริก ก็ในเมื่อในอัลกุรอานและฮาดิษก็มีบอกว่า การทำชีริกเป็นบาปที่คนทำไม่มีสิทธ์เข้าสวรรค์เลย ส่วนบาปอื่นพระองค์จะทรงประสงค์ ดังโองการ
" แท้จริงอัลลอฮฺ จะไม่ทรงอภัยโทษให้แก่การที่สิ่งหนึ่งจะถูกให้มีภาคี ขึ้นแก่พระองค์ และพระองค์ทรงอภัยให้แก่สิ่งอื่นจากนั้น สำหรับผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ และผู้ใดให้มีภาคีขึ้นแก่อัลลอฮฺแล้ว แน่นอนเขาก็ได้อุปโลกน์บาปกรรมอันใหญ่หลวงขึ้น" 4:48
อย่าลืมว่าท่านนบีดูอาให้ประชาชาติของท่านบ่อยมาก นั่นก็คือสัญลักษณ์อย่างหนึ่งที่บ่งบอกว่าท่านเป็นห่วง และอย่าลืมว่า ชีริกคือบาปใหญ่ในบรรดาบาปทั้งมวล แล้วท่านไม่ห่วงได้อย่างไรกัน!!!
--- End quote ---
บังสับสนกำลังสับสนจิงๆด้วย
al-azhary:
--- อ้างจาก: สับสน ที่ พ.ย. 15, 2009, 01:29 AM ---อาจารย์ al-azhary วิจารย์ว่า
"ตราบ ใดที่ชีอะฮ์ยึดประวัติศาสตร์มาอ้างโดยลักษณะที่ขัดแย้งกับตัวบทของอัลกุรอาน และซุนนะฮ์ ผมไม่ขอเชื่ออย่างเด็ดเขาฉันท์ใด แน่นอนจากบทนำประวัติกำเนิดวะฮาบีย์นี้ผมก็ไม่เชื่ออย่างเด็ดขาดฉันท์นั้น เพราะประวัติบทนำกำเนิดวะฮาบีย์นี้ มันขัดแย้งกับซุนนะฮ์นบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม และเป็นการกล่าวมุสาต่อซุนนะฮ์นบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ดังนั้นหากเราเชื่อต่อท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เราก็ห้ามเชื่อบทนำประวัติกำเหนิดวะฮาบีย์อันนี้ เพราะท่านร่อซูลุลลอฮ์ได้สาบานต่ออัลเลาะฮ์ในการปฏิเสธเนื้อหาประวัติอันนี้ ไว้ตั้งแต่ 1400 ปีมาแล้ว
รายงานจากอุกบะฮ์ บิน อามีร เขากล่าวว่า ท่านร่อซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า
"แท้จริงบรรดาคลังกุญแจแห่งแผ่นดินได้ถูกมอบให้แก่ฉัน และแท้จริงฉันขอสาบานต่ออัลเลาะฮ์ว่า หลังจากที่ฉันเสียชีวิตไปแล้ว ฉันไม่กลัวว่าพวกท่านจะทำชิริก แต่ทว่าฉันกลัวว่าพวกท่านจะแข่งขันกันชิงดีชิงเด่นบนผืนแผ่นดิน" รายงานโดยบุคอรีย์ (3329) "
ผมขอแสดงความคิดเห็นว่า ในฮาดิษนั้นบอกว่า"ฉันไม่กลัวพวกท่านจะทำชีริก" แต่ท่านนบีไม่ได้บอกสักหน่อยว่า"หลังจากฉันเสียชีวิตไปแล้ว จะไม่มีการทำชีริก" ดังนั้นมันก็เหมือนการเกาไม่ถูกจุด
หากเราจะบอกว่าประวัติศาสตร์ที่ค้านกับอัลกุรอานหรือฮาดิษ นั้นเชื่อไม่ได้ ก็ขอให้อาจารย์พิจารณาตรงนี้สักนิด
จากโองการอัลกุรอานระบุว่า "และจงรำลึกเมื่ออิบรอฮีมกล่าวว่า โอ้ พระเจ้าของข้าพระองค์ ขอพระองค์ทรงให้เมืองนี้ (มักกะฮ) ปลอดภัยและทรงให้ข้าพระองค์และลูกหลานของข้าพระองค์พ้นจากการบูชาเจว็ด"14:35
ที่ผมรู้มาคำวิงวอนของบรรดารซูลจะถูกตอบรับ นั่นหมายความว่า เมืองมักกะฮจะ ปราศจากพวกบูชาเจว็ด แต่ที่เรารู้มาคือ มักกะในยุคญาฮีลียะนั้น มีเจว็ดตั้งมากมาย จนถึงยุคของท่านนบีของเรา เจว็ดเหล่านั้นจึงถูกทำลายไป แล้วจะอธิบายยังไงดี??
ถ้าเราจะอธิบายว่า พระองค์นั้นทรงปกป้องเมืองแห่งนี้ และทุกศตวรรศพระองค์ทรงส่งบ่าวของพระองค์มาฟื้นฟู(จำไม่ได้แล้วว่าประโยคนี้มาจากอัลกุรอานหรือฮาดิษ) ดังนั้นเมื่อถึงช่วง ที่เมืองนั้นเต็มไปด้วยการทำชีริก พระองค์จึง ส่ง มูฮัมหมัด ลูกของวาฮาบ มาฟื้นฟู
และการที่ท่านนบีบอกว่าไม่กลัวนั้นก็เพราะว่า พระองค์ทรงปกป้องให้
เรื่องการแตกแยกเป็นสิ่งที่ท่านห่วง เพราะแตกถึง73พวก แถมตกนรกถึง 72พวก แล้วอย่างนี้จะไม่ให้ท่านห่วงได้อย่างไร ที่ว่าไม่กลัวการทำชีริก ก็ไม่ได้แปลว่าชีริกจะไม่เกิด ผมเชื่อว่าตอนนี้ก็ยังมีการทำชีริกอยู่ ในซาอุ (แต่จำน้อย) บางคนยังเชื่อหมอดูก็มี อีกอย่างลึกๆแล้ว ท่านจะไม่ห่วงได้อย่างไรกับชีริก ก็ในเมื่อในอัลกุรอานและฮาดิษก็มีบอกว่า การทำชีริกเป็นบาปที่คนทำไม่มีสิทธ์เข้าสวรรค์เลย ส่วนบาปอื่นพระองค์จะทรงประสงค์ ดังโองการ
" แท้จริงอัลลอฮฺ จะไม่ทรงอภัยโทษให้แก่การที่สิ่งหนึ่งจะถูกให้มีภาคี ขึ้นแก่พระองค์ และพระองค์ทรงอภัยให้แก่สิ่งอื่นจากนั้น สำหรับผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ และผู้ใดให้มีภาคีขึ้นแก่อัลลอฮฺแล้ว แน่นอนเขาก็ได้อุปโลกน์บาปกรรมอันใหญ่หลวงขึ้น" 4:48
อย่าลืมว่าท่านนบีดูอาให้ประชาชาติของท่านบ่อยมาก นั่นก็คือสัญลักษณ์อย่างหนึ่งที่บ่งบอกว่าท่านเป็นห่วง และอย่าลืมว่า ชีริกคือบาปใหญ่ในบรรดาบาปทั้งมวล แล้วท่านไม่ห่วงได้อย่างไรกัน!!!
--- End quote ---
ก่อนยุคสมัยนบีนั้น มีชิริกเกิดขึ้นมากมาย ด้วยการกราบไหว้เจว็ด แต่เมื่อนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้มาเผยแผ่อิสลาม ชิริกก็ถูกขจัดไป และยืนยันไว้ว่า ฉันจะไม่กลัวจะเกิดชิริกขึ้นและชัยฏอนมันสิ้นหวัง
มุฮัมมัด บิน อับดุลวะฮาบ เป็นนักปฏิรูป ไม่ใช่เป็นนบี ดังนั้นนักปฏิรูปที่ไม่ใช่เป็นนบี ย่อมมีผิดมีถูก สิ่งใดที่มุฮัมมัด บิน อับดุลวะฮาบ ผิด เราก็ต้องยอมรับว่ามันผิด เพราะมุฮัมมัด บิน อับดุลวะฮาบ ไม่ใช่นบี จะไม่มีผิดเลยไม่ได้
ดังนั้นกรุณาอย่าเชิดชู มุฮัมมัด บิน อับดุลวะฮาบ มากกว่า (นบี)มุฮัมมัด บิน อับดิลลาฮ์ เพราะนบีบอกว่า ไม่กลัวว่าจะเกิดชีริกในในประชาชาติของฉัน และยังบอกอีกว่า ชัยฏอน มันสิ้นหวังที่จะทำบรรดามุสลิมีนทำชิริก(กราบไหว้มัน)ในคาบสมุทรอาหรับ ตรงนี้นบีได้บอกอย่างชัดเจน โดยไม่ต้องตีความเพื่อปกป้อง มุฮัมมัด บิน อับดุลวะฮาบ
ฉะนั้น ให้เราเชื่อว่า นบีได้ยืนยันว่า ไม่กลัวชีริกจะเกิดในประชาชาติของท่านและชัยฏอนมันสิ้นหวังให้เกิดชิริกในคาบสมุทรอาหรับ นี่คืออะกีดะฮ์ นี่คือคำสอนของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ส่วนประวัติวะฮาบที่เขียนขึ้นมาด้วยมือนั้น เอาทิ้งไปให้ไกล เพื่อจะได้ห่างไกลจากการปฏิเสธคำพูดของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม
แต่ฮะดีษนบีได้ยืนยันข้อเท็จจริงแล้วว่า ชัยฏอนมันสิ้นหวังที่จะทำให้เกิดชิริกในคาบสมุทอาหรับ แต่นบีได้ยืนยันว่า ชัยฏอนมันจะยุยงให้เกิดการทะเลาะเบาะแว้งและสงครามขึ้น ซึ่งประวัติศาสตร์ของวะฮาบีได้ยืนยันแล้วว่า มุฮัมมัด บิน อับดุลวะฮาบ ทำสงครามกับบรรดามุสลิมีน ทำการเผาเรือกสวนไร่นา ซึ่งตรงกับคำพูดของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้ยืนยันเอาไว้ ดังนั้นใครปฏิเสธนบี ก็ไปพิจารณาตนเองครับ หวั่นว่าอีหม่านมันจะสั่นคลอน วัลอิยาซุบิลลาฮ์
วัลลอฮุอะลัม
al-azhary:
--- อ้างจาก: สับสน ที่ พ.ย. 15, 2009, 01:29 AM ---" แท้จริงอัลลอฮฺ จะไม่ทรงอภัยโทษให้แก่การที่สิ่งหนึ่งจะถูกให้มีภาคี ขึ้นแก่พระองค์ และพระองค์ทรงอภัยให้แก่สิ่งอื่นจากนั้น สำหรับผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ และผู้ใดให้มีภาคีขึ้นแก่อัลลอฮฺแล้ว แน่นอนเขาก็ได้อุปโลกน์บาปกรรมอันใหญ่หลวงขึ้น" 4:48
อย่าลืมว่าท่านนบีดูอาให้ประชาชาติของท่านบ่อยมาก นั่นก็คือสัญลักษณ์อย่างหนึ่งที่บ่งบอกว่าท่านเป็นห่วง และอย่าลืมว่า ชีริกคือบาปใหญ่ในบรรดาบาปทั้งมวล แล้วท่านไม่ห่วงได้อย่างไรกัน!!!
--- End quote ---
ใช่น่ะว่า ท่านนบีได้ขอดุอาให้ประชาชาติของท่าน ซึ่งประชาชาติของท่านนั้น พูดครอบคลุมทั่วโลก ไม่ใช่เพียงแค่มักกะฮ์และมะดีนะฮ์เท่านั้น แต่นบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้พูดเฉพาะเจาะจงเป็นพิเศษถึงคาบสมุทรอาหรับ ว่าชัยฏอนมันสิ้นหวัง นบียืนยันว่าชัยฏอนมันสิ้นหวัง แต่วะฮาบีดันบ่งชี้ว่าชัยฏอนไม่สิ้นหวัง จึงทำให้เกิดชิริกในมักกะฮ์!
ดังนั้นหากคุณสับสนพูดถึงประชาชาติทั้งหมด ก็พูดไป แต่ที่วะฮาบีกล่าวหานั้น คือกล่าวหาเฉพาะว่าคาบสมุทรอาหรับ เช่น มักกะฮ์ มีชิริก แต่นบีบอกว่า ที่มักกะฮ์(คาบสมุทรอาหรับ)นั้น ไม่มีชิริก ชัยฏอนมันสิ้นหวัง หากเรากล่าวอ้างว่า ที่มักกะฮ์มีชิริก เท่ากับว่าเราไปกล่าวหาว่า นบีพูดโกหกโดยนัย วัลอิยาซุบิลลาฮ์!
นำร่อง
[0] ดัชนีข้อความ
[#] หน้าถัดไป
[*] หน้าที่แล้ว
Go to full version