เสวนาเชิงวิชาการ > สนทนาศาสนธรรม

สามารถละหมาดตามอีหม่ามที่เป็นวะฮะบีย์ได้หรือไม่

(1/15) > >>

Askar:
Tweet
เราสามารถละหมาดตามอีหม่ามที่เป็นวะฮะบีย์ เช่น ซุบฮี หรือเวลาอื่นได้รึปล่าวพี่น้อง

Beechern:

--- อ้างจาก: Askar ที่ ธ.ค. 04, 2010, 08:55 AM ---เราสามารถละหมาดตามอีหม่ามที่เป็นวะฮะบีย์ เช่น ซุบฮี หรือเวลาอื่นได้รึปล่าวพี่น้อง

--- End quote ---

ทำไมจะไม่ได้ .... ?!?

- ครูจริงใจ-:

--- อ้างจาก: salsabeela ที่ ธ.ค. 04, 2010, 11:44 AM ---ไม่ได้... ถามผู้รู้แล้ว เค้ามีคำอธิบายยาวมาก เราจำมาไม่หมด555

--- End quote ---

^
ไม่ได้ยังไง อยากรู้..
ขอเหตุผลหน่อยเน่อ

tatcha_jah ~♪:
โรงเรียนแถวบ้านเขามีคุตบะฮ์ทุกวันเสาร์
คนที่รู้จักเขาก็แนะนำให้ไปเรียน..ไปฟังเรื่องศาสนา...ไปอ่านกรุอ่าน
ดิฉันก็อยากไปนะค่ะ...อยากไปฟังคุตบะฮ์
แต่ติดที่ว่าโรงเรียนนี้เป็นวะฮะบีนะสิค่ะเลยลังเล

T_T

อยากไป...ลำบากใจจัง


*แก้กุตบะฮ์เป็นคุตบะฮ์  อิอิ

MD:

--- อ้างจาก: salsabeela ที่ ธ.ค. 04, 2010, 11:44 AM ---ไม่ได้... ถามผู้รู้แล้ว เค้ามีคำอธิบายยาวมาก เราจำมาไม่หมด555

--- End quote ---

นั่นซิอยากรู้เหมือนกัน ผู้รู้แบบไหนบอกหรอ ช่วยมาชี้แจงเหตุผลทีนะครับ
งั้นเอานี่ไปอ่านก่อนเผื่อจะเข้าใจ

  ؛
ตอบโดย อ.อาลี   เสือสมิง


นักวิชาการสังกัดมัซฮับอัชชาฟิอีย์ กล่าวว่า : การละหมาดตามหลังคนฟาซิกนั้นถือว่าใช้ได้ ไม่ใช่สิ่งต้องห้าม แต่เป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ (มักโระฮฺ) และเช่นกัน การละหมาดตามหลังผู้ประกอบอุตริกรรม (มุบตะดิอฺ) ซึ่งมิได้ตกศาสนา (กุฟร์) ด้วยการทำอุตริกรรมของตนนั้นเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ (มักโระฮฺ) และการละหมาดนั้นใช้ได้ (เซาะฮฺ) แต่ถ้าหากผู้ประกอบอุตริกรรมนั้นตกศาสนา (กุฟร์) ด้วยการทำอุตริกรรม (บิดอะฮฺ) ของตน  ก็ถือว่าการละหมาดตามบุคคลเช่นนี้ใช้ไม่ได้เหมือนกับผู้ปฏิเสธทั่วไป


และส่วนหนึ่งจากผู้ที่ตกศาสนา (กุฟร์) นั้นคือผู้ที่กล่าวว่าพระองค์อัลลอฮฺ (ซ.บ.) มีเรือนร่างเช่นมนุษย์อย่างชัดเจน และผู้ที่ปฏิเสธความรู้ของพระองค์อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ในส่วนที่เป็นรายละเอียด ส่วนพวกมุอฺตะซิละฮฺ (ที่กล่าวว่าอัลกุรอานเป็นมัคลู๊ก) นั้น ท่านอัลกอฟฟาลและนักวิชาการสังกัดมัซฮับอัชชาฟิอีย์จำนวนมากกล่าวว่า : อนุญาตให้ละหมาดตามพวกเขาได้ อิหม่ามอันนะวาวีย์ (ร.ฮ.) ระบุว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง และท่านอิหม่ามอัชชาฟิอีย์ (ร.ฎ.) ระบุว่า : ชาวสะลัฟและคอลัฟยังคงเห็นว่าให้ละหมาดตามหลังพวกมุอฺตะซิละฮฺและพวกที่เหมือนพวกเขาและมีการสมรสและรับมรดกตลอดจนการใช้หลักการทั่วไปกับพวกเขา (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมใน อัลมัจญ์มูอฺ ชัรฮุ้ลมุฮัซซับ ; อันนะวาวีย์ เล่มที่ 4 หน้า 150-151)


ส่วนการละหมาดตามหลังวะฮาบีย์นั้นถือว่าใช้ได้ (เซาะฮฺ) ลองคิดดูง่าย ๆ ว่า ถ้าการละหมาดตามหลังวะฮาบีย์ใช้ไม่ได้ คนที่ละหมาด ณ มัสญิดหะรอมทั้งสองแห่งจะเป็นเช่นไร? และนักเรียนไทยที่ไปศึกษาที่มหาวิทยาลัยอิสลามียะฮฺ นครม่าดีนะฮฺเป็นเวลาหลายปี ละหมาดของพวกเขาจะเป็นอย่างไร?



และวะฮาบีย์นั้นจริง ๆ แล้วคือผู้ที่สังกัดมัซฮับฮัมบะลีย์ และอะฮฺลุลหะดีษ ถือตามแนวทางของสะลัฟในเรื่องหลักความเชื่อ (อะกีดะฮฺ) พวกเขาเรียกตัวเองว่า “อัสสะละฟียะฮฺ” มิใช่ วะฮาบีย์ เพราะคำว่าวะฮาบีย์เป็นการใช้คำเรียกขานในแง่ลบและเป็นการโจมตีนั่นเอง! หากท่านอยากทราบถึงรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็ลองสอบถาม ดร.อับดุลลอฮฺ หนุ่มสุข ดู อินชาอัลลอฮฺท่านจะได้รับความกระจ่างว่า แท้ที่จริงแล้ววะฮาบีย์เป็นใครกันแน่!


والله أعلم بالصواب

อ้างอิงจาก http://www.alisuasaming.com/qa/index.php?topic=96.0

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

Go to full version