เสวนาเชิงวิชาการ > สนทนาศาสนธรรม

สามารถละหมาดตามอีหม่ามที่เป็นวะฮะบีย์ได้หรือไม่

<< < (14/15) > >>

MD:

--- อ้างจาก: Deeneeyah ที่ ธ.ค. 09, 2010, 07:12 AM ---
--- อ้างถึง --- .
--- End quote ---





ถ้าเรื่องฟิกฮฺ

มัซฮับฮะนะฟีย์ กับชาฟิอีย์ กำหนดเงื่อนไขในการละหมาดตามหลังคนที่ถือมัซฮับต่างกันว่า การละหมาดของอิหม่ามต้องใช้ได้ (เซาะฮฺ) ตามมัซฮับที่มะอฺมูมยึดถือ ฉะนั้นถ้าคนฮะนะฟีย์ละหมาดตามหลังคนชาฟิอีย์ที่มีเลือดไหลแล้วไม่อาบน้ำ ละหมาดใหม่หลังจากเลือดออก หรือคนชาฟิอีย์ละหมาดตามหลังคนฮะนะฟีย์ที่กระทบผู้หญิงมา เป็นต้น ก็ถือว่าละหมาดของมะอฺมูมใช้ไม่ได้ เป็นโมฆะ (บาฏิละฮฺ) เพราะมะอฺมูมเห็นว่าการละหมาดของอิหม่ามนั้นเป็นโมฆะ ฝ่ายฮะนะฟีย์เพิ่มเติมว่าการละหมาดตามหลังคนชาฟิอีย์นั้นเป็นมักรูฮฺ (อัดดุรฺมุคต๊าร 1/526)


ฝ่ายชาฟิอียะฮฺกล่าวว่า : ที่ดีที่สุด (อัฟฎ้อล) คือละหมาดตามหลังอิหม่ามที่เป็นคนชาฟิอีย์ ไม่ควรเป็นคนฮะนะฟีย์หรือคนในมัซฮับอื่น ๆ จากบุคคลที่ไม่เชื่อว่ารุก่นบางข้อหรือเงื่อนไขบางข้อเป็นวาญิบ ถึงแม้ว่าจะรู้แน่ชัดว่าผู้เป็นอิหม่ามต่างมัซฮับนั้นได้กระทำรุ่ก่นหรือ เงื่อนไขดังกล่าวก็ตาม เพราะทั้ง ๆ ที่ผู้เป็นอิหม่ามได้กระทำสิ่งดังกล่าว ทว่าเขาผู้นั้นก็ไม่เชื่อว่ารุ่ก่นบางข้อเป็นวาญิบ (อัลฮัฎร่อมี่ยะฮฺ หน้า 64)


ดังนั้นหากถือตามทัศนะที่ว่ามานี้ การละหมาดของคนชาฟิอีย์ตามหลังอิหม่ามที่ไม่อ่านบิสมิลละฮฺก่อนอ่านซูเราะ ฮฺอัลฟาติฮะฮฺก็ย่อมใช้ไม่ได้ เพราะคนชาฟิอีย์ถือว่าการอ่านฟาติฮะฮฺเป็นรุ่ก่น และบิสมิลลาฮฺเป็นอายะฮฺหนึ่งจากซูเราะฮฺอัลฟาติฮะฮฺ เมื่ออิหม่ามไม่อ่านบิสมิลลาฮฺ การละหมาดของอิหม่ามก็ย่อมใช้ไม่ได้ในทัศนะของมะอฺมูมที่เป็นคนชาฟิอีย์


ส่วนมัซฮับมาลิกีย์และฮัมบะลีย์ กล่าวว่า : สิ่งใดที่เป็นเงื่อนไขในการละหมาดใช้ได้ ก็ให้พิจารณาในเรื่องนั้นตามมัซฮับของอิหม่ามเท่านั้น ส่วนกรณีที่สิ่งนั้นเป็นเงื่อนไขในการปฏิบัติตาม (อิกฺติดาอฺ) ที่ใช้ได้ ก็ให้พิจารณาในเรื่องนั้นตามมัซฮับของมะอฺมูม (อัชชัรฮุซซ่อฆีร 1/444, อัลมุฆนีย์ 2/190, กัชชาฟุ้ลกินาอฺ 1/557-563)



อย่างไรก็ตามเรื่องการละหมาดตามหลังอิหม่ามที่ถือคนละมัซฮับเป็นเรื่อง ของทัศนะที่ก่อให้เกิดความแตกแยกกันในเรื่องการทำอิบาดะฮฺของคนที่ถือมัซฮับต่างกัน คนชาฟิอีย์ก็ไม่ตามคนฮะนะฟีย์ คนฮะนะฟีย์ก็ไม่ตามคนชาฟิอีย์จนบางครั้งต้องแยกมัสยิดกันละหมาดหรือในมัสยิด เดียวกัน ปรากฏว่ามีเมียะฮฺรอบและมิมบัรของแต่ละมัซฮับที่ต่างก็ละหมาดของใครของมัน ทั้ง ๆ ที่ทั้งหมดต่างก็เป็นมุสลิมที่ยึดถือตามแนวทางของอะฮฺลิซซุนนะฮฺ วัลญะมาอะฮฺเหมือนกัน ชะรอยทัศนะที่แบ่งแยกกันเช่นนี้เป็นผลมาจากการนิยมคลั่งไคล้ (ตะอัซซุบ) ในมัซฮับของตนที่เกินเลยและทำลายเอกภาพของประชาคมมุสลิมโดยรวม


นักวิชาการร่วมสมัย เช่น ดร.วะฮฺบะฮฺ อัซซุฮัยลีย์ จึงให้น้ำหนักกับการยึดถือตามแนวมัซฮับมาลิกีย์และฮัมบะลีย์ในส่วนแรก คือ ให้พิจารณาตามมัซฮับของอิหม่ามเท่านั้นเพราะเป็นสิ่งที่สมเหตุสมผลเป็นที่ สุด ดังนั้นการละหมาดตามหลังคนที่มีความเห็นแตกต่างกันในเรื่องข้อปลีกย่อยตาม มัซฮับจึงถือว่าใช้ได้ ไม่มักรูฮฺแต่อย่างใด



กล่าวคือ ให้พิจารณาตามมัซฮับของผู้เป็นอิหม่ามนำละหมาด ดังกรณีการไม่อ่านบิสมิลลาฮฺของอิหม่าม เมื่ออิหม่ามถือว่าใช้ได้ก็ย่อมใช้ได้ในการละหมาดตามหลังอิหม่ามคนดังกล่าว ถึงแม้ว่ามะอฺมูมจะถือว่า การละหมาดของอิหม่ามใช้ไม่ได้ตามมัซฮับของตนก็ตาม ทั้งนี้เพราะบรรดาซอฮาบะฮฺ บรรดาตาบิอีนและคนรุ่นหลังจากพวกท่านเหล่านั้นต่างก็ยังคงละหมาดตามหลังซึ่ง กันและกัน ทั้งที่มีความเห็นต่างกันในเรื่องข้อปลีกย่อย ซึ่งสิ่งดังกล่าวถือเป็นอิจญ์มาอฺและจะทำให้ความนิยมคลั่งไคล้ในมัซฮับสิ้น สุดลง (อัลฟิกฮุ้ลอิสลามีย์ ว่า อะดิลละตุฮู : ดร.วะฮฺบะฮฺ อัซซุฮัยลี่ย์ : เล่มที่ 2 หน้า 181)



ชัยคุ้ลอิสลาม อิบนุ ตัยมียะฮฺ (ร.ฮ.) กล่าวว่า : บรรดามุสลิมต่างก็เห็นพ้องกันว่าอนุญาตให้ละหมาดตามหลังซึ่งกันและกันได้ เหมือนอย่างที่บรรดาซอฮาบะฮฺ บรรดาตาบิอีน และชนรุ่นหลังจากอิหม่ามทั้ง 4 ต่างก็ละหมาดตามหลังซึ่งกันและกัน ผู้ใดปฏิเสธสิ่งดังกล่าว ผู้นั้นเป็นพวกอุตริกรรม หลงผิดและค้านกับกิตาบุลลอฮฺ, ซุนนะฮฺ และอิจญ์มาอฺของชาวมุสลิม


และแท้จริงในหมู่ซอฮาบะฮฺและชนรุ่นตาบิอีนตลอดจนกลุ่มชนรุ่นหลังพวกเขา มีคนที่อ่านบิสมิลลาฮฺ บางคนก็ไม่อ่านบิสมิลลาฮฺ ทั้ง ๆ อย่างนี้ พวกเขาก็ละหมาดตามหลังซึ่งกันและกัน เหมือนอย่างที่ อบูฮะนีฟะฮฺ (ร.ฮ.) และสานุศิษย์ของเขาและอัชชาฟิอีย์ (ร.ฮ.) และบุคคลอื่น ๆ ต่างก็เคยละหมาดตามหลังบรรดาอิหม่ามของชาวมะดีนะฮฺที่มาจากกลุ่มมาลิกียะฮฺ ถึงแม้ว่าบรรดาอิหม่ามเหล่านั้นจะไม่อ่านบิสมิลลาฮฺเลยไม่ว่าค่อยหรือดังก็ ตาม” (อ้างจากอัซเซาะฮฺวะฮฺ, อัลอิสลามียะฮฺ บัยนัลญุฮูด วัตตะฏ็อรฺรุฟ ; ดร.ยูซุฟ อัลกอรฎอวีย์ หน้า 174)



หากเข้าใจตามนี้ ก็จะไม่มีปัญหาข้อข้องใจใด ๆ ในการละหมาดตามหลังอิหม่ามที่ไม่อ่านบิสมิลลาฮฺหรืออิหม่ามที่เชื่อว่าการกระทบผู้หญิงไม่เสียน้ำละหมาด ฯลฯ และกรณีที่ตอบนี้ก็คงเพียงพอแล้วสำหรับรายละเอียดที่คุณถามมาทุกข้อ และเป็นทางออกที่ดีที่สุด ถึงแม้ว่าจะไม่ตรงตามมัซฮับอัชชาฟิอีย์ก็ตาม เพราะถ้าถือตามทัศนะในมัซฮับอัชชาฟิอีย์ในเรื่องนี้ ก็จะมีปัญหาตามมาอย่างที่รู้กัน



والله أعلم


ที่มา - เว็บไซต์ อ.อาลี เสือสมิง



--- End quote ---

ถ้าทุกคนเข้าใจตามนี้มุสลิมก็คงไม่ต้องแตกแยกกัน หรือไม่ต้องแยกสุหร่ากันอีก มัซฮับมีไว้ให้ตามไม่ได้ให้คลั่งใคล้ตาม รักกันไว้เถิดเราเกิดมามีพระเจ้า มีอัลกุรอาน มีศาสดาเดียวกัน อย่าทะเลาะกันเลย อย่าแบ่งแยกกันเลย อายซีแยเค้าหน่ะ

ผิดพลาดประการใดขอมาอัฟด้วยนะครับ

As-Zaleek:

--- อ้างจาก: Deeneeyah ที่ ธ.ค. 09, 2010, 07:12 AM ---มัซฮับฮะนะฟีย์ กับชาฟิอีย์ กำหนดเงื่อนไขในการละหมาดตามหลังคนที่ถือมัซฮับต่างกันว่า การละหมาดของอิหม่ามต้องใช้ได้ (เซาะฮฺ) ตามมัซฮับที่มะอฺมูมยึดถือ ฉะนั้นถ้าคนฮะนะฟีย์ละหมาดตามหลังคนชาฟิอีย์ที่มีเลือดไหลแล้วไม่อาบน้ำ ละหมาดใหม่หลังจากเลือดออก หรือคนชาฟิอีย์ละหมาดตามหลังคนฮะนะฟีย์ที่กระทบผู้หญิงมา เป็นต้น ก็ถือว่าละหมาดของมะอฺมูมใช้ไม่ได้ เป็นโมฆะ (บาฏิละฮฺ) เพราะมะอฺมูมเห็นว่าการละหมาดของอิหม่ามนั้นเป็นโมฆะ ฝ่ายฮะนะฟีย์เพิ่มเติมว่าการละหมาดตามหลังคนชาฟิอีย์นั้นเป็นมักรูฮฺ (อัดดุรฺมุคต๊าร 1/526)


ฝ่ายชาฟิอียะฮฺกล่าวว่า : ที่ดีที่สุด (อัฟฎ้อล) คือละหมาดตามหลังอิหม่ามที่เป็นคนชาฟิอีย์ ไม่ควรเป็นคนฮะนะฟีย์หรือคนในมัซฮับอื่น ๆ จากบุคคลที่ไม่เชื่อว่ารุก่นบางข้อหรือเงื่อนไขบางข้อเป็นวาญิบ ถึงแม้ว่าจะรู้แน่ชัดว่าผู้เป็นอิหม่ามต่างมัซฮับนั้นได้กระทำรุ่ก่นหรือ เงื่อนไขดังกล่าวก็ตาม เพราะทั้ง ๆ ที่ผู้เป็นอิหม่ามได้กระทำสิ่งดังกล่าว ทว่าเขาผู้นั้นก็ไม่เชื่อว่ารุ่ก่นบางข้อเป็นวาญิบ (อัลฮัฎร่อมี่ยะฮฺ หน้า 64)


ดังนั้นหากถือตามทัศนะที่ว่ามานี้ การละหมาดของคนชาฟิอีย์ตามหลังอิหม่ามที่ไม่อ่านบิสมิลละฮฺก่อนอ่านซูเราะ ฮฺอัลฟาติฮะฮฺก็ย่อมใช้ไม่ได้ เพราะคนชาฟิอีย์ถือว่าการอ่านฟาติฮะฮฺเป็นรุ่ก่น และบิสมิลลาฮฺเป็นอายะฮฺหนึ่งจากซูเราะฮฺอัลฟาติฮะฮฺ เมื่ออิหม่ามไม่อ่านบิสมิลลาฮฺ การละหมาดของอิหม่ามก็ย่อมใช้ไม่ได้ในทัศนะของมะอฺมูมที่เป็นคนชาฟิอีย์

--- End quote ---

เราลองค้นคว้าจาำกตำราปราชญ์มัซฮับชาฟิอีย์หลายๆ เล่ม  เผื่อจะได้กระจ่างยิ่งขึ้นจากสิ่งที่ อ.อะลี ได้นำเสนอคร้าบ....

DekTani:
อืม บางที น้อง ilham และ มุฮิบบะห์ อาาจะต้องเสียเงินหลักแสน ไปทำฮัจย์ ที่เมกกะ แล้วไปละหมาดคนเดียว หรือไม่ก็ ละหมาดกับกลุ่มมัซฮับฟิกฮ ชาฟีอีย อากีดะหฺอาชาอีเราะห  เพราะเชื่อว่า หรืออาจจะเชื่อว่ามักโกรห์บ้าง  ขยะแขยงบ้าง ไม่ละหมาดตามวะฮาบียฺ ที่มัสยิด ฮารอม  คิดแล้วเหนือย ......

ILHAM:

--- อ้างจาก: DekTani ที่ ธ.ค. 09, 2010, 10:41 PM ---อืม บางที น้อง ilham และ มุฮิบบะห์ อาาจะต้องเสียเงินหลักแสน ไปทำฮัจย์ ที่เมกกะ แล้วไปละหมาดคนเดียว หรือไม่ก็ ละหมาดกับกลุ่มมัซฮับฟิกฮ ชาฟีอีย อากีดะหฺอาชาอีเราะห  เพราะเชื่อว่า หรืออาจจะเชื่อว่ามักโกรห์บ้าง  ขยะแขยงบ้าง ไม่ละหมาดตามวะฮาบียฺ ที่มัสยิด ฮารอม  คิดแล้วเหนือย ......


--- End quote ---

ให้มูฮิบบัฮเป็นอีแมแล้วกันเนอะ

HerOoeS:
บังขอเป็นมะมูม อีกคน ไปปีไหน บอกด้วย

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว

Go to full version