ونرى الصلاة خلف كل بر وفاجر من أهل القبلة ونصلي على من مات منهم . ولا ننزل أحدا منهم جنة ولا نارا . ولا نشهد عليهم بكفر ولا بشرك ولا بنفاق ما لم يظهر منهم شيء من ذلك. ونذر سرائرهم إلى الله تعالى. ولا نرى السيف على أحد من أمة محمد صلى الله عليه وسلم إلا من وجب عليه السيف .
อ้างอิง -
http://www.sunnahstudents.com/forum/index.php/topic,6338.msg85033.html#msg85033ถ้าเรื่องฟิกฮฺมัซฮับฮะนะฟีย์ กับชาฟิอีย์ กำหนดเงื่อนไขในการละหมาดตามหลังคนที่ถือมัซฮับต่างกันว่า การละหมาดของอิหม่ามต้องใช้ได้ (เซาะฮฺ) ตามมัซฮับที่มะอฺมูมยึดถือ ฉะนั้นถ้าคนฮะนะฟีย์ละหมาดตามหลังคนชาฟิอีย์ที่มีเลือดไหลแล้วไม่อาบน้ำ ละหมาดใหม่หลังจากเลือดออก หรือคนชาฟิอีย์ละหมาดตามหลังคนฮะนะฟีย์ที่กระทบผู้หญิงมา เป็นต้น ก็ถือว่าละหมาดของมะอฺมูมใช้ไม่ได้ เป็นโมฆะ (บาฏิละฮฺ) เพราะมะอฺมูมเห็นว่าการละหมาดของอิหม่ามนั้นเป็นโมฆะ ฝ่ายฮะนะฟีย์เพิ่มเติมว่าการละหมาดตามหลังคนชาฟิอีย์นั้นเป็นมักรูฮฺ (อัดดุรฺมุคต๊าร 1/526)
ฝ่ายชาฟิอียะฮฺกล่าวว่า : ที่ดีที่สุด (อัฟฎ้อล) คือละหมาดตามหลังอิหม่ามที่เป็นคนชาฟิอีย์ ไม่ควรเป็นคนฮะนะฟีย์หรือคนในมัซฮับอื่น ๆ จากบุคคลที่ไม่เชื่อว่ารุก่นบางข้อหรือเงื่อนไขบางข้อเป็นวาญิบ ถึงแม้ว่าจะรู้แน่ชัดว่าผู้เป็นอิหม่ามต่างมัซฮับนั้นได้กระทำรุ่ก่นหรือ เงื่อนไขดังกล่าวก็ตาม เพราะทั้ง ๆ ที่ผู้เป็นอิหม่ามได้กระทำสิ่งดังกล่าว ทว่าเขาผู้นั้นก็ไม่เชื่อว่ารุ่ก่นบางข้อเป็นวาญิบ (อัลฮัฎร่อมี่ยะฮฺ หน้า 64)
ดังนั้นหากถือตามทัศนะที่ว่ามานี้ การละหมาดของคนชาฟิอีย์ตามหลังอิหม่ามที่ไม่อ่านบิสมิลละฮฺก่อนอ่านซูเราะ ฮฺอัลฟาติฮะฮฺก็ย่อมใช้ไม่ได้ เพราะคนชาฟิอีย์ถือว่าการอ่านฟาติฮะฮฺเป็นรุ่ก่น และบิสมิลลาฮฺเป็นอายะฮฺหนึ่งจากซูเราะฮฺอัลฟาติฮะฮฺ เมื่ออิหม่ามไม่อ่านบิสมิลลาฮฺ การละหมาดของอิหม่ามก็ย่อมใช้ไม่ได้ในทัศนะของมะอฺมูมที่เป็นคนชาฟิอีย์
ส่วนมัซฮับมาลิกีย์และฮัมบะลีย์ กล่าวว่า : สิ่งใดที่เป็นเงื่อนไขในการละหมาดใช้ได้ ก็ให้พิจารณาในเรื่องนั้นตามมัซฮับของอิหม่ามเท่านั้น ส่วนกรณีที่สิ่งนั้นเป็นเงื่อนไขในการปฏิบัติตาม (อิกฺติดาอฺ) ที่ใช้ได้ ก็ให้พิจารณาในเรื่องนั้นตามมัซฮับของมะอฺมูม (อัชชัรฮุซซ่อฆีร 1/444, อัลมุฆนีย์ 2/190, กัชชาฟุ้ลกินาอฺ 1/557-563)
อย่างไรก็ตามเรื่องการละหมาดตามหลังอิหม่ามที่ถือคนละมัซฮับเป็นเรื่อง ของทัศนะที่ก่อให้เกิดความแตกแยกกันในเรื่องการทำอิบาดะฮฺของคนที่ถือมัซฮับต่างกัน คนชาฟิอีย์ก็ไม่ตามคนฮะนะฟีย์ คนฮะนะฟีย์ก็ไม่ตามคนชาฟิอีย์จนบางครั้งต้องแยกมัสยิดกันละหมาดหรือในมัสยิด เดียวกัน ปรากฏว่ามีเมียะฮฺรอบและมิมบัรของแต่ละมัซฮับที่ต่างก็ละหมาดของใครของมัน ทั้ง ๆ ที่ทั้งหมดต่างก็เป็นมุสลิมที่ยึดถือตามแนวทางของอะฮฺลิซซุนนะฮฺ วัลญะมาอะฮฺเหมือนกัน ชะรอยทัศนะที่แบ่งแยกกันเช่นนี้เป็นผลมาจากการนิยมคลั่งไคล้ (ตะอัซซุบ) ในมัซฮับของตนที่เกินเลยและทำลายเอกภาพของประชาคมมุสลิมโดยรวมนักวิชาการร่วมสมัย เช่น ดร.วะฮฺบะฮฺ อัซซุฮัยลีย์ จึงให้น้ำหนักกับการยึดถือตามแนวมัซฮับมาลิกีย์และฮัมบะลีย์ในส่วนแรก คือ ให้พิจารณาตามมัซฮับของอิหม่ามเท่านั้นเพราะเป็นสิ่งที่สมเหตุสมผลเป็นที่ สุด ดังนั้นการละหมาดตามหลังคนที่มีความเห็นแตกต่างกันในเรื่องข้อปลีกย่อยตาม มัซฮับจึงถือว่าใช้ได้ ไม่มักรูฮฺแต่อย่างใด
กล่าวคือ ให้พิจารณาตามมัซฮับของผู้เป็นอิหม่ามนำละหมาด ดังกรณีการไม่อ่านบิสมิลลาฮฺของอิหม่าม เมื่ออิหม่ามถือว่าใช้ได้ก็ย่อมใช้ได้ในการละหมาดตามหลังอิหม่ามคนดังกล่าว ถึงแม้ว่ามะอฺมูมจะถือว่า การละหมาดของอิหม่ามใช้ไม่ได้ตามมัซฮับของตนก็ตาม ทั้งนี้เพราะบรรดาซอฮาบะฮฺ บรรดาตาบิอีนและคนรุ่นหลังจากพวกท่านเหล่านั้นต่างก็ยังคงละหมาดตามหลังซึ่ง กันและกัน ทั้งที่มีความเห็นต่างกันในเรื่องข้อปลีกย่อย ซึ่งสิ่งดังกล่าวถือเป็นอิจญ์มาอฺและจะทำให้ความนิยมคลั่งไคล้ในมัซฮับสิ้น สุดลง (อัลฟิกฮุ้ลอิสลามีย์ ว่า อะดิลละตุฮู : ดร.วะฮฺบะฮฺ อัซซุฮัยลี่ย์ : เล่มที่ 2 หน้า 181)
ชัยคุ้ลอิสลาม อิบนุ ตัยมียะฮฺ (ร.ฮ.) กล่าวว่า : บรรดามุสลิมต่างก็เห็นพ้องกันว่าอนุญาตให้ละหมาดตามหลังซึ่งกันและกันได้ เหมือนอย่างที่บรรดาซอฮาบะฮฺ บรรดาตาบิอีน และชนรุ่นหลังจากอิหม่ามทั้ง 4 ต่างก็ละหมาดตามหลังซึ่งกันและกัน ผู้ใดปฏิเสธสิ่งดังกล่าว ผู้นั้นเป็นพวกอุตริกรรม หลงผิดและค้านกับกิตาบุลลอฮฺ, ซุนนะฮฺ และอิจญ์มาอฺของชาวมุสลิม
และแท้จริงในหมู่ซอฮาบะฮฺและชนรุ่นตาบิอีนตลอดจนกลุ่มชนรุ่นหลังพวกเขา มีคนที่อ่านบิสมิลลาฮฺ บางคนก็ไม่อ่านบิสมิลลาฮฺ ทั้ง ๆ อย่างนี้ พวกเขาก็ละหมาดตามหลังซึ่งกันและกัน เหมือนอย่างที่ อบูฮะนีฟะฮฺ (ร.ฮ.) และสานุศิษย์ของเขาและอัชชาฟิอีย์ (ร.ฮ.) และบุคคลอื่น ๆ ต่างก็เคยละหมาดตามหลังบรรดาอิหม่ามของชาวมะดีนะฮฺที่มาจากกลุ่มมาลิกียะฮฺ ถึงแม้ว่าบรรดาอิหม่ามเหล่านั้นจะไม่อ่านบิสมิลลาฮฺเลยไม่ว่าค่อยหรือดังก็ ตาม” (อ้างจากอัซเซาะฮฺวะฮฺ, อัลอิสลามียะฮฺ บัยนัลญุฮูด วัตตะฏ็อรฺรุฟ ; ดร.ยูซุฟ อัลกอรฎอวีย์ หน้า 174)
หากเข้าใจตามนี้ ก็จะไม่มีปัญหาข้อข้องใจใด ๆ ในการละหมาดตามหลังอิหม่ามที่ไม่อ่านบิสมิลลาฮฺหรืออิหม่ามที่เชื่อว่าการกระทบผู้หญิงไม่เสียน้ำละหมาด ฯลฯ และกรณีที่ตอบนี้ก็คงเพียงพอแล้วสำหรับรายละเอียดที่คุณถามมาทุกข้อ และเป็นทางออกที่ดีที่สุด ถึงแม้ว่าจะไม่ตรงตามมัซฮับอัชชาฟิอีย์ก็ตาม เพราะถ้าถือตามทัศนะในมัซฮับอัชชาฟิอีย์ในเรื่องนี้ ก็จะมีปัญหาตามมาอย่างที่รู้กัน
والله أعلم
ที่มา - เว็บไซต์ อ.อาลี เสือสมิง