เสวนาเชิงวิชาการ > สนทนาศาสนธรรม

ควรตอบเขาอย่างไรดี

<< < (2/3) > >>

taufik:
ผมรู้แต่เพียงว่า เวลาเราจะตอบคำถามเกี่ยวกับศาสนาแก่คนที่ไม่ใช่มุสลิมหรือมุอัลลัฟแรกเข้าเนี่ย
จะต้องให้คำตอบที่สนับด้วยหลักฐานทั้งนักลีและอักลีมิฉะนั้นเขาคงอาจจะเข้าใจยาก และคำตอบที่พูดออกไปนั้นจะต้องให้ง่ายที่สุดแก่การเข้าใจของเขา

almuminoon:

--- อ้างจาก: taufik ที่ ธ.ค. 10, 2010, 06:22 PM --- :salam:

เพื่่อนมุอัลัลฟได้ถามผมว่า่ ทำไมพระเจ้าไม่สร้างมนุษย์ให้มีศาสนา(อิสลาม)เดียวกันทั้งหมด?
และเขาถามผมว่า แล้วศาสนาอื่นจากถูกสอบสวนในหน้าที่การงานบนโลกดุนยาเหมือนกับมุสลิมไหมในกุโบร์

ช่วยผมคิดคำตอบดีๆด้วยคับ

ญาซากัลเลาะฮฺ

--- End quote ---


อัสลามุอาลัยกุม  วาเราะมาตุลลอฮ

กับคำถามที่ว่า
 ทำไมพระเจ้าไม่สร้างมนุษย์ให้มีศาสนา(อิสลาม)เดียวกันทั้งหมด?

คำตอบ
1.ก็เพราะพระเจ้าได้ให้เป็นที่ทดสอบสำหรับบรรดามนุษย์ผู้ที่ใช้สติปัญญาในการคิดใคร่ครวญ เลือกว่า

ศาสนาใด คือศาสนาที่เที่ยงแท้ โดยไม่มีการบังคับในการนับถือและศรัทธา

โดยพระองค์ทรงสร้าง นรกและสวรรค์ พร้อมไปถึงการสร้างชั้นฟ้าและแผ่นดิน เพื่อให้เป็นสนามทดสอบของมนุษย์ ในการที่จะให้มนุษย์นั้น ใช้สติปัญญาในการเลือกที่จะนับถือ และศรัทธาในศาสนาที่เที่ยงแท้

 โดยพระองค์ทรงส่งร่อซูลของพระองค์เพื่อเผยแผ่แนวทางที่ถูกต้องให้มนุษย์นั้นได้รับรู้และศรัทธา

ดั่งที่พระองค์ทรงตรัสไว้ในซูเราะห์ อัลฟัตฮฺ (Al-fat-h)  อายะฮที่ 28 ซึ่งมีใจความว่า
28. พระองค์คือผู้ทรงส่งร่อซูลของพระองค์พร้อมด้วยแนวทางที่ถูกต้องและศาสนาแห่งสัจธรรมเพื่อพระองค์จะทรงให้ศาสนา (ของพระองค์) นั้นประจักษ์แจ้งเหนือศาสนาอื่นทั้งมวล และพอเพียงแล้วที่อัลลอฮฺทรงเป็นพยาน (*1*)  

(1)  พระองค์ได้ส่งมุฮัมมัดมาเป็นร่อซูลเพื่อเผยแผ่แนวทางที่ถูกต้อง และศาสนาที่เที่ยงแท้สัจธรรมคือศาสนาอิสลาม เพื่อให้เป็นที่ประจักษ์เด่นชัดเหนือศาสนาอื่น ๆ แม้กระทั่งบทบัญญัติต่าง ๆ ที่มาจากฟากฟ้า เช่น เตารอฮฺ และอินญีล และเป็นการพอเพียงแล้วที่อัลลอฮฺทรงเป็นพยานให้ว่ามุฮัมมัดเป็นร่อซูลของพระองค์
และดั่งที่พระองค์ทรงตรัสไว้ใน ซูเราะฮฺ อัศศ็อฟ (As-Saff)  อายะฮที่ ๙ ซึ่งมีใจความว่า
9. พระองค์คือผู้ทรงส่งร่อซูลของพระองค์ด้วยการชี้นำทางและศาสนาแห่งสัจธรรมเพื่อพระองค์จะทรงให้ศาสนาอิสลามอยู่เหนือศาสนาทั้งมวล ถึงแม้พวกตั้งภาคีจะเกลียดชังก็ตาม (*1*)  
(1)  ชี้นำทางที่ถูกต้องแห่งมนุษยชาติและศาสนาอิสลาม เพื่อให้ศาสนาของพระองค์อยู่เหนือศาสนาอื่น ๆ และคงเหลืออยู่ศาสนาเดียว ถึงแม้การช่วยเหลือของพระองค์นี้จะเป็นเกลียดชังแก่พวกมุชรีกีนก็ตาม  
  http://www.alquran-thai.com/Showsurah.asp?SurahNo=48&AyahNo=28


ดั่งที่กล่าวมานั้น

    เมื่อพระเจ้า ได้ทรงสร้างนรกและสวรรค์ พร้อมไปถึงการสร้างชั้นฟ้าและแผ่นดิน เพื่อให้เป็นสนามทดสอบของมนุษย์ ในการที่จะให้มนุษย์นั้น ใช้สติปัญญาในการเลือกกากบาทไปว่า อย่างไหนทำแล้ว จะได้ผลบุญ อย่างไหนทำแล้ว จะได้ผลบาป และอย่างไหน ทำไปแล้ว จะนำไปสู่นรกและสวรรค์
ก็ไม่มีเหตุผลอันใด หากการสร้างนรกและสวรรค์ของพระองค์นั้น พระองค์จะทรงให้อิสลามมีแค่ศาสนาเดียว และทุกคนที่มีอิสลามนั้น จะได้เข้าสวรรค์ของพระองค์ โดยที่ไม่มีมนุษย์คนไหน จะเข้านรกของพระองค์เลย
  
มันจะมีเหตุผลใดไหม ??

หากการสร้างนรกแล้ว แต่ไม่มีมนุษย์ที่ไม่ใช้สติปัญญาคนไหน จะไม่ได้พำนักอยู่ในนั้นเลย


(เหมือนดั่งที่ เราๆได้เข้าไปเรียนในโรงเรียน ศึกษาในมหาวิทยาลัย แล้วก็ศึกษาเรียน ตามหลักสูตรของโรงเรียนหรือมหาลัยนั้นๆได้กำหนดไว้ว่า จะต้องลงสนามสอบ เพื่อทำเท่านั้นเท่านี้ถึงจะได้ปริญญา หากทำแค่นี้ก็ไม่ได้ปริญญา ไม่จบตามหลักสูตรที่ถูกวางไว้

ซึ่งหาก โรงเรียน หรือมหาวิทยาลัย ได้กำหนดว่า ทุกคนจะได้ปริญญาแน่นอน ทุกคนจะได้จบไปแน่นอน มันจะมีเหตุผลอันใดไหม หากจะต้องบรรจุหลักสูตร และวิธีการเรียนการสอน หรือให้เรานั้นได้ใช้สติปัญญาคิด ทุ่มเท เสียสละ และตระหนัก ขยันด้วยว่าจะต้องเรียนให้ได้เท่านั้น เท่านี้ถึงจะจบ หากทำเท่านั้น เท่านี้ก็ไม่ได้ปริญญา ไม่จบตามหลักสูตรที่ถูกวางไว้

มันจะมีเหตุผลอันใดหรือครับ ???  

หากการบรรจุหลักสูตร ว่าจะได้ปริญญา หรือไม่ได้ปริญญา จะต้องทำให้ได้เท่านั้น เท่านี้ แต่สุดท้ายแล้ว ทุกคนก็จบไป ทุกคนก็ได้รับปริญญากันหมด โดยปล่อยผ่านให้คนที่ขี้เกียจ ไม่เข้าเรียน ไม่ใช่ความคิดนั้นก็ได้ปริญญากับเค้าไปด้วย
------------------------


2.การที่พระองค์ทรงให้อิสลาม ไม่ใช่ศาสนาเดียวในโลก ก็เพราะอัลลอฮได้ทรงสร้างมนุษย์ให้เป็นเพศชาย และเพศหญิง และได้ให้แยกเป็นเผ่า และตระกูลเพื่อจะได้รู้จักกัน เพื่อให้มีการรู้จักกันปรึกษาหารือกัน และร่วมมือกันทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม


ดั่งที่พระองค์ทรงตรัสไว้ในซูเราะห์ อัลหุญร๊อต (Al-Hujurat) อายะฮที่ 13 ซึ่งมีใจความว่า โอ้มนุษยชาติทั้งหลาย แท้จริงเราได้สร้างพวกเจ้าจากเพศชาย และเพศหญิง (*1*) และเราได้ให้พวกเจ้าแยกเป็นเผ่า และตระกูลเพื่อจะได้รู้จักกัน (*2*) แท้จริงผู้ที่มีเกียรติยิ่งในหมู่พวกเจ้า ณ ที่อัลลอฮ.นั้น คือผู้ที่มีความยำเกรงยิ่งในหมู่พวกเจ้า (*3*) แท้จริงอัลลอฮ.นั้นเป็นผู้ทรงรอบรู้อย่างละเอียดถี่ถ้วน

(1)  คือได้สร้างมาจากต้นกำเนิดเดียวกันคืออาดัมและเฮาวาอ.
(2)  ความแตกต่างระหว่างเผ่า ตระกูล และประชาชาติ หรือความแตกต่างทางภาษาคำพูด ผิวพรรณ ขนบธรรมเนียมประเพณีมิได้เป็นสาเหตุให้มีการแตกแยกเป็นศัตรูกัน แต่เพื่อให้มีการรู้จักกันปรึกษาหารือกันและร่วมมือกันทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม
(3)  คุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์นั้น อัลลอฮ.เป็นผู้ทรงกำเนิดนั่นก็คือผู้ที่มีเกียรติที่สุด ณ อัลลอฮ.คือผู้ที่มีความยำเกรงพระองค์มากที่สุด ผู้ที่รักษาขอบเขตและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์
http://www.alquran-thai.com/Showsurah.asp?SurahNo=49&AyahNo=13


วัลลอฮฮุอะลัม

วัสลามุอาลัยกุม วาเราะมาตุลลอฮ

almuminoon:
ต่อคำถามที่ว่า

ศาสนาอื่นจากถูกสอบสวนในหน้าที่การงานบนโลกดุนยาเหมือนกับมุสลิมไหมในกุโบร์

หรือคำุถามที่ว่าผู้ที่ไม่เป็นมุสลิม ตายไปแล้ว ตกนรกหรือขึ้นสวรรค์

ตอบ :  ผู้ที่ มิใช่มุสลิม  แบ่งออกเป็นสองกรณีดังนี้

          1. ผู้ที่หลักฐาน สัจธรรม ของอิสลาม ไปถึงเขาผู้นั้นอย่างครบถ้วน และเขาก็ยังจะปฏิเสธ คนผู้นี้ ที่อยู่ของเขาก็คือนรก


2. ซูเราะฮฺ อัล-บะเกาะเราะฮฺ (Al-Baqarah)


39. และบรรดาผู้ที่ปฏิเสธศรัทธา และไม่เชื่อบรรดาโองการของเรานั้น ชนเหล่านี้คือชาวนรก โดยที่พวกเขาจะอยู่ในนรกนั้นตลอดกาล

90. ชั่วช้าจริง ๆ สิ่งที่พวกเขาขายตัวของพวกเขาด้วยสิ่งนั้น คือการที่พวกเขาปฏิเสธสิ่งที่อัลลอฮ์ ได้ทรงประทานลงมา ทั้งนี้เพราะความอิจฉาริษยาในการที่อัลลอฮ์ทรงประทานส่วนหนึ่งจากความโปรดปรานของพระองค์แก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ในหมู่ปวงบ่าวของพระองค์ ดังนั้นพวกเขาจึงนำความกริ้วโกรธซ้อนความกริ้วโกรธกลับไป (ยังพระองค์)(*1*) และสำหรับผู้ปฏิเสธการศรัทธานั้นคือการลงโทษอันต่ำช้า

(1)  นำความกริ้วโกรธหลายยคร้งหลายคราวที่อัลลอฮ์ทรงมีแก่พวกเขากลับไปหาพระองค์ ประหนึ่งว่าความกริ้วโกรธนั้นคือวัตถุที่สามารถถือหรือแบกได้ ซึ่งเป็นการยืนยันว่า พวกเขาจะต้องได้รับโทษแน่นอน


 2. ผู้ที่หลักฐาน สัจธรรม ของอิสลาม ไปไม่ถึงเขาูผู้นั้น ไม่ว่าจะเหตุใดก็ตาม เช่น  เค้าแก่ชราเกินที่จะรับรู้ หรือ ไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับอิสลามเลย

หรือ อิสลามไปถึงแต่ไม่สมบูรณ์   เขาผู้นั้นจะโดนทดสอบ อีกครั้ง ณ วันตัดสินพิพากษา หากทดสอบผ่านก็จะได้เข้าสวรรค์

3. ซูเราะฮฺ อาละอิมรอน (Al-i-Imron)

161. และไม่ปรากฏแก่นะบีคนใดที่จะยักยอก(ทรัพย์เชลย) และผู้ใดยักยอกแล้ว เขาก็จะนำสิ่งที่เขายักยอกนั้นมาในวันกิยามะฮ์แล้วแต่ละคนจะได้รับการตอบแทนอย่างครบถ้วน ตามที่เขาได้แสวงหาไว้ โดยที่พวกเขาจะไม่ได้รับความอยุติธรรม


2.2 ผู้ที่เป็นมุสลิมแต่เพียงผิวเผิน ตายแล้วไปไหน ตกนรก หรือ ขึ้นสวรรค์อยู่กับองค์อัลเลาะห์

ตอบ :  ผู้ที่เป็นมุสลิม อย่างผิวเผิน และมี บาปมากกว่า ความดี  และ กระทำบาปใหญ่ โดยมิได้ กลับเนื้อกลับตัว ก่อนที่วิญญาณจะออกจากร่าง

เค้าผู้นั้นจะถูกทำโทษในนรก   จนกว่า จะชดใช้บาปที่ได้ทำหมด จากนั้น ก็จะถูกนำขึ้นสู่สรวงสวรรค์

 3. ซูเราะฮฺ อาละอิมรอน (Al-i-Imron)

89. นอกจากบรรดาผู้ที่สำนึกผิดกลับเนื้อกลับตัวหลังจากนั้น และได้ปรับปรุงแก้ไข แท้จริงอัลลอฮ์นั้นเป็นผู้ทรงอภัยโทษ ผู้ทรงเมตตาเสมอ


90. แท้จริงบรรดาผู้ที่ปฏิเสธศรัทธาหลังจากที่พวกเขาได้ศรัทธากัน แล้วยังได้ทวีการปฏิเสธศรัทธาขึ้นอีกนั้น การสำนึกผิดกลับเนื้อกลับตัวของพวกเขาจะไม่ถูกรับเป็นอันขาด และชนเหล่านี้แหละคือผู้ที่หลงทาง


91. แท้จริงบรรดาผู้ที่ปฏิเสธศรัทธาและพวกเขาได้ตายไปในขณะที่พวกเขาเป็นผู้ปฏิเสธศรัทธานั้น ทองเต็มแผ่นดินก็จะไม่ถูกรับจากคนใดในพวกเขาเป็นอันขาด(*1*) และแม้ว่าเขาจะใช้ทองนั้นไถ่ตัวเขาก็ตาม(*2*) ชนเหล่านี้แหละสำหรับพวกเขานั้น คือการลงโทษอันเจ็บแสบและทั้งไม่มีบรรดาผู้ช่วยเหลือใด ๆ สำหรับพวกเขาด้วย

(1)  กล่าวคือหากพวกเขาบริจาคทองเต็มแผ่นดิน อัลลอฮ์ก็จะไม่ทรงรับจากเขา
(2)  คือสมมติว่าในวันกิยามะฮ์เขามีทองอยู่เต็มแผ่นดิน และต้องการจะไถ่ตัวเขาด้วยทองนั้นให้พ้นจากการลงโทษอัลลอฮ์จะไม่ทรงรับเช่นเดียวกัน


2.3 ผู้ที่เป็นมุสลิมอย่างแท้จริง ตายแล้วไปไหน ตกนรก หรือ ขึ้นสวรรค์อยู่กับองค์อัลเลาะห์


คำตอบ    ถ้า เป็น ผู้ศรัทธา และ กระทำความดี ( ถ้าศรัทธาแต่กระทำชั่วก็ต้องตกนรกก่อน) พระเจ้าทรงสัญญาสวรรค์ไว้ให้


18. ซูเราะฮฺ อัลกะฮฺฟฺ (Al-kahf)


2. เป็นคัมภีร์ที่เที่ยงธรรม(*1*) เพื่อเตือนสำทับถึงการลงโทษอย่างสาหัสจากพระองค์ และเพื่อแจ้งข่าวดีแก่บรรดาผู้ศรัทธาที่กระทำความดีทั้งหลายว่า สำหรับพวกเขานั้นจะได้รับรางวัลอันดีงาม (คือสวนสวรรค์)

(1)  ไม่มีข้อแตกแยกหรือข้อโต้แย้งใดๆ ไม่มีข้อบิดเบือนหรือหันห่างออกจากความจริง


3. เป็นผู้พำนักอยู่ในนั้นตลอดกาล

by สมาชิกกลุ่ม อัซซาบีกูน

อิสลาม.net

วัสลามุอาลัยกุม วาเราะมาตุลลอฮ

tatcha_jah ~♪:

--- อ้างจาก: taufik ที่ ธ.ค. 10, 2010, 08:24 PM ---
สามคำถามนั้นคืออะรัยหรอ

--- End quote ---

ใครคือพระเจ้าของท่าน

ใครคือนบีของท่าน

ใครคืออิหม่ามของท่าน

ชิมิ

 ???

taufik:

--- อ้างจาก: tatcha_jah ~♪ ที่ ธ.ค. 10, 2010, 11:14 PM ---
--- อ้างจาก: taufik ที่ ธ.ค. 10, 2010, 08:24 PM ---
สามคำถามนั้นคืออะรัยหรอ

--- End quote ---

ใครคือพระเจ้าของท่าน

ใครคือนบีของท่าน

ใครคืออิหม่ามของท่าน

ชิมิ

 ???

--- End quote ---

เคยเรียนตอนตาดีการู้สึกว่ามีเยอะกว่าสามข้ิอน่ะ เช่น ใครคือพี่น้องของเจ้า อะไรคือกิบลัติของเจ้า คัมภีร์ของเจ้า? เป็นต้น 

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว

Go to full version