เสวนาเชิงวิชาการ > สนทนาศาสนธรรม
วาทะเด็ดของ อ.บรรจง โซ๊ะมณี ที่ให้แง่คิดและสอนใจแก่พี่้น้องมุสลิม
บาชีร:
บรรจงพูดเพื่อ...
Beechern:
ขอเสริมนิดนึงนะครับ หากคำพูดด้านบนเป็นคำพูดจากอ.เค้าจริงหรือไม่จริงก็แล้วแต่นะครับ
แต่ว่าอะกีดะฮ์ที่แสดงออกมานั้น ไม่แตกต่างจากคนทั่วๆไปเลย เป็นความรู้ผิวเผินเท่านั้นเอง
สรุปคือ อ.เค้าอาจจะไม่รู้ก็ได้ (หรืออาจจะพ่วงความเมินเฉยไม่ยอมรับความรู้ไปด้วย)
al-azhary:
:salam:
1. การทำภารกิจใดหรือโครงการใด แล้วรู้สึกว่ากิจการงานรุ่งเรือง ก็อย่าลืมตน คิดเข้าข้างตนเองว่า อัลเลาะฮ์ทรงตอบรับอย่างแน่นอนแล้ว แต่จริงๆ นั่นคือการทดสอบอย่างหนัก และถ้าหากไม่บริสุทธิ์ใจ แล้วอัลเลาะฮ์ยังคงให้กิจการดำเนินไปได้ ก็จงระวังว่านั่นจะเป็นแผนการณ์หรือการว่านล้อมให้ตายใจจากอัลเลาะฮ์ตะอาลา
อัลเลาะฮ์ตาอาลาทรงตรัสว่า
سَنَسْتَدْرِجُهُمْ مِنْ حَيْثُ لَا يَعْلَمُونَ وَأُمْلِي لَهُمْ إِنَّ كَيْدِي مَتِينٌ
“ต่อไปเราจะหว่านล้อมชักนำพวกเขาโดยที่พวกเขาไม่รู้(ตัว) และข้าจะประวิงเวลาให้แก่พวกเขา แท้จริงอุบายของข้านั้นแข็งแรงยิ่งนัก” [อัลเกาะลัม: 44-45]
ดังนั้นกิจการที่รู้สึกว่ารุ่งเรืองกว่าเก่า ไม่ใช่เป็นตัววัดว่า อัลเลาะฮ์จะทรงรับการงานนั้น แต่จิตใจที่มีระหว่างเราก็อัลเลาะฮ์ต่างหาก ที่พระองค์จะทรงนำมาเป็นมาตรฐาน ดังนั้นถ้าหากผู้ใดที่มีความบริสุทธิ์ใจ แต่โครงการเขาไม่สำเร็จ ก็นับได้อัลเลาะฮ์ทรงตอบรับแล้ว แต่ผู้ใดที่กิจการทำท่าจะรุ่งเรืองแต่ไม่มีความบริสุทธิ์ใจ อัลเลาะฮ์ก็จะไม่ตอบรับ และถ้าหากกิจการรุ่งเรือง พร้อมกับมีความบริสุทธิ์ใจ ก็ถือว่าเป็นความเมตตาของอัลเลาะฮ์ตะอาลาอันใหญ่หลวง
2. เมื่ออัลเลาะฮ์ทดสอบเรา ด้วยการให้กิจการกำลังไปด้วยดี ก็อย่ามายกยอปอปั้นตัวเอง แล้วมาประกาศให้คนอื่นรู้ เพราะมันจะมาทำลายความอิคลาศความบริสุทธิ์ใจ เพราะการริยาอฺ ความโอ้อวดให้คนอื่นรู้ถึงผลงานของตน มันจะมาทำลายความดีงาม
อัลเลาะฮ์ตะอาลาทรงตรัสว่า
أَلَمْ تَرَ إِلَى الَّذِينَ يُزَكُّونَ أَنْفُسَهُمْ بَلِ اللَّهُ يُزَكِّي مَنْ يَشَاءُ وَلَا يُظْلَمُونَ فَتِيلًا
“เจ้าไม่สังเกตดูบรรดาผู้ที่ให้ตัวเองเป็นผู้บริสุทธิ์ (ยกยอ) ดอกหรือ? อันที่จริงอัลเลาะฮ์ทรงทำให้บริสุทธิ์แก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ และพวกเขาจะไม่ถูกอธรรมแม้เพียงขนาดเท่าร่องอินทผลัม” [อันนิซาอฺ: 49]
ดังนั้นไม่ต้องมาประกาศว่า ตนเองอยู่กับในศาสนาตลอดเวลา ตนเองมีความเคร่งครัด มีความตักวา มีความยำเกรง เพราะอัลเลาะฮ์ทรงรู้ดี
อัลเลาะฮ์ตะอาลาทรงตรัสว่า
فَلَا تُزَكُّوا أَنْفُسَكُمْ هُوَ أَعْلَمُ بِمَنِ اتَّقَى
“ดังนั้น พวกเจ้าจงอย่าทำให้บริสุทธิ์ (ยกยอ) แก่ตัวของพวกเจ้าเอง พระองค์ทรงรอบรู้ถึงผู้ที่มีความยำเกรงยิ่งนัก” [อันนัจญฺมุ: 32]
หมายความว่า “พวกท่านอย่าตัดสินว่าตัวของพวกท่านนั้นดีเลิศและปราศจากความมัวหมอง และอย่ายกยอสรรเสริญตัวเองด้วยสิ่งที่พวกท่านทึกทักเอาเอง เนื่องจากอัลเลาะฮ์ทรงรอบรู้ยิ่งเกี่ยวกับสิ่งที่อยู่ในจิตใจของพวกท่าน”
3. ดังนั้น เมื่อเราได้ทำสิ่งใดไป ก็อย่ามาตัดสินว่า ตนเองได้เข้าสวรรค์แน่ๆ เพราะคนที่มีคุณธรรมนั้น เขาจะกลัวว่าอะมัลที่เขาทำนั้น จะมีความบกพร่อง กลัวว่าอัลเลาะฮ์จะไม่ตอบรับ
บรรดาผู้มีคุณธรรมส่วนมากจะเป็นผู้ที่หวั่นกลัวว่าตัวเองจะตกอยู่ในความเสียหาย ดังนั้นพวกเขาจึงระวังตัวเองอยู่เสมอ ท่านไม่เคยได้ยินคำตรัสของอัลเลาะฮฺ ตะอาลา ดอกหรือ? ที่ว่า
وَالَّذِينَ يُؤْتُونَ مَا آتَوْا وَقُلُوبُهُمْ وَجِلَةٌ أَنَّهُمْ إِلَى رَبِّهِمْ رَاجِعُونَ
“และบรรดาผู้ที่บริจาคสิ่งที่พวกเขาได้มา (อีกทั้งพวกเขายังสร้างความใกล้ชิดด้วยความดี) โดยที่หัวใจของพวกเขามีความกลัว (ว่าบรรดาอะมัลของพวกเขาจะบกพร่องและไม่ถูกรับ เพราะพวกเขามั่นใจว่า) แท้จริง พวกเขาจะต้องคืนกลับไปยังองค์อภิบาลของพวกเขา” [อัลมุอฺมินูน: 60]
ท่านนะบีศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมกล่าวว่า
إِنَّ أَخْوَفَ مَا أَخَافُ عَلَيْكُمْ الشِّرْكُ الْأَصْغَرُ قَالُوا وَمَا الشِّرْكُ الْأَصْغَرُ يَا رَسُولَ اللَّهِ قَالَ الرِّيَاءُ
"แท้จริงสิ่งที่ฉันกลัวที่สุดสำหรับพวกท่านนั้น คือ ชิริกเล็ก พวกเขากล่าวว่า แล้วอะไรคือชิริกเล็ก โอ้ท่านร่อซูลุลลอฮ์ ท่านตอบว่า มันคือการริยาอฺ(โอ้อวด)" รายงานโดยอะห์มัด
และท่านนะบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่าเช่นกันว่า
مَنْ سَمَّعَ النَّاسَ بِعَمَلِهِ سَمَّعَ اللَّهُ بِهِ سَامِعَ خَلْقِهِ يَوْمَ الْقِيَامَةِ فَحَقَّرَهُ
"ผู้ใดที่ประกาศให้ผู้คนทั้งหลายได้ยินเกี่ยวกับอะมัล(ผลงาน)ของเขา อัลเลาะฮ์ก็จะประกาศให้ยินแก่บรรดามัคโลคของพระองค์ในวันกิยามะฮ์ แล้วพระองค์ก็ทำให้อะมัล(ผลงาน)ของเขานั้นไร้่ค่า" รายงานโดยอะห์มัด
Beechern:
มาชาอัลลอฮฺ ขออณูญาติส่งต่อเลยครับผม ^^
Al Fatoni:
บททดสอบที่ให้เราสบายนี่แหละ ที่ดูจะกลัวยิ่งกว่าบททดสอบที่ให้จน เพราะเมื่อสบายแล้ว น้อยคนนักที่จะรำลึกถึงอัลลอฮฺ และขอบคุณต่ออัลลอฮฺ แต่ก็เคยยิน อ.วะฮาบีย์ท่านหนึ่งกล่าวว่า คนจนที่แร้นแค้นจะมีโอกาสทำเรื่องผิดศาสนาได้มากกว่าคนรวย และมีโอกาสเป็นกุฟุรได้มากกว่าคนรวยด้วย ผมฟังแล้วก็งง อ.หมายถึงอะไรหรือ แล้ว อ.ก็ยกตัวอย่างว่า จนแบบแร้นแค้น เมื่อไม่มีอะไรก็จำเป็นต้องไปขโมยเขา และด้วยความแร้นแค้นสุด นั้น อาจจะทำให้เราไม่พอใจต่ออัลลอฮฺได้ แล้วนำไปสู่การต่อว่าอัลลอฮฺ ไม่เชื่อในอัลลอฮฺ ซึ่งอาจทำให้เขาตกมุรตัดได้ในที่สุด ว่าไปที่ อ.กล่าวก็มีเหตุผลครับ แต่ดูๆ ไปแล้ว คนรวยก็มีสิทธิที่จะทำผิดศาสนาและเป็นกุฟุรได้มากพอๆ กับคนจนนั่นแหละครับ เพราะฮิดายะฮ์ทั้งหลายล้วนแต่มาจากอัลลอฮฺ ส่วนสภาพที่แต่ละคนประสบนั้นเป็นแต่ปัจจัยผิวเผินเท่านั้นเอง - วัลลอฮุอะอ์ลัม
นำร่อง
[0] ดัชนีข้อความ
[#] หน้าถัดไป
[*] หน้าที่แล้ว
Go to full version