เสวนาเชิงวิชาการ > สนทนาศาสนธรรม
จดหมายลูกโซ่มาอีกแล้ว อยากความคิดเห็นจากผู้รู้
leeoe:
Tweet
จดหมายลูกโซ่แบบอิสลาม
ผมไดรับเมลล์จากเพื่อนซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ประกาศ
> >>
> >>จดหมายด่วนจากอาหรับ ซาอุดีอาระ เบีย
> >>
> >>เรื่อง คำสั่งเสียแก่อุมัดอิสลามทั่ว โลก
> >>
> >>อัสลามูอาลัย กุม
> >>นี่คือคำสั่ง เสียจากคนที่เฝ้าสุสานของท่านนบีมูฮัมหมัด(ซ.ล.)
> >>ท่านแซะด์อะฮ์หมัด แห่งซาอุดีอาระ
> >>เบีย(จดหมายนี้เดิมเป็นภาษาต่างประเทศและได้แปลเป็นภาษา ไทย)
> >>
> >>ในคือหนึ่งใน ขณะที่ข้าพเจ้ากำลังอ่าน อัลกรุอ่าน ที่มาดอม
> >>(สุสานของท่านนบีมูฮัม หมัด ซ.ล.) หลังจากอ่านเสร็จแล้ว
> >>ข้าพเจ้าเผลอหลับไป ในขณะที่ข้าพเจ้าหลับ
> >>ข้าพเจ้าได้ฝันว่าท่านนบีมูฮัม หมัด(ซ.ล.)ได้
> >>มาหาข้าพเจ้าแล้วกล่าวแก่ข้าพเจ้าว่า ? ในแปดหมื่นคนที่
> >>ได้เสียชีวิตไปในสมัยนี้ไม่มีเลยสักคนที่เสียชีวิตในลักษณะที่มีอี
> >>หม่าน ?
> >>
> >>1. ภรรยาไม่ยอมฟังคำพูดสามี
> >>
> >>2. คนรวยไม่สนใจต่อคนจน
> >>
> >>3. ผู้คนไม่ยอมจ่าย ?ซากาต? และไม่ยอม ทำความดี
> >>
> >>ด้วยเหตุผลดัง กล่าว ? โอ้แซะฮ์อะ ฮ์หมัด?
> >>เจ้าสมควรเตือนสติต่อคนอิสลามนี้เพื่อที่จะกระทำ
> >>ความดีเพราะว่าวันสิ้นโลก(กียามัต) จะมาถึงแล้ว
> >>ซึ่งในวันนั้นดวงดาวขึ้นจากท้องฟ้า หลังจากนั้นประตูดวงอาทิตย์จะลง
> >>มาบนศีรษะ
> >>คำสั่งเสียของ ข้าพเจ้า
> >>1. จงซอลาวาตแด่ท่านนบีมูฮัมหมัด ซ.ล.
> >>
> >>2. จงขออภัยโทษต่ออัลลเลาะฮ์โดยทันทีทันใดในขณะที่ ประตู ? กาบะ
> >>ฮ์ ? ยังเปิดอยู่
> >>
> >>3. จงละหมาดเถิด ก่อนที่ท่านจะถูก ละหมาด? มา ยัต? (ศพ)
> >>
> >>4. จงทำฟัรดูฮัจยี ยามเมื่อเจ้ามีความ สามารถ
> >>
> >>5. จงอย่าทรยศต่อพ่อแม่ทั้งสอง
> >>สิ่งที่ควร รู้
> >>มีมุสลิมชาวบอมเบย์คน หนึ่ง หลังจากได้รับจดหมายนี้
> >>ท่านได้ทำเพิ่มขึ้น 20 ชุดและได้แจกจ่ายให้กับคนอื่น หลัง
> >>จากนั้นเขาได้รับความโปรดปรานจากอัลลอฮ์โดยได้รับผลกำไรอย่างใหญ่หลวงในการ
> ค้า
> >> ของเขา
> >>
> >>มีบ่าวของอัลเลาะฮ์ อีกคนหนึ่ง
> >>เขาได้รับจดหมายนี้แล้วทำเป็นไม่สนใจและคิดว่าคำสั่งเสียนั้นหลอกลวง
> >>ปรากฏว่าไม่นานลูกของเขาก็ถึงความตาย
> >>
> >>ท่านเสรกอซาล ยาไวย์ ซึ่งเป็นอดีตรัฐมนตรีใหญ่แห่งเมืองแประ
> >>โดยทางอ้อม ท่านโดนไล่ตำแหน่งเพราะ
> >>เมื่อท่านได้รับคำสั่งเสียฉบับนั้น ท่านลืมทำเพิ่ม
> >>เพื่อแจกจ่ายแก่คนอื่น แต่ ท่านไม่รู้ตัวถึงความผิดพลาดนี้
> >>ต่อมาท่านได้ทำจดหมายชุดนี้เพิ่มขึ้นใหม่และยัง ส่งไปยังคนอื่น
> >>หลังจากนั้นไม่กี่วัน ท่านก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรี ปี 1997
> >>
> >>ที่ตรังกานูก็เช่น กัน มีบ่าวของอัลเลาะฮ์คนหนึ่ง
> >>เขาได้รับจดหมายฉบับนี้จากคนที่เขาไม่รู้จักเขา ไม่สนใจต่อมัน
> >>เขากล่าวว่าจดหมายฉบับนี้โกหกทั้งนั้น มีเจตนาให้คนอ่านมัน หลัง
> >>จากนั้นไม่กี่วันเขาก็ได้รับโรคที่แปลกประหลาดแสนสาหัส
> >>หลังจากที่ได้รับการ รักษาจากโรงพยาบาล 3 สัปดาห์
> >>โรคของเขาก็ยากที่จะเยียวยา
> >>โดยสุดท้ายท่านก็นึกถึงจดหมายคำสั่งเสียที่
> >>เขายังเก็บไว้แล้วเขาสั่งให้พิมพ์ขึ้น 20 ฉบับและได้แจก
> >>ให้กับคนอื่นภายในเวลาหนึ่งสัปดาห์แล้วโรคที่เป็นอยู่ก็เริ่มหายเป็นปกติจน
> ถึง
> >> ปัจจุบัน
> >>
> >>ยังมีตัวอย่างมากมาย
> >>ที่ได้รับจดหมายนี้แล้วไม่เชื่อต่อคำสั่งเสียและไม่ส่งต่อให้คนอื่นหรือไม่
> บอก
> >> แก่คนอื่น ซึ่งพวกเขาเหล่านั้นได้รับภัยพิบัติ
> >>หลังจากเหตุการณ์แห่งน่ายินดีนี้ ทำให้ท่านมั่นใจ อย่าลืม
> >>ทำจดหมายนี้เพิ่ม ขึ้น 20 ฉบับ และส่งให้กับ คนอื่นในเวลา 96 ชั่วโมง
> >>หลังจากท่านได้รับแล้ว อีซาอัล เลาะฮ์ ท่านจะได้รับอะไรบางอย่าง
> >>อัลเลาะฮ์ผู้ทรงมีความสามารถยิ่งด้วยความศัทธา แน่นอน
> >>จะชี้นำทางชีวิตของท่านด้วยเมตตาแห่งความสุขในชีวิต อีซาอัลเลาะ ฮ์
> >>
> >>คำ เตือน
> >>หลังจากได้อ่านคำสั่ง เสียนี้แล้ว
> >>สมควรเขียนขึ้นแล้วส่งให้กับคนอื่นจำนวน 20 ฉบับ หากท่านปฏิบัติ
> >>ท่านจะได้รับ ความเมตตาบางอย่างหรือธุระของท่านได้รับความสำเร็จ
> >>โดยอนุญาตของอัลลาะฮ์ท่าน แซะฮ์อะะฮ์หมัดได้กล่าวอีกว่า
> >>หากอะไรที่ข้าพเจ้ากล่าวไม่เป็นความจริง ขอให้
> >>ข้าพเจ้าตายในกูฟูรและไม่ได้รับความคุ้มครองช่วยเหลือจากท่านนบีมูฮัม
> >>หมัด (ซ.ล.) นาอูซูบีละห์
> >>
> >>ดังนั้น ท่านสมควร เขียนหรือพิมพ์และส่งให้กับคนอื่น อีซาอัลเลาะฮ์
> >>ในเวลา 2 สัปดาห์ท่านจะได้รับความสุขและจงจำไว้
> >>ว่าทำด้วยใจบริสุทธิ์และอย่าทำเล่นๆหรือเปล่าปละละเลยไม่สนใจต่อคำสั่งเสีย
> >> นี้
> >>
> >>ขอรับรองว่าเป็นความ จริงทุกประการ
> >>
> >>วัสสา ลาม
...................................................
สลามพี่น้องมุสลิมครับ
ก่อนอื่นต้องแจ้งว่าผมได้e-mail ฉบับนี้มาหลายครั้งแล้วและนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้ e-mail บิดาอะ ฉบับนี้
แน่นอนว่าผู้ส่งกำลังทำผิดหลายประการด้วยกัน
1)การแอบอ้างซื่อนบีฯ เป็นที่รู้กันอยู่ว่าท่านนบีห้ามวาดรูป จึงไม่มีภาพท่านหลงเหลือมาจนถึงปัจจุบัน การe-mailอ้างว่าท่านนบีฯมาหานั้น น่าคิดว่าเขารู้ได้อย่างไรว่าท่านนบี เป็นการแอบอ้างใช่หรือไม่ เพราะถ้าใช่
บิดาอะ
2)การส่งจดหมายฉบับบนี้แล้วโชคดีไม่ส่งโชคร้าย เท่ากับเหมือนจะบอกนัยๆว่าจดหมายฉบับนี้มีนัยทางไสยศาสตร์ การส่งจะมีโชคการไม่ส่งจะโชคร้ายประดุจการเล่นอง ปล่อยของ ทำนองไม่ปล่อยของจะเข้าตัว
ผู้ส่งจึงประดุจดังเล่นไสยศาสตร์อันมีผลให้ตกศาสนา มุรตัด
กรุณาอย่าอ้างเจตนาว่าประสงค์ดี หวังดี พ่อคนหนึ่งบีบบังคับให้ลูกรับอิสลามด้วยเจตนาดีแล้วบีบลูกโดนบอก
หากไม่รับอิสลามก็อยู่ร่วมบ้านไม่ได้ ไล่ออกจากบ้าน
ถูกท่านนบีตำหนิมาแล้ว หากเจตนาดีกระทำผิดก็ถูกตำหนิเช่นกัน
ขอให้ผู้ส่งไปปรึกษาอิหม่านใกล้ตัวท่านเสีย ท่านกำลังหมิ่นเหม่กับมุรตัด(ตกศาสนา)
ถ้าเรา 2 ข้อไปเป็นหลักฐานเอาไว้ เพื่อต้าน FW เมลล์ลักษณะนี้จะได้ไหมครับ
Andalus:
จดหมายฉบับนี้ถูกเขียนในรูปแบบการสั่งเสียและเผยแพร่แก่ผู้คนทั่วไป ซึ่งปรากฏขึ้นเป็นเวลาหลายปีมาแล้ว เนื้อหาในจดหมายอาจมีความแตกต่างไปบ้างเนื่องจากเป็นจดหมายลูกโซ่ถูกส่งต่อๆกัน ซึ่งผู้รับก็ไม่สามารถรู้ได้เลยว่าต้นตอของจดหมายฉบับนั้นมีมาจากไหน เข้าใจว่าจดหมายนี้อาจจะมาจากพวกศูฟีย์ ที่ยึดถือความฝันเป็นหลักฐานในการอ้างอิง โดยไม่คำนึงว่าความฝันนั้นอาจจะขัดแย้งกับตัวบทอัลกุรอานและอัซซุนนะฮฺหรือไม่ ในบางครั้งพวกเขายึดมั่นในความฝันมากกว่ายึดมั่นในตัวบทอัลกุรอานและอัซซุนนะฮฺด้วยซ้ำ
ส่วนจุดยืนของอะฮฺลุซซุนนะฮฺเกี่ยวกับความฝันนั้น คือ หากความฝันนั้นไม่ใช่ความฝันของนบีหรือเราะซูล ต้องพิจารณาดูก่อนว่ามันสอดคล้องหรือขัดแย้งกับหลักศาสนาหรือไม่ หากพบว่ามันไม่มีข้อขัดแย้งได้ก็สามารถที่จะนำมาใช้ได้ แต่ถ้าหากความฝันนั้นไปขัดแย้งกับตัวบทอัลกุรอานและอัซซุนนะฮฺความฝันนั้นถือว่าเป็นโมฆะ จะนำมาอ้างเป็นหลักฐานมิได้ เนื่องจากในความฝันไม่มีใครรับรองได้ว่ามันถูกต้องเสมอไป ที่สำคัญความฝันอาจจะเป็นสิ่งตักเตือนจิตใจในกรณีที่มันสอดคล้องกับหลักศาสนาแต่หากมันขัดแย้งกับหลักศาสนาความฝันนั้นก็ใช้ไม่ได้เช่นกัน
จดหมายฉบับนี้เมื่อผู้รับเปิดอ่านแล้วบางคนอาจเกิดความหวาดกลัวหากไม่ปฏิบัติตามในสิ่งที่จดหมายได้สั่งให้ทำแล้วจะเกิดความหายนะต่อตนเองและครอบครัว
จดหมายลักษณะเช่นนี้มิได้เพิ่งปรากฏมาใหม่แต่มันแพร่หลายเป็นเวลานานแล้ว บุคคลที่ระบุในจดหมายก็มิได้มีตัวตนที่แท้จริง ทุกอย่างเป็นการปรุงแต่งขึ้นมา ผู้ที่มีความศรัทธาที่มั่นคงจะไม่หลงเชื่อในเรื่องเหล่านี้ พวกเขาจะไม่ทำการเผยแพร่จดหมายลูกโซ่ที่ไร้ที่มาเช่นนี้ต่อ และพวกเขาก็มิได้หวั่นเกรงภยันตรายดังที่ระบุในจดหมาย เพราะมันมิได้เกิดขึ้นจริง เว้นแต่พระประสงค์ของอัลลอฮฺ ส่วนเรื่องภาคผลหรือผลตอบแทนสำหรับผู้ที่นำจดหมายนี้ไปเผยแพร่ต่อนั้นไม่มีหลักฐานใดมายืนยันว่าการกระทำดังกล่าวจะได้รับผลตอบแทนที่ดีงามจริง ขนาดพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานเองก็มิได้มีหลักฐานว่าหากนำไปพิมพ์เผยแพร่แจกจ่ายจะได้ผลบุญอย่างนั้นอย่างนี้
ชัยคฺ อับดุลอาซิซ บิน อับดุลลอฮฺ บิน บาซ อดีตมุฟตีย์ แห่งซาอุดีอาระเบีย ได้กล่าวในหนังสือรวบคำฟัตวาของท่านว่า “ในจดหมายที่เป็นคำสั่งเสียนี้มีเรื่องโกหกมดเท็จอยู่ ถึงแม้ว่าผู้ที่นำมาเผยแพร่จะสาบานต่ออัลลอฮฺเป็นพันครั้งว่ามันเป็นความจริงก็ตาม หรือแม้ว่าเขาจะขอดุอาอ์ให้ประสบกับความหายนะ ถ้าหากเขาพูดโกหกก็ตาม สิ่งเหล่านี้ก็ไม่เป็นความจริงอยู่วันยังค่ำ เรื่องที่กล่าวในจดหมายฉบับนั้นข้าพเจ้าขอสาบานต่ออัลลอฮฺว่ามันไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ข้าพเจ้าขอให้อัลลอฮฺทรงเป็นพยาน มวลมลาอิกะฮฺ และบรรดามุสลิม ช่วยเป็นพยานด้วยว่า คำสั่งเสียนี้เป็นการโกหกกล่าวเท็จต่อท่านนบีมุหัมหมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ขอให้พระองค์ทรงลงโทษผู้ที่กุเรื่องเหล่านี้ขึ้นมา"
สิ่งบ่งชี้ว่าจดหมายฉบับนี้เป็นเรื่องโกหก
1. ชัยคฺอะหมัด ที่ระบุในจดหมายว่าท่านเป็นผู้ถือกุญแจมัสยิดนบี เป็นบุคคลที่ไม่มีใครรู้จัก ดังนั้นจดหมายนี้ไม่ทราบว่ามีแหล่งที่มาจากแห่งใด
2. เนื้อหาในจดหมายที่กล่าวถึงความเสื่อมโทรมทางจริยธรรมในสังคมนั้น หนทางในการแก้ปัญหาดังกล่าวที่ถูกต้องนั้น ประชาชาติมุสลิมต้องหันกลับไปยึดมั่นกับอัลกุรอานและอัซซุนนะฮฺอย่างมั่นคง คำสอนที่บรรจุในสองสิ่งนี้เป็นคำสอนที่สุดประเสริฐ ครอบคลุมทุกแง่มุม มีทั้งสัญญาที่ดีสำหรับผู้ศรัทธาและสัญญาไม่ดีสำหรับผู้เนรคุณ มีทั้งสิ่งที่ทำให้จิตใจหวั่นเกรง ฯลฯ ทั้งหมดนั้นเป็นการเพียงพอแล้วไม่จำเป็นต้องนำความฝันที่อุปโลกน์มาตักเตือนอีก
3. เนื้อหาในจดหมายนี้ที่กล่าวถึงสัญญาณวันกิยามะฮฺนั้นเป็นเรื่องพ้นญาณวิสัย (อิลมุ้ลฆ็อยบฺ) ไม่อนุญาตให้ผู้ใดกล่าวอ้างขึ้นมาโดยปราศจากหลักฐาน ดังที่อัลลอฮฺได้ตรัสว่า
قُلْ لَا يَعْلَمُ مَنْ فِي السَّمَاوَاتِ وَالْأَرْضِ الْغَيْبَ إِلَّا اللَّهُ وَمَا يَشْعُرُونَ أَيَّانَ يُبْعَثُونَ (النمل :65)
ความว่า “จงกล่าวเถิด (มุฮัมมัด) ไม่มีผู้ใดในชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินจะรู้ในสิ่งพ้นญาณวิสัย นอกจากอัลลอฮฺ และพวกเขาจะไม่รู้ว่า เมื่อใดพวกเขาจะถูกให้ฟื้นคืนชีพ” สูเราะฮฺ อันนัมลฺ อายะฮฺที่ 65
ส่วนการประทานวะหฺยูก็ได้สิ้นสุดลงหลังจากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม เสียชีวิต ดังนั้นคำสอนเกี่ยวกับเรื่องสัญญาณวันกิยามะฮฺที่มีในอัลกุรอ่านและอัซซุนนะฮฺถือว่าเพียงพอและครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว
4. เนื้อหาในจดหมายนี้มีความแตกต่างกัน บางฉบับเขียนว่าเป็นการฝัน บางฉบับเขียนว่าเกิดขึ้นก่อนที่จะเข้านอนในขณะที่รู้สึกตัว บางฉบับเขียนว่าจากผู้ดูแลมัสยิดอันนะบาวีย์ บางที่ก็เขียนว่าผู้ดูแลสุสานของท่านนบี บางฉบับก็เขียนว่าจากผู้ถือกุญแจมัสยิดอัลหะรอม ตลอดจนมีความขัดแย้งในการกำหนดผลตอบแทนสำหรับผู้นำจดหมายไปเผยแพร่ต่อยังผู้อื่น สิ่งเหล่านี้บ่งชี้ชัดถึงความมดเท็จในจดหมายฉบับนี้
วัลลอฮุอะอฺลัม (อัลลอฮฺเท่านั้นที่ทรงรอบรู้ดี)
ขอความจำเริญและความสันติจงประสบแด่ท่านนบีมุหัมหมัดของเรา
เขียนโดย ดร.สุลัยมาน บิน มุหัมหมัด อัดดุบัยคีย์ อาจารย์วิทยาลัยครูแห่งหาอิล
ถอดความโดย อันวา สะอุ (เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2008)
hiddenmin:
--- อ้างถึง ---1)การแอบอ้างซื่อนบีฯ เป็นที่รู้กันอยู่ว่าท่านนบีห้ามวาดรูป จึงไม่มีภาพท่านหลงเหลือมาจนถึงปัจจุบัน การe-mailอ้างว่าท่านนบีฯมาหานั้น น่าคิดว่าเขารู้ได้อย่างไรว่าท่านนบี เป็นการแอบอ้างใช่หรือไม่ เพราะถ้าใช่
--- End quote ---
http://www.sunnahstudents.com/forum/index.php/topic,6648.0.html
Al Fatoni:
จดหมายในลักษณะนี้ผมก็เคยได้มาเป็นระยะๆ แต่ก็ไม่เคยเอาไปแจกตามคำสั่งในจดหมายนั้น ซึ่งบางฉบับที่เจอนั้น กล้าถึงกับหุกุมกาฟิรว่า หากใครไม่เชื่อว่าจดหมายฉบับนี้มาจากนบีย์ ศ็อลฯ ที่บอกแก่ชัยฅ์ท่านหนึ่งในฝันว่าเป็นความจริง คนนั้นย่อมเป็นกาฟิร ผมก็เลยเกิดคำถามว่า ขนาดหะดีษนบีย์ ศ็อลฯ เองที่แน่ๆ ชัดๆ มาจากนบีย์ ศ็อลฯ ยังต้องมีการตรวจสอบความถูกต้อง แม้หะดีษบางบทจะมีเนื้อหาดีเลิศ แต่หากตรวจสอบแล้ว ปรากฏว่า เฎาะอีฟจิดดัน (อ่อนหลักฐานอย่างแรง) หรือเมาฎู้อฺ (กุ) ก็ห้ามเชื่อทันที หรือแม้กระทั่งหะดีษเฎาะอีฟก็ยังมีฅิลาฟ (ความไม่เห็นพ้อง) ของอุละมาอ์ว่าใช้ได้หรือไม่ได้ แล้วนับประสาอะไรกับจดหมายข้างต้นที่กล้าถึงกับหุกุมกาฟิรสำหรับคนที่ไม่เชื่อในเรื่องดังกล่าว
แต่ที่น่าสังเกตคือ ผมก็เคยเจอจดหมายในลักษณะแบบนี้ ประมาณฝันๆ นี่แหละ แล้วเจอเหตุการณ์ประหลาด แล้วคนเอาเรื่องนี้ไปเผยแพร่ก็ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ก็ปรากฏว่า เคยเจอจดหมายลักษณะนี้ในหมู่ชาวพุทธ แต่ที่น่าตกใจคือ เนื้อหาของจดหมายที่ผมได้รับจากมุสลิม และเรื่องราวก็ออกแนวอิสลาม กับไปตรงกับจดหมายที่เขาส่งๆ กันในหมู่ชาวพุทธแทบจะทั้งหมดเลย เพียงแต่เปลี่ยนชื่อตัวละครในนั้น แล้วก็เหตุการณ์บางอย่างให้มันสอดคล้องกับความเชื่อของศาสนาพุทธเท่านั้นเอง และต่อมา ก็เจอจดหมายในลักษณะนี้เจอในหมู่ชาวคริสเตียน แต่เป็นภาษาไทย
จากสิ่งที่เจอนั้น ทำให้ตั้งคำถามว่า ตกลง จดหมายฉบับนี้มาจากใครกันแน่ ทำไมมันมีในหลายศาสนา แม้กระทั่งในอิสลามเอง ??? - วัลลอฮุอะอ์ลัม
KHAD:
--- อ้างจาก: Al Fatoni ที่ ม.ค. 24, 2011, 03:16 PM ---
จากสิ่งที่เจอนั้น ทำให้ตั้งคำถามว่า ตกลง จดหมายฉบับนี้มาจากใครกันแน่ ทำไมมันมีในหลายศาสนา แม้กระทั่งในอิสลามเอง ??? - วัลลอฮุอะอ์ลัม
--- End quote ---
น่าสนแฮะ
นำร่อง
[0] ดัชนีข้อความ
[#] หน้าถัดไป
Go to full version