เสวนาเชิงวิชาการ > สนทนาศาสนธรรม
จดหมายลูกโซ่มาอีกแล้ว อยากความคิดเห็นจากผู้รู้
Al Fatoni:
--- อ้างจาก: KHAD ที่ ม.ค. 24, 2011, 03:23 PM ---
--- อ้างจาก: Al Fatoni ที่ ม.ค. 24, 2011, 03:16 PM ---
จากสิ่งที่เจอนั้น ทำให้ตั้งคำถามว่า ตกลง จดหมายฉบับนี้มาจากใครกันแน่ ทำไมมันมีในหลายศาสนา แม้กระทั่งในอิสลามเอง ??? - วัลลอฮุอะอ์ลัม
--- End quote ---
น่าสนแฮะ
--- End quote ---
ของศาสนาอื่นๆ ที่บังรู้มานั้น เป็นจดหมายลูกโซ่ที่ส่งมาทางเมลล์ครับ คือฟอร์เวิร์ดต่อๆ กันมา แบบนี้มีทั้งของมุสลิมและพุทธครับ บางฉบับก็สแกน หรือถ่ายรูปจดหมายต้นฉบับแล้วส่งก็มี บังว่า หากเขาจะเตือนเรื่องวันกิยามะฮ์ หรือให้ผู้คนตระหนักในเรื่องศาสนากันจริงๆ มันก็สามารถกระทำได้หลายวิธี เช่น ส่งอีเมลล์ หรือจะส่งแบบนี้ก็ได้ แต่ไม่ควรกำหนดเป็นเงื่อนไข จนดูเหมือนว่า ต้องทำ หากไม่ทำจะเกิดนั่นนี้ และยิ่งเป็นการพาดพิงถึงท่านนบีย์ ศ็อลฯ ในลักษณะดังกล่าว ซึ่งจะตรวจสอบที่มาที่ไปได้ยาก สู้ไม่ดีกว่าที่เราอ้างจากหะดีษนบีย์ ศ็อลฯ ที่มีการบันทึกอย่างชัดเจน จะได้หมดปัญหา และเชื่อ หรือจะบังคับเชื่อก็ยังได้ เพราะมันเป็นสิ่งที่มุสลิมทุกคนต้องยึดมั่นต่ออัลหะดีษ รองจากอัลกุรฺอานอยู่แล้ว - วัลลอฮุอะอ์ลัม
amad 254:
--- อ้างจาก: leeoe ที่ ม.ค. 23, 2011, 02:45 PM ---
จดหมายลูกโซ่แบบอิสลาม
ผมไดรับเมลล์จากเพื่อนซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ประกาศ
> >>
> >>จดหมายด่วนจากอาหรับ ซาอุดีอาระ เบีย
> >>
> >>เรื่อง คำสั่งเสียแก่อุมัดอิสลามทั่ว โลก
> >>
> >>อัสลามูอาลัย กุม
> >>นี่คือคำสั่ง เสียจากคนที่เฝ้าสุสานของท่านนบีมูฮัมหมัด(ซ.ล.)
> >>ท่านแซะด์อะฮ์หมัด แห่งซาอุดีอาระ
> >>เบีย(จดหมายนี้เดิมเป็นภาษาต่างประเทศและได้แปลเป็นภาษา ไทย)
> >>
> >>ในคือหนึ่งใน ขณะที่ข้าพเจ้ากำลังอ่าน อัลกรุอ่าน ที่มาดอม
> >>(สุสานของท่านนบีมูฮัม หมัด ซ.ล.) หลังจากอ่านเสร็จแล้ว
> >>ข้าพเจ้าเผลอหลับไป ในขณะที่ข้าพเจ้าหลับ
> >>ข้าพเจ้าได้ฝันว่าท่านนบีมูฮัม หมัด(ซ.ล.)ได้
> >>มาหาข้าพเจ้าแล้วกล่าวแก่ข้าพเจ้าว่า ? ในแปดหมื่นคนที่
> >>ได้เสียชีวิตไปในสมัยนี้ไม่มีเลยสักคนที่เสียชีวิตในลักษณะที่มีอี
> >>หม่าน ?
> >>
> >>1. ภรรยาไม่ยอมฟังคำพูดสามี
> >>
> >>2. คนรวยไม่สนใจต่อคนจน
> >>
> >>3. ผู้คนไม่ยอมจ่าย ?ซากาต? และไม่ยอม ทำความดี
> >>
> >>ด้วยเหตุผลดัง กล่าว ? โอ้แซะฮ์อะ ฮ์หมัด?
> >>เจ้าสมควรเตือนสติต่อคนอิสลามนี้เพื่อที่จะกระทำ
> >>ความดีเพราะว่าวันสิ้นโลก(กียามัต) จะมาถึงแล้ว
> >>ซึ่งในวันนั้นดวงดาวขึ้นจากท้องฟ้า หลังจากนั้นประตูดวงอาทิตย์จะลง
> >>มาบนศีรษะ
> >>คำสั่งเสียของ ข้าพเจ้า
> >>1. จงซอลาวาตแด่ท่านนบีมูฮัมหมัด ซ.ล.
> >>
> >>2. จงขออภัยโทษต่ออัลลเลาะฮ์โดยทันทีทันใดในขณะที่ ประตู ? กาบะ
> >>ฮ์ ? ยังเปิดอยู่
> >>
> >>3. จงละหมาดเถิด ก่อนที่ท่านจะถูก ละหมาด? มา ยัต? (ศพ)
> >>
> >>4. จงทำฟัรดูฮัจยี ยามเมื่อเจ้ามีความ สามารถ
> >>
> >>5. จงอย่าทรยศต่อพ่อแม่ทั้งสอง
> >>สิ่งที่ควร รู้
> >>มีมุสลิมชาวบอมเบย์คน หนึ่ง หลังจากได้รับจดหมายนี้
> >>ท่านได้ทำเพิ่มขึ้น 20 ชุดและได้แจกจ่ายให้กับคนอื่น หลัง
> >>จากนั้นเขาได้รับความโปรดปรานจากอัลลอฮ์โดยได้รับผลกำไรอย่างใหญ่หลวงในการ
> ค้า
> >> ของเขา
> >>
> >>มีบ่าวของอัลเลาะฮ์ อีกคนหนึ่ง
> >>เขาได้รับจดหมายนี้แล้วทำเป็นไม่สนใจและคิดว่าคำสั่งเสียนั้นหลอกลวง
> >>ปรากฏว่าไม่นานลูกของเขาก็ถึงความตาย
> >>
> >>ท่านเสรกอซาล ยาไวย์ ซึ่งเป็นอดีตรัฐมนตรีใหญ่แห่งเมืองแประ
> >>โดยทางอ้อม ท่านโดนไล่ตำแหน่งเพราะ
> >>เมื่อท่านได้รับคำสั่งเสียฉบับนั้น ท่านลืมทำเพิ่ม
> >>เพื่อแจกจ่ายแก่คนอื่น แต่ ท่านไม่รู้ตัวถึงความผิดพลาดนี้
> >>ต่อมาท่านได้ทำจดหมายชุดนี้เพิ่มขึ้นใหม่และยัง ส่งไปยังคนอื่น
> >>หลังจากนั้นไม่กี่วัน ท่านก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรี ปี 1997
> >>
> >>ที่ตรังกานูก็เช่น กัน มีบ่าวของอัลเลาะฮ์คนหนึ่ง
> >>เขาได้รับจดหมายฉบับนี้จากคนที่เขาไม่รู้จักเขา ไม่สนใจต่อมัน
> >>เขากล่าวว่าจดหมายฉบับนี้โกหกทั้งนั้น มีเจตนาให้คนอ่านมัน หลัง
> >>จากนั้นไม่กี่วันเขาก็ได้รับโรคที่แปลกประหลาดแสนสาหัส
> >>หลังจากที่ได้รับการ รักษาจากโรงพยาบาล 3 สัปดาห์
> >>โรคของเขาก็ยากที่จะเยียวยา
> >>โดยสุดท้ายท่านก็นึกถึงจดหมายคำสั่งเสียที่
> >>เขายังเก็บไว้แล้วเขาสั่งให้พิมพ์ขึ้น 20 ฉบับและได้แจก
> >>ให้กับคนอื่นภายในเวลาหนึ่งสัปดาห์แล้วโรคที่เป็นอยู่ก็เริ่มหายเป็นปกติจน
> ถึง
> >> ปัจจุบัน
> >>
> >>ยังมีตัวอย่างมากมาย
> >>ที่ได้รับจดหมายนี้แล้วไม่เชื่อต่อคำสั่งเสียและไม่ส่งต่อให้คนอื่นหรือไม่
> บอก
> >> แก่คนอื่น ซึ่งพวกเขาเหล่านั้นได้รับภัยพิบัติ
> >>หลังจากเหตุการณ์แห่งน่ายินดีนี้ ทำให้ท่านมั่นใจ อย่าลืม
> >>ทำจดหมายนี้เพิ่ม ขึ้น 20 ฉบับ และส่งให้กับ คนอื่นในเวลา 96 ชั่วโมง
> >>หลังจากท่านได้รับแล้ว อีซาอัล เลาะฮ์ ท่านจะได้รับอะไรบางอย่าง
> >>อัลเลาะฮ์ผู้ทรงมีความสามารถยิ่งด้วยความศัทธา แน่นอน
> >>จะชี้นำทางชีวิตของท่านด้วยเมตตาแห่งความสุขในชีวิต อีซาอัลเลาะ ฮ์
> >>
> >>คำ เตือน
> >>หลังจากได้อ่านคำสั่ง เสียนี้แล้ว
> >>สมควรเขียนขึ้นแล้วส่งให้กับคนอื่นจำนวน 20 ฉบับ หากท่านปฏิบัติ
> >>ท่านจะได้รับ ความเมตตาบางอย่างหรือธุระของท่านได้รับความสำเร็จ
> >>โดยอนุญาตของอัลลาะฮ์ท่าน แซะฮ์อะะฮ์หมัดได้กล่าวอีกว่า
> >>หากอะไรที่ข้าพเจ้ากล่าวไม่เป็นความจริง ขอให้
> >>ข้าพเจ้าตายในกูฟูรและไม่ได้รับความคุ้มครองช่วยเหลือจากท่านนบีมูฮัม
> >>หมัด (ซ.ล.) นาอูซูบีละห์
> >>
> >>ดังนั้น ท่านสมควร เขียนหรือพิมพ์และส่งให้กับคนอื่น อีซาอัลเลาะฮ์
> >>ในเวลา 2 สัปดาห์ท่านจะได้รับความสุขและจงจำไว้
> >>ว่าทำด้วยใจบริสุทธิ์และอย่าทำเล่นๆหรือเปล่าปละละเลยไม่สนใจต่อคำสั่งเสีย
> >> นี้
> >>
> >>ขอรับรองว่าเป็นความ จริงทุกประการ
> >>
> >>วัสสา ลาม
...................................................
สลามพี่น้องมุสลิมครับ
ก่อนอื่นต้องแจ้งว่าผมได้e-mail ฉบับนี้มาหลายครั้งแล้วและนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้ e-mail บิดาอะ ฉบับนี้
แน่นอนว่าผู้ส่งกำลังทำผิดหลายประการด้วยกัน
1)การแอบอ้างซื่อนบีฯ เป็นที่รู้กันอยู่ว่าท่านนบีห้ามวาดรูป จึงไม่มีภาพท่านหลงเหลือมาจนถึงปัจจุบัน การe-mailอ้างว่าท่านนบีฯมาหานั้น น่าคิดว่าเขารู้ได้อย่างไรว่าท่านนบี เป็นการแอบอ้างใช่หรือไม่ เพราะถ้าใช่
บิดาอะ
2)การส่งจดหมายฉบับบนี้แล้วโชคดีไม่ส่งโชคร้าย เท่ากับเหมือนจะบอกนัยๆว่าจดหมายฉบับนี้มีนัยทางไสยศาสตร์ การส่งจะมีโชคการไม่ส่งจะโชคร้ายประดุจการเล่นอง ปล่อยของ ทำนองไม่ปล่อยของจะเข้าตัว
ผู้ส่งจึงประดุจดังเล่นไสยศาสตร์อันมีผลให้ตกศาสนา มุรตัด
กรุณาอย่าอ้างเจตนาว่าประสงค์ดี หวังดี พ่อคนหนึ่งบีบบังคับให้ลูกรับอิสลามด้วยเจตนาดีแล้วบีบลูกโดนบอก
หากไม่รับอิสลามก็อยู่ร่วมบ้านไม่ได้ ไล่ออกจากบ้าน
ถูกท่านนบีตำหนิมาแล้ว หากเจตนาดีกระทำผิดก็ถูกตำหนิเช่นกัน
ขอให้ผู้ส่งไปปรึกษาอิหม่านใกล้ตัวท่านเสีย ท่านกำลังหมิ่นเหม่กับมุรตัด(ตกศาสนา)
ถ้าเรา 2 ข้อไปเป็นหลักฐานเอาไว้ เพื่อต้าน FW เมลล์ลักษณะนี้จะได้ไหมครับ
--- End quote ---
:salam:ครับ
1)การแอบอ้างซื่อนบีฯ เป็นที่รู้กันอยู่ว่าท่านนบีห้ามวาดรูป จึงไม่มีภาพท่านหลงเหลือมาจนถึงปัจจุบัน การe-mailอ้างว่าท่านนบีฯมาหานั้น น่าคิดว่าเขารู้ได้อย่างไรว่าท่านนบี เป็นการแอบอ้างใช่หรือไม่ เพราะถ้าใช่
บิดาอะ
การแอบอ้างชื่อท่าน นบี มูฮำหมัด (ซล) นั้น ถ้าเป็นการอ้างในลักษณะที่เป็นหลักฐาน เช่น ฮาดิษ ต่างๆ ก็เป็นสิ่งที่น่าสงเสริม เพราะเป็นการเรียนรู้ แต่ก็ต้องตามด้วยคำอธิบายของ อุลามาอฺ ที่ได้รับการยอมรับด้วย เพราะคน เอาวาม ทั่วไปนั้นไม่สามารถ(ไม่มีความรู้เพียงพอ) ที่จะนำเป้าหมายที่ ฮาดิษ( ท่านร่อซูล ได้กล่าวหรือกระทำหรืออนุญาติ) ต้องการได้ ก็ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญ นั้นก็คือ อุลามาอฺ นั้นเอง
แต่ถ้าเป็น การอ้างโดยความฝัน หรือ อ้างว่าได้พบปะกับท่าน ร่อซูล ในความฝัน(ในดุนยา) นั้นเป็นสิ่ง เป็นไปได้(ฮาโรส) ซึ่งต่างกับ พระผู้เป็นเจ้า ถ้าใครกล่าวว่าได้พบ อัลเลาะห์(ซบ)ในความฝัน(ในดุนยา) นั้น ก็ฮูก่มได้เลยว่า ฟาซิก (คนชั่ว) กรณี การอ้างว่าได้พบท่าน นบี มูฮำหมัด (ซล)นั้น เป็นเรื่องส่วนบุคคลซึ๋งไม่มีใครรู้ได้นอกจากตัวเขาเอง(ผู้ฝัน) ก็ต้องมาดูอีกว่า ผู้ฝัน นั้น เป็น คนยังไง มีอามานะห์หรือเปล่า เป็นผู้รู้หรือเปล่า บริสุทธิในการศรัทธาหรือเปล่า กฎเกณร์มากมายในการที่จะฝันเห็นท่านนบีมูฮำหมัด (ซล) ซึ่งในอดีต อุลามาอฺหลายคนก็เคยฝันเห็นท่าน นบีมูฮำหมัด (ซล) เช่น ท่านอีหม่าม ซาฟีอี (รด) ผู้นำมัซฮับที่เราตามกันอยู่
แต่การฝันเห็น ของท่านเหล่านั้น เขาไม่ได้ บอก หรือประกาศให้ ชาวบ้านเขารู้กัน เป็นเพียงคนใกล้ชิดเท่านั้นที่ได้รู้ และคนใกล้ชิดก็จะนำมาเล่า ในกีตาบต่างๆที่ตนเองได้เขียนหรือแต่งขึ้น เพื่อเป็นการเรียนการสอนเท่านั้น ไม่ใช่ในลักษณะของจดหมายด้านบนนี้
2)การส่งจดหมายฉบับบนี้แล้วโชคดีไม่ส่งโชคร้าย เท่ากับเหมือนจะบอกนัยๆว่าจดหมายฉบับนี้มีนัยทางไสยศาสตร์ การส่งจะมีโชคการไม่ส่งจะโชคร้ายประดุจการเล่นอง ปล่อยของ ทำนองไม่ปล่อยของจะเข้าตัว
ผู้ส่งจึงประดุจดังเล่นไสยศาสตร์อันมีผลให้ตกศาสนา มุรตัด
ก็คงจะจริงอย่างที่ ท่าน leeoe ว่านั้นแหละครับ การที่คนทั่วไปอ่อนแอเรื่อง อากีดะห์ นั้น เป็นสิ่งที่อันตรายพอสมควร อย่างน้อยที่สุด (ฟัรดูอีน) ก็ต้องรู้ว่า ผู้ที่สามารถทำให้ เกิดผล นั้น มีเฉพาะ อัลเลาะห์(ซบ)เท่านั้น การที่ อิตติกอต ว่าสิ่งต่างๆสามารถให้ผลได้ ส่อไปในทาง ตกมุรตัดได้ ก็อันตรายครับ
ถึงแม้ว่า ในเนื้อหาของจดหมายเป็นสิ่งดี หรือ น่าส่งเสริมเพียงใดก็ตาม หรือ ถูกต้องที่สุดก็ตาม แต่การจะแจ้งข่าวนั้น ก็คือ แจ้งข่าวให้รู้ แต่ไม่ใช่การบังคับในลักษณะที่ก่อให้ผลต่างๆ แก่ผู้ได้รับ ไม่ว่าจะดีหรือไม่ดี เพราะสิ่งเหล่านั้น อยู่ใน พระประสงค์ของอัลเลาะห์(ซบ) ถึงแม้บางครั้งจะบังเอิญไปตรงตามนั้นก็ตาม ก็ไม่สามารถที่ อิตติกอตว่าจดหมายคือผู้ให้ผล
ถ้ามาดูในเนื้อหา มันก็ รู้ กันอยู่ทั่วไปในสังคมมุสลิมอยู่แล้วว่า ถึงสิ่งต่างๆเหล่านั้น ถ้าจะถามว่าเราเชื่อในจดหมายไหม ตอบ เราเชื่อเนื้อหาจดหมายเพราะไปตรงกับอัลกุรอ่าน และฮาดิษ แต่เราไม่เชื่อในจดหมาย
เราเชื่อในอัลกุรอ่านและอัลฮาดิษเพราะ จดหมายดันเขียนหรือบันทึกตรงกับข่าวที่แจ้งในอัลกุรอ่านและฮาดิษ เราก็เชื่อแต่เป็นการเชื่อในอัลกุรอ่านและฮาดิษ ต่างหาก ส่วนจดหมายเราปฎิเสธเราไม่เชื่อว่า จะมีสิ่งใดๆเกิดขึ้น ถึงแม้มันจะเกิดขึ้นก็ตาม แต่นั้นเพราะพระประสงค์ของ พระผู้เป็นเจ้าจะให้เกิดขึ้น ไม่ใช่จดหมาย
ถึงแม้จดหมาย ผู้พยายาม เผยแพร่นั้น จะมีเจตนาดีก็ตาม แต่ก็เป็นอันตรายอย่างมาก ต่อ อากีดะห์ของผู้ที่ตามนั้น จริงๆแล้ว เรื่องการตักเตือนสู่ความดีเป็นวายิบบนมุสลิมที่บรรลุนิติภาวะอยู่แล้ว เช่น วัยรุ่น ก็ วายิบที่ต้องเรียนรู้และปฎิบัติศาสนาให้ถูกต้อง(อยู่ในการถูกตักเตือนด้วยการเรียน) สามีวายิบต้องสอนภรรยาและลูก(เป็นการตักเตือนด้วยการสอน) ผู้รู้วายิบต้องสอนแก่ผู้ไม่รู้ (เป็นการตักเตือนด้วยการสอน) โต็ะอีหม่ามวายิบ ต้องดูแลเรื่องศาสนาของคนในมูเก็ม (เป็นการตักเตือนด้วยการดูแลให้อยู่ในศาสนา) คณะกรรมการการประจำจังหวัด ก็วายิบ ต้องดูแลเรื่องศาสนาของคนในจังหวัด(เป็นการตักเตือนด้วยการดูแลให้อยู่ในศาสนา) จุฟ้า วายิบต้องดูแลเรื่องศาสนาของคนในประเทศ(เป็นการตักเตือนด้วยการดูแลให้อยู่ในศาสนา)
โคลงสร้างของศาสนาอิสลาม นั้นคลอบคลุมหมดแล้วไม่ว่าจะที่บ้านหรือนอกบ้าน ในหมู่บ้าน ในจังหวัด ในประเทศ ซึ่งการดูแลเรื่องศาสนาก็รวมถึงเนื้อหาในจดหมายด้วยและมากกว่านั้นด้วยซ้ำ เพืยงแต่่ใครจะรู้หน้าที่ของตัวเองอย่างไรแค่นั้นเอง
ศาสนาอิสลามนั้นสมบูรณ์มา 1400 กว่าปีแล้ว ที่ไม่สมบูรณ์(ต้องดูแล ตักเตือน)ก็คนทั่วไปที่ปฎิบัติอยู่นั้นแหละตัวดีเลย (รวมตัวเองด้วย) :laugh:
วัสลาม
Rachyds:
:salam:
กุศโลบาย
จากจดหมายลูกโซ่ข้างต้น มันเป็นเพียงกุศโลบายที่ผู้เผยแพร่พยายามที่จะให้จดหมายนั้นแพร่ไปอย่างรวดเร็ว จึงเห็นได้จากการที่ช่วงท้ายจดหมายนั้นกล่าวในเรื่องผลกระทบของการที่ผู้ไม่ทำการต่อยอดของจดหมาย โดยความเป็นจริงแล้วบุคคลใดที่จะต้องประสบกับความโชคร้ายในตัวเขา โดยการอนุมัติจากอัลลอฮตาอาลานั้น คือ
-การกระทำของตัวเขาเอง
-การทดสอบในอีหม่าน
เมื่อเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งที่เขาประสบ กอปกรกับเขาเจอกับจดหมายลูกโซ่ประเภทนี้ ความไม่รู้ในจิตใจเขา ก็สรุปได้ว่าเพราะจดหมายเป็นเหตุทำให้เขาประสบกับความโชคร้าย และจำยอมที่จะเผยแพร่จดหมายนั้นต่อๆกันไป อย่างน้อยเขาสามารถขจัดความกลัวไปได้ระดับหนึ่ง แต่ความเป็นจริงนั้นเขาได้ทำลายอกิดะฮของตนเองโดยไม่เฉลียวว่า ทั้งหมดที่เขาประสบนั้นคือมากจากอัลลอฮตาอาลาแต่เพียงผู้เดียว
เราควรทำอย่างไรเมื่อเจอจดหมายประเภทนี้
-ตะวักกัลในกอดอรกอดัรของอัลลอฮ
-เมื่อท่านอ่านแล้วคิดว่ามีส่วนที่เป็นประโยชน์ก็ถือว่าเป็นจดหมายที่ตักเตือนตัวเราเอง
-นิ่งเฉย และไม่ควรที่จะเผยแพร่จดหมายประเภทนี้ เพราะจะสามารถตัดวงจรการแพร่ระบาดของมันได้
-ถ้าคิดว่ามีส่วนที่เป็นประโยชน์ที่สามารถตักเตือนผู้อื่น และอยากเผยแพร่โดยหวังที่จะได้รับผลบุญและโดยมิใช่ความหวาดกลัว ควรที่จะถ่ายเอกสารเฉพาะส่วนที่เป็นเนื้อหานั้นๆแจกจ่าย และให้ตัดส่วนที่เป็นคำสาปหรือคำขู่ต่างๆทิ้ง เพราะมันคือวัฏจักรของอิบลิสชัยตอนที่ล่อลวงให้ผู้ที่อ่านมีความหวาดกลัวในคำขู่ โดยที่ลืมตะวักกัลต่ออัลลอฮตาอาลา
นำร่อง
[0] ดัชนีข้อความ
[*] หน้าที่แล้ว
Go to full version