เสวนาเชิงวิชาการ > สนทนาศาสนธรรม
ปฏิเสธการแต่งงานบาปไหมคะ
nada-yoru:
--- อ้างจาก: Ilyas ที่ เม.ย. 19, 2011, 11:40 PM ---แถมให้ ครับ อิอิ
http://www.youtube.com/watch?v=T24VQ1bN6jI
--- End quote ---
ดูและฟังคลิปดังกล่าวแล้วรู้สึกซาบซึ้ง จึงขอขุด...
"ลูกหลานนบีอาดัมทุกคนมีความผิด
และผู้ที่ดีที่สุดในหมู่พวกเขา
คือ ผู้ที่กลับเนื้อกลับตัว"
ปล.ประเด็นดังกล่าวนี้เป็นประเด็นร่วมสมัยที่คนต่างศาสนิก
มักจะถามข้าน้อยเป็นประจำ...ยิ่งผู้ทีี่สนใจอิสลามยิ่งถามหนัก
เพราะสิ่งที่เขาพบเจอคือ มุสลิมเรากระทำไม่ถูกต้อง
จนทำให้เขาสงสัยว่าอย่างไหนคือ อิสลามที่แท้จริงและไม่แท้จริงขึ้นมา
แต่สำหรับข้าน้อยมองว่านั่น ทำให้เขาเริ่มรู้สึกสนใจอิสลามขึ้นมา
และความสงสัยนั่นก็ได้กลายเป็นประตูสู่การเตาบะอฺตัวต่ออัลลอฮฺ
ตามติดมาในที่สุด สำหรับบุคคลที่อัลลอฮฺประสงค์ให้อยู่บนทางนำของพระองค์
จงภูมิใจเถิด เมื่อเราได้เข้าสู่ประตูแห่งการกลับเนื้อกลับตัว
มุสลิมเองก็ต้องกระทำการขออภัยโทษต่ออัลลอฮฺทุกเช้าค่ำ
ซึึ่งความผิดที่ได้กระทำไป...
เมื่อเราได้ทำการเตาบะฮฺ(ขออภัยโทษต่ออัลลอฮฺ)แล้ว
เราจะได้รับรู้รสชาติของความรักความเมตตาของอัลลอฮฺ
ที่พระองค์ทรงมอบให้กับเราอย่างมากมายหลังจากนั้น...
พระองค์คือผู้ทรงอภัยโทษและทรงเมตตายิ่ง...
ปล.หาเราปฏิเสธท่ีจะแต่งงานกับคนที่ไม่ดี ข้าน้อยมองว่า
ไม่ผิดบาปอะไรค่ะ แต่สำหรับคนดีมีอีหม่านนั้น
เดี๋ยวนี้หายาก...หากได้เจอเราก็ไม่ควรจะปล่อยเขาไปนะคะ
แต่ต้องให้แน่ใจแล้วว่า ทีี่เขา(มนุษย์)ว่าดีนั้น ดีจริงๆรึเปล่า...
^^ พ่อข้าน้อยบอกว่า เราต้องหมั่นทำความดี
และฝึกการเป็นผู้มีอีหม่าน เพราะการที่เรามีอีหม่าน
จะทำให้เรามองเห็นคนมีอีหม่าน(รู้จักว่าคนมีอีหม่านนั้น
เป็นอย่างไร)
เหมือนเราใส่แว่นตาอีหม่านเราก็จะรู้จะเห็น
ว่าคนไหนมีอีหม่าน คนไหนไม่มีน่ะค่ะ...คือสามารถแยกแยะได้
ด้วยแว่นตาอีหม่านที่เราสวมอยู่...เรามีอีหม่านระดับไหน
เราก็เห็นได้ในระดับนั้น...ตามระดับแว่นอีหม่านของเราค่ะ....
^^ แต่ละคนก็...สั้นยาวไม่เท่ากัน^^
วัสลามค่ะ
nada-yoru:
อัสลามุอะลัยกุม วะเราะมาตุลลอฮฺ วะบารอกาตุ
นึกเรื่องราวนึงขึ้นมาได้ จึงขอนำเสนอนะคะ...
ท่านอะนัส อิบนุ มาลิก ได้เล่าว่า :
อะบูฏอลหะห์ได้มาสู่ขอท่านหญิงอุมมุ สุลัยม์ -ซึ่งอบูฏอลหะห์
ในเวลานั้นยังมิได้เข้ารับอิสลาม-
ท่านหญิงจึงกล่าวว่า : แท้จริงไม่เป็นการบังควร ที่ฉันจะทำ
การสมรสกับชายผู้ตั้งภาคี โอ้ อะบาฏอลหะห์!
ท่านมิทราบดอกหรือว่า บรรดาเทพเจ้าที่ท่านสักการะนั้น
ทาสของตระกูลน้ันๆเป็นผู้แกะสลักและปั้นมันขึ้นมา
และแท้จริงถ้าหากว่าท่านจุดไฟสุมเจว็ดและรูปปั้นเหล่านั้นแล้วไซร้ แน่นอนมันย่อมมอดไหม้ ท่านอะนัสเล่าต่อว่า:
เมื่ออะบูฏอลหะห์ ถูกปฏิเสธ ดังนั้นเขาจึงจากไปโดยในใจของเขามีสิ่งที่ต้องครุ่นคิดจากคำพูดของท่านหญิงอุมมุสุลัยม์
ต่อมาภายหลังเขาก็ได้มาหานางอีกคราและกล่าวว่า :
สิ่งที่เธอได้เสนอต่อฉันนั้น ฉันน้อมรับแต่โดยดี
(ในที่สุด อบูฏอลหะห์ก็เข้ารับอิสลาม)ท่านอะนัสกล่าวว่า:
นางไม่ได้มีสินสมรสอันใดเลย นอกจากการเข้ารับอิสลาม
(ของอบีฏอลหะห์)
(คัดจาก เฏาะบะกอต อิบนิ สะอ์ดฺ (8/426/427)
และท่านอิบนุ หะญัรฺ ได้ระบุไว้ใน "อัลอิศอบะห์"(8/243)
และสายรายงานนี้ถูกต้อง)
ข้อคิด : "อิสลาม" เป็นสิ่งมีค่าเลิศล้ำ และไม่อาจตีราคา
เป็นทรัพย์สินได้ ผู้ใดได้ยอมรับอิสลามเป็นสรณะ
ผู้นั้นมีขุมทรัพย์มหาศาลอยู่กับตน ส่วนผู้ใดที่ครอบครองขุมทรัพย์มหาศาลแต่ไม่มีอิสลามเป็นสรณะ
ผู้นั้นหาได้ครอบครองสิ่งใดไม่ นอกจากทุกขลาภ
ที่มา: จากหนังสือ "คัดมาให้คิด" โดย อาจารย์ อาลี เสือสมิง
เรื่อง อิสลาม คือ สินสมรส หน้าที่ 180-181
วัสลามค่ะ
นำร่อง
[0] ดัชนีข้อความ
[*] หน้าที่แล้ว
Go to full version