เสวนาเชิงวิชาการ > สนทนาศาสนธรรม

นัฟเกาะห์ เป็นวายิบหรือไม่

<< < (11/15) > >>

rayes:
 :salam:

1 ผมเสนอให้ลบกระทู้นี้ไปเลย เพราะคำถามประเภทนี้มีอยู่แล้ว  อีกอย่างคนที่ตั้งคำถามแบบตัดสินคนอื่น ล่อเป้าใว้ ก็ไม่เข้ามาเสวนาด้วยแต่อย่างใด   ตอนนี้ก็มีพี่น้องตอบไปแล้วว่า การทิ้งครอบครัว ขายทรัพย์สิน แล้วไปออกดะอฺวะฮฺ โดยไม่กลับมาเลยนั้น ไม่ใช่หลักการของงานดะอฺวะฮฺ ชัดเจนแล้วนะครับ  หลายๆครั้ง เกิดฟิตนะห์มากมายกับกระทู้แนวนี้ โดยผู้อ้าง ไม่ได้นำหลักฐานมายืนยันแต่อย่างใด ทำให้คนทำงานศาสนาผู้ถูกกล่าวอ้าง ต้องตกเป็นจำเลยของสังคม โดยไม่มีโอกาสตอบคำถามข้อเท็จจริงแต่อย่างใด ส่วนที่ตอบไปวนมากันไม่รู้จักจบสิ้นนั้น เรื่องส่วนตัวส่วนบุคคลทั้งสิ้น แน่นอนหากเราค้นหาความบกพร่องของมนุษย์ย่อมมีแน่นอน ไม่ว่า จะ ดะอฺวะฮฺ อีหม่าม อาจารย์ นักเรียน หรือแม้แต่เราเองที่พยายามจะปรับปรุงนัฟเกาะห์คนอื่นอยู่ก็ตาม  แล้วแต่ใครจะมาก น้อย หรือด้านไหนก็ตาม  เมือเจอแล้วก็ปรับปรุงแก้ใขกันต่อไป ส่วนจะได้ผลหรือไม่อย่างไรนั้นเขากับอัลลอฮฺ ........


..............ส่วนใครที่ยังติดใจว่าคนขึ้นบรรยายพูดแบบนั้นมีจริงหรือ?....ผู้ที่กล่าวอ้างต้องเป็นฝ่ายนำพิสูจน์ นำหลักฐานมา ไม่ใช่ฝ่ายที่ถูกกล่าวหานะครับ


2 หากไม่ลบเพราะเห็นว่ามีประโยชน์ ก็มาต่อกันเลย

ผมอยากให้ตัดคำว่า ดะอฺวะฮฺออกไปก่อนนะครับ เดียวจะหลงประเด็น เพราะนัฟเกาะฮฺไม่ใช่วายิบเฉพาะคนทำงานดะฮฺวะฮฺเท่านั้น ใช่ไหมครับ

เอาตาม หัวข้อกระทู้เลยนะครับ นัฟเกาะห์ เป็นวายิบหรือไม่

หลายท่านตอบไปแล้วว่าเป็น วายิบ

ตอนนี้ ผมอยากให้ผู้รู้มาตอบแบบละเอียดแล้วละครับ

ว่า แค่ไหน อย่างไร และข้อปลีกย่อย ต่างๆครับ

Al Fatoni:

--- อ้างจาก: راجيس ที่ พ.ค. 02, 2011, 11:35 PM --- :salam:

1 ผมเสนอให้ลบกระทู้นี้ไปเลย เพราะคำถามประเภทนี้มีอยู่แล้ว  อีกอย่างคนที่ตั้งคำถามแบบตัดสินคนอื่น ล่อเป้าใว้ ก็ไม่เข้ามาเสวนาด้วยแต่อย่างใด   ตอนนี้ก็มีพี่น้องตอบไปแล้วว่า การทิ้งครอบครัว ขายทรัพย์สิน แล้วไปออกดะอฺวะฮฺ โดยไม่กลับมาเลยนั้น ไม่ใช่หลักการของงานดะอฺวะฮฺ ชัดเจนแล้วนะครับ  หลายๆครั้ง เกิดฟิตนะห์มากมายกับกระทู้แนวนี้ โดยผู้อ้าง ไม่ได้นำหลักฐานมายืนยันแต่อย่างใด ทำให้คนทำงานศาสนาผู้ถูกกล่าวอ้าง ต้องตกเป็นจำเลยของสังคม โดยไม่มีโอกาสตอบคำถามข้อเท็จจริงแต่อย่างใด ส่วนที่ตอบไปวนมากันไม่รู้จักจบสิ้นนั้น เรื่องส่วนตัวส่วนบุคคลทั้งสิ้น แน่นอนหากเราค้นหาความบกพร่องของมนุษย์ย่อมมีแน่นอน ไม่ว่า จะ ดะอฺวะฮฺ อีหม่าม อาจารย์ นักเรียน หรือแม้แต่เราเองที่พยายามจะปรับปรุงคนอื่นอยู่ก็ตาม  แล้วแต่ใครจะมาก น้อย หรือด้านไหนก็ตาม  เมือเจอแล้วก็ปรับปรุงแก้ใขกันต่อไป ส่วนจะได้ผลหรือไม่อย่างไร ......................ส่วนใครที่ยังติดใจ ว่า คนขึ้นบรรยายพูดแบบนั้นมีจริงหรือ?....ผู้ที่กล่าวอ้างต้องเป็นฝ่ายนำพิสูจน์ นำหลักฐานมา ไม่ใช่ฝ่ายที่ถูกกล่าวหานะครับ

2 หากไม่ลบเพราะเห็นว่ามีประโยชน์ ก็มาต่อกันเลย

ผมอยากให้ตัดคำว่า ดะอฺวะฮฺออกไปก่อนนะครับ เดียวจะหลงประเด็น เพราะนัฟเกาะฮฺไม่ใช่วายิบเฉพาะคนทำงานดะฮฺวะฮฺเท่านั้น ใช่ไหมครับ

เอาตาม หัวข้อกระทู้เลยนะครับ นัฟเกาะห์ เป็นวายิบหรือไม่

หลายท่านตอบไปแล้วว่าเป็น วายิบ

ตอนนี้ ผมอยากให้ผู้รู้มาตอบแบบละเอียดแล้วละครับ

ว่า แค่ไหน อย่างไร และข้อปลีกย่อย ต่างๆครับ



--- End quote ---

           อินชาอัลลอฮฺ ทางเราจะรับไว้พิจารณาครับ และขอฝากทางสมาชิกช่วยเป็นหูเป็นตาด้วยครับ และหากแจ้งความไม่เหมาะสมประการใด็ช่วยแจ้งมาทางทีมงานทางข้อความส่วนตัวได้ทันทีครับ และขอยืนยันคำเดิมมาตลอดว่า ได้โปรดแยกแยะระหว่าง "พฤติกรรมบุคคลที่อยู่ในกลุ่มนั้นๆ" กับ "อุดมการณ์หลักของกลุ่มนั้นๆ" ให้ออก มิฉะนั้น เรื่องก็จะวนเวียนอยู่ที่เดิม และนำไปสู่ความบาดหมาง และแก้ปัญหาอะไรไม่ได้เลย - วัสสลามุอลัยกุม

Al Fatoni:
ผมเข้าใจว่า เมื่อพูดถึงกลุ่มตับลีฆทีไร ประเด็นที่จะถูกมองคู่กันด้วยก็เลี่ยงไม่พ้นในเรื่อง "นัฟเกาะฮ์" นั่นเอง และอาจถือเป็นสาเหตุต้นๆ ที่มีการหย่ากัน และผมเชื่อว่ามันเป็นความบกพร่องที่ตัวบุคคลมากกว่าที่อุดมการณ์ของตับลีฆ ซึ่งไ่ม่อาจนำมาเกี่ยวข้องด้วยได้เลย - วัลลอฮุอะอ์ลัม

rayes:

--- อ้างจาก: Al Fatoni ที่ พ.ค. 03, 2011, 06:42 PM ---ผมเข้าใจว่า เมื่อพูดถึงกลุ่มตับลีฆทีไร ประเด็นที่จะถูกมองคู่กันด้วยก็เลี่ยงไม่พ้นในเรื่อง "นัฟเกาะฮ์" นั่นเอง และอาจถือเป็นสาเหตุต้นๆ ที่มีการหย่ากัน และผมเชื่อว่ามันเป็นความบกพร่องที่ตัวบุคคลมากกว่าที่อุดมการณ์ของตับลีฆ ซึ่งไ่ม่อาจนำมาเกี่ยวข้องด้วยได้เลย - วัลลอฮุอะอ์ลัม

--- End quote ---

แต่ผมว่า ประเด็นที่เกิดฟิตนะห์บนกระดานมากที่สุดในกระทู้แนวนี้ คือ ผู้กล่าวอ้างไม่ได้เป็นฝ่ายนำพิสูจน์แต่อย่างใด และจะกลายเป็น ''การปรักปรำผู้อื่น'' แล้วฟิตนะห์ก็ตามมาครับ

peacemaker:
ผมขอเสนอความคิดนัยประเด็นนนี้นะครับ ผิดถูกก็ช่วยติด้วยนะครับอยากจะยกตัวอย่างซัก2-3ประวัตินะครับ
 1.มีอยู่ครั้งหนึ่งท่านนบีขึ้นคุตบะฮ แล้วก็ได้ยินเสียงเด็กร้องมาจากบ้านของท่านนบี เพราะว่าบ้านนบีติดกับมัสยิด ท่านนบีก็สั่งให้อบูฮุรอยรอฮไปดูซิว่าใครร้อง ปรากฎว่าเป็นหลานของท่านนบี คือฮาซัน และฮูเซ็น หลังจากนั้นท่านอบูฮุรอยรอฮก็บอกกับฟาตีมะฮว่า กล่อมให้เด็กเงียบหน่อยเพราะว่าท่านนบีอ่านคุตบะฮไม่ได้ พอบอกเสร็จอบูฮุรอยรอฮก็กลับไป ซักพักพอนบีจะเริ่มอ่านคุตบะฮ เด็กก็ร้องให้อีก นบีก็สั่งให้อบูฮุรอยรอฮกลับไปบอกอีกถีึงสามครั้ง จนกระทั่งว่าสุดท้าย นบีต้องมาเอง แล้วถามว่าทำไมเด็กถึงร้องให้ ฟาตีมะฮตอบว่า ไม่มีนมให้ลูกกิน เพราะว่าไม่มีอาหารจะกิน ก็เลยไม่สามรถจะผลิตน้ำนมได้ ท่านนบีก็เลยบอกว่าไห้เอาน้ำลายไปป้ายที่ปากเด็ก เพื่อจะให้เด็กคิดว่ามันเป็นนม นางฟาตีมะฮบอกว่าแม้กระทั่งน้ำลายก็ไม่มี สุดท้ายนบีก็ถามว่า แล้วท่านอลีไปไหนหรอ นางฟาตีมะฮบอกว่าท่านอลีไปเยเมน เป็นระยะเวลา6เดือนด้วยกัน หลังจากนั้นนบีก็ไม่ได้ว่าอาราย แล้วนบีก็กลับไปขึ้นคุตบะฮ
     อยากถามหน่อยว่าแบบนี้ แสดงว่าท่านอลีไม่ได้ให้นัฟกอฮกับภรรยาช่ายหรอไม่ แล้วทำไมนบีถึงไม่ได้ต่อว่้าท่านอลีเลยแม้แต่น้อย หรอว่าคนที่ออกนัยหนทางของอัลลอฮ สมัยนี้กับสมัยนบีไม่เหมือนกัน แล้วอารายคือบรรทัดฐานของคำว่านัฟกอฮ
  2.มีอยู่ครั้งหนึ่งท่านนบีได้ออกจากบ้านไปอยู่ที่มัสยิด เป็็นระยะเวลา1เดือนด้วยกัน หลังจากนั้นระหว่างภรรยานบีก็เลยประชุมกันเพื่อที่จะให้คนหนึ่งคนใดไปบอกกับท่านนบี เพราะว่าตอนนี้เราไม่มีอารายจะกินกันแล้ว ถ้าเราจะอยู่ต่อไปแบบนี้ไม่ไหวแล้ว หลังจากนั้นคนหนึ่งจากภรรยานบีก็ได้ไปหานบี แล้วก็เอ๋ยถึงเรื่องดังกล่าวกับบท่านนบี หลังจากนั้นอัลลอฮก็ลงอายะฮกุรอานมา
    يايهاالنبي قل لازواجك ان كنتن تردن الحياة الدنيا وزينتها فتعالين امتعكن واسرحكن سراحاجميلا وانكنتن تردن الله ورسوله والدارالاخرة فان الله اعد للمحسنات منكن اجرا عظيما
   ความว่า โอ้ผู้เป็นศาสดาจงสอนภรรยาของสูเจ้าเถิดว่า มาตรแม้นพวกเทอปรารถนาชีวิตทางโลกนี้ และสิ่งประดับของมันพวกเทอก็จงมาเถิดฉันจะให้ความสุขฉันจะให้ความสุขแก่พวกเทอและฉันจะปลกปล่อยพวกเทอไปอย่างดี(คือหย่าร้างโดยดี) และหากพวกเทอปรารถนา(รางวัลจากอัลลอฮ)ศาสนทูตของพระองค์ และโลกหน้าที่จริงอัลลอฮได้เตรียมไว้ให้กับพวกเทอที่ประกอบคุณความดีซึ่งรางวัลอันยิ่งใหญ่
  แล้วอันนี้หมายความว่าอย่างไนรหรอครับ หรอว่าอันนี้ทำได้เฉพาะท่านนบีอย่างเดว
  3.แล้วท่านนบีอิบรอฮีม อลัยฮิสลาม ไปพระนางฮายัตกับอิสมาอีลไว้กลางทะเลทราย จากไปประมาณ9-11-13ปีตามสายรายงานไม่เท่ากัน ตรงไหนหรอที่นบีอิบรอฮีมให้นัฟกอฮต่อลูกและภรรยาของท่าน บางรายงานบอกว่ามีอินทผลัมอยู่นิสนุง หรอว่าแบบนี้ทำได้เฉพาะท่านนบีอย่างเดว
  4.ตอนที่ท่านอบูบักรอพยพไปกับท่านนบีอบูบักรทิ้งลูกสาวคืออัสมะฮ กับพ่อตาบอดที่ชื่ออบูกุฮาฟาฮ แล้วก็เอาก้อนหินใส่ไว้ที่เก็บตังแล้วเอาผ้าคลุมเผื่อต้องการให้คนตาบอดสบายใจว่า อบูบักรได้ทิ้งทรัพย์สินไว้ให้ ทั้งๆที่อยู่นัยนั้นก็คือก้อนหิน
    แล้วไหนละนัฟกอฮที่ท่านอบูบักทิ้งไว้ให้กับพ่อและลูกสาว
 สุดท้ายนี้เที่ผมนำเสนอผมไม่ได้แนะนาำให้คนละทิ้งการจ่ายนัฟกอฮ แต่นัยบางครั้งเมื่อศาสนามันสำคัญกว่า ความสุขบนดุนยาก็ต้องละทิ้งมันไปบ้าง เพื่อจะเอาการตอบแทนที่ยิ่งใหญ่จากอัลลอฮตาอาลา
  والله اعلم

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว

Go to full version