เสวนาเชิงวิชาการ > สนทนาศาสนธรรม
นัฟเกาะห์ เป็นวายิบหรือไม่
sufriyan:
--- อ้างจาก: peacemaker ที่ พ.ค. 04, 2011, 04:20 AM ---ผมขอเสนอความคิดนัยประเด็นนนี้นะครับ ผิดถูกก็ช่วยติด้วยนะครับอยากจะยกตัวอย่างซัก2-3ประวัตินะครับ
1.มีอยู่ครั้งหนึ่งท่านนบีขึ้นคุตบะฮ แล้วก็ได้ยินเสียงเด็กร้องมาจากบ้านของท่านนบี เพราะว่าบ้านนบีติดกับมัสยิด ท่านนบีก็สั่งให้อบูฮุรอยรอฮไปดูซิว่าใครร้อง ปรากฎว่าเป็นหลานของท่านนบี คือฮาซัน และฮูเซ็น หลังจากนั้นท่านอบูฮุรอยรอฮก็บอกกับฟาตีมะฮว่า กล่อมให้เด็กเงียบหน่อยเพราะว่าท่านนบีอ่านคุตบะฮไม่ได้ พอบอกเสร็จอบูฮุรอยรอฮก็กลับไป ซักพักพอนบีจะเริ่มอ่านคุตบะฮ เด็กก็ร้องให้อีก นบีก็สั่งให้อบูฮุรอยรอฮกลับไปบอกอีกถีึงสามครั้ง จนกระทั่งว่าสุดท้าย นบีต้องมาเอง แล้วถามว่าทำไมเด็กถึงร้องให้ ฟาตีมะฮตอบว่า ไม่มีนมให้ลูกกิน เพราะว่าไม่มีอาหารจะกิน ก็เลยไม่สามรถจะผลิตน้ำนมได้ ท่านนบีก็เลยบอกว่าไห้เอาน้ำลายไปป้ายที่ปากเด็ก เพื่อจะให้เด็กคิดว่ามันเป็นนม นางฟาตีมะฮบอกว่าแม้กระทั่งน้ำลายก็ไม่มี สุดท้ายนบีก็ถามว่า แล้วท่านอลีไปไหนหรอ นางฟาตีมะฮบอกว่าท่านอลีไปเยเมน เป็นระยะเวลา6เดือนด้วยกัน หลังจากนั้นนบีก็ไม่ได้ว่าอาราย แล้วนบีก็กลับไปขึ้นคุตบะฮ
อยากถามหน่อยว่าแบบนี้ แสดงว่าท่านอลีไม่ได้ให้นัฟกอฮกับภรรยาช่ายหรอไม่ แล้วทำไมนบีถึงไม่ได้ต่อว่้าท่านอลีเลยแม้แต่น้อย หรอว่าคนที่ออกนัยหนทางของอัลลอฮ สมัยนี้กับสมัยนบีไม่เหมือนกัน แล้วอารายคือบรรทัดฐานของคำว่านัฟกอฮ
2.มีอยู่ครั้งหนึ่งท่านนบีได้ออกจากบ้านไปอยู่ที่มัสยิด เป็็นระยะเวลา1เดือนด้วยกัน หลังจากนั้นระหว่างภรรยานบีก็เลยประชุมกันเพื่อที่จะให้คนหนึ่งคนใดไปบอกกับท่านนบี เพราะว่าตอนนี้เราไม่มีอารายจะกินกันแล้ว ถ้าเราจะอยู่ต่อไปแบบนี้ไม่ไหวแล้ว หลังจากนั้นคนหนึ่งจากภรรยานบีก็ได้ไปหานบี แล้วก็เอ๋ยถึงเรื่องดังกล่าวกับบท่านนบี หลังจากนั้นอัลลอฮก็ลงอายะฮกุรอานมา
يايهاالنبي قل لازواجك ان كنتن تردن الحياة الدنيا وزينتها فتعالين امتعكن واسرحكن سراحاجميلا وانكنتن تردن الله ورسوله والدارالاخرة فان الله اعد للمحسنات منكن اجرا عظيما
ความว่า โอ้ผู้เป็นศาสดาจงสอนภรรยาของสูเจ้าเถิดว่า มาตรแม้นพวกเทอปรารถนาชีวิตทางโลกนี้ และสิ่งประดับของมันพวกเทอก็จงมาเถิดฉันจะให้ความสุขฉันจะให้ความสุขแก่พวกเทอและฉันจะปลกปล่อยพวกเทอไปอย่างดี(คือหย่าร้างโดยดี) และหากพวกเทอปรารถนา(รางวัลจากอัลลอฮ)ศาสนทูตของพระองค์ และโลกหน้าที่จริงอัลลอฮได้เตรียมไว้ให้กับพวกเทอที่ประกอบคุณความดีซึ่งรางวัลอันยิ่งใหญ่
แล้วอันนี้หมายความว่าอย่างไนรหรอครับ หรอว่าอันนี้ทำได้เฉพาะท่านนบีอย่างเดว
3.แล้วท่านนบีอิบรอฮีม อลัยฮิสลาม ไปพระนางฮายัตกับอิสมาอีลไว้กลางทะเลทราย จากไปประมาณ9-11-13ปีตามสายรายงานไม่เท่ากัน ตรงไหนหรอที่นบีอิบรอฮีมให้นัฟกอฮต่อลูกและภรรยาของท่าน บางรายงานบอกว่ามีอินทผลัมอยู่นิสนุง หรอว่าแบบนี้ทำได้เฉพาะท่านนบีอย่างเดว
4.ตอนที่ท่านอบูบักรอพยพไปกับท่านนบีอบูบักรทิ้งลูกสาวคืออัสมะฮ กับพ่อตาบอดที่ชื่ออบูกุฮาฟาฮ แล้วก็เอาก้อนหินใส่ไว้ที่เก็บตังแล้วเอาผ้าคลุมเผื่อต้องการให้คนตาบอดสบายใจว่า อบูบักรได้ทิ้งทรัพย์สินไว้ให้ ทั้งๆที่อยู่นัยนั้นก็คือก้อนหิน
แล้วไหนละนัฟกอฮที่ท่านอบูบักทิ้งไว้ให้กับพ่อและลูกสาว
สุดท้ายนี้เที่ผมนำเสนอผมไม่ได้แนะนาำให้คนละทิ้งการจ่ายนัฟกอฮ แต่นัยบางครั้งเมื่อศาสนามันสำคัญกว่า ความสุขบนดุนยาก็ต้องละทิ้งมันไปบ้าง เพื่อจะเอาการตอบแทนที่ยิ่งใหญ่จากอัลลอฮตาอาลา
والله اعلم
--- End quote ---
ความหมายคือ?
- นาฟาเกาะไม่วายิบ?
- นาฟาเกาะวายิบแต่ละทิ้งได้ในบางเหตุการณ์ (สมัยนาบีและซอฮาบะ)?
- นาฟาเกาะวายิบ แต่ละทิ้งได้ด้วยการดะวะฮ์ (ออกดะวะ,เรียนหนังสือ,และบรรดาการดะวะอ์ต่างๆ)?
ที่มาต่างๆเหล่านั้นที่กล่าวมาข้างต้น นักวิชาการอิสลามที่โลกยอมรับอธิบายลักษณะเช่นนี้ว่าอย่างไรครับ
a d n a n:
--- อ้างจาก: al-firdaus~* ที่ เม.ย. 28, 2011, 05:42 PM ---
--- อ้างจาก: a d n a n ที่ เม.ย. 28, 2011, 04:34 PM ---
--- อ้างจาก: Innocence ที่ เม.ย. 27, 2011, 01:45 AM ---ซูฟีย์สอนไว้ว่า : การไม่เอาดุนยาก็คือการเอาดุนยาไปอาคีเราะห์
--- End quote ---
ผมไม่เข้าใจประโยคนี้ อธิบายให้หน่อยสิครับ
--- End quote ---
ชาวอาริฟบิลละฮ์ มักทำให้จิตใจของพวกเขานั้นไม่หมกมุ่นอยู่กับดุนยา
ตรงกันข้ามพวกเขาจะสาละวนอยู่กับโลกหน้าคือโลกอาคิเราะฮ์มากกว่า
ไม่ได้หมายความว่า ให้หลุดพ้นดุนยาทั้งหมด สิ่งที่หลุดพ้นคือหัวใจที่ใฝ่ต่ำของตัวเองต่างหาก
เอาดุนยาเป็นสถานที่สะสมเสบียงสู่อาคิเราะฮ์
ดุนยาเป็นสิ่งสมมติฐาน อาคิเราะฮ์คือสิ่งจีรัง
เชค อิบรอฮีม บิน อัดฮัม ปราชญ์ซูฟีย์ผู้โด่งดัง ได้กล่าวว่า.....
เมื่อพวกเจ้าเห็นมนุษย์ได้สาละวนอยู่กับโลกนี้มากนัก พวกเจ้าก็จงสาละวนอยู่กับโลกอาคีเราะฮฺเถิด
และถ้าทุกคนเอาใจใส่เรื่องภาพลักษณ์ภายนอก พวกเจ้าก็จงให้ความสำคัยต่อเรื่องภานในเถิด (เรื่องจิตใจ)
และเมื่อทุกคนได้สาละวนอยู่กับปัจจัยบนโลกนี้ เจ้าจงสาละวนอยู่กับปัจจัยแห่งกุโบรเถิด
และถ้าทุกคนยุ่งอยู่กับการบริหารกิจการของมนุษย์ เจ้าจงมุ่งสู่การบริหารกิจการต่อพระผู้เป็นเจ้าเถิด
ทุกคนมักจะชอบหยิบเรื่องปมด้อยของคนอื่นมาพูดวิจารณ์ แต่เจ้าจงดูปมด้อยของตนเองเถิด
จงสร้างเสบียงบนโลกนี้ เพื่อนำไปใช้ในโลกหน้า เพราะโลกนี้ คือ สถานเพาะปลุกสู่โลกหน้าอย่างแท้จริง
จงสาละวนอยู่กับเรื่องสู่อาคีเราะฮฺเถิด
--- End quote ---
ยังไม่เข้าใจตัวประโยคข้างต้นอยู่ดี ..การไม่เอาดุนยาคือเอาดุนยาไปอาคิเราะห์.. งงๆๆๆๆๆ ???
ก๊ะไม่ผิดหรอกครับ คงเป็นผมเองที่เข้าใจยาก ไม่เป็นไร วันนี้อัลลอฮอาจจะยังไม่เปิดมันสมองอันโง่เขลา ให้ได้เข้าใจ(แค่)ประโยคสั้น ๆ ญาซากัลลอฮุค๊อยร็อน ครับ
มันทำให้ผมคิดว่า บ่อยครั้งที่เราพยายามที่จะอธิบายอะไรบางอย่างให้คนนึงเข้าใจ เรียบเรียงอย่างดี แต่เขาก็ไม่เข้าใจ
บางทีเราไม่ได้พูดอะไรมาก แต่เราอธิบายด้วยกับความรู้สึกบางอย่าง เขาเข้าใจเรา ซะงั้น
ฮิดายัตอยู่ที่พระองค์จริง ๆ แม้จะด้วย เรื่องของความเข้าใจ
--- อ้างจาก: peacemaker ที่ พ.ค. 04, 2011, 04:20 AM ---ผมขอเสนอความคิดนัยประเด็นนนี้นะครับ ผิดถูกก็ช่วยติด้วยนะครับอยากจะยกตัวอย่างซัก2-3ประวัตินะครับ
1.มีอยู่ครั้งหนึ่งท่านนบีขึ้นคุตบะฮ แล้วก็ได้ยินเสียงเด็กร้องมาจากบ้านของท่านนบี เพราะว่าบ้านนบีติดกับมัสยิด ท่านนบีก็สั่งให้อบูฮุรอยรอฮไปดูซิว่าใครร้อง ปรากฎว่าเป็นหลานของท่านนบี คือฮาซัน และฮูเซ็น หลังจากนั้นท่านอบูฮุรอยรอฮก็บอกกับฟาตีมะฮว่า กล่อมให้เด็กเงียบหน่อยเพราะว่าท่านนบีอ่านคุตบะฮไม่ได้ พอบอกเสร็จอบูฮุรอยรอฮก็กลับไป ซักพักพอนบีจะเริ่มอ่านคุตบะฮ เด็กก็ร้องให้อีก นบีก็สั่งให้อบูฮุรอยรอฮกลับไปบอกอีกถีึงสามครั้ง จนกระทั่งว่าสุดท้าย นบีต้องมาเอง แล้วถามว่าทำไมเด็กถึงร้องให้ ฟาตีมะฮตอบว่า ไม่มีนมให้ลูกกิน เพราะว่าไม่มีอาหารจะกิน ก็เลยไม่สามรถจะผลิตน้ำนมได้ ท่านนบีก็เลยบอกว่าไห้เอาน้ำลายไปป้ายที่ปากเด็ก เพื่อจะให้เด็กคิดว่ามันเป็นนม นางฟาตีมะฮบอกว่าแม้กระทั่งน้ำลายก็ไม่มี สุดท้ายนบีก็ถามว่า แล้วท่านอลีไปไหนหรอ นางฟาตีมะฮบอกว่าท่านอลีไปเยเมน เป็นระยะเวลา6เดือนด้วยกัน หลังจากนั้นนบีก็ไม่ได้ว่าอาราย แล้วนบีก็กลับไปขึ้นคุตบะฮ
อยากถามหน่อยว่าแบบนี้ แสดงว่าท่านอลีไม่ได้ให้นัฟกอฮกับภรรยาช่ายหรอไม่ แล้วทำไมนบีถึงไม่ได้ต่อว่้าท่านอลีเลยแม้แต่น้อย หรอว่าคนที่ออกนัยหนทางของอัลลอฮ สมัยนี้กับสมัยนบีไม่เหมือนกัน แล้วอารายคือบรรทัดฐานของคำว่านัฟกอฮ
2.มีอยู่ครั้งหนึ่งท่านนบีได้ออกจากบ้านไปอยู่ที่มัสยิด เป็็นระยะเวลา1เดือนด้วยกัน หลังจากนั้นระหว่างภรรยานบีก็เลยประชุมกันเพื่อที่จะให้คนหนึ่งคนใดไปบอกกับท่านนบี เพราะว่าตอนนี้เราไม่มีอารายจะกินกันแล้ว ถ้าเราจะอยู่ต่อไปแบบนี้ไม่ไหวแล้ว หลังจากนั้นคนหนึ่งจากภรรยานบีก็ได้ไปหานบี แล้วก็เอ๋ยถึงเรื่องดังกล่าวกับบท่านนบี หลังจากนั้นอัลลอฮก็ลงอายะฮกุรอานมา
يايهاالنبي قل لازواجك ان كنتن تردن الحياة الدنيا وزينتها فتعالين امتعكن واسرحكن سراحاجميلا وانكنتن تردن الله ورسوله والدارالاخرة فان الله اعد للمحسنات منكن اجرا عظيما
ความว่า โอ้ผู้เป็นศาสดาจงสอนภรรยาของสูเจ้าเถิดว่า มาตรแม้นพวกเทอปรารถนาชีวิตทางโลกนี้ และสิ่งประดับของมันพวกเทอก็จงมาเถิดฉันจะให้ความสุขฉันจะให้ความสุขแก่พวกเทอและฉันจะปลกปล่อยพวกเทอไปอย่างดี(คือหย่าร้างโดยดี) และหากพวกเทอปรารถนา(รางวัลจากอัลลอฮ)ศาสนทูตของพระองค์ และโลกหน้าที่จริงอัลลอฮได้เตรียมไว้ให้กับพวกเทอที่ประกอบคุณความดีซึ่งรางวัลอันยิ่งใหญ่
แล้วอันนี้หมายความว่าอย่างไนรหรอครับ หรอว่าอันนี้ทำได้เฉพาะท่านนบีอย่างเดว
3.แล้วท่านนบีอิบรอฮีม อลัยฮิสลาม ไปพระนางฮายัตกับอิสมาอีลไว้กลางทะเลทราย จากไปประมาณ9-11-13ปีตามสายรายงานไม่เท่ากัน ตรงไหนหรอที่นบีอิบรอฮีมให้นัฟกอฮต่อลูกและภรรยาของท่าน บางรายงานบอกว่ามีอินทผลัมอยู่นิสนุง หรอว่าแบบนี้ทำได้เฉพาะท่านนบีอย่างเดว
4.ตอนที่ท่านอบูบักรอพยพไปกับท่านนบีอบูบักรทิ้งลูกสาวคืออัสมะฮ กับพ่อตาบอดที่ชื่ออบูกุฮาฟาฮ แล้วก็เอาก้อนหินใส่ไว้ที่เก็บตังแล้วเอาผ้าคลุมเผื่อต้องการให้คนตาบอดสบายใจว่า อบูบักรได้ทิ้งทรัพย์สินไว้ให้ ทั้งๆที่อยู่นัยนั้นก็คือก้อนหิน
แล้วไหนละนัฟกอฮที่ท่านอบูบักทิ้งไว้ให้กับพ่อและลูกสาว
สุดท้ายนี้เที่ผมนำเสนอผมไม่ได้แนะนาำให้คนละทิ้งการจ่ายนัฟกอฮ แต่นัยบางครั้งเมื่อศาสนามันสำคัญกว่า ความสุขบนดุนยาก็ต้องละทิ้งมันไปบ้าง เพื่อจะเอาการตอบแทนที่ยิ่งใหญ่จากอัลลอฮตาอาลา
والله اعلم
--- End quote ---
ตัวอย่างอันนี้เป็นต้น ผมเข้าใจนะ รู้สึก(อัลลอฮให้)สมองตัวเองจะเปิดรับรูปแบบคำตอบด้วยการยกตัวอย่างประวัติ และเหตุการณ์ในสมัยก่อน
ญาซากัลลอฮุค็อยร็อน สำหรับ ตัวอย่างเหตุการณ์ดี ๆ ที่นำมาเล่าต่อครับ
--- อ้างจาก: อัลซะห์รี ที่ เม.ย. 26, 2011, 12:48 PM --- อัสสาลามูอาลัยกุม
--- End quote ---
วอลัยกุมมสลามวะเราะมาตุลลอฮิวะบารอกาตุฮ
--- อ้างจาก: อัลซะห์รี ที่ เม.ย. 26, 2011, 12:48 PM --- ผมข้องใจเรื่องนัฟเกาะห์ ที่เกี่ยวกับครอบครัวเรา เช่าการเลี้ยงดูลูก ภรรยาเป็นต้น และทุกสิ่งทุกอย่างที่เรื่องศาสนาอิสลามที่ต้องให้สามีรับผิดชอบต่อครอบครัว ..แต่ในสิ่งที่ผมไปร่วมฟังการบรรยายของบรรดามุสลิมที่ดะวะห์กล่าวหลังละหมาด ทุกๆครั้งที่เขาบอกว่า "ให้ทุกคนนั้นต้องออกไปดะวะห์ ทรัพย์สินบนโลกทั้งหมด เช่นที่ดิน ต่างๆ ก็จงขายไป เพราะ ทรัพย์สินที่อยู่บนโลกนั้นล้วนเป็นมายาทางโลกทั้งนั้น ดังนั้นจงขายไปให้หมดแล้วออกไปดะวะห์ แล้วอย่ากลับมาบ้าน ก็ยิ่งดี ....ยังกล่าวอีกว่าสมัยท่านนบีและศอฮาบัตต่างๆ ท่านออกดะวะห์ไกลๆทั้งนั้น ...ส่วนลูก ภรรยานั้น ก็เป็นตัวการอันดับหนึ่งในการออกไปดะวะห์ ดังนั้นจงละทิ้ง หรือไม่ต้องสนใจมัน...... เพราะการดะวะห์นั้นคือการทำดี มีใครบ้างที่บอกว่าดะวะห์ไม่ดี ถึงแม้ว่าเค้าเองไม่มีสมบัติสักอย่าง อัลลอฮก็ให้รอซกีให้มีข้าวกินเหมือนกัน ...เห็นใหม"
--- End quote ---
หากท่านสงสัยว่าคนดะวะฮ์นั้น หากเขาทิ้งลูกเมีย ไม่นัฟเกาะ ไม่เอาดุนยา นั้นเป็นสิ่งที่ผิด ใช่ครับ มันผิดจริง แต่ผมไม่เคยเห็นคนดะวะฮ์แบบที่ท่านว่า ?
ท่านสามารถอ้างอิงถึงที่มาที่ท่านกล่าวได้หรือไม่ครับ เพราะการกล่าวในลักษณะดังกล่าวโดยไม่อ้างที่มา ในทางศาสนานั้น หากมันไม่ใช่เรื่องจริง ตัวท่านเองนั้น จะตกอยู่ในกลุ่มผู้โกหก และกำลังใส่ร้ายบรรดามุสลิมที่ทำดะวะฮ์อยู่
--- อ้างจาก: อัลซะห์รี ที่ เม.ย. 26, 2011, 12:48 PM --- จากคำพูดทั้งหมดนี้ ผมขอถามว่าในแนวทางอิสลามควรเป็นอย่างไร เพราะคนที่ไม่ทราบอย่างผมจึงต้องรบกวนเรียนถาม
--- End quote ---
แนวทางอิสลาม คือ ควรปฏิบัติตัวให้สมบูรณ์ทั้งในเรื่องของการนัฟเกาะ์ห์ การแสวงหาริซกี การมั่นใจในริซกีว่ามาจากอัลลอฮ และการดะวะฮ์ครับ ไม่บกพร่องไปในเรื่องใดเรื่องนึง หรือทั้งหมด
แนะนำให้ศึกษาประวัตินบี และศอฮาบะฮ์ที่เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวให้มาก ๆ ครับ ในนั้นจะมีสถานการณ์ หลาย ๆ อย่างเป็นคำตอบ และเป็นคำสอนให้กับเรา
--- อ้างจาก: อัลซะห์รี ที่ เม.ย. 26, 2011, 12:48 PM --- วาอาลัยกุมมุสสาลาม ขอขอบคุณมากๆครับ และขอให้องค์อัลลอฮคุ้มครองพวกท่านทั้งหลาย
--- End quote ---
วอลัยกุมมุสลามวะเราะมาตุลลอฮิวะบารอกาตุฮ อามีนครับ
Al Fatoni:
--- อ้างจาก: راجيس ที่ พ.ค. 03, 2011, 09:27 PM ---
--- อ้างจาก: Al Fatoni ที่ พ.ค. 03, 2011, 06:42 PM ---ผมเข้าใจว่า เมื่อพูดถึงกลุ่มตับลีฆทีไร ประเด็นที่จะถูกมองคู่กันด้วยก็เลี่ยงไม่พ้นในเรื่อง "นัฟเกาะฮ์" นั่นเอง และอาจถือเป็นสาเหตุต้นๆ ที่มีการหย่ากัน และผมเชื่อว่ามันเป็นความบกพร่องที่ตัวบุคคลมากกว่าที่อุดมการณ์ของตับลีฆ ซึ่งไ่ม่อาจนำมาเกี่ยวข้องด้วยได้เลย - วัลลอฮุอะอ์ลัม
--- End quote ---
แต่ผมว่า ประเด็นที่เกิดฟิตนะห์บนกระดานมากที่สุดในกระทู้แนวนี้ คือ ผู้กล่าวอ้างไม่ได้เป็นฝ่ายนำพิสูจน์แต่อย่างใด และจะกลายเป็น ''การปรักปรำผู้อื่น'' แล้วฟิตนะห์ก็ตามมาครับ
--- End quote ---
แต่ตราบใดที่เท้าของเราไม่ยอมก้าวจากที่ๆ อยู่เดิม เพื่อไปเหยียบบนอีกที่แล้ว ร่างกายของเราก็จะยังอยู่ที่เดิม สายตาของเราที่จะมองไปสิ่งๆ หนึ่งก็ย่อมไม่ดีกว่าคนที่ก้าวไปใกล้สิ่งนั้น และเมื่อสายตาเขาไม่ได้มองสิ่งนั้นในระยะที่ใกล้ สมองของเขาก็คิดได้แต่เพียงแค่ระยะสายตานั้นได้จับต้องถึงเท่านั้น - วัลลอฮุอะอ์ลัม
rayes:
บางเรื่องเป็นการพาดพิงบุคคลที่สามในด้านลบ เมื่อไม่มีหลักฐานให้ถือว่าเขาเป็นผู้บริสุทธินะครับ ดังนั้นเราไม่ควรไปประจานหรือปรักปรำผู้บริสุทธิ์โดยไม่ได้พิจารณาให้รู้แน่ชัดก่อนว่าเขาทำจริงหรือไม่นะครับ...
sofie:
เข้าใจเจ้าของกระทู้นะค๊ะ.....เค้าก้อเเค่ถามดูเเต่ผู้ตอบบางท่าน ทำไมต้องให้หาหลักฐาน อะไรกันมากมายด้วยค๊ะ (มันก้อเเค่คำถาม ใครต้องการตอบก้อตอบ ทำไมต้องมีอาการว่าใครพูด จริงหรือเปล่า ....ถ่ามีคนเเบบนี้เยอะเเยะอีกหน่อยก้อจะไม่มี นักเรียน หรือผู้ที่ต้องการทราบข้อมูลที่ถูกต้อง ถามอะไรเเล้ว ....เเละที่สำคัญนะค๊ะ คนที่พูดเเบบนี้มีนิสัยคนไทยเยอะไปหน่อย)
คุณรู้มั๊ย...บนโลกใบนี้ ยังมีผู้ชายมุสลิมอีกมากมายที่ไม่รับผิดชอบลูก และภรรยา เเละมีนิสัยที่โกหกเป็นเรื่องปกติ เพราะในส่วนลึกๆเเล้วพวกเขาเหล่านั้นเห็นตัวเองว่าคือผู้หาเงิน เเละเป็นผูชาย....อ้อ ไม่ใช่ผู้ชายทุกคนหรอกค่ะ เเต่ที่เห็นๆน่ะ คือญาติสนิท กะเพื่อสนิท ค่ะ
มีสามี เป็นคน อินเดีย ละหมาดมิได้ขาด บวชไม่เคยขาด เเต่จ่ายค่าเลี้ยงดูให้ภรรยา เเค่ ปีละ 8000 บาท ขอย้ำว่า 8000 บาท / ปี ด้วยการเงินและตำเเหน่งเป็นนักบิน บังคับภรรยาทุกอย่าง ไม่เว้นเเม้เรื่องบนเตียง...น้องเราก็กลัวท้องเลยขอคุญเรื่องค่าเลี้ยงดู มันบอกว่าก็ไปเอาออกซิ น้องสาวเราทำงานเหมือนทาส ของเนมากกว่านี้ก็ไม่ได้ บอกว่าไม่ได้ปั๊มเงินเอง ....ดูมันพูดซิ น้องเราทำงานเป็น management เงินเดือนราว ๆ50000 กว่าบาท ก็เลยต้องเจ็บกะสามีเเย่ๆ
เรื่องจริง ทั้งหมด เพราะไม่รู้จะโกหกไปทำไม บาปมากกด้วย
นำร่อง
[0] ดัชนีข้อความ
[#] หน้าถัดไป
[*] หน้าที่แล้ว
Go to full version