เสวนาเชิงวิชาการ > สนทนาศาสนธรรม

นัฟเกาะห์ เป็นวายิบหรือไม่

<< < (13/15) > >>

Beechern:

--- อ้างจาก: sofie ที่ พ.ค. 06, 2011, 01:35 PM ---เข้าใจเจ้าของกระทู้นะค๊ะ.....เค้าก้อเเค่ถามดูเเต่ผู้ตอบบางท่าน ทำไมต้องให้หาหลักฐาน อะไรกันมากมายด้วยค๊ะ (มันก้อเเค่คำถาม ใครต้องการตอบก้อตอบ ทำไมต้องมีอาการว่าใครพูด จริงหรือเปล่า ....ถ่ามีคนเเบบนี้เยอะเเยะอีกหน่อยก้อจะไม่มี นักเรียน หรือผู้ที่ต้องการทราบข้อมูลที่ถูกต้อง ถามอะไรเเล้ว ....เเละที่สำคัญนะค๊ะ คนที่พูดเเบบนี้มีนิสัยคนไทยเยอะไปหน่อย)
คุณรู้มั๊ย...บนโลกใบนี้ ยังมีผู้ชายมุสลิมอีกมากมายที่ไม่รับผิดชอบลูก และภรรยา เเละมีนิสัยที่โกหกเป็นเรื่องปกติ เพราะในส่วนลึกๆเเล้วพวกเขาเหล่านั้นเห็นตัวเองว่าคือผู้หาเงิน เเละเป็นผูชาย....อ้อ ไม่ใช่ผู้ชายทุกคนหรอกค่ะ เเต่ที่เห็นๆน่ะ คือญาติสนิท กะเพื่อสนิท ค่ะ
มีสามี เป็นคน อินเดีย ละหมาดมิได้ขาด บวชไม่เคยขาด เเต่จ่ายค่าเลี้ยงดูให้ภรรยา เเค่ ปีละ 8000 บาท ขอย้ำว่า 8000 บาท / ปี ด้วยการเงินและตำเเหน่งเป็นนักบิน บังคับภรรยาทุกอย่าง ไม่เว้นเเม้เรื่องบนเตียง...น้องเราก็กลัวท้องเลยขอคุญเรื่องค่าเลี้ยงดู มันบอกว่าก็ไปเอาออกซิ  น้องสาวเราทำงานเหมือนทาส ของเนมากกว่านี้ก็ไม่ได้ บอกว่าไม่ได้ปั๊มเงินเอง ....ดูมันพูดซิ น้องเราทำงานเป็น management เงินเดือนราว ๆ50000 กว่าบาท ก็เลยต้องเจ็บกะสามีเเย่ๆ

เรื่องจริง ทั้งหมด เพราะไม่รู้จะโกหกไปทำไม บาปมากกด้วย

--- End quote ---

อดทน และ ปรับตัวครับ นำบทเรียนที่ได้มาเรียนรู้ และสอนต่อในสิ่งที่ถูกต่อไปครับ ...
ไม่มีคำว่าสมบูรณ์แบบในบ่าวผู้ต่ำต้อยและอ่อนแอ แต่บ่าวผู้หลงผิดและยังไม่ยอมรับคำตักเตือน สมควรหรือที่จะเป็นบ่าว ...!!!

ปกป้องกันเข้าไปค้าาบบบ .. ปกป้องกันเข้าไป ...
คนทำผิด ยังจะอ้างเหตุผลร้อยแปดพันเก้าสรรหามาให้เค้าถูก .....
T_T

al-firdaus~*:

--- อ้างจาก: sofie ที่ พ.ค. 06, 2011, 01:35 PM ---เข้าใจเจ้าของกระทู้นะค๊ะ.....เค้าก้อเเค่ถามดูเเต่ผู้ตอบบางท่าน ทำไมต้องให้หาหลักฐาน อะไรกันมากมายด้วยค๊ะ (มันก้อเเค่คำถาม ใครต้องการตอบก้อตอบ ทำไมต้องมีอาการว่าใครพูด จริงหรือเปล่า ....ถ่ามีคนเเบบนี้เยอะเเยะอีกหน่อยก้อจะไม่มี นักเรียน หรือผู้ที่ต้องการทราบข้อมูลที่ถูกต้อง ถามอะไรเเล้ว ....เเละที่สำคัญนะค๊ะ คนที่พูดเเบบนี้มีนิสัยคนไทยเยอะไปหน่อย)
คุณรู้มั๊ย...บนโลกใบนี้ ยังมีผู้ชายมุสลิมอีกมากมายที่ไม่รับผิดชอบลูก และภรรยา เเละมีนิสัยที่โกหกเป็นเรื่องปกติ เพราะในส่วนลึกๆเเล้วพวกเขาเหล่านั้นเห็นตัวเองว่าคือผู้หาเงิน เเละเป็นผูชาย....อ้อ ไม่ใช่ผู้ชายทุกคนหรอกค่ะ เเต่ที่เห็นๆน่ะ คือญาติสนิท กะเพื่อสนิท ค่ะ
มีสามี เป็นคน อินเดีย ละหมาดมิได้ขาด บวชไม่เคยขาด เเต่จ่ายค่าเลี้ยงดูให้ภรรยา เเค่ ปีละ 8000 บาท ขอย้ำว่า 8000 บาท / ปี ด้วยการเงินและตำเเหน่งเป็นนักบิน บังคับภรรยาทุกอย่าง ไม่เว้นเเม้เรื่องบนเตียง...น้องเราก็กลัวท้องเลยขอคุญเรื่องค่าเลี้ยงดู มันบอกว่าก็ไปเอาออกซิ  น้องสาวเราทำงานเหมือนทาส ของเนมากกว่านี้ก็ไม่ได้ บอกว่าไม่ได้ปั๊มเงินเอง ....ดูมันพูดซิ น้องเราทำงานเป็น management เงินเดือนราว ๆ50000 กว่าบาท ก็เลยต้องเจ็บกะสามีเเย่ๆ

เรื่องจริง ทั้งหมด เพราะไม่รู้จะโกหกไปทำไม บาปมากกด้วย

--- End quote ---

คุณค๊ะ...ไม่ได้บอกว่า โลกนี้อะไรๆก็ต้องสมบูรณ์ไปหมด ผู้ชายดีหมด  มันก็มีเลว มีดีปะปนกันไป
ถ้าผู้ชายมันไม่ดี และเราเลือกเค้าแล้ว ก็ต้องตออัตและอดทนนะคะ  สวรรค์มีไว้สำหรับผู้ที่ซอบัร
สามีจะดีจะเลว หากภรรยาซอบัร อดทน อัลเลาะฮ์ต้องมอบสิ่งดีๆกลับคืนให้แก่เราอย่างแน่นอน ไม่โลกนี้ก็โลกหน้า
ทางที่ดีเราต้องหันมาดูตัวเองว่าดีพอไหม หากว่าเราดีพอ ก็จงซอบัรอย่างที่สุด หากมันเหลืออดเหลือทน ศาสนาก็มีทางออกให้แก่เราอยู่แล้ว

กระทู้นี้เริ่มต้นด้วยการกล่าวพาดพิงผู้อื่น ...การที่คุณมาบอกว่า "ทำไมต้องหาหลักฐานใครพูด จริงหรือป่าว" อะไรประมาณนี้
คุณค๊ะ...การที่เราตัดสินใจอะไรๆโดยใช้นัฟซู หรือประสบการณ์ร้ายๆที่ตัวเองเคยได้ยินมา ได้ประสบมา มันมักง่ายไปค่ะ
เว็บเราไม่นิยมความมักง่ายในการพาดพิงผู้อื่น...

ไม่มีใครในที่นี้ดีหมด และเราก็ไม่ได้บอกว่า ผู้ชายที่ทำงานดะวะฮ์ตับลีฆดีหมด ยกยอปอปั้น
ก็บอกไปแล้ว ว่างานนี้คืองานแห่งความพยายาม เพื่อเข้าถึงศาสนาตามแบบซุนนะฮ์อย่างที่สุด
ใครที่ทำงานนี้แล้วไม่ดี เลว มันยุติธรมหรอ ที่จะกล่าวว่าระบบนี้ไม่ได้เรื่อง!!!
เปิดกว้าง อย่าเอาประสบการณ์ร้ายๆของตัวเองมาเป็นข้ออ้างในการตัดสินคน  
การปกปิดความเลวร้าย ความไม่ดีของพี่น้องมุสลิม จากนั้นคอยตักเตือนเค้าอย่างมีมารยาท  
อัลเลาะฮ์ตะอาลาทรงรักและเมตตาบ่าวคนนั้น อามีน

sufriyan:

--- อ้างจาก: sufriyan ที่ พ.ค. 04, 2011, 09:00 AM ---
--- อ้างจาก: peacemaker ที่ พ.ค. 04, 2011, 04:20 AM ---ผมขอเสนอความคิดนัยประเด็นนนี้นะครับ ผิดถูกก็ช่วยติด้วยนะครับอยากจะยกตัวอย่างซัก2-3ประวัตินะครับ
 1.มีอยู่ครั้งหนึ่งท่านนบีขึ้นคุตบะฮ แล้วก็ได้ยินเสียงเด็กร้องมาจากบ้านของท่านนบี เพราะว่าบ้านนบีติดกับมัสยิด ท่านนบีก็สั่งให้อบูฮุรอยรอฮไปดูซิว่าใครร้อง ปรากฎว่าเป็นหลานของท่านนบี คือฮาซัน และฮูเซ็น หลังจากนั้นท่านอบูฮุรอยรอฮก็บอกกับฟาตีมะฮว่า กล่อมให้เด็กเงียบหน่อยเพราะว่าท่านนบีอ่านคุตบะฮไม่ได้ พอบอกเสร็จอบูฮุรอยรอฮก็กลับไป ซักพักพอนบีจะเริ่มอ่านคุตบะฮ เด็กก็ร้องให้อีก นบีก็สั่งให้อบูฮุรอยรอฮกลับไปบอกอีกถีึงสามครั้ง จนกระทั่งว่าสุดท้าย นบีต้องมาเอง แล้วถามว่าทำไมเด็กถึงร้องให้ ฟาตีมะฮตอบว่า ไม่มีนมให้ลูกกิน เพราะว่าไม่มีอาหารจะกิน ก็เลยไม่สามรถจะผลิตน้ำนมได้ ท่านนบีก็เลยบอกว่าไห้เอาน้ำลายไปป้ายที่ปากเด็ก เพื่อจะให้เด็กคิดว่ามันเป็นนม นางฟาตีมะฮบอกว่าแม้กระทั่งน้ำลายก็ไม่มี สุดท้ายนบีก็ถามว่า แล้วท่านอลีไปไหนหรอ นางฟาตีมะฮบอกว่าท่านอลีไปเยเมน เป็นระยะเวลา6เดือนด้วยกัน หลังจากนั้นนบีก็ไม่ได้ว่าอาราย แล้วนบีก็กลับไปขึ้นคุตบะฮ
     อยากถามหน่อยว่าแบบนี้ แสดงว่าท่านอลีไม่ได้ให้นัฟกอฮกับภรรยาช่ายหรอไม่ แล้วทำไมนบีถึงไม่ได้ต่อว่้าท่านอลีเลยแม้แต่น้อย หรอว่าคนที่ออกนัยหนทางของอัลลอฮ สมัยนี้กับสมัยนบีไม่เหมือนกัน แล้วอารายคือบรรทัดฐานของคำว่านัฟกอฮ
  2.มีอยู่ครั้งหนึ่งท่านนบีได้ออกจากบ้านไปอยู่ที่มัสยิด เป็็นระยะเวลา1เดือนด้วยกัน หลังจากนั้นระหว่างภรรยานบีก็เลยประชุมกันเพื่อที่จะให้คนหนึ่งคนใดไปบอกกับท่านนบี เพราะว่าตอนนี้เราไม่มีอารายจะกินกันแล้ว ถ้าเราจะอยู่ต่อไปแบบนี้ไม่ไหวแล้ว หลังจากนั้นคนหนึ่งจากภรรยานบีก็ได้ไปหานบี แล้วก็เอ๋ยถึงเรื่องดังกล่าวกับบท่านนบี หลังจากนั้นอัลลอฮก็ลงอายะฮกุรอานมา
    يايهاالنبي قل لازواجك ان كنتن تردن الحياة الدنيا وزينتها فتعالين امتعكن واسرحكن سراحاجميلا وانكنتن تردن الله ورسوله والدارالاخرة فان الله اعد للمحسنات منكن اجرا عظيما
   ความว่า โอ้ผู้เป็นศาสดาจงสอนภรรยาของสูเจ้าเถิดว่า มาตรแม้นพวกเทอปรารถนาชีวิตทางโลกนี้ และสิ่งประดับของมันพวกเทอก็จงมาเถิดฉันจะให้ความสุขฉันจะให้ความสุขแก่พวกเทอและฉันจะปลกปล่อยพวกเทอไปอย่างดี(คือหย่าร้างโดยดี) และหากพวกเทอปรารถนา(รางวัลจากอัลลอฮ)ศาสนทูตของพระองค์ และโลกหน้าที่จริงอัลลอฮได้เตรียมไว้ให้กับพวกเทอที่ประกอบคุณความดีซึ่งรางวัลอันยิ่งใหญ่
  แล้วอันนี้หมายความว่าอย่างไนรหรอครับ หรอว่าอันนี้ทำได้เฉพาะท่านนบีอย่างเดว
  3.แล้วท่านนบีอิบรอฮีม อลัยฮิสลาม ไปพระนางฮายัตกับอิสมาอีลไว้กลางทะเลทราย จากไปประมาณ9-11-13ปีตามสายรายงานไม่เท่ากัน ตรงไหนหรอที่นบีอิบรอฮีมให้นัฟกอฮต่อลูกและภรรยาของท่าน บางรายงานบอกว่ามีอินทผลัมอยู่นิสนุง หรอว่าแบบนี้ทำได้เฉพาะท่านนบีอย่างเดว
  4.ตอนที่ท่านอบูบักรอพยพไปกับท่านนบีอบูบักรทิ้งลูกสาวคืออัสมะฮ กับพ่อตาบอดที่ชื่ออบูกุฮาฟาฮ แล้วก็เอาก้อนหินใส่ไว้ที่เก็บตังแล้วเอาผ้าคลุมเผื่อต้องการให้คนตาบอดสบายใจว่า อบูบักรได้ทิ้งทรัพย์สินไว้ให้ ทั้งๆที่อยู่นัยนั้นก็คือก้อนหิน
    แล้วไหนละนัฟกอฮที่ท่านอบูบักทิ้งไว้ให้กับพ่อและลูกสาว
 สุดท้ายนี้เที่ผมนำเสนอผมไม่ได้แนะนาำให้คนละทิ้งการจ่ายนัฟกอฮ แต่นัยบางครั้งเมื่อศาสนามันสำคัญกว่า ความสุขบนดุนยาก็ต้องละทิ้งมันไปบ้าง เพื่อจะเอาการตอบแทนที่ยิ่งใหญ่จากอัลลอฮตาอาลา
  والله اعلم

--- End quote ---

ความหมายคือ?

- นาฟาเกาะไม่วายิบ?
- นาฟาเกาะวายิบแต่ละทิ้งได้ในบางเหตุการณ์ (สมัยนาบีและซอฮาบะ)?
- นาฟาเกาะวายิบ แต่ละทิ้งได้ด้วยการดะวะฮ์ (ออกดะวะ,เรียนหนังสือ,และบรรดาการดะวะอ์ต่างๆ)?


ที่มาต่างๆเหล่านั้นที่กล่าวมาข้างต้น นักวิชาการอิสลามที่โลกยอมรับอธิบายลักษณะเช่นนี้ว่าอย่างไรครับ

--- End quote ---

ขอความกระจ่างหน่อยครับ

วัสลาม

peacemaker:
ถ้าอยากได้ความกระจ่างก็ต้อง ออกซัก3วันหรอ40วันก่อนไม่งั้นก็จะถามไม่เลิก เพราะบางครั้งการที่เราเป็นมนุษย์เราก็ได้ให้แค่คำแนะนำเท่านั้นเอง แต่คนที่จะให้เข้าจัยก็คือ อัลลอฮตะอาลาอย่งเดวเหมือนกับที่ท่านนบีได้บอกว่า
  من يردالله به خيرا يفقهه في الدين وانما انا قاسم والله يعطي
บุคคลใดทีอัลลอฮต่้องการให้ได้รับความดีอัลลอฮจะให้เค้าได้เข้าจัยนัยศาสนาและฉัน(นบี)เป็นผู้แบ่งความรู้ และอัลลอฮเป็นผู้ให้เข้าจัย

sufriyan:
สลามครับ

หัวข้อเรื่องนัฟเกาะครับ  ไม่ได้ถามเรื่องดะวะแต่ประการได เพียงแค่ต้องการความเข้าใจว่าเมื่อยกตัวอย่างขั้นต้นที่ท่านยกมา แล้วก็ยกหลักเกณฑ์มาว่า นัฟเกาะวายิบ  มันก็ดูจะไปด้วยกันไม่ได้ หรือท่านจะอธิบายว่ามันเข้ากันได้ ยังไงอธิบายให้หน่อยครับ ไม่ได้แตะเรื่องอื่นครับ หลักเกณฑ์ศาสนาหนะครับ
วัสลาม

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว

Go to full version