แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - F5

หน้า: [1] 2
1
 salam
ช่วงนี้อาจจะห่างหายไปบ้าง ต้องขอภัยด้วยนะครับ พอดีได้รับงานที่การ์ตา แต่ยังไม่ทิ้งกับการค้นคว้าความรู้ ไว้อีกซักระยะอินชาอัลลอฮ ผมจะนำความรู้และข้อสงสัยมาเสวนาอีกครั้ง ขอทุกท่านจงประสบสุขและมีความเจริญตลอดไป ขอสุขสันต์วันอีดล่วงหน้าครับ


ขออัลลอฮคุ้มครองทุกท่าน
วัสลามมูอาลัยกุมวารอฮมาตุลลอฮีวาบารอกาตุฮ

2
 salam

ช่วงนี้อาจจะห่างหายไปบ้าง ต้องขอภัยด้วยนะครับ พอดีได้รับงานที่การ์ตา แต่ยังไม่ทิ้งกับการค้นคว้าความรู้ ไว้อีกซักระยะอินชาอัลลอฮ ผมจะนำความรู้และข้อสงสัยมาเสวนาอีกครั้ง ขอทุกท่านจงประสบสุขและมีความเจริญตลอดไป ขอสุขสันต์วันอีดล่วงหน้าครับ


ขออัลลอฮคุ้มครองทุกท่าน
วัสลามมูอาลัยกุมวารอฮมาตุลลอฮีวาบารอกาตุฮ

3
 salam
ช่วงนี้อาจจะห่างหายไปบ้าง ต้องขอภัยด้วยนะครับ พอดีได้รับงานที่การ์ตา แต่ยังไม่ทิ้งกับการค้นคว้าความรู้ ไว้อีกซักระยะอินชาอัลลอฮ ผมจะนำความรู้และข้อสงสัยมาเสวนาอีกครั้ง ขอทุกท่านจงประสบสุขและมีความเจริญตลอดไป ขอสุขสันต์วันอีดล่วงหน้าครับ


ขออัลลอฮคุ้มครองทุกท่าน
วัสลามมูอาลัยกุมวารอฮมาตุลลอฮีวาบารอกาตุฮ

4
  salam
   ประกอบด้วยคำสรุปจากทุกคนที่เข้ามาให้ความเห็นน่ะครับ  คือ ประเด็นที่ว่า บิดา มารดา ท่านนบีนั้นได้ฟื้นคืนชีพเพื่อรับอิสลามนั้นเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้น หากท่านผู้ใดมีข้อมูล หรือ คำชี้แนะที่มีประโยชน์เกี้ยวกับเรื่องนี้เพิ้มเติมก็ใคร่ขอนำมาเผยแพร่ด้วยน่ะครับ ขอบคุณครับ
 ขออัลลอฮประทานพรและสันติแด่วงศ์วานนบีมูฮำหมัดและบรรดามุสลีมีนทั่วโลกครับ
วัสลาม ฯ

5
 salam   ขออัลลอฮทรงประทานพรและความสันติสุขอันล้นพ้นแก่บรรดาผู้ที่เสียสละต่อศาสนาของพระองค์ด้วยเถิด...
ถามใหม่เรียงเป็นข้อๆนะครับ เพื่อไม่ให้มึน

 ข้อ ที่หนึ่ง  การออกดะห์วะห์นั้น ใครเป็นคนสั่งให้ออกไปที่โน่น ที่นั้น ที่นี่ หรือว่าเป็นความสมัครใจกันไปของผู้ที่ออกดะห์วะห์เองครับ ? เพราะบางครั้งเพื่อนผมที่ออกดะห์วะห์ก็บอกว่า ต้องไปที่นั้น ที่โน้น เพราะว่ามีกำหนดมา


 ข้อที่สอง การออกไปดะห์วะห์ของชายนั้น จำเป็นที่ต้องขอความยินยอมจากภรรยาหรือผู้ที่เขาเป็นมะหฺรอมหรือเปล่า ? ผมอ้างมาจาก หลัก สิทธิระหว่างบ่าวกับบ่าว บทที่ว่าด้วยเรื่อง คู่สมรส (ว่าด้วยสำหรับสามีนั้นมีสิทธิในตัวภรรยา และ ภรรยามีสิทธิในตัวสามี เช่นกัน ) หากต้องขอความยินยอมจากภรรยาหรือผู้ที่เขาเป็นมะหฺรอมแล้ว ถ้าบรรดาเขาผู้นั้นไม่ยินยอมจะออกดะห์วะห์ได้หรือไม่ ? อย่างไร ?



 ข้อที่สาม การออกดะหฺวะห์ในสมัยนบี มีรูปแบบต่างจากดะห์วะห์สมัยนี้อย่างไร ? ถ้ามี แตกต่างกันมากมายหรือเปล่า ?


 ข้อ ที่สี่ มีหลักฐานกำหนดเป็นตัวบทจากกรุอ่านหรือว่าฮาดิษนบีที่ว่าด้วย จำนวนตัวเลข สี่สิบวัน สี่เดือน หรือว่า สามวัน เจ็ดวัน หรืออื่นๆ หรือไม่ ? ถ้าไม่มีแล้ว ใครเป็นคนกำหนดครับ



 ข้อที่สี่ โย คืออะไรครับ ? อันนี้ไม่เคยได้รู้เลย ได้แต่ฟังผ่านหู ว่าไปโย บ้าง ทำโย บ้าง แต่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร ?



   สำหรับข้อสงสัยในเรื่องการออกดะห์วะห์ของผมในตอนนี้มีอยู่ห้าคำถามใหญ่ๆ ซึ่งหวังว่าผู้รู้ทั้งหลายจะโปรดชี้แจงให้กระจ่างด้วยครับ  ขออัลลอฮทรงตอบแทน
ขออัลลอฮทรงประทานพร
วัสลามครับ

6
 salam
  ขออัลลอฮทรงประทานพรและความสันติสุขอันล้นพ้นแก่บรรดาผู้ที่เสียสละต่อศาสนาของพระองค์ด้วยเถิด...
ว่ากันในเรื่องของการดะห์วะห์นั้น ใคร่ขอถามในเรื่องนี้น่ะครับ ผู้รู้โปรดชี้แจงด้วยครับ
 ข้อที่หนึ่ง  การออกดะห์วะห์นั้น ใครเป็นคนสั่งให้ออกไปที่โน่น ที่นั้น ที่นี่ หรือว่าเป็นความสมัครใจกันไปของผู้ที่ออกดะห์วะห์เองครับ ? เพราะบางครั้งเพื่อนผมที่ออกดะห์วะห์ก็บอกว่า ต้องไปที่นั้น ที่โน้น เพราะว่ามีกำหนดมา
 ข้อที่สอง การออกไปดะห์วะห์ของชายนั้น จำเป็นที่ต้องขอความยินยอมจากภรรยาหรือผู้ที่เขาเป็นมะหฺรอมหรือเปล่า ? ผมอ้างมาจาก หลัก สิทธิระหว่างบ่าวกับบ่าว บทที่ว่าด้วยเรื่อง คู่สมรส (ว่าด้วยสำหรับสามีนั้นมีสิทธิในตัวภรรยา และ ภรรยามีสิทธิในตัวสามี เช่นกัน ) หากต้องขอความยินยอมจากภรรยาหรือผู้ที่เขาเป็นมะหฺรอมแล้ว ถ้าบรรดาเขาผู้นั้นไม่ยินยอมจะออกดะห์วะห์ได้หรือไม่ ? อย่างไร ?
 ข้อที่สาม การออกดะหฺวะห์ในสมัยนบี มีรูปแบบต่างจากดะห์วะห์สมัยนี้อย่างไร ? ถ้ามี แตกต่างกันมากมายหรือเปล่า ?
 ข้อที่สี่ มีหลักฐานกำหนดเป็นตัวบทจากกรุอ่านหรือว่าฮาดิษนบีที่ว่าด้วย จำนวนตัวเลข สี่สิบวัน สี่เดือน หรือว่า สามวัน เจ็ดวัน หรืออื่นๆ หรือไม่ ? ถ้าไม่มีแล้ว ใครเป็นคนกำหนดครับ
 ข้อที่สี่ โย คืออะไรครับ ?
   สำหรับข้อสงสัยในเรื่องการออกดะห์วะห์ของผมในตอนนี้มีอยู่ห้าคำถามใหญ่ๆ ซึ่งหวังว่าผู้รู้ทั้งหลายจะโปรดชี้แจงให้กระจ่างด้วยครับ  ขออัลลอฮทรงตอบแทน
ขออัลลอฮทรงประทานพร
วัสลามครับ

7
 salam
   ขอบคุณครับ . สำหรับเรื่องที่อาจจะดูขัดแย้งกันระหว่างผมกับคุณ Binti-Hashem^@^  นั้น อย่าไปถือสาเลยครับ. ผมไม่ได้ถือโกรธแต่อย่างใด แต่ถ้าให้คุณ Binti-Hashem^@^ สบายใจ ผมก็อภัยให้ครับ ก็ขอบคุณ Binti-Hashem^@^  มากที่เข้าใจและแนะนำสิ่งดีๆให้กับผม
  สำหรับข้อความ Al Fatoni เขียนมานั้น มันก็ยังวกวนอยู่ครับ ผมยังไม่เข้าใจแน่พอ
 เพราะถ้าหากเป็นอย่างที่คุณว่ากันจริงๆนั้น ("แม้หลักการสองหลักการที่ต่างกัน แล้วมาเจอกันจะขัดแย้ง แต่มันว่าหากพิจารณาดีๆ มันไม่ขัดแย้งหรอก") ทั้งสองฝ่ายคงไม่เห็นต่างกันมากมายขนาดนี้ แถมยังมีผู้รู้จากทั้งสองฝ่ายมาแลกเปลี่ยนความเห็นกันมากมาย
ถ้ามันไม่ขัดแย้งจริงๆอย่างที่ท่านว่า ("แต่ที่ยังดูขัดแย้ง เพราะจิตใจของมนุษย์ยังไม่มีความรู้พอ หรอความเข้าใจพอต่อหลักการนั้น จึงมองสิ่งนั้นว่าขัดแย้ง") แสดงว่า บรรดาผู้รู้ที่มากล่าวกันไปมานั้น คงไม่รู้พอ ... ผมกล่าวมาถูกต้องหรือเปล่า . ถูกต้องอย่างไรนั้น โปรดชี้แนะด้วยครับ ขอบคุณครับ
วัสลาม ฯ

8
 salam
 วาลีคือใครหรอครับ ? มันเป็นตำแหน่งหรือว่าชื่อของคน ถ้ามันเป็นชื่อของตำแหน่ง เราจะรู้ได้อย่างไรว่าคนนั้นเป็น วาลี หรือว่าไม่เป็น วาลี ? ขอบคุณครับ
ส่วนคำถามที่ถามก่อนหน้านี้ รบกวนผู้รู้ตอบด้วยน่ะครับ ขออัลลอฮประทานพร
วัสลาม ฯ

9
 salam
   อ้างถึงข้อความดังต่อไปนี้
"คือสิ่งดังกล่าวนี้มาจาก กัชฟ์ของนักปราชญ์ซูฟีบางส่วน  กล่าวคือมีนักปราชญ์ซูฟีบางส่วนซึ่งอัลเลาะฮ์ทรงกัชฟ์(ทรงเปิด)ให้เขารู้ว่าทุกปีในวันพุทธสุดท้ายของเดือน ซอฟัร (เดือนที่สองของศักราชอิสลาม) นั้น  พระองค์จะประทานบะลาลงมาทุกปี  เพราะฉะนนั้น  หลักการกัชฟ์  นอกเหนือจากหลักอะกีดะฮ์แล้ว  ก็ยัง ไม่สามารถนำมาเป็นหลักฐานตามหลักชะรีอัตได้ครับ"
  ขอบคุณครับที่ช่วยอธิบายคำตอบ ใคร่ขอถามตามประสาคนไม่ทราบน่ะครับ ว่า การ กัชฟ์ นั้น คืออะไร ? มันเป็นการดลใจหรือเปล่า ? แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่า นักปราชญ์นั้นได้รับการกัชฟ์หรือไม่ ? มันแตกต่างกับการได้รับโองการจากพระเจ้าของนบีหรือเปล่า ? แล้วยังมีเรื่องอะไรอีกหรือไม่ที่อ้างหลักการกัชฟ์ นอกจากข้อความข้างต้นที่ว่าถึงเรื่องบะลา สมัยท่านนบีมีการกัชฟ์เกิดขึ้นหรือไม่ ? และสมัยนี้ยังมีการกัชฟ์เกิดขึ้นหรือเปล่า ? ถ้ามีแล้วเกิดขึ้นจากใคร
 ขอบคุณครับ หากจะกรุณาแถลงไขในข้อคำถามดังกล่าวนี้  natural: natural: natural: natural: natural:
ขออัลลอฮทรงอำนวยพรแก่บรรดามุมินและมุมินาตทั้งหลาย
วัสลาม.

10
 salam
  ขอขอบคุณ คุณ as-satuly  ด้วยครับ ขอสันติจงมีแด่ท่านและครอบครัว
วัสลาม

11
 salam
   ต้องขอบคุณ Al Fatoni  มากนะครับ . ผมเองก็ไม่ได้ถือโกรธใครครับ เรื่องของเรื่องที่ผมเข้ามาตั้งคำถามในข้อที่ผมสงสัยนั้นก็คือว่า
 ผมอาศัยอยู่ที่ต่างประเทศมาหลายปี ผมเองก็เป็นมุสลิมใหม่ เพิ้งรับอิสลามได้มาเมื่อสองเดือนที่แล้ว ช่วงที่ผมรับนั้น ผมยังรับเรื่องที่หนักหนากว่านี้เยอะ แต่มันก็ทำให้ผมได้รู้ว่าอิสลามมันมีค่ามากแค่ไหน สำหรับการรักษามัน
ช่วงแรก ผมเองก็ถามตัวเองตลอดมาว่า อิสลามคืออะไร ? ตัวเราจะปฏิบัติตัวอย่างไร  ? เพราะศาสนาเก่าของผมนั้น ก็แบ่งแยกไปหลายก๊ก หลายกลุ่ม มีทั้ง ลุ่มหลง มีทั้งคลั่ง มีทั้งไร้เหตุผลในการนับถือ
เมื่อผมเข้ามาอ่านและทำความเข้าใจกับอิสลามแล้วก็พบว่ามันเป็นแนวทางที่ถูกต้อง มันเป็นศาสนาแห่งความจริงและมีเหตุผลที่อธิบายได้ มันเป็นศาสนาที่พระเจ้าประทานในประชาชาติ ผมอ่านเรื่องราวมากมายในประวัติศาสตร์ ในหลายๆแหล่ง หลายๆแง่มุม รวมทั้ง ในต่างประเทศ ก็เกิดรู้สึกนับถือ มีพี่น้องมุสลิมมากมายที่เป็นคนที่ช่วยเหลือผมไม่ว่าจะเป็นในเรื่องใดก็ตาม มันก็เป็นความประทับใจมาก แต่ผมก็เป็นมุสลิมใหม่ซึ่งในแง่หลักการยึดมั่นหรือที่เราเรียกว่าอากีดะห์นั้น ผมเรียนรู้ว่ามันเป็นฐานที่เราต้องทำให้มันมั่นคงกว่าสิ่งอื่นใด อากีดะห์ผมกับพระเจ้านั้น ผมเชื่อในสิ่งที่พระเจ้าได้บอกผมผ่านกรุอ่าน และเชื่อในสิ่งที่ทูตของพระเจ้าได้สั่งสอนผ่านทางฮาดิษทั้งหลาย แรกเริ้มบางที ผมเองก็เห็นสังคมมุสลิมมากมายที่มีพิธีกรรมแบบที่เรียกว่าเป็นเครื่องหมายคำถามในหัวสมองของผม มากมายหลายอย่าง เดินทางไปหลายที่ก็เจอกันหลายครั้ง จนเกิดเครื่องหมายคำถามมากมาย ผมมีเพื่อนมุสลิมที่ดี มาจากหลายประเทศ เมื่อผมไปถามเขาดู ทุกคนจะตอบมาเป็นเสียงเดียวว่า พิธีกรรมและหลักคำสอนในอิสลามนั้นคือทุกอย่างที่กรุอ่านได้สอน และ ทุกอย่างที่มาจากท่านนบีมูฮัมหมัด (ซ.ล) ส่วนนอกเหนือจากนั้น มันไม่ใช่อิสลาม โอเคล่ะ ผมก็เห็นด้วย เพราะว่า ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรนั้น ท่านนบีคือคนที่พระเจ้าได้แต่งตั้งและรับรอง เมื่อผมได้ทำตามท่านนบี ก็เป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุด เชื่อว่าทุกคนคงไม่มีความเห็นแปลกแยกไปกว่านี้  ส่วนคำถามที่ยังหลงเหลืออยู่มากมายนั้น เพื่อนผมก็ถามว่า ในเมืองไทยนั้น มีการเผยแพร่อิสลามอย่างไรบ้าง ? ผมได้รู้ว่าก็มีหลายเว็บไซต์ที่ได้เปิดบริการเผยแพร่อิสลามอยู่ แต่หากจะเริ่มเข้าศึกษาในเว็บใดนั้น ผมขอให้มันเป็นแนวซุนนะห์ของนบีเอาไว้ก่อน ก็เลยมาลงเอยที่เว็บนี้ ชื่อเว็บก็บ่งบอกอยู่ เมื่อผมเข้าไปอ่านก็ยิ่งเกิดเครื่องหมายคำถาม มีความรู้ใหม่ที่ได้รับที่มาพร้อมกับความสงสัย ผมเองก็ซื่อๆ คือไม่ทราบหลักที่มา เลยตั้งคำถามโพสเพื่อหวังว่าจะได้รับคำตอบที่กระจ่างและแท้จริง เพื่อให้หายสงสัย แต่บางครั้งสิ่งที่ตอบกลับมานั้นก็ไม่ค่อยสร้างสรรค์ อย่างเช่นหาว่ามาก่อกวนบ้าง ปั่นป่วนบ้าง ผมเองก็คิดสงสัยว่ามันดูแปลกๆกับการศึกษาศาสนาในเว็บนี้ที่ต้องมีคำถากถางอยู่เกือบทุกโพส ทั้งๆที่อิสลามแปลว่าสันติ ผมเองเรียนรู้มาว่า สิ่งที่แตกต่างระหว่างคนที่รู้และไม่รู้นั้น คือ กริยา มารยาท หรือที่เราเรียกว่าอัคลาก นั้นเอง ยอมรับว่าผิดหวังและละเหี่ยใจมากที่สังคมมุสลิมบ้านเรายังมีความขัดแย้งที่ดูไม่ค่อยสร้างสรรค์มากเท่าไร ผมไม่ได้มีเจตนาจะปั้นป่วนหรือก่อกวนอย่างไรทั้งสิ้น
สุดท้ายนี้ ผมกลับรู้สึกขอบคุณพระเจ้าที่ทำให้ผมได้รู้จักอิสลามก่อนมุสลิม
ขอบคุณทุกท่านที่ให้ความรู้และตอบกลับมา หวังว่าคำถามทุกคำถามคงได้รับคำตอบโดยกระจ่างในเร็ววัน
สันติมีแด่ทุกท่าน
วัสลามมูอาลัยกุมวารอฮมาตุลลอฮีวาบารอกาตุฮ

12
salam
   ขอบคุณ ILHAM ครับ . ประเด็นเรื่องยาพารานั้น ใคร่ขอแจงความเข้าใจน่ะครับ คือว่า ไม่ว่ายาใดๆนั้น หากเราได้รับความเจ็บป่วยผมตะวักกัลว่ามันอยู่ที่อัลลอฮจะให้หายหรือไม่เท่านั้น ยาเป็นเพียงแค่ปัจจัยภายนอก ส่วนในเรื่อง น้ำซอฟานั้น ผมเรียนถามว่า มันมีฮาดิษที่ว่าด้วยเรื่องนี้หรือเปล่า ? นบีว่าเรื่องนี้อย่างไร ? แล้วที่ผมถามอีกอย่างคือ "บะลา ( การทดสอบ ) จากอัลลอฮฺ จะประทานลงมาทุกปี ปีละ 320,000 ( สามแสนสองหมื่น ) บะลา ซึ้งทั้งหมดนี้ประทานลงมาในวันพุธสุดท้าย ของเดือน ซอฟัร" นั้น มีหลักฐานทางกรุอ่านหรือว่าฮาดิษบ้างไหมครับ ? แล้วใครเป็นคนกำหนดว่าต้องเขียนอายัตนั้น อายัตนี้ลงไป ขอบคุณครับ
วัสลาม ฯ

13
 salam
   ขอบคุณครับที่ได้นำเสนอมาครับ  ยังข้องใจตรงที่ว่า "บะลา ( การทดสอบ ) จากอัลลอฮฺ จะประทานลงมาทุกปี ปีละ 320,000 ( สามแสนสองหมื่น ) บะลา ซึ้งทั้งหมดนี้ประทานลงมาในวันพุธสุดท้าย ของเดือน ซอฟัร" นั้น มีหลักฐานทางกรุอ่านหรือว่าฮาดิษบ้างไหมครับ ? แล้วการที่เขียนไว้แบบนี้นั้น ใครเป็นคนเขียนคนแรกครับ ? นบีหรือซอฮาบะห์ท่านใดเคยทำหรือเปล่า ? ยังสงสัยอยู่ว่ามันดูเหมือนยันต์ของศาสนิกอื่นเลย ยังไงก็ขอความกระจ่างด้วยน่ะครับ
ขอบคุณครับ
วัสลาม ฯ

14
 salam

    การก่อความไม่สงบในชายแดนภาคใต้ด้วยการอ้างถึงการแบ่งแยกดินแดนนั้น ไม่ถือว่าเป็นญิฮาดครับ ขาดองค์ประกอบและความชอบธรรมในการอ้างถึงญิฮาดมากมาย บรรดาผู้รู้ก็ได้ฉันทามติอย่างเอกฉันท์ไว้แล้ว  รู้สึกสลดเมื่อมีคนอ้างถึงสงครามศาสนา ทั้งๆที่ความเป็นจริงมันไม่ใช่ เสียความรู้สึกเมื่อมีคนมาใช้ศาสนาเป็นเครื่องมือ
 ขอบคุณครับ
วัสลาม

15
 salam

    ครับผม แล้วจะรออ่านน่ะครับ พอดีอยากรู้มากมาย อย่าลืมตอบมาน่ะครับ
ขออัลลอฮตอบแทนท่าน

วัสลาม

หน้า: [1] 2