แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - IBN HAMSAH

หน้า: [1]
1
بسم الله الرحمن الرحيم
الحمد لله رب العالمين والصلاة والسلام على رسوله محمد صلى الله وسلم وعلى آله وصحبه أجمعين
وبعد...
قال الله تعلى : { انفروا خفافا وثقالا وجاهدوا بأموالهم وأنفسهم في سبيل الله } ، [ التوبة ] : 41 .
عن أبي ذر رضى الله عنه قال : قلت : يا رسول الله ، أي العمل أفضل ؟ قال :" الإيمان بالله والجهاد في سبيل الله . 
     
الجهاد الأكبر
[/size]
การต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่


เมื่อมีคำถามว่า เจ้าต้องการต่อสู้กับตัวของเจ้าเอง และเจ้าต้องการทำให้ตัวของเจ้าเองเข้มแข็งต่ออารมณ์ใฝ่ต่ำ จนกระทั่งเจ้าสามารถเอาชัยชนะมันได้ ใช่หรื่อไม่

และ(เมื่อท่านต้องการตอบคำถามด้านบนนี้) แน่นอนว่า ท่านต้องรู้จักต่อสิ่งต่างๆ เหล่านี้เสียก่อน แล้วนำมันมาปฎิบัติเพื่อให้เกิดผล ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้ ก็คือ

"หัวใจ" .. หัวใจคนเรา เปรียบดั่ง ตันไม้ที่ต้องการน้ำ และเช่นกัน หัวใจนั้นต้องการกับการภักดีต่ออัลลอฮฺ ตะอาลา และต้องการรำลึกถึงพระองค์อยู่เสมอ

"ดวงตา" ผลของมัน คือ การมอง และการพิจารณาดูในสิ่งที่ดี

"หู" ผลของมัน คือ การได้รับฟังคำดำรัสของอัลลอฮฺ อัล-กรุอ่าน

"ลิ้น" ผลของมัน คือ การกล่าวรำลึกถึงอัลลอฮฺ

"มือทั้งสอง และเท้าทั้งสอง" ผลของมัน คือ การพากเพียรพยายามในสิ่งที่ดีงาม

และเมื่อใดก็ตามที่ดวงใจเหี่ยวแห้ง ผลของมันก็ร่วงโรย เฉกเช่น ผลใม้ที่ต้นของมันขาดน้ำ

และ(จงรู้ไว้เถิดว่า)เมื่อใดก็ตามที่หัวใจมันเหือดแห้ง นั่นคือ มันต้องการซึ่งการซิกรุลลอฮฺให้มากๆ และหากคนเราขาดการซีเกร เราก็ไม่ต่างอะไรกับคนป่วยที่อ่อนแอ่

ดังนั้น(พึงทราบเถิดว่า) การต่อสู้นั้น จะไม่มีความหอมหวานอยู่พร้อมกับมัน นอกจากจะมีแต่ ลูกศร(จากคันธนู)ที่แหลมคม คือ ต้องต่อสู้กับอารมณ์ใฝ่ต่ำที่กระหน่ำเข้ามา นี้แหละคือการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่

และท่านจงทราบเถิดว่า แม่ที่สูญเสียลูกอันเป็นที่รักนั้น ความรื่นเริงจะมิอาจประสบแก่นางได้เลย

ซึ่งความสุขความและความรื่นเริงนั้น จะมีให้แก่บุคคลที่ได้รับชัยชนะเท่านั้น และเช่นเดียวกัน ความรื่นเริงนี้ จะไม่ถูกพบในผู้ใด เว้นแต่ จะถูกพบในบุคคลหนึ่ง ซึ่งเขาสามารถควบคุมอารมณ์ใฝ่ต่ำได้ จนกระทั่งอารมณ์ใฝ่ต่ำเหล่านี้ มันหล่นลงไปอยู่ใต้เบื้องล่างของเขา

จาก ตำรา อัต-ตุฮฟะฮฺ ฟี อัต-ตาเซาวุฟ อัล-มุสัมมา ตาญุลอารูส อัล-หาวี ลิ ตะฮฺซีบ อัล-นุฟูส โดย เชค อาริฟ บิลลาฮฺ ตาอาลา ซัยยิด อะฮหมัด บิน อาตออิลลาฮฺ อัสกันดารียฺ หน้าที่ 32 ในหัวข้อ "การต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่"

2
بسم الله الرحمن الرحيم
هل الإيمان يزيد وينقص ؟
อีมาน (ศรัทธา) มีเพิ่มและลดใช่หรื่อไหม ?
ตามทัศนะ ยุมฮูรฺ อาชาอีเราะฮฺ ให้ความเห็นว่า อีมานนั้น มีเพิ่มและลด ซึ่งการที่อีมานเพิ่ม ขึ้นอยู่กับการที่ตออัต (ภัคดี) เพิ่ม และการที่อีมานลดนั้น ขึ้นอยู่กับการต่ออัตลดนั้นเอง .

ตามนัยยะดังกล่าว จะเห็นได้ว่า :  มนุยษ์นั้นจะมีอีมานเพิ่มและลด ตามสภาพการณ์ของการภัคดี ซึ่งการภัคดี นั้นก็คือ การปฎิบัติตามแบบคำสั่งใช้ของอัลเลาะฮ์ และละทิ้งหรือยับยั้งคำสั่งห้ามของพระองค์
หากมนุยษ์คนใดปฎิบัติคำสั่งของพระองค์อยู่ตลอดโดยมิขาด และมิได้กระทำในสิ่งที่พระองค์สั่งห้าม นั้นหมายความว่า อีมานของบุคคลนั้นจะทวีคูณอยู่ตลอดเวลา .

    และญุมฮูร อาชาอีเราะฮ์ ได้ให้เหตุผลมาชี้ชัดในเรื่องดังกล่าวว่า : ทาสแท้ของอีมานนั้นไม่มีความแตกต่างแต่อย่างใดในเรื่องการเพิ่มหรื่อลด ให้กับประชาชาตินี้ (อุมมะฮ์) ยิ่งไปกว่านั้น บรรดาผู้ซึ่งปราศจากบาป ก็คือ บรรดานบี , รอซูล และบรรดามาลาอีกะฮ์ เพราะบรรดานบี , รอซูล อีมานจะเพิ่มทวีคูณอยู่ตลอดเวลา และอีมานของบรรดามาลาอีกะฮ์จะคงทีตลอด หมายความว่า ไม่เพิ่มไม่ลด นั้นเอง ดังนั้นแสดงให้เห็นว่า อีมานเพิ่มและลดนั้น เป็นสิ่งที่โมฆะ แก่พวกเขา .

และ ปวงปราชญ์ได้ชี้หลักฐานเพื่อพิสูจญ์ให้รู้ถึงการเพิ่มและลดในเรื่องของอีมาน โดยคำดำรัชของอัลลอฮ์ ซ.บ. ที่ว่า : พวกซึ่งมีมนุษย์บางคนได้กล่าวกับพวกเขาผู้ประพฤติความดีว่า แท้จริงมนุษย์ได้รวมกำลังกันเพื่อท่านทั้งหลาย ดังนั้น จงกลัวพวกนั้นเถิด  แต่ก็ได้เพิ่มพูนความศรัทธาแก่พวกเขา และพวกเขากล่าวว่า อัลเลาะฮฺเป็นความเพียงพอแก่เราแล้ว และทรงเป็นที่มอบหมายที่เยี่ยมยอดที่สุด . ( ซูเราะฮฺที่ 3 อาลิอิมรอน * อายะฮฺที่ 173 ) .

และอีกอายะฮ์หนึ่งซึ่งพระองค์ได้กล่าวว่า : อันที่จริง บรรผู้ศรัทธาได้แก่บรรดาผู้ซึ่งเมื่อมีการรำลึกถึงอัลเลาะฮฺ หัวใจของพวกเขาก็สะทกสท้าน และเมื่อมีการอัญเชิญโองการต่างๆของพระองค์ โองการเหล่านั้นก็เพิ่มพูนแก่พวกเขาซึ่งครัทธาภาพ และพวกเขามีจิตมอบหมายต่อองค์อภิบาลของพวกเขา . ( ซูเราะฮฺที่ 8 อันอัมฟาล * อายะฮฺที่ 2 ) .

สำหรับหลักฐานดังกล่าวชี้ชัดให้เห็นว่า : มีความชัดเจนโจ่งแจ้งถึงเรื่องการเพิ่มของอีมาน และ มีความตระหนักเข้าใจอีกว่า ทุกๆสิ่งที่รับต่อการเพิ่ม แน่นอนสิ่งนั้นก็ต้องรับต่อการลดเช่นเดียวกัน .

    และสำหรับทัศนะของท่าน อาบูฮานีฟะฮ์ และปวงปราชญ์ภาคเตาฮีด (หลักการศรัทธา) เฉกเช่น ท่าน อีมาม ฮารอมัยนฺ มีความเห็นว่า : แท้ทีจริงแล้วอีมานไม่มีการเพิ่มและลด แต่อีมานนั้นเป็นนามชื่อหนึ่งที่มีความเชื่อมั่นรับรอง ซึ่งบรรลุถึงเป้าหมายขอบเขตที่แน่วแน่ และอีกทั้งยังบรรลุถึงความเชื่อมั่นยอมรับที่แน่นอน ดังนั้นการเพิ่มและลดนั้น มิทำให้ถูกนึกคิดได้ในเรื่องอีมาน สรุปได้ว่า อีมาน ก็คือ หลักการเชื่อมั่นที่แน่วแน่และแน่นอนในตัวของมันอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต่อการเพิ่มและลด .

และสำหรับการที่อีมานลดนั้น ก็คือ การยอมจำนนให้ความมั่นใจที่แน่วแน่ลดหย่นลง ซึ่งสิ่งดังกล่าวเกิดขึ้นโดยมีสาเหตุมาจาก ความสงสัย (شك)  , ความคาดคะเน  (ظن), และความคาดหวังหรื่อระแวง (وهم)  นั้นเอง .


……………………………………………………..
อ้างอิง.. ( แปลพร้อมทำความเข้าใจ )
จากหนังสือ : อันนูญูม อัลลามีอะฮฺ ฟี สากอฟาติลมุสลิมี อัลญามีอะฮฺ ( อากีดะฮฺ ฟิกหฺ ซีเราะฮฺ ตาเซาวุฟฺ ) , บทแรก หัวข้อที่ 2 / หน้าที่ 50 .
ผู้แต่งตำรา  : ท่าน อามาดุดดีน บิน อะฮฺหมัด บิน อาบี ฮะญะละฮฺ .


3
แก้ไขให้แล้วครับ ท่านมุฟตี

4

 wink:
بسم الله الرحمن الرحيم

حمد الله ، وصلاة وسلاما على رسوله محمد [صلى] سيد الأمم ، وعلى آله وأصحابه أجمعين إلى يوم الدين
و بعد...
[ القرآن الكريم ]
 قال الله تعالى : { إنما المؤمنون إخوة } ، الحجرات : 10 .
 وقال تعالى : إخبارا عن نوح [عليه السلام] : { وأنصح لكم } ، الأعراف : 62 .
وعن هود [ عليه السلام ] : { وأنا لكم ناصح أمين } ، الأعراف : 68 .
  [ الحديث ]
عن أبي رقية تميم بن أوس الدارى [رضى الله عنه ] أن النبي [ صلى ] قال : " الدين النصيحة " قلنا : لمن ؟ قال : " لله ، ولكتابه ، ولرسوله ، ولأئمة المسلمين ، وعامتهم " رواه مسلم .
......................................................................
قال الإمام الغزالي في كتابه [ أيها الوالد ] : ما لم تعمل لم تجد الأجر .
ท่าน อีมาม ฆอซาลี กล่าวว่า  :“ การงานที่ไร้ซึ่งการปฎิบัติ ย่อมมิได้ผลอันใด “.
เรื่องราวของชายผู้หนึ่ง แต่จากเผ่าบานีอิสรออีล โดยที่เขาได้ทำอีบาดัตต่ออัลลอฮฺ  (ซ.บ.) ถึง 70 ปีด้วยกัน  หลังจากนั้น อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ทำให้เขาได้เห็น (ตายันลี) มาลาอีกะฮ โดยพระองค์ส่งมาลาอีกะฮ์ ไปหาเขา แล้วให้พูดว่า : “ ท่านนั้นอยู่กับการอีบาดัตตลอด สิ่งนั้นไม่สมควรที่จะเข้าสวรรค์หรอก “ .  และอาบิด ผู้นั้นก็ได้กล่าวแก่มาลาอีกะฮ์ไปว่า : “ เราถูกสร้างมาเพื่อทำอีบาดัต จำเป็นแก่เรามิใช่หรือ ที่ต้องทำอีบาดัตเพื่ออัลลอฮฺ  “ .  ครั้นเมื่อมาลาอีกะฮ์รับทราบ หลังจากนั้น ก็หวนกลับไปยังอัลลอฮฺ (ซ.บ.) เพื่อทูนให้พระองค์ทราบ มาลาอีกะฮ์ผู้นั้นทูนกล่าวว่า  :” โอ้พระผู้อภิบาลของข้า พระองค์ย่อมรู้ดีกับสิ่งที่ชายผู้นั้นได้ประจักษ์ “.
อัลลอฮฺ (ซ.บ.) กล่าวแก่มวลมาลาอีกะฮ์ว่า : “ ในเมื่อบ่าวของฉัน มิได้ผินหันออกจากการทำอีบาดัตต่อฉัน  ฉันก็จะประทานความเมตตาแก่เขา แล้วฉันมิได้ผินออกจากบ่าวของฉันเช่นกัน ดังนั้นพวกเจ้าทั้งหลาย จงเป็นพยานแก่เขาเถิด โอ้มวลมาลาอีกะฮ์เอ๋ย  แท้ที่จริงฉันได้อภัยให้แก่เขาแล้ว “ .
จากเรื่องราวดังกล่าวเราย่อมรู้ถึงผลของการปฎิบัติอาม้าลเพิ่ออัลลอฮฺ (ซ.บ.) โดยที่มีความบริสุทธ์ใจจริง ดังเช่นชายผู้นั้น  และยังมีฮาดิษมาย้ำเตือนเราอีกด้วย

قال رسول الله [صلى] : " حاسبوا أنفسكم قبل أن تحاسبوا وزنوا أعمالكم قبل أن توزنوا  " .
ท่านกล่าวว่า : “ พวกเจ้าทั้งหลายจงตรวจสอบตัวเอง ก่อนที่พวกเจ้าจะถูกสอบสวน และจงตราชังตัวของพวกเจ้า ก่อนที่จะถูกชังตรวง ”.
และมีท่าน อาลี (ร.ด.) กล่าวว่า : “ บุคคลใดก็ตามที่หวังจะถึงสวงสวรรค์ โดยมิได้พากเพียรพยายามแต่อย่างใด บุคคลนั้นก็ได้แต่คิดเท่านั้นเอง และบุคคลใดก็ตามที่หวังกับมัน แล้วมีความเอาจริงเอาจัง เพียงพอแล้วที่จะนำเขาเข้าสู่สวงสวรรค์ ”.

وقال الإمام الغزالي : علاقة الحقيقة ترك ملاحظة العمل لا ترك العمل .
และท่านอีมามฆอซาลี ได้พูดอีกว่า : “ เครื่องหมายที่แท้จริงของการปฎิบัติอาม้าล ก็คือ ให้ละทิ้งผลบุญของมัน  แต่มีไว้ซึ่งการงานนั้น ” .
โดยมีฮาดิษของท่านนบีเป็นหลักฐานชี้ชัด

قال رسول الله [صلى] : " الكيس من دان نفسه وعمل لما بعد الموت والأ حمق من اتبع هواه وتمنى على الله تعالى الأماني ".

ท่านกล่าวว่า : “ สำหรับผู้ที่มีความเฉลียวฉลาด คือ ผู้ที่ทำตัวเองให้ใกล้ชิดต่ออัลลอฮฺ (ซ.บ.) และปฎิบัติต่อสิ่งที่ได้รับหลังจากวิญญานออกจากร่าง(ตาย) และสำหรับผู้ที่โง่เขลา คือ ผู้ที่ตามนัฟซู(อารมณ์ใผ่ต่ำ)ของตัวเอง อีกทั้งยังมีความหวังที่จะได้รับความเมตตาต่ออัลลอฮฺ (ซ.บ.) ”.
.................................................................
อ้างอิง ...
แปลจากหนังสือ อัยยูฮัล วาลัด ของท่านอีมามฆอซาลี  หน้าที่ 23 บรรทัดที่ 8 .
[/size]
المرجع : عن كتاب الإمام حجة الإسلام أبى حامد الغزالى اسمه أيها الولد ، ص : 23 / 8 .
اعتنى به وحققه : أبو سهل نجاح عرض صيام .
المقطم للنشروالتوزيع .


5
•   การที่เราจะให้สลามโดยใช้ถ้อยคำว่า  سلام عليكم (สะลามูอาลัยกุม) ได้หรือไม่ ?

ในทัศนะนักปราชญ์วิชานาฮู ซึ่งมีอยู่ว่า การที่กล่าวสลามดังกล่าวถือว่า(ใช้ได้)

โดยมีเงื่อนไขดังนี้
๑.การกล่าวสลาม [سلام عليكم]โดยการตัด(ال)มะรีฟะฮ์ถือว่าเป็นการตัดแบบشاذة (นอกหลักการที่วางไว้)และยังคงไว้ซึ่งضمة 
โดยต้องมีเป้าหมาย(เหนียต)ในการให้สลามดังกล่าวโดยใช้ถ้อยคำ [السلام عليكم]
เพื่อต้องการให้ قرينة (พยานแวดล้อม)ของการให้สลามนั้นยังคงอยู่
๒.การให้สลามดังกล่าว เป็นการกล่าวกันมาของชนชาวอาหรับ

 إذ يحتمل أن تكون حذفت شذوذا ، وإن كانت معرفة كما حذفت من
قولهم : " سلام عليكم " من غير تنوين ـ يريدون :  السلام عليكم   


•   انظر الى شرح ابن عقيل على الفية ابن مالك ، ص 146 / دار الطلائع. 


หน้า: [1]