เหตุใดกลุ่มวะฮาบีย์จึงไม่กล้าเข้าสนทนากับกลุ่มมัสหับทั้ง4. By: คนอยากรู้ Date: ม.ค. 17, 2007, 10:49 AM
ก็นานพอสมควร
ที่กระผมนั่งพิจารณาและวิเคราะห์ว่า ทำไมกลุ่มวะฮาบียะและชีอะ12อีหม่าม จึงไมกล้าที่จะมาร่วมเสวนาธรรมกับเราชาวมัสหับทั้ง4...โดยพยายามสร้างสมมุติการณ์ขึ้นมาเพื่อหาข้อสรุปเป็นประเด็นๆในเชิงบวกและเชิงลบ ตามหลักทอรีของมาสโลว์..ขณะเดียวกันในเวปมุรีดและมรดก พวกชีอะจะเข้าไปกวนในลักษณะต่างๆนาๆกับกุ่มวะฮาบียะ..จนบางครั้งแยกกันไม่ออกว่าใครเป็นใคร..แต่ในเวปนักเรียนอะลิสซุนนะวัลยามาอะ กลับไม่มีคนดังกล่าวกล้าเข้ามาก่อกวน จะมีเพียงพอหอมปากหอมคอ แล้วก็เงียบหายไป..
แต้ถ้าจะมองว่าเวปมาสเตอร์หรือแอดมินชั่วคราวจ้องที่จะลบหรือไม่ให้ความเป็นธรรมแล้ว ก็ยิ่งเป็นไปไม่ได้
ยิ่งมารยาทของผู้เสวนาด้วยอย่างเช่น คุณอัลอัชฮารีย์ คุณลายเคง คุณอัสวา คุณนูรุ้ลอิสลาม คุณกิดดัรคุณมุนีร์ คุณซุฟีรยาน
ฯลฯ หลายๆคนถือว่า มารยาทดีและรู้จักถ่อมตนรู้จักที่ต่าที่สูง..ดีกว่าใครบางคนในเวปอ.มุรีด และเวปอัสซุนนะเสียด้วยซ้า..
ที่ต้องคิด ว่า..แล้วทำไมพวกเขาดังกล่าวจึงไม่กล้าเข้ามาที่จะคุยปัญหาต่างๆในเรื่องคีลาฟและเรื่องอื่นๆกับเรา..ละ
นีคือคำถามที่ต้องการคำตอบจากสมาชิกหลายๆคนที่นี้..เชิญครับ.ใครก็ได้[/color]..
เหตุใดกลุ่มวะฮาบีย์จึงไม่กล้าเข้าสนทนากับกลุ่มมัสหับทั้ง4. By: al-azhary Date: ม.ค. 17, 2007, 07:08 PM
ผมเข้าว่า พี่น้องวะฮาบีย์ คงได้เสวนากับพวกเรามาหลายต่อหลายประเด็นมาแล้วนะครับ ซึ่งผลออกมาก็อัลฮัมดุลิลลาห์ ที่การกล่าวหาบิดอะฮ์ในประเด็นข้อปลีกย่อยน้อยลงไปแล้ว
แต่การเสวนาที่ผ่านมาของเรานั้น ก็ได้ก๊อบไว้ และจะนำมาเรียบเรียงในเชิงเสวนาอีกครั้ง วะฮาบีย์บางคนยังอ้างอิงคำพูดของอุลามาอ์เพื่อสนับสนุนอะกีดะฮ์ของตน ทั้งที่เราชี้แจงไปแล้วว่ามีสายรายงานฏออีฟและมีการเพิ่มเติมคำพูดต่ออุลามาอ์ ผมละเฮี่ยใจ แต่ก็จะนำมาโต้ชี้แจงข้อเท็จจริงยามว่างต่อไป อินชาอัลเลาะฮ์
Re: เหตุใดกลุ่มวะฮาบีย์จึงไม่กล้าเข้าสนทนากับกลุ่มมัสหับทั้ง4. By: คนอยากรู้ Date: ม.ค. 17, 2007, 07:28 PM
ในฐานะที่บังเองก็คลุกคลีกับกลุ่มวะฮาบียะมาพอสมควรตั้งแต่ เวปอ.มุรีดเวป มรดก เวป อัสซุนนะบังว่า
วะฮาบียะทั้งหลาย คงหมดท่าที่จะนำปัญหาคีลาฟของทัศนะตนเองและทำการตอบโต้ต่อทัศนะอื่น
เพราะประเด็นคีลาฟทางชารีอัต(ฟิกฮ์นั้น ) มัสหับทั้ง4 เขามีหลักฐานมากมายในการชี้แจง
ดังนั้น กล่มวะฮาบียะนั้นจึงรู้ตัวว่า ไม่มีโอกาสที่จะตอบโต้หรือหาหลักฐานที่ให้ท่านพี่น้องทั้งหลาย มาเพื่อหักล้างบรรดาผู้มีทัศนะทั้งหลายได้
ในขณะเดียวกัน การท้อถอยและหดหู่ ของชาววะฮาบียะนับวันยิ่ง ทดถอยลงทุกวัน เมื่อความจริงมาปรากฏ ความเท็จก็มลายไปพลัน จะเห็นว่า..
ผู้ที่ออกมาสนับสนุนผู้ตักลีดตามมัสหับทั้ง4นั้นมีมากมายต่างพื้นที่ต่างจังหวัดต่างอาชีพ..
ที่น่าภูมิใจเราไม่โจมตีและฮูกมใคร
จนถึงขั้นตกนรก .
ถ้าแม้ว่าประเด็นขัดแย้งนั้น มันเป็นแค่ความคิดเห็นหรือการอิตติญาตของระดับอุลามะ เท่านั้น .เช่นเรื่องอุศอลลี การอ่านตัลกีน การอีซีรกุโบร์ การรำลึกถึงท่านนบีฯลฯ
แต่สำหรับชีอะอีหม่าม12นั้น..คนละเรื่องกันครับ..
Re: เหตุใดกลุ่มวะฮาบีย์จึงไม่กล้าเข้าสนทนากับกลุ่มมัสหับทั้ง4. By: คนอยากรู้ Date: ม.ค. 18, 2007, 10:42 PM
ดังนั้น สาเหตุเรื่องการที่วะฮาบีย์เข้าใจผิดในเรืองอะกีดะที่ไม่เข้าใจเหมือนกับบรรดาอุลามะในยุคต้นๆไม่ว่า
จากบรรดาซอฮาบะ และตาบีอีนรวมทั้งทัศนะของอีหม่ามทั้ง4 แม้กระทั้งความเข้าใจผิดต่อท่านอีหม่ามอาสัน อัลบันนา ที่วะอาบียะ มักแอบอ้างอยู่เสมอว่ามีอะกีดะเหมือนกัน แต่ที่จริงแล้วไม่ใช่เลย
ฉนั้น การที่วะฮาบีย์ไม่กล้สเข้ามาร่วมเสวนากับเราชาวอะลิสซุนนะวัญญะมาอะ(มัสหับทั้ง4 นั้น)
ก็ด้วยเหตุผลที่ความผิดพลาดของพวกเขาในเรื่องเอี๊ยะติกอด
ดังนั้น อุลามะส่วนมากจึงพูดไว้ไม่ผิดว่า ..
ใครก็ตามที่มีเอียะติกอดผิดต่อพระองค์อัลลอฮ์เจ้าแล้ว การงานต่างหรืออีบาดะต่างๆที่เขากระทำนั้นย่อมบ้าตอลครับ..
วะฮาบียะนั้นต้องตรวจเช็คเรื่องนี้กันบ้างนะครับ ด้วยความหวังดี
คนอยากรู้
Re: เหตุใดกลุ่มวะฮาบีย์จึงไม่กล้าเข้าสนทนากับกลุ่มมัสหับทั้ง4. By: นูรุ้ลอิสลาม Date: ม.ค. 19, 2007, 08:15 PM
ผมคิดว่า กลุ่มวะฮาบีย์คงหมดมุกแล้วนะครับ เพราะเรื่องหลักๆ หรือหลักการหลักๆ ที่วะฮาบีย์ใช้นำมาเสวนาและยึดมาเป็นหลักการของตนเพื่อฮุกุ่มผู้อื่นบิดอะฮ์นั้น เราได้ชี้แจงรายละเอียดไปทุกๆ ประเด็นหลักๆ แล้วมั้งครับ มันก็เลยหมดเรื่องคุย ส่วนชีอะฮ์เขาคงไม่เข้ามาหรอกครับ เพราะหากพวกเขาเข้ามาเสวนา สิ่งที่พวกชีอะฮ์แอบอ้างอาจจะถูกพวกเราแก้แต่งและชี้แจงจนกระทั่งหลักการของชีอะฮ์ถูกเปิดโปงมากยิ่งขึ้น
Re: เหตุใดกลุ่มวะฮาบีย์จึงไม่กล้าเข้าสนทนากับกลุ่มมัสหับทั้ง4. By: คนอยากรู้ Date: ม.ค. 26, 2007, 09:49 AM
..เมื่อเป็นเช่นนี้ แล้ว วะฮาบีย์บางกลุ่ม จึงมากล้าเข้าสนทนาในเวปนี้..ด้วยความเกรงว่าตนจะเสียเชิง แต่คอยหาจังหวะแก้คำด้วยการเขียนหนังสือหรือ ทางเวปตัวเองและเมื่อเราเข้าไปโต้แย้งก็ทำการบล็อกหรือลบกระทู้...
อีกอย่าง อิสลามนั้นจะสูงเด่นเสมอ ตราบใดที่ผู้รู้ที่มีความรู้ยืนบนบันทัดฐานที่ถุกต้องไม่โจมตีและใส่ร้ายต่อกัน...แต่ที่บางครั้งตกต่ำนั้นก็มาจากผู้ไม่รู้จริง บางคนในชาววะฮาบียะนั้นเอง
แต่สำหรับพวกเรานั้น กล้าสู่และกล้าเผชิญความจริงเสมอแต่ไม่ใช่เพื่อจะเป็นศัตรูและอาฆาตกันตลอดชีวิต เช่น การจ้องลบและบล็อกกระทู้ของผู้ที่ไม่ได้เป็นวะฮาบีย์เหมือนกับตัวเอง
ที่ผ่านมาเมื่อเราเสนอความจริงแต่ไม่ตรงกับแนวทางของเวป.วะฮาบีย์เช่น เวปอ. ริดอ เวป อ.ฟาริด เวปอ.มุรีดเวปอัชซุนนะฯลฯ พวกเขานั้น มักจะกีดกันและขัดขวางทุกอย่างตลอดเวลา..
บางครั้ง แม้การชี้แจงของเราเพื่อให้พวกเขาได้เข้าใจ แต่เราก้ไม่ได้รับความเป็นธรรมเสมอมา..
และเมื่อเรามีเวปขึ้นมาเองและเชื้อเชิญ..พวกเขาผู้รู้ที่เป็นชาววะฮาบียะทั้งหลายให้เข้ามาเพื่อปรับความเข้าใจและปรับทัศนะ...แต่วันแล้ววันเล่า....พวกเขาไม่กล้าเข้ามาตาม คำเชิญ..เพราะอะไรละ..
ถ้าไม่ใช้..พวกเขาละอายในสิ่งที่เราเปิดโปงกับสิ่งที่พวกเขาได้กระทำการกล่าวหาและใส่ร้ายนั้นเอง ..ไม่ว่า..-
การกล่าวหาว่า...การยกมือขอดอุอาห์ในละมาชซุบฮิเป็นบิดอะ
-การกล่าวหาว่า...การอ่านอูซอลลีก่อนเข้าละหมาดเป็นบิดอะ
-การกล่าวหาว่า...การยกมือขอดุอาหลังละหมาด5เวลา และกล่าวซอลาวัตนะบี เป็นบิดอะ
-การกล่าวหาว่า...การขอดุอาห์เป็นกลุ่ม เป็นบิดอะ
-การกล่าวหาว่า...การละหมาดตารอวิห์20รอกาอัต เป็นบิดอะ
-การกล่าวหาว่า...การตามการกระทำของบรรดาซอฮาบะบางคนที่เป็นคนซอและนั้นเป็นบิดอะ
-การกล่าวหาว่า...การอ่านตัลกีนมัยยัตเป็นบิดอะ
-การกล่าวหาว่า...การอ่านกรุอ่านเพื่อฮีดายะให้คนตายเป็นบิดอะ
-การกล่าวหาว่า...การจับมือให้สลามกันเมือเข้าและออกจากมัสยิดเป็นบิดอะ
-การกล่าวหาว่า...การอ่านบิสมินละดังเป็นบิดอะ
-การกล่าวหาว่า...การอยูในทางตอรีกัต-ซุฟี บิดอะ
-การกล่าวหาว่า...การทำงานดาวะเป็นบิดอะ
-การกล่าวหาว่า...การไปเยี่ยมกุโบรในวันศุกร์หรือหลังวันอีดเป็นบิดอะและอีกมากมายที่ชาววะฮาบียะบางกล่มได้อุจจาระเรี่ยราดไว้..อย่างน่าเกลียด..
แต่ในที่สุด เมื่อพวกเรา ทำความจริงให้ปรากฏ ความเท็จก็มลายไป ..ตรงกันข้าม....เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วเราๆท่าน....ก็จะเห็นว่า พวกเขาก็ไม่กล้าเข้ามา..จากนั้นเป็นต้นมา
ต่อว่าใส่ร้ายอย่างเต็มปากเต็มคำอีกต่อไป
ซึ่ง ท่านทั้งหลาย สามารถค้นหาคำตอบกันเองได้...
Re: เหตุใดกลุ่มวะฮาบีย์จึงไม่กล้าเข้าสนทนากับกลุ่มมัสหับทั้ง4. By: salahudin Date: ม.ค. 26, 2007, 12:16 PM
สงสารก็แต่บรรดานักศึกษาทที่ใฝ่หาคำตอบ พอไปเจอสิ่งที่พวกนี้กล่าวอ้างทั้งหลักฐาน ชั้นเชิงการพูด ก็คล้อยตามกันเป็นแถว มหาลัยดังๆ ตอนนี้ถูกเจาะตลาดเรียบร้อยแล้ว
Re: เหตุใดกลุ่มวะฮาบีย์จึงไม่กล้าเข้าสนทนากับกลุ่มมัสหับทั้ง4. By: sufriyan Date: ม.ค. 26, 2007, 03:41 PM
สงสารก็แต่บรรดานักศึกษาทที่ใฝ่หาคำตอบ พอไปเจอสิ่งที่พวกนี้กล่าวอ้างทั้งหลักฐาน ชั้นเชิงการพูด ก็คล้อยตามกันเป็นแถว มหาลัยดังๆ ตอนนี้ถูกเจาะตลาดเรียบร้อยแล้ว
คิดเหมือนผมเลย แต่คุณดันพูดก่อน ยืนยันครับ
Re: เหตุใดกลุ่มวะฮาบีย์จึงไม่กล้าเข้าสนทนากับกลุ่มมัสหับทั้ง4. By: Goddut Date: ม.ค. 26, 2007, 04:54 PM
เขาไม่ได้กล่าวอ้างหลักฐานครับ เพราะเขาไม่มีหลักฐาน
และด้วยความไม่มีหลักฐาน นั้นเอง จึงเป็นที่มาของ คำว่า บิดอะ
Re: เหตุใดกลุ่มวะฮาบีย์จึงไม่กล้าเข้าสนทนากับกลุ่มมัสหับทั้ง4. By: คนอยากรู้ Date: ม.ค. 26, 2007, 04:58 PM
แต่ที่น่า สงสารก็แต่บรรดานักศึกษาที่ใฝ่หาคำตอบ นะครับ ...พอไปเจอสิ่งที่พวกนี้กล่าวอ้างทั้งหลักฐาน ชั้นเชิงการพูด ก็คล้อยตามกันเป็นแถว มหาลัยดังๆ ตอนนี้ถูกเจาะตลาดเรียบร้อยแล้ว
คิดเหมือนผมเลย แต่คุณดันพูดก่อน ยืนยันครับ ..ถูกต้องครับน้องกอดดัร..และคุณ ซุฟรียาน/คุณซอลาฮุดดีน.
เอ ....แต่ที่มหาลัยฯดังที่คุณว่ามีใดบ้างครับ บังอยากรู้ ว่างๆจะเข้าไปหาข้อมูลบ้าง...ช่วยบอกหน่อยซิ...ครับ...
แต่ที่มอ.ปัตตานีนั้น ก็คงจะช่ายแต่ก็น้อยครับ เพราะเมื่อเขากลับไปอยู่ทางบ้านและครอบครัวซึ่งเดิมมีพื้นฐานมาก่อนเขาก็กลับมาตามทัศนะเหมือนเราอีก..
บังเองเคยคุยกับรุ่นน้องมอ.คนหนึ่ง..แรกๆก็มาแรงนะครับ จนญาติพี่น้องรับเขาแทบไม่ได้..โจมตีแหมกระทั่งการทำบุญ7วันให้กับพ่อแม่ตัวเอง..วันดีคืนดี
.....นี่ครับ ที่เป็นเหตุผลหนึ่งที่บังไม่ชอบมัสหับ วะฮาบีย์ คือ มีที่ไหนว่นวายที่นั้น.........
บังก็นั่ง ถกเเละคุยให้เขาฟัง...ประมาณ2ชมครับ..และสังเกตุโดยการประเมินการใช้ชีวิตของเขา..
ในที่สุดก็ยอมรับ และบอกว่าเขานั้นไม่รู้นะว่า..ทางมัสหับเดิมมีหลักฐานมาก่อน..นักเรียนก็อย่างนี้แหละครับ..ต้องการเหตุผลกับหลักฐาน..ก็เท่านั้นครับ..
Re: เหตุใดกลุ่มวะฮาบีย์จึงไม่กล้าเข้าสนทนากับกลุ่มมัสหับทั้ง4. By: นูรุ้ลอิสลาม Date: ม.ค. 26, 2007, 08:04 PM
ผมเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน แม้กระทั่งการทำงานของกลุ่มดะวะฮ์ พวกวะฮาบีย์ ก็ไม่ละเว้น นะครับ ผมเห็นวะฮาบีย์ไร้ความสามารถในการโจมตีแก่นแท้ในการทำงานของญะมาอะฮ์ตับลีฆ แต่เขาพยายามเอาเรื่องที่ไม่ใช่หลัก ๆ มาเป็นประเด็นหลักหลอกลวงคนไปเรื่อย
Re: เหตุใดกลุ่มวะฮาบีย์จึงไม่กล้าเข้าสนทนากับกลุ่มมัสหับทั้ง4. By: Mido-ban Date: ก.พ. 09, 2007, 02:58 AM
ที่ไม่เข้ามาคุยคงเพราะคุยกันไม่รู้เรื่องมั้ง
แค่ที่บอกว่าหะดีษดออีฟตามได้(ด้วยรายละเอียดดังที่พวกท่านกล่าวมา)ก็คุยกันคนละภาษาหนังคนละมั้วนแล้วหล่ะผมว่า
เพราะฉะนั้นอย่าเถียงกันอิกเลย
เออว่าแต่การตามการกระทำของบรรดาซอฮาบะบางคนที่เป็นคนซอและนั้นเป็นบิดอะ ไม่ทราบว่าใครบอกครับ เท่าที่เคยรู้มาก็ตามได้นะครับ
ผมว่าบางเรื่องเค้าก็ไม่ได้บอกว่าบิดอ๊ะนะครับ
แค่บอกว่าไม่มีแบบฉบับจากท่านรอซู้ลแค่นั้นเอง
เหตุใดกลุ่มวะฮาบีย์จึงไม่กล้าเข้าสนทนากับกลุ่มมัสหับทั้ง4. By: al-azhary Date: ก.พ. 09, 2007, 07:22 AM
ที่ไม่เข้ามาคุยคงเพราะคุยกันไม่รู้เรื่องมั้ง
แค่ที่บอกว่าหะดีษดออีฟตามได้(ด้วยรายละเอียดดังที่พวกท่านกล่าวมา)ก็คุยกันคนละภาษาหนังคนละมั้วนแล้วหล่ะผมว่า
เพราะฉะนั้นอย่าเถียงกันอิกเลย
เออว่าแต่การตามการกระทำของบรรดาซอฮาบะบางคนที่เป็นคนซอและนั้นเป็นบิดอะ ไม่ทราบว่าใครบอกครับ เท่าที่เคยรู้มาก็ตามได้นะครับ
ผมว่าบางเรื่องเค้าก็ไม่ได้บอกว่าบิดอ๊ะนะครับ
แค่บอกว่าไม่มีแบบฉบับจากท่านรอซู้ลแค่นั้นเอง
ไม่ใช่ไม่รู้เรื่องหรอกครับ เพราะบางคนเข้ามา ก็ด่าทอ ไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขที่เราวางไว้สำหรับการเสวนา และบางครั้งอาจจะเป็นเพราะว่า มันหมดเรื่องคุยกันแล้ว หรือบางคนไม่ต้องการเข้ามาอ่านหลักการของนักปราชญ์ส่วนใหญ่ กลัวจะเขวจากแนวทางของตน จึงไม่เข้ามา บางคนถูกห้ามให้เข้ามาเสวนา
ส่วนหะดิษฏออีฟนั้น เราเสวนาเพื่อให้พวกเขาที่ฮุกุ่มคนอื่นทำบิดอะฮ์เพราะไม่เอาหะดิษฏออีฟ ได้เข้าใจเท่านั้นเอง เราไม่ได้เสวนาเพื่อจะไห้พวกเขามาตามเรา
หากรู้ว่ามีซอฮาบะฮ์ได้กระทำ แต่พวกเขากล่าวว่าไม่มีแบบฉบับของท่านนบี ก็แล้วแต่ท่านน่ะ เราไม่บังคับเลย แต่อย่าละเมิด โดยเอาคำกว่า ไม่มีแบบอย่างท่านนบีตามทัศนะของตน มาฮุกุ่มบิดอะฮ์กับพี่น้องมุสลิมีน
Re: เหตุใดกลุ่มวะฮาบีย์จึงไม่กล้าเข้าสนทนากับกลุ่มมัสหับทั้ง4. By: Mido-ban Date: ก.พ. 09, 2007, 02:15 PM
เข้าใจแล้วครับ
Re: เหตุใดกลุ่มวะฮาบีย์จึงไม่กล้าเข้าสนทนากับกลุ่มมัสหับทั้ง4. By: Ibnu Qasem Date: ก.พ. 09, 2007, 02:49 PM
Assalamualaikum
คือ ผมยังไม่สบายใจอย่างหนึ่งคือว่า มิทราบว่า อายะฮกุรขอานที่กล่าวว่า อัลเยามาอักมัลตูลากุม ดีนูกุม...........................อายะฮดังกล่าวนี้มิทราบว่ามันมีความหมายพอที่จะให้ พี่น้องทุกท่านคิดถึงขอบเขตของศาสนาอิสลามได้หรือไม่ครับ แล้วหากการทำอิบาดะฮของมุสลิมเรานั้นไม่มีขอบเขตแล้วอะไรมันจะเกิดขึ้นละ ในเมื่อท่านคิดว่าสิ่งนี้ดี แต่มันมิได้มีแบบแผนหรือเป็นสุนนะฮของท่านนบีมาก่อนท่นคิดว่าอย่างไร เพราะศาสนาอิสลามมิใช่ ความคิดของมนุษย์คนใดคนหนึ่ง แต่เป็นศาสนาจากอัลลอฮ(ซบ) เด็กมหา,ลัยที่ถูกพากพิง Wasalam