กระดานเสวนานักศึกษาอะฮ์ลิสซุนนะฮ์วัลญะมาอะฮ์ สนทนาศาสนธรรม
Pages: 12
เผื่อ ๆ ไว้บ้างก็ดี ... (โดย อัลอัค) By: قطوف من أزاهير النور Date: ธ.ค. 17, 2007, 11:44 AM



โดย อัลอัค

 
เหมือนเช่นทุกปี ใกล้วันอีดุล อัฎฮา หรือเรียกว่าวันอีดใหญ่ ต้องได้ลุ้นว่าตรงกันหรือไม่ ซึ่งทราบผลก่อนวันอีดุล ฟิฏรฺ กว่าหลายวัน ก็เลยกลายเป็นประเด็นร้อนกว่า ... แล้วปีนี้ก็เกิดเรื่องธรรมดาอีกเช่นเคย คือมีสองทัศนะความเห็นที่ไม่ตรงอีกเป็นปกติ 


ที่สำคัญมักมีคนอยากรู้ว่า ใครเป็นสายไหน ด้วยการไล่ถามว่าออกวันไหน แต่ก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดาอีกเช่นกัน ...(ก็คนมันอยากรู้)  ;D

           

ผมเน้นคำว่า “ปกติธรรมดา” ในสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะในโลกของนิติศาสตร์อิสลามสิ่งเหล่านี้ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา เป็นความธรรมดา ๆ ที่ไม่ต้องถึงกับไปโต้แย้ง ถกเถียงกันให้ตกเก้าอี้กันไปข้างหนึ่ง   เป็นความธรรมดาที่สามารถแลกเปลี่ยนทางวิชาการกันด้วยความสบายใจ ไม่ต้องคำรามใส่กัน …
           

แต่แล้วความปกติธรรมดาเช่นนี้ก็กลายมาเป็นเรื่อง “คอขาดบาดตาย” ไป เมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเริ่มขยับทัศนะของตนให้กลายเป็นสัจธรรมที่ละเมิดมิได้ ดังเช่นในวันอีฎิล ฟิฏรียฺที่ผ่านมา บางคนที่ออกอีดทีหลัง(ตามสำนักจุฬา) ได้ทุบโต๊ะฟันธงว่า ฝ่ายที่ออกก่อนต้องถือศีลอดชดใช้  อีกฝ่ายก็โต้กลับว่า พวกแกถือศีลอดในวันอีด(ของฉัน)มันหะรอมนะรู้มั้ย...
           

เช่นเดียวกันบางคนที่ออกอีดอัฏฮาตามการประกาศของสอูดียฺ ก็กล้าที่จะตัดสินว่า คนที่ถือศิลอดไม่ตรงวันอะเราะฟะฮฺ อัลลอฮฺจะไม่รับผลบุญ อีกฝ่ายก็โต้กลับว่าเป็นอัลลอฮฺหรือไง ถึงรู้ขนาดนั้น ... (ยิ่งเถียงยิ่งพากันเข้ารกเข้าพง !!!)

           

การออกอีดอัฏฮา(รวมทั้งอีดฟิฏรียฺ) ก็เหมือนกับกรณีฟิกฮฺจำนวนมากที่มีความแตกต่างทางทัศนะในหมู่อุละมาอ์ชั้นนำหลายท่าน แน่นอนว่า เราก็เลือกตามทัศนะหนึ่งที่เราเห็นด้วยและให้น้ำหนัก ยิ่งกรณีอย่างนี้ไม่มีทางที่จะไปเห็นด้วยกับทุกความเห็นได้ แต่เหตุใดเล่าเราจำนวนมากถึงกับรุนแรงและก้าวร้าวเสียเหลือเกิน


 
จริง ๆ แล้วคำว่า “ทัศนะ” มันมิได้เป็นเรื่องซีเรียสจนตายตัว อุละมาอ์ในอดีตก็เปลี่ยนทัศนะกันบ่อย ๆ มันเป็นมุมมองที่สามารถเปลี่ยนไปได้ หรือเป็นผลจากการศึกษาและตีความหลักฐานที่อาจะเปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากข้อมูลบางอย่าง ... แต่สิ่งที่จะต้องไม่เปลี่ยนคือจุดยืนที่มีต่อทัศนะที่หลากหลาย ซึ่งดำเนินการบนกระบวนการทางนิติศาสตร์นั้นจะไม่ถูกนำไปเปลี่ยนเป็นความก้าวร้าวรุนแรงเป็นอันขาด
           


เรื่องวันออกอีด ผมเคยเห็นทั้งคนมีความรู้เปลี่ยนทัศนะจากตามท้องถิ่นมาตามสอูดียฺ และเปลี่ยนจากตามสอูดียฺมาตามท้องถิ่น และผมยังเคยเห็นสภานิติศาสตร์บางแห่ง เคยเปลี่ยนกลับไปกลับมามากกว่าสองครั้งเสียด้วยซ้ำไป 


           

ตรงนี้ผมอยากจะบอกว่า ให้เรานั้นหัด “เผื่อ ๆ” เอาไว้บ้างก็ดี แม้แต่ผู้รู้ที่เรามั่นใจก็อย่าไปปักใจพันเปอร์เซ็นต์ ดังที่ผมเคยได้ยินหลายคนกล่าวประกาศว่า ไม่ไว้ใจผู้รู้คนไหนอีกแล้ว นอกจากท่านผู้รู้คนนี้คนเดียวเท่านั้น
           

ผมได้ยินแล้วใจหาย เพราะความจริงผู้รู้ที่ปราดเปรื่องชั้นนำของประวัติศาสตร์อิสลามก็ยังพลาดได้เช่นกัน ใครเล่าจะมีเวลาไปศึกษาได้ละเอียดลออในประเด็นปัญหานับพันนับหมื่นประเด็นได้ ความจริงแค่เด็กหนุ่มที่เพิ่งอ่านภาษาอาหรับได้นิด ๆ หน่อย ๆ แต่ไปค้นประเด็นที่เขาสนใจเพียงประเด็นเดียวอย่างละเอียด ก็สามารถคว่ำอาจารย์ระดับใหญ่ ๆ ที่ไม่มีเวลาค้นเรื่องนั้น ๆ ได้ไม่ยาก ดังที่เคยเห็นเด็กหนุ่มที่วางตัวเป็นผู้รู้อวดเก่งบางคนกระทำอยู่บ่อย ๆ ...
           


อุลามาอ์ในอดีตนั้นเก่งจริง ๆ ครับ แต่ก็ไม่ได้ความว่าจะเข้าถึงความจริงเสียทุกเรื่อง ไม่แปลกที่เราไปพบว่าอุละมาอ์ชั้นนำหลายท่านบรรจุหะดีษเมาฎูอฺไว้หนังสืออย่างไม่ตั้งใจ  แม้แต่ในหนังสือของอิบนุ กอยยิม, อัซซะฮาบียฺ ที่ว่าเชี่ยวชาญหะดีษก็ยังหลุดหะดีษเมาฎูอฺ ในหนังสือของอิบนุ ตัยมียะฮฺ, ก็ยังมีหะดีษฎออีฟ ไม่อย่างงั้นหนังสือบางเล่มเชคอัลบานียฺไม่เอาไปตรวจทานใหม่หรอก ... แล้วอย่างนี้เราจะไม่อภัยให้กับเมาลานาซาการียาที่มีหะดีษฏออีฟปรากฏอยู่บ้างเล็กๆน้อยๆบ้างเชียวหรือ?
         


กรณีหะดีษที่เด็กหนุ่มที่เพิ่งทำรายงานศาสนายังไม่เคยปล่อยหะดีษฏออีฟให้ปรากฏในรายงานเลย(ไม่ต้องกล่าวถึงหะดีษเมาฏูอฺ) ก็เพราะว่าใช้ Search ค้นหาจากโปรแกรมหรือตรวจจากอินเตอร์เน็ตเอา  ซึ่งหากได้ไปอยู่ในระบอบการศึกษาแบบอุละมาอ์สมัยก่อนก็คงไม่เหลืออะไรเอาไว้เลย


           

อุละมาอ์สมัยก่อน แม้แต่จะเป็นผู้คงแก่เรียน แต่ยังพูดเผื่อ ๆ เอาไว้ ดังที่อีหม่านอัช-ชาฟีอียฺ กล่าวว่า  “ทัศนะของฉันที่ถูก ก็เป็นไปได้ว่าจะผิด ทัศนะของท่านที่ผิดก็เป็นไปได้ว่าถูก” การวางแนวคิดนี้ไว้ เป็นการไม่ยึดติดกับทัศนะตนเอง ไม่แสดงท่าทีที่แข็งกร้าวกับทัศนะอื่น
           

แนวคิด “เผื่อ ๆ ไว้” ที่มีต่อทัศนะความเห็นที่เกิดในบรรดาอุละมาอ์มุจญตะฮิดชั้นนำเป็นเรื่องที่ดำเนินไปพร้อม ๆ กับการให้ความสำคัญกับการศึกษาเรียนรู้เป็นสำคัญ นั้นคือให้นึกถึงการค้นคว้าเรียนรู้เสมอ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับทัศนะต่าง ๆ ที่หลากหลาย เพราะการเรียนรู้ที่เปิดกว้างทำให้เราทราบเหตุผลของแต่ละคน และยังสามารถทำให้เราตัดสินใจได้ว่าแบบใดที่เราควรจะปฏิบัติตามได้ (แน่นอนว่าไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน)             


           

คนที่ไม่รู้จัก “เผื่อ ๆ” ไว้บ้าง บ่อยครั้งที่เมื่อเปลี่ยนทัศนะก็มักทำตัวเป็นเหมือนเตาบัต(กลับเนื้อกลับตัว)จากบาปใหญ่ ประณามว่ากล่าวทัศนะเก่าของตน ทั้งที่การเปลี่ยนทัศนะเป็นเรื่องปกติธรรมดา มิใช่เรื่องเสียหน้าหรือเสียหายแต่ประการใด



คนที่ไม่รู้จัก  “เผื่อ ๆ” ไว้บ้างยังชอบท้าทายทัศนะอื่น ๆ ว่าเป็นเท็จ และทัศนะตนเป็นจริงหนึ่งเดียว  ตรงนี้ต้องระวังให้ดีจะหน้าแตก หมอไม่รับเย็บในวันหลัง เพราะมันอาจจะปรากฏความจริงว่า มันเป็นความเห็นที่แตกต่างกันระหว่างปราชญ์แถวหน้ามานานแล้ว หาใช่เรื่องเด็ดขาดฟันธงไม่ 



เรื่องที่ควรจะ “เผื่อ ๆ” ไว้ก็ให้เผื่อไว้ แต่เรื่องที่ไม่ต้องเผื่อไว้ ก็ไม่ต้องเผื่อไว้ อย่างเรื่อง “นรก” “สวรรค์” เรื่องแบบนี้หลายคนชอบเผื่อไว้จริง ๆ ... เผื่อจะมีคนมาช่วย เผื่อจะได้ไม่ตกนรก เผื่อว่าจะได้ขึ้นสวรรค์ ... เผื่อว่าโลกหน้ามีจริง


คิดอย่างนี้นี้เอง มันถึงไปไม่ถึงไหน



Re: เผื่อ ๆ ไว้บ้างก็ดี ... (โดย อัลอัค) By: قطوف من أزاهير النور Date: ธ.ค. 17, 2007, 11:46 AM

บทความนี้สอนให้รู้ว่า อย่าทำเรื่องฟิกห์ ให้เป็นเรื่อง Fixed ไม่งั้นสังคมเราป่วนป่นแน่ะ ๆ

Re: เผื่อ ๆ ไว้บ้างก็ดี ... (โดย อัลอัค) By: قطوف من أزاهير النور Date: ธ.ค. 17, 2007, 11:56 AM

จริง ๆ จะบอกว่าตอนนี้กำลังฝันหวานถึงวันอีดอยู่  เพราะวันก่อนหน้านั้นมีศึกหนักต้องผจญอ่ะจิ แง (TT_TT) แต่ไปเห็นบางท่านคอมเม้น (นอกจอ และในจอ) เกี่ยวกับเรื่องนี้แล้วมันอดมิได้ .. เฮ่อ เซ็ง

Re: เผื่อ ๆ ไว้บ้างก็ดี ... (โดย อัลอัค) By: musalmarn Date: ธ.ค. 17, 2007, 02:21 PM
อ้างถึง
อุลามาอ์ในอดีตนั้นเก่งจริง ๆ ครับ แต่ก็ไม่ได้ความว่าจะเข้าถึงความจริงเสียทุกเรื่อง ไม่แปลกที่เราไปพบว่าอุละมาอ์ชั้นนำหลายท่านบรรจุหะดีษเมาฎูอฺไว้หนังสืออย่างไม่ตั้งใจ  แม้แต่ในหนังสือของอิบนุ กอยยิม, อัซซะฮาบียฺ ที่ว่าเชี่ยวชาญหะดีษก็ยังหลุดหะดีษเมาฎูอฺ ในหนังสือของอิบนุ ตัยมียะฮฺ, ก็ยังมีหะดีษฎออีฟ ไม่อย่างงั้นหนังสือบางเล่มเชคอัลบานียฺไม่เอาไปตรวจทานใหม่หรอก ... แล้วอย่างนี้เราจะไม่อภัยให้กับเมาลานาซาการียาที่มีหะดีษฏออีฟปรากฏอยู่บ้างเล็กๆน้อยๆบ้างเชียวหรือ?

ชอบท่อนนี้ จัง

หุหุ
Re: เผื่อ ๆ ไว้บ้างก็ดี ... (โดย อัลอัค) By: admin Date: ธ.ค. 17, 2007, 02:28 PM

บทความนี้สอนให้รู้ว่า อย่าทำเรื่องฟิกห์ ให้เป็นเรื่อง Fixed ไม่งั้นสังคมเราป่วนป่นแน่ะ ๆ


แล้ว Flix หละ
Re: เผื่อ ๆ ไว้บ้างก็ดี ... (โดย อัลอัค) By: قطوف من أزاهير النور Date: ธ.ค. 18, 2007, 01:35 AM

Flix ไม่เคยเจอ เคยเจอแต่ Flex แบบว่ายืดหยุ่นได้
เออหรือว่า ฟิกฮฺ กับ Flex มีรากศัพเดียวกัน


มั่วไปนั่น  ;D
Re: เผื่อ ๆ ไว้บ้างก็ดี ... (โดย อัลอัค) By: al-azhary Date: ธ.ค. 18, 2007, 07:08 AM

คนที่ไม่รู้จัก  “เผื่อ ๆ” ไว้บ้างยังชอบท้าทายทัศนะอื่น ๆ ว่าเป็นเท็จ และทัศนะตนเป็นจริงหนึ่งเดียว  ตรงนี้ต้องระวังให้ดีจะหน้าแตก หมอไม่รับเย็บในวันหลัง เพราะมันอาจจะปรากฏความจริงว่า มันเป็นความเห็นที่แตกต่างกันระหว่างปราชญ์แถวหน้ามานานแล้ว หาใช่เรื่องเด็ดขาดฟันธงไม่

คิดอย่างนี้นี้เอง มันถึงไปไม่ถึงไหน


ฟันธงเหมือนกับว่าตนเป็นผู้บัญญัติศาสนาขึ้นมาเอง  หากไม่เหมือนตนถือว่าผิด   จนทำให้ลูกศิษย์ของเขาชอบพูดว่า "สิ่งที่ถูกต้องนั้นคือถูกต้องตามทัศนะของอัลเลาะฮ์!" จึงเหมือนกับว่าสิ่งที่พวกยึดถือนั้น  คือสิ่งที่ถูกต้อง  ดังนั้นทัศนะที่พวกเขายึด  คือทัศนะของอัลเลาะฮ์   ซึ่งมันเป็นคำพูดที่หรู  แต่อันตราย

วัลลอฮุอะลัม
Re: เผื่อ ๆ ไว้บ้างก็ดี ... (โดย อัลอัค) By: admin Date: ธ.ค. 18, 2007, 09:30 AM

Flix ไม่เคยเจอ เคยเจอแต่ Flex แบบว่ายืดหยุ่นได้
เออหรือว่า ฟิกฮฺ กับ Flex มีรากศัพเดียวกัน


มั่วไปนั่น  ;D

ว่าจะโยงแล้วดูเท่ห์ๆหน่อย ปล่อยไก่ซ๊ะงั้น  เซ็ง
Re: เผื่อ ๆ ไว้บ้างก็ดี ... (โดย อัลอัค) By: julee Date: ธ.ค. 18, 2007, 09:39 PM
ตรงนี้ผมอยากจะบอกว่า ให้เรานั้นหัด “เผื่อ ๆ” เอาไว้บ้างก็ดี แม้แต่ผู้รู้ที่เรามั่นใจก็อย่าไปปักใจพันเปอร์เซ็นต์ ดังที่ผมเคยได้ยินหลายคนกล่าวประกาศว่า ไม่ไว้ใจผู้รู้คนไหนอีกแล้ว นอกจากท่านผู้รู้คนนี้คนเดียวเท่านั้น
           

ผมได้ยินแล้วใจหาย เพราะความจริงผู้รู้ที่ปราดเปรื่องชั้นนำของประวัติศาสตร์อิสลามก็ยังพลาดได้เช่นกัน ใครเล่าจะมีเวลาไปศึกษาได้ละเอียดลออในประเด็นปัญหานับพันนับหมื่นประเด็นได้ ความจริงแค่เด็กหนุ่มที่เพิ่งอ่านภาษาอาหรับได้นิด ๆ หน่อย ๆ แต่ไปค้นประเด็นที่เขาสนใจเพียงประเด็นเดียวอย่างละเอียด ก็สามารถคว่ำอาจารย์ระดับใหญ่ ๆ ที่ไม่มีเวลาค้นเรื่องนั้น ๆ ได้ไม่ยาก ดังที่เคยเห็นเด็กหนุ่มที่วางตัวเป็นผู้รู้อวดเก่งบางคนกระทำอยู่บ่อย ๆ ...
           


อุลามาอ์ในอดีตนั้นเก่งจริง ๆ ครับ แต่ก็ไม่ได้ความว่าจะเข้าถึงความจริงเสียทุกเรื่อง ไม่แปลกที่เราไปพบว่าอุละมาอ์ชั้นนำหลายท่านบรรจุหะดีษเมาฎูอฺไว้หนังสืออย่างไม่ตั้งใจ  แม้แต่ในหนังสือของอิบนุ กอยยิม, อัซซะฮาบียฺ ที่ว่าเชี่ยวชาญหะดีษก็ยังหลุดหะดีษเมาฎูอฺ ในหนังสือของอิบนุ ตัยมียะฮฺ, ก็ยังมีหะดีษฎออีฟ ไม่อย่างงั้นหนังสือบางเล่มเชคอัลบานียฺไม่เอาไปตรวจทานใหม่หรอก ... แล้วอย่างนี้เราจะไม่อภัยให้กับเมาลานาซาการียาที่มีหะดีษฏออีฟปรากฏอยู่บ้างเล็กๆน้อยๆบ้างเชียวหรือ?
         


กรณีหะดีษที่เด็กหนุ่มที่เพิ่งทำรายงานศาสนายังไม่เคยปล่อยหะดีษฏออีฟให้ปรากฏในรายงานเลย(ไม่ต้องกล่าวถึงหะดีษเมาฏูอฺ) ก็เพราะว่าใช้ Search ค้นหาจากโปรแกรมหรือตรวจจากอินเตอร์เน็ตเอา  ซึ่งหากได้ไปอยู่ในระบอบการศึกษาแบบอุละมาอ์สมัยก่อนก็คงไม่เหลืออะไรเอาไว้เลย

อัสลามมูอลัยกุ้ม

          นั่นแหละครับ  ฮะดิษกุนูตฏออีฟทำกุนูตเป็นบิดอะฮ์คนอื่นทำถือว่าผิด   แต่ทัศนะหนึ่งเป็นซอฮิห์   ฮะดิษละหมาดฮาญัตฏออีฟใครทำเป็นบิดอะฮ์แต่จริงๆแล้วก็มีฮะดิษซอฮิห์  ลูบหน้าหลังขอดุอาเป็นบิดอะฮ์  แต่ปรากฏว่านักปราชญ์ฮะดิษระดับแนวหน้าตัดสินว่าเป็นฮะดิษฮะซัน   วิจารณ์หนังสือท่านชัยค์เมาลานาอิลยาสว่ามีฮะดิษเมาฏั๊วะเยอะ  แต่เท่าที่ทราบมาหนังสือของท่านอิบนุก๊อยยิม  ท่านอิบนุตัยมียะฮ์  ก็มีฮะดิษเมาฏั๊วะเกี่ยวกับเรื่องอะกีดะฮ์ด้วย  เหตุใดถึงลำเอียง

                                                                                                     วัสลาม

Re: เผื่อ ๆ ไว้บ้างก็ดี ... (โดย อัลอัค) By: al-ciddix Date: ธ.ค. 18, 2007, 11:41 PM
จริงๆแล้วความเห็นแตกต่างนั้นเป็นแค่เรื่องคีลาฟในวิชาฟิกฮ์   แต่ทำไมผู้ที่อ้างตนว่าไม่สังกัดทัศนะจึงชอบฮุกมฟิกฮของทัศนะอื่นเป็นประจำ
Re: เผื่อ ๆ ไว้บ้างก็ดี ... (โดย อัลอัค) By: al-azhary Date: ธ.ค. 19, 2007, 04:43 AM
จริงๆแล้วความเห็นแตกต่างนั้นเป็นแค่เรื่องคีลาฟในวิชาฟิกฮ์   แต่ทำไมผู้ที่อ้างตนว่าไม่สังกัดทัศนะจึงชอบฮุกมฟิกฮของทัศนะอื่นเป็นประจำ

เพราะเขามองแต่รูปภายนอกที่ได้รับมา  โดยไม่เข้าใจแบบอย่างและจิตใจอันมีคุณธรรมของสะละฟุศศอลิห์
Re: เผื่อ ๆ ไว้บ้างก็ดี ... (โดย อัลอัค) By: ILHAM Date: ธ.ค. 19, 2007, 11:38 AM
ถูกต้องเลยครับ ดังนั้นที่ผมเรียนตอนนี้คือในวิชาเตาฮีดคือเรื่อง التوحيدالسلفي เป็นการเปรียบเทียบระหว่างซาลัฟกับคอลัฟ แนวคิดและการตีความ การปฏิเสธซีฟัตต่างๆ ฯลฯ
เขียนโดย บาบอเด พงสตา ปัตตานี
ผู้เขียน(หมายถึงเอาที่บาบอเขียนมาค๊อตเป็นหนังสือทั้งเล่ม) อุสตาสมาลิก บาโด ยะลา (อุสตาสผมเอง555)
เวลาที่เขาเรียกชื่อแล้ว อาจจะมีชื่อซ้ำกัน เลยต้องเรียกที่อยู่ตามหลัง
Re: เผื่อ ๆ ไว้บ้างก็ดี ... (โดย อัลอัค) By: julee Date: ธ.ค. 19, 2007, 04:43 PM
อัสสลามุอะลัยกุ้ม
   
                ผมเห็นว่าบรรดาพวกที่ชอบฮูก่มว่าคนโน้นคนนี้น่าแปลกมากๆเลย

      คำพูดของพวกเขาบอกว่าต้องการความเป็นเอกภาพของอิสลาม
 
      และในคำพูดของพวกเขาก็สร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นในสังคม
 
      เพราะว่าท่านนบีของเราได้กล่าวว่า " การมีทัศนะที่แตกต่างกันที่เกิดขึ้นในประชาชาติของฉันนั้น เป็นเราะมัต"(ฮาดีษมัรฟัวะอฺ)

      แต่บรรดาเขาเหล่านี้ทำให้การมีทัศนะที่แตกต่างกันที่เกิดขึ้นในประชาชาติ  กลายเป็นฟิตนะฮฺ

    พวกเราว่าจริงไหม?
Re: เผื่อ ๆ ไว้บ้างก็ดี ... (โดย อัลอัค) By: ILHAM Date: ธ.ค. 19, 2007, 05:14 PM
ใช้แล้วครับ ผมก็เคยได้ยินตอนอุสตาสสอนวิชาแฟกอฮว่า خِلاف คือ رحمة
ที่เป็นรอฮมัตเพราะมันเป็นการทำให้ศาสนานั้นง่ายขึ้น เข้ากับฮาดีส(ผมจำไม่ได้แล้วครับ)ซึ่งมีความหมายว่า ศาสนานั้นเป็นเรื่องง่าย
แต่การเป็นอย่างนี้ มันทำให้คนอื่นยากขึ้นนะผมว่า ต้องคอยมาขัด กลั่นกรอง
Re: เผื่อ ๆ ไว้บ้างก็ดี ... (โดย อัลอัค) By: al-azhary Date: ธ.ค. 19, 2007, 06:19 PM
อัสสลามุอะลัยกุ้ม
   
                ผมเห็นว่าบรรดาพวกที่ชอบฮูก่มว่าคนโน้นคนนี้น่าแปลกมากๆเลย

      คำพูดของพวกเขาบอกว่าต้องการความเป็นเอกภาพของอิสลาม
 
      และในคำพูดของพวกเขาก็สร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นในสังคม
 
      เพราะว่าท่านนบีของเราได้กล่าวว่า " การมีทัศนะที่แตกต่างกันที่เกิดขึ้นในประชาชาติของฉันนั้น เป็นเราะมัต"(ฮาดีษมัรฟัวะอฺ)

      แต่บรรดาเขาเหล่านี้ทำให้การมีทัศนะที่แตกต่างกันที่เกิดขึ้นในประชาชาติ  กลายเป็นฟิตนะฮฺ

    พวกเราว่าจริงไหม?

การคิลาฟแบ่งออกเป็น 2 ประเภท 

1.  การคิลาฟที่อนุญาต   เช่นการที่มีทัศนะขัดแย้งกันโดยอยู่ในกรอบของวิชาการอัลอิสลาม  และหลักการที่นักปราชญ์ผู้มีคุณธรรมให้การยอมรับ  ซึ่งการคิลาฟเช่นนี้ย่อมทำให้เกิดเราะห์มัตเกิดขึ้นในตัวของมันเอง   เช่น ประเด็นของการรวมละหมาดของผู้ที่มิใช่เดินทางแต่อย่าทำเป็นประจำ  อยู่บนรถเมล์ช่วงก่อนถึงมัฆริบ ถึงจุดหมายพ้นเวลามัฆริบไปแล้ว  ก็อนุญาตให้กระทำได้ตามเงื่อนไขที่นักปราชญ์ส่วนหนึ่งวางเอาไว้  ดังนั้นประเด็นนี้แม้จะมีการขัดแย้งกัน  แต่ก็เป็นการขัดแย้งที่เป็นเราะห์มัต  สร้างความสะดวกให้แก่เราในยามลำบาก

2.  การคิลาฟที่ถูกตำหนิ  คือการขัดแย้งกัน  เพื่อสนองความต้องการของตน  ให้ตนเองพิชิตทัศนะอื่นได้  เกิดความตะอัศศุบ  มีการละเมิดต่อกัน   จนนำพาไปสู่ความแตกแยกในหมู่พี่น้องมุสลิม

วัลลอฮุอะลัม