กระดานเสวนานักศึกษาอะฮ์ลิสซุนนะฮ์วัลญะมาอะฮ์ ประวัติศาสตร์
Pages: 12
ประวัติย่อของท่านบะดีอุซซะมาน ซะอีด อัลนุรซีย์ By: ItQan Date: มี.ค. 10, 2008, 08:14 AM
 salam

ชีวประวัติของท่านอิหม่ามซะอีด อัลนูรซีย์

บทนำ
บะดีอุซซะมาน ซะอีด อัลนูรซีย์ มีชีวิตอยู่ในยุคของสุลตาน อับดุลฮะมี้ดที่สอง ช่วงปลายของอณาจักรอุษมานียะฮฺที่กำลังจะล่มสลาย และท่านก็มีชีวิตอยู่ในช่วงที่ศัตรูแห่งอิสลามกำลังรวมหัวและร่วมมือกันจัดการกับอณาจักรอุษมานียะฮฺ หลังจากที่สุลตานได้สละอำนาจ พวกอิตติฮาดียยูน (รัฐบาลกลาง หลังจากล้มเลิกการปกครองแบบรัฐอิสลาม) ก็ได้มาพร้อมกับสุลตาน มุหัมหมัด รอชาด และได้นำอณาจักรอุษมานียะฮฺเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ในท้ายที่สุดแล้ว ก็ได้นำพาไปสู่การฉีกอณาจักรอิสลามออกเป็นชิ้นๆ ผู้นำของพวก อิตติฮาดิยยูน  ก็หลบหนีออกนอกประเทศทิ้งให้อุมมะฮฺทนทุกข์ทรมานกับผลแห่งสงครามอันทำลายล้างซึ่งทำให้รัฐตกอยู่ภายใต้การรุกรานของคนต่างชาติ และสุลตานมุฮัมหมัด วะฮีด อัลดีน ก็ได้มาในขณะที่อณาจักรแพ้สงครามและอังกฤษ กรีก อิตาลี อาร์มีเนีย ก็ยึดครองแว่นแคว้นต่างๆของตุรกี แม้กระทั่งอิสตันบูลเองก็อยู่ในการครอบครองของอังกฤษ หรือก็คือสุลตานนั้นในความเป็นจริงแล้วเป็นเชลยในเงื้อมมือของอังกฤษ

ประชาชนชาวตุรกีนั้นไม่ได้ครอบครองสิ่งใดเลยนอกจากความศรัทธาที่หยั่งรากลึกท้าทายพายุที่โหมกระหน่ำ และด้วยอีหม่านนั่นเองที่พวกเขาได้รับการปกป้องจากแผนการของศัตรูและสงครามของพวกล่าอณานิคม และพวกเขาได้ผนึกกำลังเท่าที่ยังคงเหลืออยู่ของพวกเขา และเตรียมการที่จะทำสงครามเพื่อการปลดปล่อย ที่เรียกว่า "อัลฮัรบฺ อัลอิสติกฺลาล"

แต่ทว่า.. ยังไม่ทันที่จะได้ดำเนินการใดๆ การรุกรานต่ออิสลามก็ได้เริ่มขึ้น มีความพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะถอดถอนอิหม่านอันหนักแน่นมั่นคงอยู่ในหัวใจของประชาชาติอิสลามออกไป

ณ เวลานี้เอง อันเป็นทางโค้งที่อันตรายในชีวิตของอุมมะฮฺ และเป็นช่วงเวลาที่น่าหวาดกลัวและเขย่าขวัญของชีวิตแห่งสังคมทั้งหมด บะดีอุซซะมานก็ได้ปรากฏตัวขึ้นเพื่อแบกรับความทุกข์ระทมของประชาชาติ และเพื่อนำพาสาส์น "การปกป้องอิหม่านให้ปลอดภัย" (إنقاذ الإيمان) ซึ่งท่านได้ทำการนะซัรด้วยตัวของท่านเอง ในขณะที่ชีวิตของท่านห่างไกลจากสนามการเมือง และท่านได้เริ่มเขียน "สาส์นแห่งรัศมี" (رسائل النور) และได้เผยแพร่สู่ชนชั้นต่างๆ ของอุมมะฮฺภายใต้สถานการณ์ที่ละเอียดอ่อนและยากลำบากอย่างสุดขีด เพื่อเตรียมสังคมแห่งอิสลามที่สมบูรณ์แบบอันเป็นแหล่งกำเนิดของชีวิตและความศรัทธา

Re: ประวัติย่อของท่านบะดีอุซซะมาน ซะอีด อัลนุรซีย์ By: ItQan Date: มี.ค. 10, 2008, 08:15 AM
การถือกำเนิดของท่าน
ในตอนต้นของฮิจเราะฮฺศตวรรษที่ผ่านมา 1293 (ค.ศ. 1876) ณ ตำบล นูรส์ ตั้งอยู่ทางตอนตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศตุรกีในปัจจุบัน ทารกคนหนึ่งได้ถือกำเนิดมาจากพ่อแม่ที่เป็นที่รู้จักในตำบลถึงความเป็นแบบอย่างในการเคร่งครัด ทารกนั้นนามว่า ซะอีด

การศึกษา
ซะอีดยังคงเข้าร่วมกับกลุ่มของนักปราชญ์และมิตรสหายที่มีความรู้ที่มีอยู่ตำบล นูรซ์ ท่านมีความรอบรู้ในทุกสาขาวิชาที่ได้เล่าเรียน จนกระทั่งไม่ว่าสถาบันใดที่ท่านได้เดินทางไป ท่านก็ไม่อาจพบสิ่งที่จะสามารถตอบสนองความกระหายในวิชาความรู้ของท่านได้อีก ดังนั้นการที่ท่านยังคงอยู่ในสถาบันเหล่านั้นก็เป็นไปตามสภาพการณ์เท่านั้น เพราะท่านกระหายที่จะเพิ่มพูนวิชาความรู้ที่เป็น อัลฮักก์ และท่านก็ยังคงย้ายสถาบันแล้วสถาบันเล่า และอาลิมคนแล้วคนเล่า

เมื่อท่านไม่พบว่าสิ่งที่จะให้ประโยชน์กับท่าน ณ ที่บรรดาคณาจารย์ของท่านอีก ท่านก็ได้เริ่มศึกษาด้วยความเพียรพยายามของท่านเอง และท่านก็ได้ดื่มด่ำกับสิ่งที่มีอยู่ในหนังสือแม่บทต่างๆที่มีอยู่มากมายในเวลานั้น ไม่ว่าจะเป็นตัฟซีร หะดีษ นะฮฺว์ อิลมุลกะลาม ฟิกฮฺ และมันติก...  ท่านเป็นผู้ที่มีความสามารถยอดเยี่ยมในการท่องจำหาตัวจับได้ยาก เมื่อสายตาของท่านได้ทอดไปตามวิชาการเหล่านั้นท่านก็ท่องจำมันจนขึ้นใจ จนกระทั่งว่า ท่านท่องจำหนังสือที่เป็นแม่บทต่างๆ เกือบเก้าสิบเล่ม

และด้วยความยอดเยี่ยมในวิชาการอันกว้างขวางซึ่งท่านได้พากเพียรขวนขวายแต่วัยเยาว์ ท่านก็ได้เข้าร่วมการเสวนาทางวิชาการกับบรรดาอุละมาอฮฺ และก็ได้มีมัจลิสมากมายที่ถูกตั้งขึ้นเพื่อให้ท่านได้เสวนากับบรรดาเชคและอุละมาอฺต่างๆ ในย่านนั้น จนกระทั่งชื่อเสียงของท่านเป็นที่เลื่องลือไปทั่ว

และในปี ฮ.ศ. 1314 หรือ ค.ศ. 1897 ท่านได้เดินทางไปยังมือ แวน (Van) ณ ที่นั้น ท่านได้ตั้งใจแน่วแน่ที่จะทำการศึกษาให้ลึกซึ้งทางด้านคณิตศาสตร์ ดาราศาสตร์ เคมี ฟิสิกส์ ธรณีวิทยา ปรัชญา และประวัติศาสตร์ จนกระทั่งท่านเชี่ยวชาญในสาขาวิชาเหล่านั้นถึงระดับที่สามารถแต่งหนังสือได้ ดังนั้น ท่านจึงถูกตั้งฉายาว่า บะดีอุซซะมาน (....) ซึ่งได้รับการยอมรับจากนักวิชาการในอัจฉริยะและความรอบรู้อันมากมายและกว้างขวางของท่าน

Re: ประวัติย่อของท่านบะดีอุซซะมาน ซะอีด อัลนุรซีย์ By: ItQan Date: มี.ค. 10, 2008, 08:17 AM
ข่าวที่แทงใจท่าน
ในช่วงนี้เองได้มีการตีแผ่ในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นว่า นายกรัฐมนตรีของพวกนักล่าอณานิคมชาวอังกฤษ Gladstone ได้กล่าวอย่างชัดเจนในสภาของอังกฤษในขณะให้โอวาทกับผู้แทนราษฎรว่า "ตราบใดที่อัลกุรอานยังอยู่ในมือของบรรดามุสลิม ดังนั้นเราก็ไม่มีวันที่จะปกครองพวกเขาได้ เพราะฉะนั้นเราก็ไม่มีทางอื่นนอกจากจะต้องทำให้อัลกุรอานหมดไปจากการมีอยู่ หรือไม่ก็ตัดความเชื่อมโยงของบรรดามุสลิมที่มีต่ออัลกุรอาน" ข่าวดังกล่าวนี้ทำให้ร่างของท่านสั่นสะท้านด้วยความโกรธ ท่านขบกรามแน่น และประกาศกับคนรอบข้างท่านว่า "แน่แท้ฉันจะต้องพิสูจน์ให้โลกรู้ว่า อัลกุรอ่านนั้นคือดวงตะวันแห่งนามธรรม (มะอฺนะวียะฮฺ) ที่แสงของมันไม่มีวันดับลง และเป็นไปไม่ได้ที่จะดับรัศมีของมันได้" หลังจากนั้นท่านก็ได้รีบรุดไปยังอิสตันบูลในปี ค.ศ. 1907 และได้เสนอโครงการต่อท่านสุลต่านอับดุลฮะมี้ดที่สอง (ขออัลลอฮฺเมตตาท่าน) เพื่อจัดตั้งมหาวิทยาลัยในทางทิศตะวันออกของอนาโตเลีย โดยท่านให้ชื่อมหาลัยแห่งนั้นว่า "มัดร่อซะฮฺ อัซซะฮฺรออฺ" –ตามชื่อมหาลัย อัซฮัร อันทรงเกียรติ-  เพื่อทำหน้าที่ในการเผยแพร่ความสัจจริงต่างๆ แห่งอิสลาม สอดประสานกันระหว่างการเรียนศาสนาและวิชาการสมัยใหม่ ตามคำที่ท่านได้กล่าวว่า

"ความสว่างไสวแห่งหัวใจ คือวิชาการแห่งศาสนา รัศมีแห่งปัญญาคือวิชาการสมัยใหม่ ดังนั้นด้วยกับการรวมมันทั้งสองเข้าด้วยกันฮะกีกัตก็จะประจักษ์แจ้ง พลังแห่งนักศึกษาก็จะถูกสร้างขึ้นมาและสูงส่งด้วยปีกทั้งสองข้าง  และด้วยการแยกมันทั้งสองออกจากกันการตะอัศศุบก็จะเกิดขึ้นในสิ่งแรก (ความสว่างไสวแห่งหัวใจ) และการล่อลวงและความคลุมเครือก็จะเกิดขึ้นในสิ่งที่สอง (รัศมีแห่งปัญญา)"

ในปี 1911 ท่านได้เดินทางไปยังประเทศชาม และได้พบกับผู้คนและอุละมาอฺที่นั่น และเนื่องจากพวกเขาสัมผัสจากความรู้และบุคลิกภาพของท่าน พวกเขาเหล่านั้นจึงได้สดับฟังคุตบะฮฺของท่าน ณ มัสยิดญามิอฺ อัลอุมะวีย์ อัชชะฮีร โดยมีผู้ละหมาดหลายพันคน เป็นคุตบะฮฺที่ได้มีการบันทึกไว้จนมาถึงพวกเรา และเป็นที่เลื่องลือในผลงานของท่านว่า "คุตบะฮฺชามียะฮฺ" คุตบะฮฺดังกล่าวนั้นได้รวมไว้ซึ่งเนื้อหาทางการเมืองและทางสังคมอย่างสมบูรณ์แบบ

Re: ประวัติย่อของท่านบะดีอุซซะมาน ซะอีด อัลนุรซีย์ By: ItQan Date: มี.ค. 10, 2008, 08:19 AM
การต่อสู้อย่างกล้าหาญต่อหน้าศาลทหาร
ท่านบะดีอุซซะมาน ซะอีด อัลนุรซีย์เป็นคนหนึ่งจากบรรดาผู้ที่ได้เผชิญหน้ากับที่แขวนคอประหารชีวิต ภายหลังจากเหตุการณ์วันที่ 31 เมษายน ทั้งที่บทบาทของท่านในเหตุการณ์ครั้งนี้ท่านเป็นผู้ที่ต้องการความสงบ เพราะท่านได้ส่งให้ทหารกลับไปยังกองประจำการของพวกเขา และให้ให้เกียรติต่อคำสั่งของผู้บังคับบัญชา .. ท่านได้พูดกับกองทหารพวกนี้หลายครั้งในนัยยะดังกล่าว...

ท่านได้กล่าวในศาลทหารในระหว่างเหตุการณ์วันที่ 31 เมษาว่า

"แท้จริงฉันเป็นผู้เรียกร้องชะรีอะฮฺ ด้วยเหตุนี้ฉันจึงชั่งทุกอย่างด้วยตราชั่งแห่งชะรีอะฮฺ ดังนั้นอิสลามเพียงประการเดียวเท่านั้นที่เป็นแนวทางของฉัน เนื่องจากสิ่งดังกล่าวนี้ฉันจึงต้องทำทุกอย่างให้เที่ยงตรงและพิจารณาสิ่งนั้นๆ ด้วยกรอบแห่งอิสลาม

และแท้จริง ฉันกำลังยืนอยู่ใกล้กับโลกแห่งบัรซัค ที่พวกท่านทั้งหลายได้เรียกมันว่า คุก รอคอย ณ สถานีแห่งการประหาร รถไฟที่จะพาฉันไปสู่อาคิเราะฮฺ ฉันทุกข์ระทมและวิพากษ์สิ่งที่ได้ดำเนินไปในสังคมมนุษย์จากสภาพการณ์ที่อธรรมและการทรยศ ดังนั้นคำพูดของฉันไม่ได้มุ่งหมายไปยังพวกท่านเพียงเท่านั้น แต่ทว่าฉันมุ่งหมายคำพูดของฉันไปยังมนุษย์ทุกคนในยุคนี้ บรรดาฮะกีกัตได้ถูกแผ่ออกมาจากสุสานแห่งหัวใจ ไร้พันธนาการ เพียงแค่ความเร้นลับแห่งอายะฮฺอันมีเกียรติ " يَوْمَ تُبْلَى السَّرَائِرُ" (วันที่สิ่งเร้นลับทั้งหลายจะถูกเปิดเผย" ใครก็ตามที่เป็นผู้แปลกหน้าที่ไม่ได้เป็นมะฮฺรอม ดังนั้นเขาก็จะไม่มองไปยังมัน (ความเร้นลับนั้น)  แท้จริงแล้ว ฉันเตรียมตัวที่จะไปสู่อาคิเราะฮฺด้วยความคะนึงหา และพร้อมแล้วที่จะเดินทางไปสู่มันพร้อมกับบรรดาผู้ที่ถูกแขวนคอทั้งหลาย

รัฐบาลนี้ได้ทะเลาะวิวาทกับสติปัญญาในวันเวลาแห่งการกดขี่ แต่บัดนี้มันได้เป็นศัตรูต่อชีวิตโดยสมบูรณ์ หากรัฐบาลที่มีรูปแบบและตรรกะเช่นนี้ ก็ปล่อยให้คนบ้า ให้ความตายมีชีวิตอยู่ไปเถิด และญะฮันนัมก็จะมีชีวิตอยู่เพื่อเป็นที่พำนักของบรรดาผู้อธรรม

ฉันเคยหวังที่จะตระเตรียมสถานที่ให้กับตัวเองเพื่ออธิบายความคิดของฉัน และนี่แหละศาลทหารแห่งนี้ก็ได้กลายเป็นสถานที่ที่ดีที่สุดที่ฉันจะเผยแพร่ความคิดของฉัน

ในช่วงวันแรกๆ ของการตรวจสอบ พวกเขาถามฉันเหมือนกับที่พวกเขาได้ถามคนอื่นๆ ว่า

ท่านก็เช่นกันหรือ ที่เรียกร้องชะรีอะฮฺ?

ฉันกล่าวว่า: หากแม้ว่าฉันมีสักหนึ่งพันวิญญาณ แน่นอนฉันก็จักตระเตรียมมันเพื่อพลีในหนทางแห่งฮะกีกัตเพียงประการเดียวจากบรรดาฮะกีกัตต่างๆ ของชะรีอะฮฺ เพราะชะรีอะฮฺคือสาเหตุแห่งความผาสุก และเป็นความยุติธรรมโดยแท้ และเป็นความประเสริฐยิ่ง  ฉันหมายถึงว่า: ชะรีอะฮฺที่เที่ยงแท้ ไม่ใช่อย่างที่พวกดื้อรั้นได้พากันแสวงหา"

และคำตัดสินได้ออกมาให้ความบริสุทธิ์ต่อท่านบะดีอุซซะมาน ซะอีด นุรซีย์ จากศาลทหารอันน่าหวาดกลัวซึ่งหลายสิบคนได้ถูกแขวนคอไป


Re: ประวัติย่อของท่านบะดีอุซซะมาน ซะอีด อัลนุรซีย์ By: ItQan Date: มี.ค. 10, 2008, 08:20 AM
อัลนุรซีย์ในฐานะผู้นำและมุฟัซซิร
และด้วยการระเบิดขึ้นของสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ก็เป็นธรรมดาอยู่เองที่บะดีอุซซะมาน ซะอีด อัลนุรซีย์จะรีบรุดเป็นแถวหน้าของบรรดามุญาฮิดีน ดังนั้นท่านได้จัดตั้งกลุ่มพลีชีพจากบรรดาลูกศิษย์ของท่าน และท่านได้พลีชีพพร้อมกับพวกเขาในการปกป้องดินแดนในตอนหน้าของกัฟกาส (Kavkaz)  ท่านได้รับบาดเจ็บในการต่อสู้กับรัสเซีย และถูกจับเป็นเชลย ท่านได้ถูกนำตัวในสภาพเสมือนศพไปยัง قوصتورما   จากแคว้นของรัสเซีย โดยท่านใช้เวลาสองปีกับสี่เดือนที่นั่น และระหว่างการปฏิวัติ بلشفية  อัลลอฮฺได้ตระเตรียมการหลบหนีให้กับท่าน ท่านจึงได้กลับไปยังประเทศของตนเอง (เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 เดือน รอมะฎอน ปี 1336 หรือ 8/71918) ท่านได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากทางเคาะลีฟะฮฺ ชัยคุลอิสลาม ผู้นำทั่วไป และนักศึกษาวิชาการชะรีอะฮฺ ท่านได้รับเหรียญเกียรติยศแห่งสงคราม และรัฐอุษมานียะฮฺก็ได้เสนอตำแหน่งหน้าที่ให้ท่านดูแลรับผิดชอบ แต่ท่านปฏิเสธปฏิเสธมันทั้งหมด นอกจากสิ่งที่ผู้นำทหารให้เจาะจงให้ท่านจากการเป็นสมาชิกใน "ดารุลฮิกมะฮฺอัลอิสลามีะฮฺ" ซึ่งที่ตำแหน่งดังกล่าวจะถูกเสนอให้เฉพาะอุละมาอฺที่ยิ่งใหญ่เท่านั้น ดังนั้นในช่วงเวลานี้เองที่หนังสือของท่านที่เป็นภาษาอาหรับได้รับการเผยแพร่ ส่วนหนึ่งจากงานเขียนเหล่านั้นคือ ตัฟซีรที่ทรงคุณค่า "อิชารอต อัลอิอฺญาซ ฟี มะซฺอนิ อัลอียาซ" ซึ่งท่านได้เขียนมันในช่วงสมรภูมิต่างๆ และอีกชิ้นหนึ่งคือ "อัลมัษนะวีย์ อัลอะร่อบีย์ อัลนูรีย์"

Re: ประวัติย่อของท่านบะดีอุซซะมาน ซะอีด อัลนุรซีย์ By: ItQan Date: มี.ค. 10, 2008, 08:38 AM
การโจมตีจากภายใน
และหลังจากที่ได้มีการบุกรุกเข้ามายังอิสตันบูล โดยในวันที่13/11/1991 เรือรบนาวิกโยธินของฝ่ายพันธมิตรจำนวน 55 ลำ ได้เข้ามาประชิดอัสตัสบูล ทั้งนี้เป็นไปตามสัญญาการพักรบ "مندروس"  ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อ 30/10/1918 "...22 ลำเป็นของอังกฤษ... 12 ลำ จากฝรั่งเศส 17ลำจากอิตาลี 4 ลำจากกรีก...มุ่งหน้ามาที่วังของเคาะลีฟะฮฺซึ่งอยู่ในสภาพเหมือนเชลยในวัง และอังกฤษก็ได้เข้ายึดครองอิสตันบูลในวันที่ 18 เมษา 1920 จากเหตุการณ์นี้เองทำให้ท่านอัลนุรซีย์รู้สึกได้ถึงการโจมตีอันใหญ่หลวงที่กำลังเข้ามาสู่โลกอิสลาม ดังนั้นก็เป็นเรื่องที่แน่นอนว่าท่านได้ยืนอยู่ในแนวหน้าของบรรดาผู้ที่เผชิญหน้าต่อการต่อสู้อย่างห้าวหาญ ท่านได้รีบออกหนังสือเล่มเล็กที่มีชื่อว่า "ขั้นตอนทั้งหก" เพื่อปลุกจิตวิญญาณของผู้คนในมาตุภูมของท่าน และท่านได้วางวิสัยทัศน์ของท่านเพื่อขจัดความต่ำต้อยและปัจจัยต่าๆ ที่ก่อให้เกิดการตกต่ำซึ่งความพ่ายแพ้ได้ทำให้มันเกิดขึ้นกับเดาละฮฺอุษมานียะฮฺและบรรดามุสลิมีนทั้งหมด

Re: ประวัติย่อของท่านบะดีอุซซะมาน ซะอีด อัลนุรซีย์ By: ItQan Date: มี.ค. 10, 2008, 08:41 AM
ทางโค้งที่อันตราย
ในช่วงนี้เองที่ (คือเริ่มตั้งแต่ปี 1922) กฎหมายต่างๆ ได้ถูกตราขึ้นและมีการลงมติกันเพื่อการถอนรากถอนโคนอิสลามและทำให้ประกายไฟแห่งอิหม่านในหัวใจของอุมมะฮฺดับมอดลง ดังกล่าวนี้หลังจากที่ธงแห่งอิสลามได้โบกสะบัดเป็นระยะเวลานานถึงหกศตวรรษ อำนาจการปกครองแห่งรัฐอุษมานียะฮฺได้ถูกยกเลิกในวันที่ 1/11/1922 และตามมาด้วยกับการยกเลิกเคาะลีฟะฮฺในวันที่ 3/3/1924 การเรียนการสอนศาสนาในโรงเรียนได้ถูกห้ามโดยทั้งหมด ตัวเลขและตัวอักษรอาหรับที่ใช้ในการเขียนได้ถูกเปลี่ยนเป็นอักษรลาติน การอะซานตามบทบัญญัติอิสลามและการอิกอมะฮฺเป็นภาษาอาหรับได้ถูกห้าม และได้มีความพยายามในการอนุมัติ (ทำให้ฮะลาล) ให้การแปลอัลกุรอานอัลกะรีมถูกใช้ในการอิบาดัตต่างๆ การเคลื่อนไหวหรือกิจกรรมใดๆ ที่เป็นผลประโยชน์ของอิสลามถูกห้ามทั้งหมด ดังนั้นการตีพิมพ์ตำราอิสลามก็ถูกห้ามไปด้วย ประชาชนถูกบังคับให้เปลี่ยนจาก ซัยย์ (ز) เป็น ซี (Z) แบบยุโรป บรรดาบุรุษถูกบังคับให้ใส่หมวกปีก (hat) และบรรดาสตรีถูกบังคับให้เปิดเผยใบหน้าและโชว์ส่วนต่างๆ
 
ศาลต่างๆ ได้ข่มขู่และสร้างความหวาดกลัวไปทั่วทุกหนทุกแห่งของประเทศ มีการยัดเยียดการแขวนคอประหารชิดให้การบรรดาอุละมาอฺผู้มีเกียรติ และให้กับทุกคนที่พูดกับตัวเองว่าจะหันหลังให้กับอำนาจการปกครอง บรรยากาศแห่งความสับสนอลหม่านและความหวาดกลัวได้เกิดขึ้นทั่วทั้งประเทศ จนกระทั่งผู้คนต้องซ่อนอัลกุรอานอัลกะรีมให้พ้นจากสายตาของเจ้าพนักงานรัฐ หนังสือพิมพ์ได้เริ่มเคลื่อนไหวในการเผยแพร่ความหยาบคายและดูถูกศาสนา หนังสือของพวกปฏิเสธการมีอยู่ของพระเจ้าก็เริ่มแพร่ออกมา

Re: ประวัติย่อของท่านบะดีอุซซะมาน ซะอีด อัลนุรซีย์ By: คะลัคคะลุย Date: มี.ค. 10, 2008, 10:38 AM
 salam

ญะซากัลลอฮ์จริง ๆ ครับท่าน  :ameen:
Re: ประวัติย่อของท่านบะดีอุซซะมาน ซะอีด อัลนุรซีย์ By: ItQan Date: มี.ค. 12, 2008, 09:25 AM
 salam

มีต่ออีกนิดหน่อย

การเสียชีวิต
อุซตาซฺ อัลนุรซีย์ได้กลับไปสู่ความเมตตาของอัลลอฮฺในวันที่ 25 เดือนรอมาฎอน ปี ฮ.ศ. 1379 หรือ วันที่ 23 มีนาคม 1960 ศพของท่านถูกฝัง ณ เมือง อุรฟะฮฺ.... แต่ทว่า พวกผู้นำทหารที่ปกครองอยู่ในขณะนั้นไม่ปล่อยให้ร่างของท่านได้พักแม้แต่ในกุโบร์ของท่าน เพราะหลังจากการฝังร่างของท่านได้ 4 เดือน พวกเขาได้ทำการขุดกุโบร์ของท่านและได้ย้ายร่างของท่านโดยนำขึ้นเครื่องบินไปยังสถานที่ที่หนึ่งซึ่งไม่มีใครรู้ ดังนั้นกุโบร์ของท่านจึงไม่มีใครรู้ว่าอยู่ที่ใดจนกระทั่งทุกวันนี้

Re: ประวัติย่อของท่านบะดีอุซซะมาน ซะอีด อัลนุรซีย์ By: al-azhary Date: มี.ค. 12, 2008, 01:11 PM
ท่านบะดีอุซซะมาน ซะอีด อัลนุรซีย์  เป็นนักปราชญ์ตะเซาวุฟ  เป็นนักมุญาฮิด(นักต่อสู้) เป็นปราชญ์ท่านหนึ่งของอะฮ์ลิสซุนนะฮ์วัลญะมาอะฮ์ครับ
Re: ประวัติย่อของท่านบะดีอุซซะมาน ซะอีด อัลนุรซีย์ By: ItQan Date: มี.ค. 13, 2008, 12:24 PM
 salam

เอกภาพแห่งกิบละฮฺในอัลกุรอาน

อุซตาชฺ อัลนุรซีย์ ได้บรรยายสภาพของจิตใจและการเปลี่ยนแปลงทางความคิดของท่านดังต่อไปนี้

"เมื่อสามสิบปีก่อน (หมายถึงช่วงอายุยี่สิบต้นๆ ของท่าน) การตบหน้าอย่างรุนแรงได้เกิดขึ้นกับนุรซีย์คนเก่าผู้หลงลืม ดังนั้น เขาจึงได้คิดถึงเรื่องที่ว่า ความตายนั้นสัจจริง และเขาได้พบตัวเองจมอยู่ในโคลนตม... ร้องขอความช่วยเหลือ เขาได้ค้นหาแนวทาง และสืบเสาะหาผู้ที่จะช่วยชีวิตดึงมือเขาขึ้นไป... เขาเห็นหนทางมากมายที่แตกต่างกันอยู่ตรงหน้า... เขาได้วกกลับมาที่เดิม และได้หยิบหนังสือ "ฟุตูฮฺ อัลฆ็อยบ์" (การเปิดสู่ความเร้นลับ) ของเชคอับดุลกอเดร อัลญัยลานีย์ (ร่อฎิยัลลอฮฺ อันฮฺ) และได้เปิดอ่านด้วยทัศนคติที่ดี ดังนั้นเขาได้พบข้อความต่อไปนี้ต่อหน้าเขา

...ท่านอยู่ใน ดารุลฮิกมะฮฺ ดังนั้นก็จงแสวงหาหมอเพื่อเยียวยาหัวใจของท่านเถิด... (ดู มัจลิสที่ 62 จากหนังสืออัลฟัตหฺ อัรร็อบบานีย์)  ช่างหน้าประหลาดใจเหลือเกิน  แน่นอนที่สุดว่า ในขณะนั้น ฉันเป็นสมาชิกคนหนึ่งในดารุลฮิกมะฮฺอัลอิสลามียะฮฺ และเสมือนกับว่าฉันไปที่นั่นเพื่อเยียวบาดแผลแห่งประชาชาติอิสลาม แต่แท้ที่จริงแล้วตัวฉันเองป่วยหนักและต้องการการเยียวยามากกว่าคนอื่นเสียอีก... ดังนั้นที่ดีที่สุดสำหรับคนป่วยคือเขาต้องรักษาตัวเองก่อนที่จะรักษาคนอื่น

นี่แหละ เชคได้พูดกับฉัน...  ท่านเป็นผู้ป่วย ก็จงหาหมอเพื่อการเยียวยาเถิด

ฉันกล่าวว่า... โอ้เชค ท่านนั่นแหละจงเป็นหมอให้กับฉัน

และฉันก็ได้เริ่มอ่านหนังสือเล่มนั้นเสมือนกับว่า เชคได้พูดกับฉันจริงๆ... เชคอัลดุลกอเดรใช้ภาษาที่ดุดัน ซึ่งมันได้ทลายความยโสโอหังของฉัน ดังนั้นกระบวนการผ่าตัดเพื่อการเยียวยาได้ดำเนินไปในหัวใจของฉัน... ฉันไม่อาจทานทนได้... เพราะฉันถือว่าเชคมุ่งหมายข้อความเหล่านั้นมาที่ฉัน

ฉันอ่านหนังสืออยู่อย่างนั้นจนกระทั่งเกือบถึงครึ่งเล่ม... ฉันไม่สามารถอ่านให้จบรวดเดียวได้... ฉันวางหนังสือเล่มนั้นลงในที่ของมัน หลังจากนั้นไม่นาน ฉันก็รู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดของบาดแผลนั้นได้หมดไป และถูกแทนที่ด้วยความปีติสุขแห่งจิตวิญญาณอันน่าประหลาดใจ... และฉันได้อ่านหนังสือของอาจารย์คนแรกของฉันจนจบ ฉันได้รับประโยชน์อันใหญ่หลวง และได้ใช้เวลานานหลายชั่วโมงเพื่อสดับฟังวิริดต่างๆ ที่ดีงามต่างๆ และถ้อยคำวิงวอน (มุนาญาฮฺ) อันไพเราะของท่าน

... มีต่อ...
Re: ประวัติย่อของท่านบะดีอุซซะมาน ซะอีด อัลนุรซีย์ By: ItQan Date: มี.ค. 13, 2008, 12:44 PM
หลังจากนั้น ฉันก็พบหนังสือ “มักตูบ้าต” ของท่านอิหม่ามอะฮฺหมัด อัลฟารูกีย์ อัซซิรฮินดีย์ ผู้นำการปฏิวัติแห่งศตวรรษที่ 20 ฉันมองว่าหนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่ดีอย่างแท้จริง ดังนั้นฉันก็ได้พบกับความประหลาดใจในหนังสือเล่มนี้... โดยที่ได้ถูกระบุไว้ในจดหมายทั้งสองฉบับถึงคำว่า “มิรซา บะดีอุซซะมาน” ดังนั้น ฉันจึงรู้สึกเหมือนกับว่าเขากำลังพูดกับชื่อของฉัน เนื่องจากชื่อของบิดาของฉันคือ มิรซา และจดหมายทั้งสองนั้นก็เขียนถึงมิรซา บะดีอุซซะมาน...

ฉันกล่าวว่า... ซุบฮานัลลอฮฺ นี่เขาพูดกับฉัน ตัวฉันจริงๆ เพราะว่า ฉายาของซะอี้ยคนเก่าก็คือ บะดีอุซซะมาน และฉันก็ไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีใครที่เป็นที่รู้จักด้วยฉายาดังกล่าวนอกจาก อัลฮะมะดานีย์ ซึ่งมีชีวิตอยู่ในช่วงศตวรรษที่ 4 แห่งฮิจเราะฮฺศักราช ดังนั้น จะต้องมีใครอีกคนหนึ่งนอกจากเขา (อัลฮะมะดานีย์) ที่มีชีวิตอยู่ในสมัยเดียวกับอิหม่ามอัลร็อบบานีย์ อัซซิรฮันดีย์ และได้ถูกขานเรียกด้วยฉายานี้  และเขาคนนั้นจะต้องมีสภาพคล้ายกับฉัน จนกระทั่งฉันพบยาขนานเอกในจดหมายดังกล่าว... ท่านอิหม่ามอัรร็อบบานีย์นั้นได้สั่งเสียในจดหมายดังกล่าวและจดหมายอื่นๆ อย่างหนักแน่นว่า .. จงทำให้เกิดเอกภาพแห่งกิบละฮฺ*... ก็คือจงตามอิหม่ามและมุรชิดเพียงคนเดียว และอย่าได้ยุ่งอยู่กับคนอื่น. (* ดูอัลมักตูบที่ 75 จากหนังสือ มักตูบ้าตของอัลอิหม่ามอัรร็อบบานีย์ แปลโดย มุฮัมหมัด มุร็อด)

คำสั่งเสียดังกล่าวไม่สอดคล้องกับความพร้อมและสภาพทางจิตวิญญาณของฉัน  –ในขณะนั้น-  ...  และฉันก็ได้เริ่มคิดใคร่ครวญว่า... ฉันควรจะเดินตามคนนี้ดี (อัลอิหม่ามอัซซิรฮินดีย์) หรือว่า คนนั้นดี (เชคอับดุลกอเดร อัลญัยลานีย์)? ฉันข้องใจเป็นอย่างมาก และความสับสนของฉันก็รุนแรงเหลือเกิน เนื่องจากแต่ละคนก็มีความพิเศษและแรงดึงดูดที่เฉพาะ เพราะเหตุนี้ฉันจึงไม่สามารถหยุดอยู่แค่เพียงคนใดคนหนึ่งจากทั้งสองนี้


และในขณะที่ฉันได้ครุ่นคิดถึงสิ่งที่สงสัยอยู่... ฉันรู้สึกถึงความคิดหนึ่งที่อัลลอฮฺให้มันเกิดขึ้นกับฉัน (คอฏิร เราะฮฺมานีย์) และพูดกับฉันว่า

อันที่จริงแล้ว จุดเริ่มต้นของ ตอรีเกาะฮฺ ทั้งหมดนั้น ก็คือ อัลกุรอานอัลกะรีมนั่นเอง... ดังนั้นการทำให้เกิดเอกภาพแห่งกิบละฮฺที่แท้จริงจึงไม่เกิดขึ้น นอกจากในอัลกุรอานเท่านั้น... เพราะอัลกุรอานคือมุรชิด(ผู้ชี้แนะ) ที่สูงสุด... และเป็นอุซตาซที่ศักสิทธิ์ที่สุด... และตั้งแต่วันนั้นฉันก็หันหน้าเข้าหาอัลกุรอาน และฉันก็ยึดมั่นด้วยกับอัลกุรอานและก็ได้ตักตวงจากอัลกุรอาน...

... แน่นอนว่าความสามารถที่ฉันมีนั้นมันจำกัดเกินกว่าที่จะซึมซาบเอาวิชาการความเร้นลับที่พรั่งพรู (ฟัยฎฺ) มาจากมุรชิดที่แท้จริงนี้ได้ (อัลกุรอาน) ซึ่งเปรียบเสมือนกับการพุ่งของซัลซะบีลที่พรั่งพรูออกมาสู่ชีวิต แต่ทว่าด้วยความประเสริฐของความเร้นลับและวิชาการต่างๆ ที่พรั่งพรูออกมาดังกล่าวเองนั่นแหละที่ทำให้เราสามารถที่จะเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งถึงตัวของมันเอง  และซัลซะบีลดังกล่าวนี้ก็มีไว้สำหรับบรรดาผู้คนแห่งหัวใจและพวกพ้องแห่งสภาพการณ์ต่างๆ (ชาวตอรีเกาะฮฺ) ทั้งหมดนี้ก็ขึ้นอยู่กับระดับขั้นของเขา ดังนั้น ถ้อยคำ และรัศมีต่างๆ ที่ได้รับจากอัลกุรอาน (หมายถึง ร่อซาอิลุลนูร) จึงไม่ใช่เรื่องของวิชาการที่ต้องใช้สติปัญญาอย่างเดียว แต่ทว่า มันคือเรื่องของหัวใจ จิตวิญญาณ และสภาพการณ์ต่างๆ แห่งอีหม่าน... เพราะมันก็เปรียบเสมือนกับวิชาการต่างๆ แห่งพระเจ้าอันล้ำค่าและเป็นความรู้ที่มาจากพระผู้อภิบาลอันสูงส่ง

..จบ..
Re: ประวัติย่อของท่านบะดีอุซซะมาน ซะอีด อัลนุรซีย์ By: قطوف من أزاهير النور Date: มี.ค. 15, 2008, 11:00 AM
 salam

ชื่อชา " قطوف من أزاهير النور  " ก็มาจากชื่อหนังสือของท่านนุรซีย์นี่ล่ะค่ะ
แปลตามตัวได้ว่า "ที่เด็ดมาจากมวลดอกไม้แห่งแสง"
ซึ่งหมายถึง "ความหมายที่หยิบยกมาจากตัฟซีรอันนูร"


(ก๊อบมาเต็ม ๆ จากที่คนตั้งแปลให้)
ที่สงสัยต่อคือ .. ตัฟซีรอันนูร คืออะไร ถ้าไม่ใช่ ตัฟซีรจากซูเราะฮฺอันนูร

ถามต่อ .. เจ้าตัวก็บอกว่า .. ไปค้นต่อเอง
( - -.) เฮ่อ   << ใครช่วยสงเคราะห์ชาได้มั่ง

ปล. เเปะเวบและแหล่งค้นต่อไว้ก่อน เด๋วหาย
http://www.saidnur.com/
http://www.youtube.com/watch?v=i5HM2aZcAOQ&feature=related
และหนังสือขบวนการฟื้นฟูอิสลาม (แปลโดย อ. บรรจง บินกาซัน)

ส่วนข้างบน สัญญาว่าเด๋วมาอ่าน อินชาอัลลอฮฺ  yippy:
Re: ประวัติย่อของท่านบะดีอุซซะมาน ซะอีด อัลนุรซีย์ By: قطوف من أزاهير النور Date: มี.ค. 15, 2008, 11:11 AM
อีกอัน

http://www.nursistudies.com/englishh/
Re: ประวัติย่อของท่านบะดีอุซซะมาน ซะอีด อัลนุรซีย์ By: ItQan Date: มี.ค. 18, 2008, 01:34 PM
ก๊อบมาเต็ม ๆ จากที่คนตั้งแปลให้)
ที่สงสัยต่อคือ .. ตัฟซีรอันนูร คืออะไร ถ้าไม่ใช่ ตัฟซีรจากซูเราะฮฺอันนูร

ถามต่อ .. เจ้าตัวก็บอกว่า .. ไปค้นต่อเอง
( - -.) เฮ่อ   << ใครช่วยสงเคราะห์ชาได้มั่ง
........
 salam
อินชาอัลลอฮฺ เดี๋ยวเราจะนำเสนอต่อนะ แต่ว่า อ่านประวัติของนุรซีย์ย่อของนุรซีย์ให้จบก่อน เพราะมันจะทำให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นว่า ตัฟซีรอันนูร คืออะไร  wink: