เมาลิด(การเกิดของ)นบี กับ อะบีละฮับ... By: al-jaohary Date: มี.ค. 14, 2008, 11:43 PM
ข้าพเจ้าได้อ่านหนังสือ อัล-หาวีย์ ของท่านอิมาม ซุยูตีย์...ในเรื่องการทำเมาลิด......ได้เจอคำกล่าวของท่าน อิมาม ชัมซุดดีน บิน
นาซิรุดดีน อัด-ดิมัชกีย์ กล่าวว่า อะบีละฮับ ที่อัลลอฮฺ ตำหนิในอัลกุรอาน จะถูกลงโทษเบาลงในวันจันทร์ เนื่องจากเป็นวันเกิดของท่านนบี....
ดู หนังสือ อัล-หาวีย์ ของ อิมาม ซุยูตีย์ เล่ม 1 หน้า 188
ถามว่าเรื่องนี้นำมาเป็นหลักฐานได้รึเปล่า.......ศอเหี้ยะแค่ไหนคับ...
Re: เมาลิดนบี กับ อะบีละฮับ... By: Deeneeyah Date: มี.ค. 15, 2008, 12:00 AM
salam
เป็นฮะดีษที่บันทึกโดยท่านอิหม่ามบุคคอรี (น่าจะเป็นฮะดีษซอเฮี๊ยะห์ ไม่แน่ใจ)
้เนื้อความฮะดีษเท่าที่จำได
้้เหตุที่อบีลฮับ ถูกลดโทษให้เบาบางในวันจันทร์ ก็เพราะอบีละฮับปล่อยทาสที่ชื่อสุไวบะฮ์ให้เป็นอิสระ เนื่องจากดีใจที่หลาน (คือนบี ซ๊อลลอลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) เกิด
(สุไวบะฮ์เป็นผู้มาบอกข่าวการเกิดของนบีให้อบีลฮับรู้)
Re: เมาลิด(การเกิดของ)นบี กับ อะบีละฮับ... By: al-azhary Date: มี.ค. 15, 2008, 07:31 PM
ข้าพเจ้าได้อ่านหนังสือ อัล-หาวีย์ ของท่านอิมาม ซุยูตีย์...ในเรื่องการทำเมาลิด......ได้เจอคำกล่าวของท่าน อิมาม ชัมซุดดีน บิน
นาซิรุดดีน อัด-ดิมัชกีย์ กล่าวว่า อะบีละฮับ ที่อัลลอฮฺ ตำหนิในอัลกุรอาน จะถูกลงโทษเบาลงในวันจันทร์ เนื่องจากเป็นวันเกิดของท่านนบี....
ดู หนังสือ อัล-หาวีย์ ของ อิมาม ซุยูตีย์ เล่ม 1 หน้า 188
ถามว่าเรื่องนี้นำมาเป็นหลักฐานได้รึเปล่า.......ศอเหี้ยะแค่ไหนคับ...
อบูละฮับได้ปลดปล่อยนางสุวัยบะฮ์ อัลอัสละมีย์ให้เป็นอิสระจากการเป็นทาส เพราะมีความปีติยินดี และดีใจ ในการเกิด(เมาลิด)ของท่านนบี(ซ.ล.)
ท่านอิบนุกะษีรกล่าวว่า "สตรีคนแรกที่ให้นมแก่ท่านนบี(ซ.ล.)คือ นางสุวัยบะฮ์ ทาสของอบูละฮับ โดยที่อบูละฮับได้ทำการปล่อยนางให้เป็นอิสระ เพราะเขาได้รับข่าวดีจากการเกิดของท่านนบี(ซ.ล.) ด้วยเหตุดังกล่าวคือ ในขณะที่ท่านอับบาสพี่น้องของอบูละฮับ(ร.ฏ.)ได้ฝันเห็นเขา หลังจากที่ได้เห็นเขาถึงความขาดทุนอย่างย่อยยับ แล้วท่านอับบาสถามอบูละฮับว่า ท่านได้ประสบอะไรบ้าง? อบูละฮับตอบว่า "หลัง(ตาย)จากพวกท่านไป ฉันไม่พบความดีใดเลยนอกจากฉันได้รับน้ำดื่มในนี้(หัวแม่มือและนิ้วถัดจากนั้น)ด้วยเหตุการปล่อยสุวัยบะฮ์" ดู อัลบิดายะฮ์ วะ อันนิฮายะฮ์ เล่ม 1 หน้า 224
ท่านอิมามอัลบุคอรีย์ได้รายงานเอาไว้ในบทเรื่องนิกาหฺ หะดิษที่ 5101 ว่า
قال عروة وثويبة مولاة لأبي لهب كان أبو لهب أعتقها فأرضعت النبي صلى الله عليه وسلم فلما مات أبو لهب أريه بعض أهله بشر حيبة قال له ماذا لقيت قال أبو لهب لم ألق بعدكم غير أني سقيت في هذه بعتاقتي ثويبة
"ท่านอุรวะฮ์ กล่าวว่า นางสุวัยบะฮ์เป็นทาสหญิงของอบูละฮับ ซึ่งอบูละฮับได้ทำการปลดปล่อยนางให้เป็นอิสระ แล้วนางก็เป็นแม่นมให้กับท่านนบี(ซ.ล.) ในขณะที่อบูละฮับเสียชีวิต ส่วนหนึ่งจากครอบครัวของเขาได้ฝันเห็นเขา ในสถาพที่เลวร้าย แล้วผู้ที่ฝันถามอบูละฮับว่า ท่านได้ประสบอะไรบ้าง อบูละฮับกล่าวว่า ฉันไม่เคยประสบกับ(ความสุขสบาย)อะไรเลยหลัง(ตาย)จากพวกท่านไป นอกจากฉันได้ดื่มน้ำจากสองนิ้วนี้(คือหัวแม่มือและนิ้วถัดจากนั้น) ด้วยสาเหตุการปลดปล่อยสุวัยบะฮ์ให้เป็นอิสระ"(ในขณะที่ได้รับข่าวดีกับการเกิดของท่านนบี(ซ.ล.)" ดู ฟัตหุลบารีย์ เล่ม 9 หน้า 140
บางรายงานกล่าวว่า
"ท่านอับบาสได้ฝันเห็นพี่น้องของเขา คืออบูละฮับ หลังจากที่เขาได้เสียชีวิตไปแล้ว ท่านอับบาสกล่าวแก่อบูละฮับว่า ท่านเป็นอย่างไรบ้าง? อบูละฮับกล่าวว่า ฉันอยู่ในไฟนรก นอกจาก จะถูกผ่อนปรนแก่ฉัน กับทุกๆ คืนวันจันทร์ และฉันก็ดื่มน้ำจากสองนิ้วนี้(คือหัวแม่มือและนิ้วถัดจากนั้น) ด้วยสาเหตุการปลดปล่อยสุวัยบะฮ์ให้เป็นอิสระในขณะที่ได้รับข่าวดีกับการเกิดของท่านนบี(ซ.ล.)" หะดิษนี้ ท่านอิบนุกะษีรได้กล่าวไว้หนังสือ ซีเราะฮ์อันนะบีย์ เล่ม 1 หน้า 124 , ท่านอับดุลร๊อซซาก ได้กล่าวรายงานไว้ในหนังสือ อัลมุซันนัฟของท่าน เล่ม หน้า 478 , ท่านอัลหาฟิซฺ อัลบะฆอวีย์ได้กล่าวไว้ในหนังสือ ชัรหฺอัซซุนนะฮ์ เล่ม 9 หน้า 76
ท่านอิบนุหะญัร อัลอัสเกาะลานีย์ ได้กล่าวอธิบายไว้ใน หนังสือ ฟัตหุลบารีย์ บทเรื่องนิกาหฺ ว่า " ท่านอัลบัยฮะกีย์กล่าวว่า หะดิษที่รายงานว่าบรรดาความดีของคนกาเฟรไร้ความหมายและเป็นโมฆะนั้น หมายถึง พวกเขาจะไม่สามารถรอดพ้นจากไฟนรกและจะไม่สามารถเข้าสวรรค์ได้ และอนุญาติให้กาเฟรถูกผ่อนปรนจากการลงโทษที่เขาสมควรได้รับต่อสิ่งที่เขากระทำเอาไว้จากความดี....ฉัน(คือท่านอิบนุหะญัร)ขอกล่าวว่า อันนี้(คือการคัดค้านของอุลามาอ์ที่ความดีของกาเฟรไม่เป็นผลประโยชน์) ถือว่าเป็นการคัดค้านคำตีความของท่านอัลบัยฮะกีย์ เพราะทั้งหมดสิ่งที่กล่าวมานั้น เกี่ยวกับสิ่งที่เป็นบาปขั้นกุฟุร ดังนั้น สำหรับบาปที่ไม่กุฟุร ก็จะมีสิ่งใดมาห้ามในการผ่อนปรนได้อย่างไรเล่า?
ท่านอัลกุรฏุบีย์กล่าวว่า การผ่อนปรนการลงโทษนี้ เฉพาะให้กับหะดิษนี้และด้วยกับผู้ที่ตัวบทได้ระบุเอาไว้ , ท่านอิบนุ อัลมุนัยยิร กล่าวไว้ใน อัลหาชียะฮ์ ว่า ณ ที่นี้ มีอยู่ประเด็นด้วยกัน
1. เป็นไปไม่ได้ คือการพิจารณาว่า การตออัต(ทำความดี)ของกาเฟรพร้อมการกุฟุรของเขา เนื่องจากเงื่อนไขของการตออัตนั้น คือ จะตกเป็นการตออัตด้วยกับการมีเจตนาที่ใช้ได้(เซาะหฺ) ซึ่งประเด็นนี้ไม่มีที่กาเฟร
2. ให้ผลบุญกับคนกาเฟรในบางอะมัล เพราะเป็นความโปรดปรานจากอัลเลาะฮ์(ซ.บ.) ซึ่งอันนี้สติปัญญาย่อมไม่คัดค้าน ดังนั้น เมื่อดังกล่าวได้รับการยอมรับ แน่นอนว่า การปลดปล่อยนางสุวัยบะฮ์ของอบูละฮับนั้น ไม่ใช่เป็นการสร้างความใกล้ชิด(ต่ออัลเลาะฮ์) แต่อนุญาติโดยการที่อัลเลาะฮ์ทรงประทานความโปรดปรานกับสิ่งที่พระองค์ทรงประสงค์ อย่างเช่นความโปรดปรานที่พระองค์ทรงประทานแก่ท่านอบูฏอลิบ และสิ่งที่ติดตามมาในเรื่องดังกล่าวนั้น คือการขึ้นอยู่บนหลักฐานในการปฏิเสธหรือยืนยัน"
ฉัน(คือท่านอิบนุหะญัร)ขอกล่าวว่า "เป็นการเสริมในสิ่งดังกล่าวนี้ คือ ความโปรดปรานดังกล่าวที่เกิดขึ้นนั้น เพื่อให้เกียตริแก่กาเฟรที่ทำความดีต่อท่านนบี(ซ.ล.)และสิ่งที่เหมือนๆกับเรื่องดังกล่าว" ดู หนังสือ ฟัตหุลบารีย์ เล่ม 9 หน้า 145 - 146 และ ดู หนังสือ อัสซีเราะฮ์ อันนะบะวียะฮ์ ของท่านอิบนุกะษีร เล่ม 1 หน้า 224
ท่านอัลหาฟิซฺ อับดุรเราะหฺมาน บิน ดะบิอฺ อัชชัยบานีย์ กล่าววิจารณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ว่า " ฉันขอกล่าวว่า การผ่อนปรนลดหย่อนโทษกับอบูละฮับนั้น เพราะเขาได้ทำการให้เกียรติ(การเกิด)ของท่านนบี(ซ.ล.)เหมือนกับการถูกลดหย่อนการลงโทษกับอบูฏอลิบ โดยที่(การลดหย่อนโทษกับอบูละฮับนั้น)ไม่ใช่เพราะ(อะมัลด้วย)การปล่อยทาส(คือนางสุวัยบะฮ์) (แต่เพราะให้เกียตริแก่นบี) เพราะอัลเลาะฮ์ทรงตรัสว่า "สิ่งที่พวกเขา(กาเฟร)ได้อะมัลในดุนยานั้นจะมลายสิ้น และเป็นโมฆะกับสิ่งที่เขาเคยปฏิบัติมา" ดู หนังสือ หะดาอิก อัลอันวาร ฟี อัซซีเราะฮ์ เล่ม 1 หน้า 134
ท่านอิมาม อัลอัชค๊อร ได้รายงานไว้ในหนังสือ บะฮ์ญะตุลมาฮาฟิล และท่านอามิร ผู้อถาธิบายได้กล่าวว่า ถูกกล่าวว่า นี้เป็นการเฉพาะแก่อบูละฮับ เพราะเขาเคยให้เกียตริแก่ท่านนบี(ซ.ล.) (ในวันเกิด) เหมือนกับการผ่อนปรนของท่านอบูฏอลิบด้วยสาเหตุของท่านนบี(ซ.ล.) , และถูกกล่าวว่า ไม่มีสิ่งใดมาห้ามจากการผ่อนปรนลดหย่อนการลงโทษจากทุกคนกาเฟรที่เป็นปฏิบัติความดี" ดู ชัรหฺ อัลบะฮ์ญะฮ์ เล่ม 1 หน้า 41
ดังนั้น เมื่ออบูละฮับผู้ที่อัลกรุอานได้ทำการตำหนิเขา ยังถูกผ่อนโทษให้ เนื่องจากมีความดีใจในการเกิด(เมาลิด)ของท่านนบี(ซ.ล.) ฉะนั้น ผู้ที่แสดงความปิติยินดี หรือดีใจ ด้วยกับวันเกิดของท่านนบี(ซ.ล.)โดยที่เขาเป็นมุอฺมินและเสียชีวิตในสภาพดังกล่าวนี้ ต้องได้รับผลการตอบแทนมากกว่านั้น วัลลอฮุอะลัม
Re: เมาลิด(การเกิดของ)นบี กับ อะบีละฮับ... By: Muftee Date: มี.ค. 16, 2008, 12:04 AM
ขอบ คุณ อาจารย์ที่ให้ความกระจ่างคับ.......เรื่องดีๆ ..... ขอบอัลลอฮฺตอบแทน อาจารย์ นะคับ.....
แต่ คุณ มุอฺมิน...ใช้แผนใหม่นะคับ คราวนี้กะจะให้เราระแวงกันเอง ... ผมว่าเหนื่อยเปล่าคับ...
อาจารย์ผม ผมรู้จักท่านอาจารย์ al-azhary ดี.............
Re: เมาลิด(การเกิดของ)นบี กับ อะบีละฮับ... By: GeT Date: มี.ค. 16, 2008, 06:35 AM
ที่ทราบมา เรื่องความฝันไม่สามารถนำมาใช้เป็นกฎเกณท์ในด้านบัญญัติศาสนาไม่ใช่หรอครับ นอกจากความฝันของบรรดาอันบิยาอ์เท่านั้น อยากได้คำอธิบายตรงจุดนี้
Re: เมาลิด(การเกิดของ)นบี กับ อะบีละฮับ... By: al-azhary Date: มี.ค. 16, 2008, 07:47 AM
ที่ทราบมา เรื่องความฝันไม่สามารถนำมาใช้เป็นกฎเกณท์ในด้านบัญญัติศาสนาไม่ใช่หรอครับ นอกจากความฝันของบรรดาอันบิยาอ์เท่านั้น อยากได้คำอธิบายตรงจุดนี้
เราไม่เคยนำเอาความฝันมาเ้ป็นกฏเกณฑ์ในเรื่องบัญญัติของศาสนา ความฝันไม่สามารถมากำหนดฮะล้าลหรือฮะรอมได้เลย แต่เราเอาความฝันดังกล่าวมาเป็นอุทาหรณ์ ยืนยันในเรื่องคุณความดีเกี่ยวการแสดงความดีใจในการเกิดของท่านนบี และตอกย้ำจริยธรรมจิตใต้สำนึกที่ว่า"กาเฟรที่ยินดีกับการเกิดของท่านนบียังไม่ได้การผ่อนปรนจากการลงโทษ แล้วเรามุมินผู้อยู่ในสองกะลีเมาะฮ์จะไม่ได้รับความโปรดปราณยิ่งกว่าหรือ?"
ดังนั้น การยกเรื่องความฝันมาประกอบไม่ใช่นำมาบ่งชี้ถึงฮุกุ่ม แต่นำมาประกอบในเรื่องจรรยาบรรจิตใต้สำนึกเท่านั้นครับ
โปรดฟังเพิ่มเติม :
คำปราศัยของท่านมุฮัดดิษ อัซซัยยิด มุฮัมมัด อะลาวี อัลหะสะนีย์วัลลอฮุอะลัม
Re: เมาลิด(การเกิดของ)นบี กับ อะบีละฮับ... By: คะลัคคะลุย Date: มี.ค. 16, 2008, 12:45 PM
salam
ตอนที่ท่านอัลอับบาสเล่าเรื่องความฝันดังกล่าวนั้น นบีอยู่ด้วยหรอเปล่า หากนบีอยู่ด้วยก็แสดงว่านบีให้การยอมรับในความฝันดังกล่าว ใช่ป่ะคร๊าบ
Re: เมาลิด(การเกิดของ)นบี กับ อะบีละฮับ... By: Muftee Date: มี.ค. 16, 2008, 02:09 PM
ที่ทราบมา เรื่องความฝันไม่สามารถนำมาใช้เป็นกฎเกณท์ในด้านบัญญัติศาสนาไม่ใช่หรอครับ นอกจากความฝันของบรรดาอันบิยาอ์เท่านั้น อยากได้คำอธิบายตรงจุดนี้
แหม คุณ GeT ลองภูมิ อาจารย์เรา อะดิ.....
ความจิงท่านเองก็มีความรู้เรื่องศาสนาดี อ่านอาหรับได้...
ยังถามอีก.....แต่ก็โอเค...ตามสบายคับ.........
Re: เมาลิด(การเกิดของ)นบี กับ อะบีละฮับ... By: คะลัคคะลุย Date: มี.ค. 16, 2008, 02:21 PM
แหม คุณ GeT ลองภูมิ อาจารย์เรา อะดิ.....
ความจิงท่านเองก็มีความรู้เรื่องศาสนาดี อ่านอาหรับได้...
ยังถามอีก.....แต่ก็โอเค...ตามสบายคับ.........
จริงๆ แล้วประเด็นนี้ ทางฝ่ายคัดค้านเมาลิดเขาเอามาเป็นประเด็นด้วยอะน่ะ ท่าน GeT ก็เลยถามเืพื่อให้เราทำการอธิบายให้กระจ่างโดยไม่ต้องมีพี่น้องมีความค้างคาใจกันอีก ใช่ป่ะ

Re: เมาลิด(การเกิดของ)นบี กับ อะบีละฮับ... By: al-jaohary Date: มี.ค. 16, 2008, 08:27 PM
แล้วนี้ ไม่รู้ คุณ GeT ท่านเข้าใจ หรือ เก้ท หรือยังก็ไม่รู้..( อย่าโกรธนะ.. ไม่ดี )
Re: เมาลิด(การเกิดของ)นบี กับ อะบีละฮับ... By: บาชีร Date: มี.ค. 17, 2008, 02:55 PM
อัลลอฮุมมะ ศอลลิ วะสัลลิม วะบาริก อะลามุฮุมหมัด วะอะลาอะฮฺลิฮฺ
Re: เมาลิด(การเกิดของ)นบี กับ อะบีละฮับ... By: abubak Date: มี.ค. 17, 2008, 04:10 PM
salam
บังๆครับช่วยเฉลยให้ผมทีครับเรื่องเมาลิด
คือผมฟังอ.อะลี เสือสมิง บรรยายในไฟล์เสียงที่นี่ เช่น อ.ท่านนี้บอกว่า... การทำเมาลิด นั้น ก็เหมือนกับ การจัดงานทั่วๆไปที่เป็นประเพณี ไม่ใช่เรื่องของศาสนา ซึ่งสามารถกระทำได้ทำได้ ไม่ผิดแต่อย่างใดในเรื่องศาสาน แต่ให้ถือเสียว่า เป็นเรื่องประเพณีที่ทำมาในอดีต เพราะถ้าเอาไปยุ่งกับศาสนาแล้วถือว่า เป็นบิดอะแน่นอน และท่านบอกว่างานเมาลิดนั้นไม่เป็นทั้งบิดอะฮาสานะและซัรยีอะแต่ประการใด
แต่ในบทความของบังอัลอัชฮารีเขียนว่า เป็นบิดอะฮาสานะนะครับ ตอนแรกๆผมก็เชื่อเหมือนบังอัลอัชฮารีและครับแต่พอฟังอ.ท่านนี้พูดเลยงงครับ
และท่านยังกล่าวอีกว่า สิ่งที่ท่านอุมัรรวมละหมาดเตารอเวียะ 20รกอ.และท่านบอกว่านี้คือบิดอะที่ดี
แต่อ.คนดังกล่าวบอกว่า ท่านอุมัร(รด)กระทำนั้นไม่ได้เป็นบิดอะฮาซานะ และถิอว่าไม่ ใช่เป็นสิ่งริเริมแต่อย่างใด เพราะท่านนบีเคยกระทำตอนมาชีวิต
ผมเลยงง นะครับบังอัลอัชฮารีช่วยเฉลยข้อข้องใจให้ผมทีนะครับ เอาที่ชัดเจนเลยครับ
เพราะทีแรกที่เข้ามาศึกษานั้นเข้าใจไปแบบที่บังว่าแล้วแต่พอมาฟังไฟล์เท่านั้น ผมเลยงง หรือว่าผมไม่เข้าใจเอง
ช่วยทีครับญาซากัลลอฮ......ครับบัง
Re: เมาลิด(การเกิดของ)นบี กับ อะบีละฮับ... By: al-azhary Date: มี.ค. 17, 2008, 09:56 PM
แต่ในบทความของบังอัลอัชฮารีเขียนว่า เป็นบิดอะฮาสานะนะครับ ตอนแรกๆผมก็เชื่อเหมือนบังอัลอัชฮารีและครับแต่พอฟังอ.ท่านนี้พูดเลยงงครับ
และท่านยังกล่าวอีกว่า สิ่งที่ท่านอุมัรรวมละหมาดเตารอเวียะ 20รกอ.และท่านบอกว่านี้คือบิดอะที่ดี
แต่อ.คนดังกล่าวบอกว่า ท่านอุมัร(รด)กระทำนั้นไม่ได้เป็นบิดอะฮาซานะ และถิอว่าไม่ ใช่เป็นสิ่งริเริมแต่อย่างใด เพราะท่านนบีเคยกระทำตอนมาชีวิต
และประเด็นที่ท่านอุมัร ได้กล่าวว่า "(ตะรอวิห์) นี้ คือบิดอะฮ์ที่ดี" มิใ่ช่หมายถึงตัวของละหมาดตะรอวิห์ เพราะประเด็นคำว่า "ตะรอวิห์นี้" นั้น ยังรวมไปถึงวิธีการละหมาดตะรอวิห์ที่เิกิดขึ้นไปสมัยของท่านอุมัรด้วย เช่น
มีการละหมาดตอรอวิห์ 20 รอกะอัต , แบ่งแยกในการเป็นอิมามเป็นเอกเทศน์ โดยให้ตะมีมอัดดารีย์ เป็นอิมามนำละหมาดตะรอวิห์ผู้หญิง ส่วนอุบัยนำละหมาดตะรอวิห์บรรดาผู้ชาย ผมอยากถามหน่อยเถอะว่า ท่านนบี เคยทำหรือเปล่า?
ซึ่งคำตอบที่แน่นอนก็คือ "นบีไม่เคยทำ" เนื่องจากท่านอุมัรเป็นผู้ริเริ่มทำมันขึ้นมา และอยากถามว่า การละหมาด 20 รอกะอัต และแบ่งแยกจัดส่วนกันเป็นอิมามนั้น ขัดแย้งกับอัลกุรอาน , ซุนนะฮ์ , อิจญ์มาอฺ หรือไม่? ตอบ ไม่ขัด เพราะท่านนบีไม่ได้บอกเจาะจงกำหนดไว้ตายตัวว่า ละหมาดตะรอวิห์มีกี่รอกะอัต เนื่องจากเป็นการละหมาดสุนัต ทำมากก็ได้มาก มักกะฮฺฺทำ 20 ส่วนมะดีนะฮ์ทำ 36 ก็ไม่มีนักปราชญ์คนใดในอดีตตั้งแต่พันปีมาแล้ว ที่ทำการฮุกุ่มว่าบิดอะฮ์ลุ่มหลงเลย และการแบ่งจัดส่วนการเป็นอิมามละหมาดตะรอวิห์ชายและหญิงนั้น ก็ไม่ได้ขัดกับอัลกุรอานและฮะดิษสักบท
นั่นแหละที่ท่านอุมัรกล่าวว่า
نعمت البدعة هذه
"นี้ เป็นบิดอะฮ์ที่ดี"
สรุป : ที่ ท่าน อ. อะลี บอกว่า สิ่งที่ท่านอุมัรได้กระทำนั้น คือท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เคยกระทำตอนมีชีวิตอยู่
เป้าหมายของท่านนั้น ก็คือ ตัวของละหมาดตะรอวิห์ หมายถึงละหมาดตะรอวิห์นี้ ท่านอุมัรมิเริ่มริเริ่มหรือกำหนดขึ้นมาเอง ส่วน
รูปแบบของละหมาดตะรอวิห์ที่ผมได้กล่าวไปแ้ล้วข้างตน ถือว่าเป็นบิดอะฮ์หะสะนะฮ์
ดังนั้น ตัวของละหมาดตะรอวิห์ มียืนยันจากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ส่วนรูปแบบตะรอวิห์นั้นท่านอุมัรริิเิริ่มจัดระบบครับ ซึ่งเป็นบิดอะฮ์หะสะนะฮ์
والله سبحانه وتعالي أعلي وأعلم
Re: เมาลิด(การเกิดของ)นบี กับ อะบีละฮับ... By: al-ciddix Date: มี.ค. 17, 2008, 10:33 PM
;Dนี่ถ้าหากไม่มีคนถามคำถามนี้ขึ้นมาผมคนหนึ่งที่สับสนเพราะ ผมนั้นเคยอ่านหนังสือของผู้ทรงความรู้คนหนึ่งที่แต่งหนังสือตอบโต้ฝ่ายวาฮาบีย์ ท่านผู้นั้นคือ อาจารย์ก้าหรีม วันแอเลาะ และท่านนั้น นับว่าเป็นคนหนึ่งที่มีความหนักแน่นในทัศนะของอีม่ามชาฟีอี(รฏ) ตำราของท่านที่พูดเรื่องเมาลิด นั้นตรงกับของบัง al-azhary และผมก็มั่นใจเช่นนั้น และก็รู้ว่าท่านก็จบมาจากอัลอัรฮัร และอจ.อาลี นั้นผมไม่ทราบว่าท่านจบมาจากไหน แต่รู้ว่าท่านสังกัดมัสหับเดียวกับเรา
แต่ในการบรรยายนั้นผมฟังแล้ว ว่าทานไม่ค้านเลยเรื่องการทำเมาลิดแม้กระทั้งอ่านบรัชซัญญี และท่านไม่ชอบให้ใครฮุกมผู้ที่กระทำเมาลิดว่าตกนรก
แต่ในเรื่องการดูเดือนออกบวชหรือเข้าบวชนั้น ถือว่า แจ่มมากครับ

Re: เมาลิด(การเกิดของ)นบี กับ อะบีละฮับ... By: al-azhary Date: มี.ค. 17, 2008, 10:40 PM
;Dนี่ถ้าหากไม่มีคนถามคำถามนี้ขึ้นมาผมคนหนึ่งที่สับสนเพราะ ผมนั้นเคยอ่านหนังสือของผู้ทรงความรู้คนหนึ่งที่แต่งหนังสือตอบโต้ฝ่ายวาฮาบีย์ ท่านผู้นั้นคือ อาจารย์ก้าหรีม วันแอเลาะ และท่านนั้น นับว่าเป็นคนหนึ่งที่มีความหนักแน่นในทัศนะของอีม่ามชาฟีอี(รฏ) ตำราของท่านที่พูดเรื่องเมาลิด นั้นตรงกับของบัง al-azhary และผมก็มั่นใจเช่นนั้น และก็รู้ว่าท่านก็จบมาจากอัลอัรฮัร และอจ.อาลี นั้นผมไม่ทราบว่าท่านจบมาจากไหน แต่รู้ว่าท่านสังกัดมัสหับเดียวกับเรา
ท่าน อ. อะลี เสือสมิง จบจาก อัล-อัซฮัร เช่นเดียวครับ และเป็นคนที่มีความรู้ ผมขอยืนยัน แต่ประเด็นเรื่องตะรอวิห์ข้างต้นนั้น ผมคิดว่า มองคนละมุมเท่านั้นเองครับ