กระดานเสวนานักศึกษาอะฮ์ลิสซุนนะฮ์วัลญะมาอะฮ์ นบีมุฮัมมัด (ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะสัลลัม)
Pages: 12
ศิลปะการหยอกล้อของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม By: al-azhary Date: มี.ค. 20, 2008, 05:48 PM
ท่านอัตติรมีซีย์  ได้รายงานว่า

عَنْ أَنَسِ بْنِ مَالِكٍ ، قَالَ : إِنَّ النَّبِيَّ صلى الله عليه وسلم ، قَالَ لَهُ : يَا ذَا الأُذُنَيْنِ

รายงานจากอะนัน บุตร มาลิก  เขากล่าวว่า  "แท้จริงท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  ได้กล่าวแก่เขาว่า  "โอ้  ผู้มีสองหู" อัชชะมาอิล (227)

การหยอกล้อ  ตรงนี้  หมายถึง  การแสดงถึงความร่าเริงต่อผู้อื่นโดยมิได้สร้างความเดือนร้อนแก่เขา

การหยอกล้อที่ถูกห้ามนั้น  คือการกระทำแบบเกินเลยและทำเป็นประจำ  ซึ่งทำให้เป็นเหตุของการหัวเราะเฮฮา  ทำให้หัวใจแข็งกระด่าง  ออกห่างจากการซิกรุลลอฮ์  ซึ่งบางทีอาจจะนำไปสู่การสร้างความเดือนร้อนหรือหมางใจ  ทำให้เกิดความขุ่นหมอง  และทำให้ความน่าเกรงขามหายไป  ดังนั้น  หากการหยอกล้อปราศจากสิ่งดังกล่าว  ก็ถือเป็นเรื่องที่มุบาห์อนุญาตให้กระทำได้  และยังเป็นสิ่งที่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  ได้กระทำแม้จะไม่บ่อยครั้งนัก  นั่นก็เพื่อให้ผู้คุยด้วยนั้นมีความคุ้นเคย สนิทสนม

ในฮะดิษนี้  ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  ได้กล่าวแก่ท่านอะนัส  ว่า  "โอ้  ผู้มีสองหู" ซึ่งหมายถึง  ผู้เป็นเข้าของสองหูที่มีการรับฟัง  มีความเข้าใจ  และจดจำสิ่งที่ได้ยิน   จุดมุ่งหมายที่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้พูดเช่นนี้  ก็เพื่อสนับสนุนและย้ำเตือนให้มีการสดับรับฟังให้ดี  เพราะการได้ยินนั้น  ต้องใช้สองหู  และผู้ใดที่อัลเลาะฮ์ทรงสร้างสองหูให้แก่เขา  แล้วเขาหลงลืมและรับฟังในหนทางที่ไม่ดี  เขาย่อมไม่ถูกผ่อนปรนให้

คำพูดนี้  ถือว่าเป็นการ หยอกล้อขอท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  เพราะท่านอะนัสเองก็เป็นเด็กอายุ 10 ขวบในตอนนั้น  เขาเป็นเด็กรับใช้ของท่นนบี  ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  ดังนั้น  การหยอกล้อของท่านต่ออะนัส  ก็ถือว่าอะนัสเป็นเด็กอยู่

และการที่ท่านนบีได้หยอกล้อ  โดยเรียกชื่ออะนัส  ด้วยคำว่า  ซุลอุซุนัยน์  "ผู้มีสองหู"  ก็เพื่อบางครั้งให้อะนัสคิดไปว่าเขาไม่มีประสาทสัมผัสอันใดนอกจากสองหู  ซึ่งเป็นประสาทสัมผัสพิเศษของเขา  ที่ได้ยินแล้วมีการเชื่อฟัง  เข้าใจ  และจดจำดี

วัลลอฮุอะลัม

Re: ศีลปะการหยอกล้อของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะัลัยฮิวะซัลลัม By: คะลัคคะลุย Date: มี.ค. 20, 2008, 05:58 PM
 salam

ตอนเด็ก ๆ ครูมักจะเล่าเรื่องที่ท่านนบี(ซ.ล.)หยอกล้อหญิงชราที่มาถามท่านว่าเขาจะได้เข้าสวรรค์หรือเปล่า  แล้วนบี(ซ.ล.)บอกว่าไม่ได้เข้าสวรรค์หรอก
Re: ศิลปะการหยอกล้อของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม By: al-azhary Date: มี.ค. 25, 2008, 01:06 PM
ท่านอัตติรมีซีย์  ได้รายงานว่า

عَنِ الْحَسَنِ ، قَالَ : أَتَتْ عَجُوزٌ إِلَى النَّبِيِّ صلى الله عليه وسلم ، فَقَالَتْ : يَا رَسُولَ اللهِ ، ادْعُ اللَّهَ أَنْ يُدْخِلَنِي الْجَنَّةَ ، فَقَالَ : يَا أُمَّ فُلانٍ ، إِنَّ الْجَنَّةَ لا تَدْخُلُهَا عَجُوزٌ ، قَالَ : فَوَلَّتْ تَبْكِي ، فَقَالَ : أَخْبِرُوهَا أَنَّهَا لا تَدْخُلُهَا وَهِيَ عَجُوزٌ إِنَّ اللَّهَ تَعَالَى ، يَقُولُ : إِنَّا أَنْشَأْنَاهُنَّ إِنْشَاءً ، فَجَعَلْنَاهُنَّ أَبْكَارًا ، عُرُبًا أَتْرَابًا

รายงานจากท่านอัลฮะซัน  เขากล่าวว่า  "มีหญิงชราคนหนึ่งได้มาหาท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  แล้วนางก็กล่าวว่า  โอ้  ท่านร่อซูลุลลอฮ์  ท่านโปรดจงขอดุอาให้ฉันได้เข้าสวรรค์ด้วยเถิด  ท่านจึงกล่าวว่า  โอ้  ผู้เป็นมารดาของซุเบร (บุตรเอาวาม น้าสาวของท่านนบีเอง) แท้จริง  สวรรค์นั้นหญิงชราจะไม่ได้เข้าหรอก  - ท่านอัลฮะซันกล่าวว่า - แล้วนางก็ร้องไห้หันหลังกลับไป  ดังนั้น  ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  จึงกล่าวว่า  พวกท่านจงไปบอกนางซิว่า  แท้จริงนางจะไม่ได้เข้าสวรรค์ในสภาพที่ชรา  เพราะแท้จริงอัลเลาะฮ์ทรงตรัสความว่า "แท้จริงเราได้บันดาลพวกนางมาเป็นพิเศษ(เพื่อเป็นภรรยาของชาวสวรรค์) โดยเราบันดาลพวกนางให้คงสภาพพรหมจรรย์(ตลอดไป)  พวกนางมีความรักในสามีและมีอายุเท่ากันหมด(คืออายุ 33 ปี)" (อัลวากิอะฮ์)"  อัชชะมาอิล (232)

คำกล่าวของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมที่ว่า "แท้จริง  สวรรค์นั้นหญิงชราจะไม่ได้เข้าหรอก" คือพูดในแง่ของการหยอกล้อ  แต่ทว่า  ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  จะไม่พูดสิ่งใดนอกจากเป็นสัจจริงเสมอ

วัลลอฮุอะลัม
Re: ศิลปะการหยอกล้อของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม By: al-azhary Date: เม.ย. 07, 2008, 11:18 AM
ท่านอัตติรมีซีย์  ได้กล่าวรายงานว่า

عَنْ أَبِي هُرَيْرَةَ ، قَالَ : قَالُوا : يَا رَسُولَ اللهِ ، إِنَّكَ تُدَاعِبُنَا ، قَالَ : إِنِّي لا أَقُولُ إِلا حَقًّا

รายงานอบูฮุร็อยเราะฮ์  เขากล่าวว่า  "บรรดาซอฮาบะฮ์กล่าวว่า  โอ้ ท่านร่อซูลุลลอฮ์  ท่านหยอกย้อเรากระนั้นหรือ?  ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวตอบว่า  ฉันไม่กล่าว(สิ่งใด)นอกจากมันเป็นความจริง"  อัชชะมาอิล(229)

บรรดาซอฮาบะฮ์ได้กล่าวถามท่านนบี  ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  ความว่า  โอ้  ท่านศาสนทูตของอัลเลาะฮ์  ท่านได้หยอกล้อแก่กับพวกเรา  ทั้งที่เราได้ถูกห้ามในการหยอกล้อกัน  และพวกเราเป็นผู้เจริญรอยตามและเป็นมิตรสหายที่ถูกสั่งใช้ให้ตามท่านในทุก ๆ คำพูดและการกระทำ  ดังนั้นการหยอกล้อจึงสิ่งพิเศษเฉพาะสำหรับท่าน   จนกระทั่งเราไม่สามารถกระทำตามท่านได้เกี่ยวกับสิ่งนี้กระนั้นหรือ? 

ดังนั้น ท่านร่อซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  ได้ทำการตอบพวกเขาว่า  ท่านได้ทำการหยอกล้อพวกเขานั้น  ท่านไม่ได้กล่าวหยอกล้อสิ่งใดนอกจากมันเป็นสัจธรรมความจริง  การหยอกล้อของท่านไม่ได้ออกจากสัจธรรมเลยแม้เท่าเส้นผม  ดังนั้นผู้ใดที่สามารถกระทำเช่นนั้นได้  ก็อนุญาตให้เขาทำการหยอกล้อได้

สำหรับผู้ที่เกรงว่าการหยอกล้อของเขาจะทำให้ตกไปอยู่ในความเสียหาย  หรือมีการเหยียดหยาม  ดูหมิ่น  สร้างความเดือนร้อน  โกหก  หรือมีการหัวเราะกันเลยเถิดซึ่งทำให้หัวใจมีความแข็งกระด้าง  แน่นอนว่า  ย่อมเป็นสิ่งที่ไม่อนุญาต

ต้องข้าใจว่า  การหยอกล้อของท่านนบี  ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมนั้น  มิได้มีบ่อยครั้ง  แต่การหยอกล้อเกิดขึ้นจากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  ก็เพราะมีผลประโยชน์โดยรวม  เช่น  เพื่อสร้างความสนิทสนมคุ้นเคย  และบรรดาซอฮาบะฮ์ได้มีความเกรงขามต่อท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  ท่านจึงทำการหยอกล้อพวกเขาเพื่อบรรเทาและสร้างความคุ้นเคยนั่นเองครับ
Re: ศิลปะการหยอกล้อของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม By: al-azhary Date: เม.ย. 11, 2008, 07:09 PM
ท่านอัตติรมีซีย์  ได้กล่าวรายงานว่า

عَنْ أَنَسِ بْنِ مَالِكٍ ، أَنَّ رَجُلا مِنْ أَهْلِ الْبَادِيَةِ كَانَ اسْمُهُ زَاهِرًا ، وَكَانَ يُهْدِي إِلَى النَّبِيِّ صلى الله عليه وسلم ، هَدِيَّةً مِنَ الْبَادِيَةِ ، فَيُجَهِّزُهُ النَّبِيُّ صلى الله عليه وسلم ، إِذَا أَرَادَ أَنْ يَخْرُجَ ، فَقَالَ النَّبِيُّ صلى الله عليه وسلم : إِنَّ زَاهِرًا بَادِيَتُنَا وَنَحْنُ حَاضِرُوهُ وَكَانَ صلى الله عليه وسلم يُحِبُّهُ وَكَانَ رَجُلا دَمِيمًا ، فَأَتَاهُ النَّبِيُّ صلى الله عليه وسلم ، يَوْمًا وَهُوَ يَبِيعُ مَتَاعَهُ وَاحْتَضَنَهُ مِنْ خَلْفِهِ وَهُوَ لا يُبْصِرُهُ ، فَقَالَ : مَنْ هَذَا ؟ أَرْسِلْنِي فَالْتَفَتَ فَعَرَفَ النَّبِيُّ صلى الله عليه وسلم فَجَعَلَ لا يَأْلُو مَا أَلْصَقَ ظَهْرَهُ بِصَدْرِ النَّبِيِّ صلى الله عليه وسلم حِينَ عَرَفَهُ ، فَجَعَلَ النَّبِيُّ صلى الله عليه وسلم ، يَقُولُ : مَنْ يَشْتَرِي هَذَا الْعَبْدَ ، فَقَالَ : يَا رَسُولَ اللهِ ، إِذًا وَاللَّهِ تَجِدُنِي كَاسِدًا ، فَقَالَ النَّبِيُّ صلى الله عليه وسلم : لَكِنْ عِنْدَ اللهِ لَسْتَ بِكَاسِدٍ أَوْ قَالَ : أَنتَ عِنْدَ اللهِ غَالٍ

รายงานจากอะนัส บุตร มาลิก  ว่า  "แท้จริงมีชายคนหนึ่ง  ซึ่งเป็นชาวชนบท  เขาชื่อ  ซาฮิร  ซึ่งเขาได้มอบของกำนัลฝากถึงท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  ซึ่งเป็นของกำนัลจากเรือกสวนชนบท  ดังนั้น  ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  จึงตระเตรียมสัมภาระตอบแทนกลับไปให้เขา  ขณะที่เขาต้องการออก(เดินทางกลับ)  แล้วท่านนบี  ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  ได้กล่าวว่า  แท้จริงซาฮิรนั้น  คือเรือกสวนของเรา  ซึ่งเราได้ไปปรากฏตัวที่(เรือกสวนของ)เขาแล้ว  ท่านนบี  ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมรักเขามาก  ซาฮิรเป็นคนที่มีหน้าตาขี้เหร่  (แต่อุปนิสัยใจคอดีเยี่ยม)  ดังนั้น  ในวันหนึ่งท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมได้ไปหาเขา  ในขณะที่เขากำลังขายสินค้าอยู่   ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  จึงเข้าไปสวมกอดข้างหลังโดยไม่ทำให้เขาเห็น  เขากล่าวว่า  "นั่นใครหรือ? ท่านจงปล่อยฉัน"  แล้วหันหน้าหลังเหลียวมอง  เขาจึงรู้ว่าเป็นท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  ดังนั้น เมื่อเขารู้ว่าเป็นนบี  เขาจึงเอาหลังของเขาแนบชิดกับหน้าอกของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม (เพื่อบารอกัตและศิริมงคล)  แล้วท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  ก็กล่าว(หยอกเย้า)ว่า  "ใครจะซื้อทาส(ซาฮิร)คนนี้บ้าง?"  ซาฮิรได้กล่าวว่า  "โอ้  ท่านร่อซูลุลลอฮ์ (หากท่านจะนำฉันไปเสนอขายจริง ๆ )  ขอสาบาน  ท่านจะพบว่าฉันนั้นราคาถูก  ดังนั้น  ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  จึงกล่าวแก่เขาว่า "แต่ ณ ที่อัลเลาะฮ์นั้น  ท่านมิใช่ราคาถูกเลย" หรือท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า "ท่าน ณ ที่อัลเลาะฮ์นั้น  มีค่าราคาแพง" อัชชะมาอิล (231)

สิ่งที่ได้รับจากฮะดิษ

1. ส่งเสริมให้มีการฮะดียะฮ์  มอบของฝากให้กันและกัน  เพราะมันจะเป็นสื่อให้เกิดความรักความคุ้นเคย  ดังที่มีฮะดิษรายงานจากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ที่ว่า "พวกท่านจงมอบของกำนัล(ของฝาก)ให้กันและกัน  แล้วพวกเขาก็จะมีความรักต่อกัน"

2.  รูปร่างหน้าตาไม่ดี  มิใช่เป็นตัวที่จะนำมาตัดสินคนใดคนหนึ่ง  เพราะมาตราวัดนั้น  คือความมีจิตใจดีงาม 

3.  อนุญาตให้เรียกอิสระชนว่า  ทาส  เนื่องจากมนุษย์ทั้งหมดนั้นเป็นทาสของอัลเลาะฮ์ตะอาลา

4.  ส่งเสริมให้มีการปฏิบัติดีต่อคนยากจนและผู้ที่ต่ำต้อย  เพื่อให้หัวใจของเขามีความเบิกบานและยินดี

5.  อนุญาตให้มีการบอกรักต่อคนที่เขารักและสรรญเสริญเขาด้วยกับสิ่งที่เหมาะสมโดยไม่กลับกลอกหรือโอ้อวดเอาใจ

6.  ตักเตือนผู้ทำงานเกี่ยวกับเรื่องทำดุนยา  ให้เขารำลึกถึงอัลเลาะฮ์ตะอาลา 
Re: ศิลปะการหยอกล้อของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม By: คะลัคคะลุย Date: เม.ย. 11, 2008, 07:33 PM
 salam

ได้อ่านฮะดิษข้างต้นล่าสุดนี้  ผมถึงกับอมยิ้มเลยครับ  เพราะระดับท่านนบี (ซ.ล.) ยังมีความเป็นกันเองและสร้างความรักความเป็นกันเองกับชาวชนบท  ถึงขนาดว่า  ท่านนบี(ซ.ล.) เดินมาข้างหลังแล้วสวมกอดโดยเอามือสอดเข้าไปที่สองรักแร้ของเขา  เพื่อแสดงความเป็นมิตรสหายรัก  แต่วิธีการหยอกล้อของท่านนบี (ซ.ล.)นี้ ล้ำลึกครับ  ตามที่ผมเข้าใจคือ  ท่านนบี(ซ.ล.) ต้องการที่จะบอกว่า ซาฮิรผู้นี้มีค่า ณ ที่อัลเลาะฮ์  แต่ท่านนบี(ซ.ล.) ได้พูดหยอกล้อในเชิงที่ทำให้ซาฮิรเป็นทาสแล้วประกาศขาย  แล้วซาฮิรบอกว่าถ้านำฉันไปขายแบบทาสจริง ๆ ก็คงราคาถูก  แต่จุดมุ่งหมายของท่านนบี(ซ.ล.)ตรงนี้  เพื่อที่จะบอกว่า  ซาฮิรนั้นไม่ใช่ราคาถูกหรอก  แต่มีราคาแพงและมีคุณค่าตามทัศนะของอัลเลาะฮ์ 

ดังนั้นผู้จะเป็นผู้นำหรือผู้เป็นผู้นำต้องมีความเป็นกันเองครับ  mycool:
Re: ศิลปะการหยอกล้อของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม By: al-azhary Date: เม.ย. 19, 2008, 11:23 PM
ท่านอัตติรมีซีย์  ได้กล่าวรายงานว่า

عَنْ أَنَسِ بْنِ مَالِكٍ ، قَالَ : إِنْ كَانَ رَسُولُ اللهِ صلى الله عليه وسلم ، لَيُخَالِطُنَا حَتَّى يَقُولَ لأَخٍ لِي صَغِيرٍ : يَا أَبَا عُمَيْرٍ ، مَا فَعَلَ النُّغَيْرُ ؟

จากอะนัส บิตร มาลิก  เขากล่าวว่า  "หากท่านร่อซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม อยู่  ท่านก็จะทำการอยู่ร่วมกับพวกเรา  จนกระทั่งท่านได้เคยกล่าวแก่น้องคนเล็กของฉันว่า "โอ้ อบี อุมัยร์ ( โอ้ พ่อของอุมัยร์ - คือพ่อของเจ้านกที่อายุสั้น)  เจ้า(นก)นุฆัยร์(คือนกไนติงเกล)ทำอะไรอยู่หรือ?" อัชชะมาอิล (228)

กล่าวคือ  มีเด็กน้อยคนหนึ่ง  ซึ่งเป็นน้องชายคนเล็กของท่านอะนัส  เขาได้มีนกตัวหนึ่ง  ซึ่งน้องชายชอบนำมาเล่นเป็นประจำ  หลังจากนั้นไม่นานนกก็ตาย  น้องชายท่านอะนัสจึงมีความโศกเศร้าเสียใจตามประสาเด็ก ๆ ที่นกเพื่อนรักไปเสียชีวิตไปแล้ว  เมื่อท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  ได้เห็นความโศกเศร้าที่ปรากฏอยุ่บนสีหน้าของน้องชายคนเล็กของท่านอะนัส  ท่านนบี  จึงทำการพูดเพื่อเป็นการปลอบใจน้องชายเขาว่า  "โอ้ พ่อของอุมัยร์"  "เจ้านกนุฆัยร์ทำอะไรอยู่หรือ?"

คำว่า  "อุมัยร์"  แปลว่า  ผู้ที่อายุสั้น  ซึ่งตรงนี้หมายถึง  เจ้านกที่อายุสั้นนั่นเอง  และจริง ๆ แล้ว  เด็กเป็นพ่อไม่ได้หรอก  แต่ท่านนบี  เรียกแทนชื่อเด็กว่า  พ่อของเจ้านกที่อายุสั้น  เพื่อปลอบใจและให้เด็กมีความผูกพันกับนกที่เพิ่งจากไป  เหมือนกับว่า  เด็กเป็นพ่อหรือเป็นเจ้าของนกนั้นอยู่

จากฮะดิษนี้  ชี้ให้เห็นถึงความนอบน้อมถ่อมตนของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวคือ  ท่านเป็นถึงผู้นำสูงสุด  แต่ทว่าท่านก็ทำการอยู่ร่วมกับประชาชนและมิตรสหายของท่าน  และท่านก็ร่วมทุกข์ร่วมสุข  มีความดีใจ  และเศร้าใจเมื่อพวกเขามีความโศกเศร้า  แม้กระทั่งกับเด็ก ๆ ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  ทำการปลอบใจเมื่อเขามีความโศกเศร้า  loveit:
Re: ศิลปะการหยอกล้อของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม By: al-firdaus~* Date: พ.ค. 01, 2009, 08:56 PM
ท่านอัตติรมีซีย์  ได้รายงานว่า

عَنِ الْحَسَنِ ، قَالَ : أَتَتْ عَجُوزٌ إِلَى النَّبِيِّ صلى الله عليه وسلم ، فَقَالَتْ : يَا رَسُولَ اللهِ ، ادْعُ اللَّهَ أَنْ يُدْخِلَنِي الْجَنَّةَ ، فَقَالَ : يَا أُمَّ فُلانٍ ، إِنَّ الْجَنَّةَ لا تَدْخُلُهَا عَجُوزٌ ، قَالَ : فَوَلَّتْ تَبْكِي ، فَقَالَ : أَخْبِرُوهَا أَنَّهَا لا تَدْخُلُهَا وَهِيَ عَجُوزٌ إِنَّ اللَّهَ تَعَالَى ، يَقُولُ : إِنَّا أَنْشَأْنَاهُنَّ إِنْشَاءً ، فَجَعَلْنَاهُنَّ أَبْكَارًا ، عُرُبًا أَتْرَابًا

รายงานจากท่านอัลฮะซัน  เขากล่าวว่า  "มีหญิงชราคนหนึ่งได้มาหาท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  แล้วนางก็กล่าวว่า  โอ้  ท่านร่อซูลุลลอฮ์  ท่านโปรดจงขอดุอาให้ฉันได้เข้าสวรรค์ด้วยเถิด  ท่านจึงกล่าวว่า  โอ้  ผู้เป็นมารดาของซุเบร (บุตรเอาวาม น้าสาวของท่านนบีเอง) แท้จริง  สวรรค์นั้นหญิงชราจะไม่ได้เข้าหรอก  - ท่านอัลฮะซันกล่าวว่า - แล้วนางก็ร้องไห้หันหลังกลับไป  ดังนั้น  ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  จึงกล่าวว่า  พวกท่านจงไปบอกนางซิว่า  แท้จริงนางจะไม่ได้เข้าสวรรค์ในสภาพที่ชรา  เพราะแท้จริงอัลเลาะฮ์ทรงตรัสความว่า "แท้จริงเราได้บันดาลพวกนางมาเป็นพิเศษ(เพื่อเป็นภรรยาของชาวสวรรค์) โดยเราบันดาลพวกนางให้คงสภาพพรหมจรรย์(ตลอดไป)  พวกนางมีความรักในสามีและมีอายุเท่ากันหมด(คืออายุ 33 ปี)" (อัลวากิอะฮ์)"  อัชชะมาอิล (232)

คำกล่าวของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมที่ว่า "แท้จริง  สวรรค์นั้นหญิงชราจะไม่ได้เข้าหรอก" คือพูดในแง่ของการหยอกล้อ  แต่ทว่า  ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  จะไม่พูดสิ่งใดนอกจากเป็นสัจจริงเสมอ

วัลลอฮุอะลัม

อ่านแล้วอมยิ้มเลย loveit:

อายุเท่ากันหมด (คืออายุ 33 ปี) แล้วทำไมต้อง 33 ปีอ่ะคะ ::)
Re: ศิลปะการหยอกล้อของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม By: ฮัยฟาอ์ Date: พ.ค. 01, 2009, 09:04 PM
สงสัยอีกแล้ว ช่างสงสัยจริงๆ  สงสัยกำลังโต  (วัยรุ่นช่างสงสัย) party:
Re: ศิลปะการหยอกล้อของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม By: ILHAM Date: พ.ค. 01, 2009, 09:08 PM
ถ้าเขาวัยรุ่นนะ ผมคงยังไม่เกิดมั้งเนี่ย
Re: ศิลปะการหยอกล้อของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม By: al-azhary Date: พ.ค. 01, 2009, 09:21 PM

อ่านแล้วอมยิ้มเลย loveit:

อายุเท่ากันหมด (คืออายุ 33 ปี) แล้วทำไมต้อง 33 ปีอ่ะคะ ::)

ชาวสวรรค์ทั้งหญิงและชายจะมีอายุ 33 ปี (ตามทัศนะที่มีน้ำหนักที่สุด)  นับว่าเป็นช่วงอายุที่ดีที่สุด  และเป็นช่วงอายุที่อยู่ระหว่างกลางหรือวัยกลางคนหรือวัยฉกรรจ์  ดังนั้นอะไรที่เป็นกลาง  ก็ย่อมเป็นสิ่งที่ดีกว่า

วัลลอฮุอะลัม

Re: ศิลปะการหยอกล้อของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม By: ILHAM Date: พ.ค. 01, 2009, 10:15 PM
ผู้หญิงเปลี่ยนเป็นอายุ18ได้หรือเปล่า 33มัน....... เกินไปมั้ย
Re: ศิลปะการหยอกล้อของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม By: ad-dalawy Date: พ.ค. 01, 2009, 10:31 PM
ผู้หญิงเปลี่ยนเป็นอายุ18ได้หรือเปล่า 33มัน....... เกินไปมั้ย

เข้าสวรรค์ให้ได้ก่อนเถอะ hihi:
Re: ศิลปะการหยอกล้อของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม By: ILHAM Date: พ.ค. 01, 2009, 10:34 PM
นรกก็อายุ33ด้วยไม่ใช่หรือ
Re: ศิลปะการหยอกล้อของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม By: tksarb Date: พ.ค. 03, 2009, 12:18 AM
ผู้หญิงเปลี่ยนเป็นอายุ18ได้หรือเปล่า 33มัน....... เกินไปมั้ย

ไม่เกินไปหรอก เพราะในสวรรค์หญิงอายุ33 แต่งามกว่าหญิงอายุ18ในดุนยาหลายล้านเท่า นึกได้ว่าถ้ามนุษย์มารวมกันตั้งแต่สมัยนบีอาดัม
จนถึงมนุษย์วันสิ้นโลก อายุ33 คงจะดูน้อยมากๆเพราะคนรุ่นก่อนๆอายุเป็นพันๆปี