กระดานเสวนานักศึกษาอะฮ์ลิสซุนนะฮ์วัลญะมาอะฮ์ อัดดะวะฮ์ในอิสลาม
Pages: 12345
การดะวะห์คือการเผยแพร่ศาสนา By: pareet Date: มี.ค. 13, 2007, 10:32 AM
แต่ที่เห็นกลุ่มบุคคล ที่เป็นกลุ่มออก 3 วัน 7 วัน 40 วัน 4 เดือน นั่นนะมันคืออะไรครับ
มันถูกหลักศาสนาหรือเปล่า ลูกเมีย หมู่บ้าน เห็นมีแต่ผลกระทบที่ไม่ดี มันน่าจะมีการเผยแพร่ที่ดีกว่านี้

Re: การดะวะห์คือการเผยแพร่ศาสนา By: intifad Date: มี.ค. 13, 2007, 10:40 AM
รู้ไหมครับ ลูกของท่านอบูบักร รอดิยัลลอฮ์ฮุอันฮู เป็นอยู่อย่างไร
ลูกเมียซอฮาบะเขาอยู่อย่างไร บ้านท่านนบี ซล.เป็นยังไง
ท่านหญิงฟาติมะฮ์ เป็นอยู่อย่างไร ศึกษาเยอะๆนะครับ
Re: การดะวะห์คือการเผยแพร่ศาสนา By: pareet Date: มี.ค. 13, 2007, 11:48 AM
ปัจจุบันนี้ โรงเรียน ปอเนาะ เป็นแหล่งความรู้ที่อยู่กับที่ ที่เราไปแสวงหา และเป็นแหล่งเผยแพร่ศาสนา ไม่ว่าจะเป็น สถาบันศาสนาต่าง ๆ แต่ ดูจากกลุ่มดะวะห์ที่ผมเห็น คือไปกินนอน บนสุเหร่า อย่างที่เราเห็นนะ มันมีแบบอย่างหรือหลักฐานอันชัดเจนไหมครับ ผมก็เข้าใจว่าทำตามท่านศาสดาเผยแพร่ศาสนา ลองนึกดูสิครับ ถ้าการทำแบบนี้สำเร็จ สถาบันต่าง ๆ จะเป็นอย่างไร ทุกเดือน 3 วัน ไม่มีผู้ชายอยู่ในหมู่บ้าน วันศุกร์ มีคนเหลือกี่คน หากเกิดอะไรขึ้นมา หมู่บ้าน หรือชุมชนมีแต่ เด็กและผู้หญิง หลักความเป็นจริงครับ
Re: การดะวะห์คือการเผยแพร่ศาสนา By: intifad Date: มี.ค. 13, 2007, 01:42 PM
ผมยังไม่เห็นชุมชนไหนที่ผู้ชายออกกันจนหมดบ้านเลยครับ นี้แหละความจิง
ลองศึกษามากๆ ตับลีฆทำอะไรมากกว่ากินนอน เขามีระบบ มากกว่าที่เห็นทุกอย่างผ่านการประชุม
ไม่มีข้อกำหนดว่าออกดะวะฮ์ แล้วห้ามเรียนเลยครับแต่กลับเน้นให้ศึกษาเยอะๆ อย่ามองแต่ภายนอกครับ
เดือนนึงมี 30 วัน ออกไปแค่ 3 วันแล้ว 27 วันที่เหลือท่านเอาไปไหนครับอาจจะไม่ตรงกับวันศุกร์ก็ได้ครับ
งานนี้มีผลงานที่ชัดเจนที่เปลี่ยนแปลงคน เปลี่ยนแปลงชุมชนมามากครับลองเปิดใจดูนะครับ
ถ้าท่านเห็นว่ามีงานอื่นที่ดีเหมือนกันหรือดีกว่า ทำเลยครับกลุ่มดะวะฮ์ยินดีที่จะสนับสนุนครับ

Re: การดะวะห์คือการเผยแพร่ศาสนา By: intifad Date: มี.ค. 13, 2007, 02:08 PM
ขอเสริมอีกนิดนึงนะครับ เด็กติดยา คนไม่ละหมาดเราจะรอให้เขาเกิดสำนึกแล้วมาปอเนาะเองหรือครับ  ??? 
Re: การดะวะห์คือการเผยแพร่ศาสนา By: tee Date: มี.ค. 13, 2007, 03:33 PM
ผมยังไม่เห็นชุมชนไหนที่ผู้ชายออกกันจนหมดบ้านเลยครับ นี้แหละความจิง
ลองศึกษามากๆ ตับลีฆทำอะไรมากกว่ากินนอน เขามีระบบ มากกว่าที่เห็นทุกอย่างผ่านการประชุม
ไม่มีข้อกำหนดว่าออกดะวะฮ์ แล้วห้ามเรียนเลยครับแต่กลับเน้นให้ศึกษาเยอะๆ อย่ามองแต่ภายนอกครับ
เดือนนึงมี 30 วัน ออกไปแค่ 3 วันแล้ว 27 วันที่เหลือท่านเอาไปไหนครับอาจจะไม่ตรงกับวันศุกร์ก็ได้ครับ
งานนี้มีผลงานที่ชัดเจนที่เปลี่ยนแปลงคน เปลี่ยนแปลงชุมชนมามากครับลองเปิดใจดูนะครับ
ถ้าท่านเห็นว่ามีงานอื่นที่ดีเหมือนกันหรือดีกว่า ทำเลยครับกลุ่มดะวะฮ์ยินดีที่จะสนับสนุนครับ

   เห็นด้วยอย่างยิ่งคะ ;) ถ้าได้ลองเข้าไปสัมผัสแล้วจะรู้เอง อย่าพึ่งตัดสินในสิ่งที่ตัวเองอยังไม่ได้ศึกษาไห้ดีก่อนซิคะ
ดะวะฮ์ไม่ไช่แค่ไปกินนอนตามสุเหร่าเฉยๆนะคะ ที่รู้ก็เพราะน้องได้ออกดะวะฮ์ 4 เดือนแล้วได้เล่าประสบการณ์ให้ฟัง  กิริยามารยาทก็ดีขึ้น  อาม้าลก็ดีขึ้นกว่าก่อน                                                                     

แล้วไม่ต้องเป็นห่วงลูกและภรรยาที่บ้านหรอกคะ แค่รู้ว่าสามีจะไปในหนทาง
ของพระองค์อัลเลาะฮฺ ไม่ได้ไปในหนทางของชัยฏอนก็เป็นสิ่งที่ดีแล้วละค่ะ นี่ก็เนียตไว้แล้วถ้าแต่งงานไปถ้าสามีจะไปดะวะฮ์ด้วยความตั้งใจของเค้า
เราจะเตรียมสิ่งของไห้เองด้วยความเต็มใจ เพราะเราคิดเสมอว่าพระองค์อัลเลาะฮฺ คุ้มครองและเมตตาเราเสมอ

แต่ตอนนี้ก็ได้แต่เนียตเพราะอยังหาคนแต่งไม่ได้ ;D


Re: การดะวะห์คือการเผยแพร่ศาสนา By: การ์ฟิลด์ Date: มี.ค. 14, 2007, 05:09 AM
อัสสลามมุอะลัยกุม ครับ


แต่ที่เห็นกลุ่มบุคคล ที่เป็นกลุ่มออก 3 วัน 7 วัน 40 วัน 4 เดือน นั่นนะมันคืออะไรครับ
มันถูกหลักศาสนาหรือเปล่า ลูกเมีย หมู่บ้าน เห็นมีแต่ผลกระทบที่ไม่ดี มันน่าจะมีการเผยแพร่ที่ดีกว่านี้


ประเด็นแบ่งเป็นสี่ส่วนครับ

๑. การออกสามวัน สี่สิบวัน สี่เดือนที่ว่าคืออะไร?

๒. ถูกต้องตามหลักศาสนาหรือไม่?

๓. ครอบครัวที่ห่างไป มีผลกระทบแค่ไหน?

๔. ลักษณะการเผยแพร่มีที่ดีกว่านี้มั้ย?





๑. การออกสามวัน สี่สิบวัน สี่เดือนที่ว่าคืออะไร?

การออกไปในลักษณะดังกล่าว เข้าใจว่าน่าจะหมายถึง งานการพยายามรูปแบบที่เมาลานาอิลยาซได้นำเสนอแก่ประชาชาตินี้ครับ เรื่องของเมาลานาอิลยาซ สามารถอ่านได้จากหนังสือ "เมาลานาอิลยาซ นักดะวะฮ์แห่งศตวรรษ" หรือไปที่ http://www.muslimthai.com/forum/index.php?topic=3109.0


จำนวนดังกล่าวไม่ใช่รูปแบบตายตัว สามารถยืดหยุ่นได้ตามความเห็นชอบของผู้รับผิดชอบในแต่ละท้องที่


 ... ทำไมต้องเป็นจำนวนดังกล่าว?

จำนวนสี่สิบวัน บันทึกโดยอับดุลรอซซ๊าก ในหนังสือซุนันของท่าน ในกิตาบบุ้ลญิฮาด บาบว่าด้วยเรื่อง การเฝ้าระวังเขตแดนของมุสลิม เล่ม๕ หน้า ๒๘ จากท่านยะซีด บิน อบรฮุบัยบ์ กล่าวว่า ชายคนหนึ่งได้มาหาท่านอุมัร (ร.ด.) ท่านถามว่า "เจ้าหายไปไหนมา?" เขากล่าวว่า "ฉันไปเฝ้าชายแดนมา" "ท่านไปนานเท่าไหร่?" เขาตอบว่า "สามสิบวัน" ท่านอุมัรจึงกล่าวแก่เขาว่า "จะดีกว่าหากท่านทำจนครบสี่สิบวัน" บันทึกทำนองนี้พบได้ใน กันซุ้ลอุมม้าล เล่ม๒. หน้า ๒๘๘

รายงานจากท่านอบูฮุรอบเราะฮ์เช่นกัน บันทึกโดยอับดุลร็อกซ๊าก และซะอี๊ดบินมันซูร (เป็นฮะดิษมุ๊ตตะซิ้ลจากอบูฮุรอยเราะฮ์) กล่าวว่า "ใครก็ตามที่ได้รับมอบหมายให้เฝ้าระวังเขตแดนมุสลิม และเขาอยู่จนครบเวลาสี่สิบวัน แท้จริงเขาได้ลุล่วงงานของเขาแล้ว"


สี่เดือน เช่น เรื่องราวของท่านอุมัร กับ ซัยยิดะฮ์ฮัฟเซาะฮ์ เกี่ยวกับคำถามที่ว่า "ผู้หญิงสามารถทนต่อการห่างหายไปของสามีได้นานเท่าไหร่?" ท่านหญิงกล่าวเป็นนัยยะว่า สามเดือน และเปลี่ยนเป็นสี่เดือน หาดูได้จากหนังสือ ฮะยาตุ้สซอฮาบะฮ์ โดยเมาลานา ยูซุฟ กานดะเลวีย์ กิตาบบุ้ลญิฮาด อ่านบทที่ว่าด้วยเรื่อง "การออกในหนทางของอัลลอฮ์เป็นเวลาสี่สิบวันติดต่อกันมากกว่าหนึ่งครั้ง" ที่มัรกัสอ่านกันทุกคืนครับ

ส่วนสามวัน ในสมัยท่านเมาลานาอิลยซ ไม่มีการออกลักษณะนี้ครับ :) แต่เพื่อความเหมาะสมจึงเพิ่มลงไปเท่านั้นเอง ... ยังมีออก 24 ชั่วโมง เจ็ดวัน หรือกระทั่ง1ปี ด้วยครับ ... ไม่ใช่สาระของกลุ่มเท่าไหร่ เพราะหากออกสี่เดือน แต่ไม่เกิดการปรับปรุงตัวเองในทางที่ดีขึ้ย ถือว่าล้มเหลวครับ ทางกลับกันกับคนที่ออกสามวัน แต่มีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น :)




๒. ถูกต้องตามหลักศาสนามั้ย?


ในทุกๆส่วนของงานนี้มีตัวบทรับรอง แม้ว่าจะต่างรูปแบบกันจากที่ทำในสมัยนบี(ซ.ล) ทั้งนี้ต้องทดเวลาที่แตกต่าง บนสังคมที่แตกต่างไว้ในใจด้วยครับ :)

หากสนใจเรื่องนี้ต่อ รบกวนยกมาคุยเป็นข้อๆดีกว่าครับ :)




๓. ครอบครัวข้างหลัง มีผลกระทบมั้ย?

ส่วนนี้เป็นเรื่องของครอบครัวครับ  :) หากมีปัญหาจากการออกดะวะฮฺของผู้ชายที่บ้าน โดยมากผู้หญิงจะมาปรึกษากับภรรยาของผู้รับผิดชอบท้องที่นั้นๆ แล้วนำมาปรึกษากัน ... เท่าที่สังเกตดู คนภายนอกมองปัญหาของครอบครัวที่สามีออกดะวะฮฺ จะเป็นคล้ายๆกับคนต่างศาสนิกมองการคลุมฮิญาบของมุสลิมะฮฺเราเป็นเรื่องยาก ทั้งๆที่มันไม่ได้ลำบากอะไรเลยสำหรับมุสลิมะฮฺเรา :) ผมคงพูดถูกน่ะครับ :)





๔. ลักษณะการเผยแพร่มีที่ดีกว่านี้มั้ย?

เราต้องดูหลายๆเรื่องครับก่อนจะบอกว่าดีมั้ย :) ส่วนตัวแล้ว หากมองที่ผลของงานนี้ที่นำมาสู๋ประชาชาติอิสลาม ผมว่างานนี้ดีครับ




การดะวะห์คือการเผยแพร่ศาสนา By: al-azhary Date: มี.ค. 14, 2007, 08:44 AM
السلام عليكم ورحمة الله وبركاته

อัลฮัมดุลิลลาฮ์ครับ  ที่มีพี่น้องญะมาอะฮ์ตับลีฆ ตัวจริง  มาชี้แจง  เราจะติดตามและศึกษาเรียนรู้ทำความเข้าใจต่อไป  อินชาอัลเลาะฮ์   
Re: การดะวะห์คือการเผยแพร่ศาสนา By: pareet Date: มี.ค. 14, 2007, 10:47 AM
ไม่เข้าใจอีกอย่างหนึ่ง ทำไม การเผยแพร่ไม่เริ่มที่ครอบครัวตัวอง หมู่บ้านตัวเอง ต. อ. จ. ของตัวเอง ให้มันเรียบร้อยก่อน
หรืออาจจะทำแต่ไม่สำเร็จ การเผยแพร่ของท่านนบี เริ่มจากคนใกล้ชิดก่อนไม่ใช่หรือครับ เริ่มจากภายใน ไปภายนอก
จะบอกว่าเริ่มแล้ว แล้วผลละครับ ได้แค่ไหนในครอบครัวตัวเอง หมู่บ้านตัวเอง คุณเคยเห็นหมู่บ้านคุณมีกิจกรรมอะไรที่เป็นทางด้านศาสนาแล้วเห็นกลุ่มนี้เข้ามาเป็นตัวหลักไหมครับ เช่นจัดงานหาเงินเข้าสุเหร่า ส่งเสริมเด็กในการเรียนฟัรดูอีน
 ผมเจอมากับตัวเองครับ ผมสัมผัสมาแล้ว  ก็เพราะงานนี้ยังไม่สำเร็จ ผู้ชายถึงไม่หมดหมู่บ้าน ถ้าสำเร็จนะครับ ผมว่าระบบต่าง ๆ คงจะแย่ ยิ่ง 4 เดือนไม่ต้องพูดถึง ที่แน่ ๆ เคยเห็นและสัมผัสอย่างงี้มาไหมครับ สามีไปสบาย ไปทำอีบาดะห์อย่างเดียว 4 เดือน ให้ค่าใช้จ่ายกับลูกภรรยาไม่เพียงพอ   ภรรยาต้องทำงานหนักขึ้น ตัวเองสบาย ทำไมทำอีบาดะห์อยู่กับสุเหร่าตัวเองไม่ได้หรือ ออกกันแต่ในหมู่บ้าน อยู่เฝ้าสุเหร่าของตนเอง ทำการเรียนการสอนอยู่ที่สุเหร่าของตนเอง ก็เห็นครับว่าที่สุเหร่าตัวเองทำอยู่ แต่ทำไม ต้องไปตระเวณ ตามสุเหร่าอื่น ๆ ถ้าทุกคนทำดีอยู่ที่สุเหร่าของตนเองให้ดี มันก็ดีทุกสุเหร่า
เหละครับ ทุกสุเหร่าเขาก็มีอิหม่าม ระบบการเรียนการสอน ของเขาอยู่ ต้องพัฒนาจากในไปนอกครับ ทำไมไม่จับกลุ่มทำกันในหมู่บ้านของตน ทำไมต้องเดินทางไปทำอิบาดะห์ หมู่บ้านคนอื่น จนเป็นระเบียบเหมือนจะบังคับ ว่าต้องไปประจำ น้อยคนที่ว่าไปครั้งเดียวพอ แล้วอยู่ทำอิบาดะห์ที่บ้าน สุเหร่าตนเอง หรือเหมือนจะไม่มี ก็เพราะมันสบายไงครับ ไม่ต้องรับภาระอะไร ไม่ต้องสนใจอะไรเท่าไหร่ ทำนองว่าเอาตัวรอดคนเดียว ตัวเองไปทำอีบาดะห็ เหมือนจะ 24 ช.ม. แล้วคนที่ต้องรับผิดชอบละครับ 4 เดือนนี่ ผมว่าถ้าไปเรียนอยู่ปอเนาะ ได้ความรู้ชัดเจนมากกว่านะครับ ผมเคยฟังส่วนมากแล้วก็มีแต่ทำนองว่าละหมาดนี้ได้บุญเท่านั้น ได้อะไรบ้าง แต่วิธีทำที่ถูกต้องนะ ไม่รู้ว่าบอกหรือเปล่า แล้วเน้นเกินไปแต่สุนัต ไม่ใช่ไม่ดีนะครับเน้นนะดีแล้ว แต่หลายคนที่เห็น มาออกดะวะห์ อายุ 30 - 40 -50 บางคนก็ไม่มีความรู้ บางคนก็นิดหน่อย ละหมาดทำบ้าง ไม่ทำบ้าง พอออกดะวะห์ ก็ละหมาดครบ ตรงนี้ก็ดีครับ แต่ทำไม ไม่ชดใช้ที่ผ่านมาที่ขาดละหมาด แต่ไปมุ่ง ทำสุนัต ถ้าไม่เห็น ผมคงไม่รู้หรอกครับ เดี๋ยวก็ว่าคุณรู้ได้ไงว่าเขาทำเวลาไหน ผมเป็นคนไม่ค่อยมีความรู้ครับเรียนมาน้อยแต่ก็สัมผัสตรงนี้มาเยอะ เพราะมันเกิดกับครอบครัวผม ไม่มีเงินให้ลูกเรียนศาสนา เป็นหนี้สิน สามีไปสบาย ภรรยาต้องหยิบยืมชาวบ้าน ต้องรับภาระ แทนสามี

Re: การดะวะห์คือการเผยแพร่ศาสนา By: intifad Date: มี.ค. 14, 2007, 10:59 AM
ผมขอถามสั้นๆนะครับ คือเข้ามานี้ต้องการต่อว่าใช่ไหมครับ
งั้นตามสบายเลยครับผมไม่ตอบโต้แล้วกันครับ เพราะแม้จะชี้แจงไปเท่าได
ท่านก็จะหาประเด็นใหม่มาอยู่ดีทั้งที่ท่านเองยังไม่เข้าใจจุดประสงค์ของงานนี้เลย
ซักนิดเลยด้วยซ้ำไปครับ

แต่ถ้าท่านเข้ามาเพื่อหาความรู้ผมขอมาอัฟด้วยครับ แต่ถ้าอยากรู้จักงานนี้จิง
คิดว่างานนี้สบายจิง ผมว่าท่านลองออกดะวะกับกลุ่มเขาสัก 3 วันนะครับ
จะรู้ว่ามันไม่สบายเลย การจะออกได้ต้องข่อใจตัดใจมากมายเพียงได
ถ้าท่านได้ออก ผมว่าท่านจะมีความเข้าใจงานนี้มากขึ้นครับ วัสสลามครับ
Re: การดะวะห์คือการเผยแพร่ศาสนา By: intifad Date: มี.ค. 14, 2007, 11:00 AM
ผมขอลบเนื้อหาที่ซ้ำซ้อนออกไปนะครับ  ;D
Re: การดะวะห์คือการเผยแพร่ศาสนา By: قطوف من أزاهير النور Date: มี.ค. 14, 2007, 11:44 AM


 ;D
Re: การดะวะห์คือการเผยแพร่ศาสนา By: musalmarn Date: มี.ค. 15, 2007, 01:55 AM
ชอบคำนี้ของ ท่านการ์ฟิลด์ จัง

ตัวงานนั้นดี แต่คนทำงานต้องปรับปรุงอีกเยอะ






มนุษย์ มักจะยกตัวอย่างในสิ่งที่ล้มเหลว เพื่อสนับสนุนเหตุผลของตน ในกรณีที่ มนุษย์นั้น มีอคติ

น้อยนัก... ที่

มนุษย์ จะยกตัวอย่างในสิ่งที่ประสบผลสำเร็จ




แต่ผมเชื่อว่าไม่ทุกคน...


รักอัลลอฮ ห่วงอุมมะฮ ทำดะอวะฮ เพื่ออัลลอฮ <<< ลอกมาจาก ท่าน falakpanor

 :)
Re: การดะวะห์คือการเผยแพร่ศาสนา By: การ์ฟิลด์ Date: มี.ค. 15, 2007, 03:47 AM
อ้างถึง
ไม่เข้าใจอีกอย่างหนึ่ง ทำไม การเผยแพร่ไม่เริ่มที่ครอบครัวตัวอง หมู่บ้านตัวเอง ต. อ. จ. ของตัวเอง ให้มันเรียบร้อยก่อน

เรื่องการออกไปเผยแพร่ เป็นความเข้าใจอย่างหนึ่งเกี่ยวกับงานนี้จากทั้งคนนอก และผู้ที่ร่วมงานนี้เองบางส่วนครับ  :)  เป้าหมายที่แท้จริงของการร่วมคณะออกไปคือ "การปรับปรุงตนเอง" ... กอรีมุฮัมมัด ฎ็อยยิบ ซาฮิบ อาจารย์ใหญ่ของมหาวิทยาลัยอิสลาม เดียวบัน แคว้นยูปี อินเดีย และซูฟีย์คนสำคัญของกลุ่มเดียวบันดี จิซตีย์ กล่าวไว้ในหนังสือของท่าน "อิซลาฮีนัฟซ โอร ตับลีกี ญะมาอัต" (แปลเป็นภาษาอังกฤษใช้ชื่อว่า "Self Reformation & The Tablighi Jama'a" โดย เมาลานา ซอฮิร อิสฮาก)

"การปรับปรุงตนเอง(อิสลาฮฺ)สามารถทำได้สี่วิธี

๑. การอยู่่ร่วมกับคนดี 
๒. การใคร่ครวญ และตรึกตรองตนเอง
๓. การเชื่อโยงกับอัลลอฮฺ
๔. การมองความผิดของตนเอง จากการจับผิดของศัตรู

ซึ่งสี่อย่างนี้ สามารถหาได้ในงานการพยายามของเมาลานาอิลยาซนี้"



สิ่งแรกที่เมาลานาอิลยาซมีอยู่ในความคิดตอนเริ่มงานของท่านคือ "การทำให้มุสลิม เป็นมุสลิมที่ดีขึ้น" (จากหนังสือ The Faith Movement of Mawlana Ilyas : The Work and Thoughs of Ilyas โดย M. Anwar Haq ) แนวทางในการปรับปรุงตัวเองที่ท่านเลือกใช้คือ "การออกไปเห็นสภาพที่เกิดขึ้นของสังคม" หากเป็นหมู่บ้านที่มีความเคลื่อนไหวทางศาสนาแข็งแรงกว่า ก็นำไปปรับปรุงหมู่บ้านของตัวเอง หากไปเจอหมู่บ้านที่ไม่เข้มแข็ง ก็ปรึกษาหารือกัน ทำอย่างไรให้ดีขึ้น  :) ... นี่คือรูปแบบที่ท่านเมาลานาวางเอาไว้ครับ และทำอย่างได้ผลมาแล้ว



เรื่องการทำตัวให้มีประโยชน์แก่สังคมโดยการหาเงินเข้าสุเหร่า หรือการเปิดร.รสอนฟัรดูอีน ทางกลุ่มสนับสนุนอย่างเต็มที่ครับ :) คนถามอาจจะยังไม่ทราบว่าที่มันกัสมีการสอนศาสนาตั้งแต่พื้นฐานไปยังขั้นสูง เพื่อเตรียมตัวผู้เรียนให้กลับไปทำงานรับใช้สังคม ... ผมเห็นตัวอย่างมาแล้วครับ :) 


ในส่วนเรื่องอื่นๆที่คุณPareet กล่าวมา ผมมองว่าเป็นการกระทำของบุคคล :) ... ไม่เหมาะสมที่ผมคนนอกจะไปยุ่งเกี่ยวอยู่แล้ว


วัสลามครับ
Re: การดะวะห์คือการเผยแพร่ศาสนา By: นูรุ้ลอิสลาม Date: มี.ค. 16, 2007, 06:48 PM
คุณ pareet ครับ อย่าพยายามมองหาจุดด้วยของผู้อื่นมาเป็นตัววัดครับ  เพราะปอเนาะเองไม่ได้สอนอย่างนั้น และปอเนาะเขาไม่ได้สอนปะนาวาร มินฮาจญุลอาบิดีน และหนังสือฮิกัม หรือครับ ถึงมองหาแต่จุดบกพร่องของคนอื่น  ผมก็เด็กปอเนาะของแท้เหมือนกันนะครับ