Re: พ่อ สอนลูก By: nada-yoru Date: ก.พ. 02, 2010, 03:37 PM
"อัลลอฮุซเซาะมัด"
และอัลลอฮ์เท่านั้นเป็นที่พึ่งที่ดีที่สุด


and...

Re: พ่อ สอนลูก By: เหรียญ 2 ด้าน Date: ก.พ. 02, 2010, 08:42 PM
พ่อคะ เห็นคนนั้นเขาก็ยังทำอย่างนู้น
เห็นคนนู้นเขาก็ยังทำอย่างนี้ได้เลยนี่คะ?
พ่อยิ้มก่อนตอบว่า ลูกอยากเป็นที่รักของอัลลอฮ์ไหม?
ถ้าอยากก็จงอย่าพูดจาให้ร้ายใครเพื่อเป็นการยกระดับให้ตัวเองดูดี
จนลืมยอมรับความเป็นจริงในความผิดพลาดของตนเอง

ขอบคุณครับ
Re: พ่อ สอนลูก By: คนเดินดิน Date: เม.ย. 16, 2010, 03:19 PM
พ่อ - - ลูกมองเห็นบะรอกัตในจานข้าวของลูกเพียงเม็ดเดียวจริงหรือ?
ลูก - - เห็นเขาว่ากันอย่างนั้น
พ่อ - - น่าแปลกที่พ่ออยากให้ลูกมองเห็นบะรอกัตที่มีอยู่ในทุกเม็ดของจานข้าวลูก
วัสสลาม

Re: พ่อ สอนลูก By: คนเดินดิน Date: เม.ย. 16, 2010, 03:38 PM
พ่อ - - ไปหยิบลูกบอลมาไป (ยืนสั่งการขณะที่ตัวเองกักน้ำไว้ในถังใบใหญ่จนใกล้เต็ม)
ลูก - - (วิ่งมาพร้อมลูกบอลในมือ ทำท่าจะยื่นให้ แต่...)
พ่อ - - ไหนเราลองกดลูกบอลนั้นลงไปในน้ำนี้สิ
ลูก - - (พยายามกดลูกบอลเพื่อหวังจะให้จมแต่พยายามเท่าไหร่ลูกบอลกลับยิ่งดันตัวมันเองขึ้นมา)
พ่อ - - ลูกเห็นทฤษฎี แรงต้านของลูกบอลไหม ถ้าลูกไม่กด หรือข่มมันไว้มีหรือที่มันจะดันขึ้นมา
Re: พ่อ สอนลูก By: คนเดินดิน Date: พ.ค. 21, 2010, 04:00 PM
ฟารีดาพาเจ้าตัวเล็กของตนไปหาพ่อเพื่อปรึกษาว่าจะหาพี่เลี้ยงจากที่ไหนดีให้เลี้ยงเจ้าตัวเล็กของตน
โดยให้เหตุผลกับพ่อว่ามีความจำเป็นที่จะต้องออกไปทำงานนอกบ้าน เพื่อเป็นหลักประกันให้เจ้าตัวเล็กในภายภาคหน้า
พ่อแนะนำฟารีดาว่าจะพาไปฝากคนอื่นคนไกลทำไมกัน พามาฝากไว้กับแม่สิ ยังไงแม่เราก็ไม่ได้ออกไปไหน
ได้เลี้ยงหลานอยู่ที่บ้านคงจะคลายเหงาได้บ้าง
ฟารีดาเห็นด้วยกับพ่อจึงนำเจ้าตัวเล็กมาฝากแม่ให้เลี้ยงในช่วงเวลาที่ตนต้องออกไปทำงานนอกบ้าน
เย็นวันหนึ่งฟารีดามารับเจ้าตัวเล็กและเห็นพฤติกรรมบางอย่างของเจ้าตัวเล็กที่ทำให้ฟารีดาไม่พอใจกับสิ่งนั้น
จึงหันไปดุเจ้าตัวเล็กว่าใครสั่งใครสอนกันนะให้ทำอย่างนี้ รู้ไหมว่าหม่ามี๊ไม่ชอบ
พ่อผ่านมาเห็นเข้าจึงจูงมือฟารีดาเข้าบ้านแล้วถามว่า
เป็นการเหมาะสมแล้วหรือที่ลูกจำตำหนิคนที่เลี้ยงดูลูกตนในเมื่อลูกเลือกที่จะไม่เลี้ยงเขาด้วยตัวของลูกเอง
Re: พ่อ สอนลูก By: nada-yoru Date: ต.ค. 21, 2013, 09:52 AM
อยากรู้มั้ยว่ามีอะไรในมือพ่อ
เมื่อคืนนี้หลังจากทานข้าวกับคุณพ่อ คุณแม่แล้ว
คุณพ่อเรียกลูกเข้าไปพบ
แล้วบอกลูกว่าพ่อมีอะไรให้ดู สำคัญมากนะ
แล้วคุณพ่อก็หยิบอะไรสักอย่างออกจากกระเป๋าเสื้อ เอามือกำไว้
ถามว่าอยากรู้มั้ยว่ามีอะไรในมือพ่อ ลูกพยักหน้า
ลูกอยากทราบนี่คะ ว่าเป็นอะไร
ถ้าอยากรู้ต้องเอามือเขกพื้น 3 ที
ลูกทำตาม คุณพ่อว่า ไม่พอ ต้อง 5 ที
และเปลี่ยนเป็น 10 ที จนถึง 15 ที
ก็ลูกอยากทราบนี่คะ ว่าเป็นอะไร
เมื่อคุณพ่อแบมือออก มันคือเหรียญ 5 บาท ธรรมดานี่เอง
ลูกรู้แล้ว ไม่อยากดูอีกเบื่อ
คุณพ่อหัวเราะ แล้วกำมือกับเหรียญ 5 บาทเดิม
ถามว่า อยากดูมั้ย เขกพื้น 10 ที
ลูกรู้แล้วไม่อยากดูค่ะ
คุณพ่อว่า เอ้า เขกพื้น 1 ทีก็ได้
ลูกก็บอกว่า ลูกรู้แล้ว ไม่อยากดูอีกเบื่อค่ะ
คุณพ่อว่าให้ดูฟรี ๆ ก็ได้ ลูกก็ดูไปอย่างนั้นเอง
สิ่งที่พึงหวงสำหรับสตรี เป็นสิ่งมีค่า ถ้าให้ใครรู้ก่อนเวลาอันควรก็จะไม่มีค่าอะไร
คุณพ่อเลยบอกว่า
" นี่ละลูก อะไรที่เป็นความลับคนมักยอมทำทุกอย่าง
ที่จะได้สมปราถนา อยากดู อยากรู้อยากเห็น
แต่เมื่อสมปราถนาแล้ว ดูบ่อยๆแล้วก็มักจะเบื่อ
ให้ดูฟรีๆ ยังไม่อยากดูเลย
แล้วสิ่งที่พึงหวงสำหรับสตรี เป็นสิ่งมีค่า
ถ้าให้ใครรู้ก่อนเวลาอันควรก็จะไม่มีค่าอะไร
ไม่ต่างกับเหรียญ 5 บาทที่พ่อให้ลูกดูฟรีหรอก
ขออำนาจจากพระองค์ทรงคุ้มครองทุกๆ หัวใจด้วยเถิด ^^
คัดลอกจาก
คุณ Numcha แห่ง ไฮ5

กลับมาอ่านอีกรอบ ก็ยังชอบมากค่ะ...

เพราะพ่อของข้าน้อยบอกว่า...
หากหาชายดีมีความจริงใจไม่ได้ ก็อย่าอายที่จะอยู่อย่างถูกตำหนิว่าไม่มีใครเอา...
และหากอยากได้คนดี ก็จงเป็นคนดี...
อยากได้คนมีความจริงใจ ก็จงจริงใจ...
อยากได้คนรักของอัลลอฮฺ ก็จงทำตนให้อัลลอฮฺรัก...
พ่อบอกว่า...ผู้ชายมีหลายประเภท และเราอยากได้คนประเภทไหนมาเคียงคู่
ก็จงศึกษาไว้ว่า...คนประเภทนั้นพอใจผู้หญิงประเภทไหน...
การแต่งการเปิดเผยเพื่อให้ผู้ชายหันมามองนั้น ไม่ได้การันตีว่า หญิงผู้นั้นมีค่าจนผู้ชายให้ความสนใจกันหมด...
อย่างน้อยก็ยังมีผู้ชายอีกหลายคนที่มองแล้วไม่ได้ให้ความสนใจ แต่อาจจะมองด้วยสายตาตำหนิ...
แต่ผู้หญิงที่แต่งกายเรียบร้อยนั้น เมื่อใครได้มอง ก็คงจะหาข้อตำหนิได้แค่ไม่กี่ข้อ...
และชายใดตำหนิผู้หญิงที่แต่งกายเรียบร้อยว่าเป็นสิ่งที่ไม่ดี และอยากให้เปลี่ยน...
ก็จงห่างไกลจากเขาเอาไว้ให้มากๆ...
เพราะชัยตอนมันชอบยุให้มนุษย์เปลื้องผ้า!!!...
วัสลาม
Re: พ่อ สอนลูก By: nada-yoru Date: พ.ย. 25, 2013, 05:14 PM
มาขุดอีกรอบ...
ตอนเด็กนั้น เวลาพ่อแม่ใช้ให้เรากินผัก เราก็ไม่ชอบกิน...
อ้างว่า เพราะมันเหม็นเขียวบ้าง ไม่อร่อยบ้าง ขมบ้าง
ต่างๆนาๆจะหาเหตุมาอ้าง และสุดท้ายก็ดื้อดึงไม่ยอมกิน
แต่พอโตขึ้นมาหน่อย ร่างกายเริ่มไม่สดใหม่เหมือนตอนเด็กๆ
โรคภัยพยายามจะมาเบียดเบียน เมื่อมีผู้บอกว่า กินอย่างนั้นอย่างนี้สิ
มันมีสรรพคุณทางยานะ เราก็เชื่อเขา เราก็กิน
พวกอาหารบำรุงต่างๆเราก็สนใจสรรหามากิน...
ผักอะไรที่ว่าดีต่อสุขภาพเราก็พยายามกิน
แม้จะผะอืดผะอม เราก็พยายามกินเข้าไป
เพราะเราเห็นและรู้แล้วว่า มันมีประโยชน์เช่นไรต่อตัวเรา...
และคิดว่า...เราไม่น่าเล้ยที่จะดื้อดึงไม่ยอมกินมันตอนที่พ่อแม่ใช้เรา
จนตอนนี้ก็ต้องมานั่งคิดถึงคำสอนของพ่อแม่...
ที่วันนั้นเราทำเฉย แต่วันนี้พอมีใครก็ไม่รู้ รักเราเท่าพ่อแม่รึเปล่าก็ไม่รู้
มาบอกเราว่าอะไรดีอย่างไร เราเชื่อและเราก็ทำตาม...
พ่อจึงบอกว่า...นั่นแหล่ะ...เมื่อถึงเวลาเราจะได้เข้าใจ
แต่เด็กบางคนที่เขาเชื่อฟังพ่อแม่ ไม่ดื้อ และทำตามที่พ่อแม่บอก
โดยไม่พยายามหาเหตุข้ออ้างใดๆมานั้น เขาก็จะพยายามกินผัก
และสิ่งที่ดีๆต่อสุขภาพตามที่พ่อแม่ของเขาคาดหวังอยากให้ลูก
เติบโตไปเป็นเด็กที่มีสุขภาพดี...
และก็หลายครั้งเหลือเกิน ที่เราเลือกที่จะเชื่อ
และทำตามผู้อื่นมากกว่าคนที่รักเรามากที่สุด...
Re: พ่อ สอนลูก By: nada-yoru Date: พ.ย. 25, 2013, 05:28 PM
มีต่อค่ะ...
และเมื่อตอนเด็ก...เราไม่เคยรู้ซึ้งถึงคุณค่าของเงินทองท่ีพ่อแม่มอบให้เรา
เราใช้มันโดยไม่ได้รู้ความหมายมันเลย ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพ่อแม่ทำอย่างไร
ถึงได้มันมา แล้วก็ไม่รู้เลยว่า ทำไมมันถึงสามารถเอาไปแลกซื้อสิ่งน้ันสิ่งนี้ได้
รู้เพียงแค่ว่า...หากมีมันมากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งสามารถแลกซื้อสิ่งนั้นสิ่งนีึ้
ได้มากขึ้นเท่านั้น...และเราก็มักจะเรียกร้องจากพ่อแม่เพื่อความต้องการของตนเอง
โดยไม่รู้เลยว่า เราได้ทำอะไรลงไปบ้้างเพื่อให้ได้มาซึ่งความต้องการของตนเอง
แต่พอเราหาเงินเอง...เราถึงได้เข้าใจแล้วว่า...
เราต้องทำอย่างไรบ้าง เพื่อให้ได้เงินมาแลกซื้อสิ่งนั้นสิ่งนี้
และการจะได้เงินมาเพื่อไปแลกซื้อสิ่งนั้นสิ่งนี้ เราต้องนำสิ่งใดไปแลกมาบ้าง
เราต้องเหน็ดเหน่ือยแค่ไหน...ทำให้เราเข้าใจหัวอกของพ่อกับแม่...
พ่อจึงบอกว่า...นี่จึงเป็นเหตุผลที่พ่อกับแม่ต้องใช้ให้ลูกหัดทำงานหาเงิน
ตั้งแต่เด็กๆ เพราะลูกๆจะได้รู้คุณค่าของเงินตั้งแต่เด็กๆ
เข้าใจถึงความลำบากกว่าจะได้มันมา...เพราะเมื่อเรารู้ค่าสิ่งใดแล้ว
เราจะใช้มันได้อย่างมีความหมาย...
จึงเป็นความจำเป็นที่พ่อแม่ต้องสอนให้ลูกๆรู้จักคุณค่าของเงินทอง
และลูกจะไม่มีวันได้รู้จักคุณค่าของมัน จนกว่าจะรู้จักความเหน็ดเหนื่อย
ก่อนจะได้มันมา...
พ่อแม่คนอื่นบางคนอาจจะมองว่าการใช้ให้ลูกทำโน่นทำนี่เป็นการทารุณลูก
ใช้แรงงานเด็ก...แต่เปล่าเลย...มันคือ การสอนลูกให้รู้จักคุณค่าของสิ่งที่ได้มา...
แล้วเขาจะไม่ใช้ชีวิตที่ไร้แก่นสาน...และแน่นอน...ด้วยความรัก
พ่อแม่จะไม่ใช้งานเราจนเกินกำลังของเรา...เพราะพ่อแม่รู้ดีว่า
ลูกของตัวเองนัั้นมีอายุเท่าไหร่ และมีพลัง มีความสามารถแค่ไหน...
และยิ่งลูกได้รู้จักคุณค่าของสิ่งต่างๆเร็วกว่าเด็กคนอื่นๆมาก
เพียงใด เขาก็จะยิ่งรู้คุณค่าแห่งการมีชีวิตเร็วกว่าเด็กคนอื่นๆ...
พ่อกับแม่บอกว่า...
หากมีลูก อย่ากลัวว่าลูกจะเหนื่อย แต่จงมอบหน้าที่ให้เขา
ตามความสามารถของเขา นั่นคือการฝึกให้เขา
รู้จักความรับผิดชอบ...และรู้จักช่วยเหลือผู้อื่นตั้งแต่เด็กๆ...
แม้เราจะไม่ได้สอนด้วยคำพูดหรือไม่สามารถอธิบายเขาได้ว่า
ทำไมเขาต้องทำ...แต่เมื่อเขาได้ทำ นั่นคือ การฝึกเขา
และคือการสอนเขาแล้ว...
เพราะการกระทำ บางครั้งก็ยิ่งเสียกว่าคำพูดเป็นไหนๆ
Re: พ่อ สอนลูก By: nada-yoru Date: พ.ย. 25, 2013, 05:42 PM
และเมื่อตอนที่พ่อแม่ใช้ให้เราไปเรียนหนังสือ...
เราขี้เกียจไม่อยากไป พยายามหาเหตุที่ทำให้ไม่ต้องไป...
พ่อจึงพยายามแทรกแนวคิดว่า ทำไมต้องไปเรียน ด้วยไม้เรียว...
แต่เราก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมต้องไป...
พ่อบอกว่า จะเรียนอะไรก็ช่าง แต่เรื่องศาสนานั้นต้องรู้ อัลกุรอ่านต้องอ่านเป็น
เราก็ไม่รู้หรอกว่า ทำไมกับแค่เรื่องศาสนาพ่อถึงต้องถึงกับเฆี่ยนลูกตัวเอง
แล้วต้องไล่ให้ไปท่องกุรอ่านยามค่ำๆมืดๆที่บ้านโต๊ะครูด้วย...
แต่เมื่อโตขึ้น...เราเข้าใจว่า...ทำไมเราต้องศึกษาหาความรู้เอาไว้
เพราะเพื่อจะได้นำมันไปใช้เพื่อประกอบอาชีพ...ใช้ทำมาหากินนั่นเอง...
แล้วศาสนาเล่า...พ่อบอกว่ามันคือ ความรู้ที่แท้จริง...
ตอนนั้นหรือตอนไหนๆก็ไม่แจ้งใจ ว่าทำไมมันจึงเป็นความรู้ที่แท้จริง
จนเมื่อวันที่ต้องมานั่งทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย...
วันนั้นจึงสามารถแยกความรู้ที่ร่ำเรียนมาทั้งหมด กับความรู้ที่มีอยู่ในศาสนาได้
ทำให้รู้ว่า...ความรู้บางอย่าง...มันเป็นแค่สิ่งที่จะทำให้เราสามารถ
แสวงหาปัจจัยในดุนยา เพื่อทำให้ดุนยาของเราสมบูรณ์ขึ้นเท่านั้น...
ในขณะที่อีกความรู้นึงนั้น มิได้เพียงแค่เป็นคู่มือใช้ในช่วงที่เราอยู่ดุนยา
แต่มีค่ามากกว่านั้น...และสามารถนำความผาสุขมาสู่ชีวิตเราได้อย่างแท้จริง...
และเมื่อรู้ว่าความรู้ที่มีค่าที่แท้จริง คืออะไร เราก็เริ่มลงมือ เรียนและศึกษามัน...
ไม่มีอะไรจะได้มาง่ายดาย...แต่แปลกที่พ่อกับแม่พยายามยัดเยียดให้เรา
เรียนมาแต่ไหนแต่ไร แต่เรากลับไปไขว่คว้าหาสิ่งอื่น...
มอบความสำคัญให้กับสิ่งอื่นมากกว่า...
เราไม่เชื่อพ่อแม่หรือว่าแท้จริงแล้ว เรากำลังอธรรมต่อตัวเอง...
พ่อแม่บอกว่า...ให้เราสงสารวิญญาณของเราตอนที่มันต้องแยกออกจากร่างนี้...
แล้วเราจะรู้ว่า คุณค่าของชีวิตอยู่ที่ตรงไหน...
ไม่ใช่ตรงที่ความรู้อันสูงเด่น แต่เป็นอีหม่านอันสูงส่ง...